- หน้าแรก
- ปั้นนางฟ้าสิบสองปีกด้วยระบบเเผงค่าสถานะสัตว์อสูร
- บทที่ 366 พบพานกู้ซิงอีกครา!
บทที่ 366 พบพานกู้ซิงอีกครา!
บทที่ 366 พบพานกู้ซิงอีกครา!
บทที่ 366 พบพานกู้ซิงอีกครา!
“บัดซบ!”
“เวโรนิก้า เซซีเลีย โจมตีป้องกันอย่างสุดกำลัง! พยายามยื้อเวลาให้ได้มากที่สุด!”
เสิ่นรั่วเสวี่ยมองเผ่าปีศาจที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ พลันออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
ถึงแม้จะมองไม่เห็นความหวังที่จะรอดชีวิต แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเธอจะต้องยอมตายโดยไม่ต่อสู้
แม้จะรู้ดีว่าตนเองต้องตายอย่างแน่นอน แต่...
กลับไม่มีผู้ใดแสดงความหวาดกลัวต่อความตายออกมาเลยแม้แต่น้อย
“เข้าใจแล้ว!”
เวโรนิก้าตอบรับเป็นคนแรก
เธอประสานอินด้วยสองมือ พลังปราณทั่วร่างพลุ่งพล่าน แสงเจิดจ้าสองสายปะทุออกจากร่างของเธอ
“ไป๋ตี้! เสือดาววิญญาณยมโลก! ปลดปล่อย—ยกเลิกการจำกัดทั้งหมด!”
โฮก—!
ไป๋ตี้คำรามก้องฟ้า ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วในลำแสง ขนสีขาวราวหิมะลุกโชนดุจเปลวเพลิงสีเงิน แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวของราชันย์ขั้นสูงสุดแผ่กระจายไปทั่ว
ส่วนเสือดาววิญญาณยมโลกพลันกลายเป็นลำแสงสีดำทมิฬ กรงเล็บที่ตวัดออกไปเพียงครั้งก็ทำให้มิติสั่นสะเทือน แสดงพลังอันน่าสะพรึงกลัวของราชันย์ขั้นสูงสุดออกมาเช่นเดียวกัน
การปลดปล่อยโดยสมบูรณ์ทำให้อสูรทั้งสองกลับมามีพลังในระดับราชันย์ขั้นสูงสุดอีกครั้ง!
จากนั้น อสูรทั้งสองก็กลายเป็นลำแสงสีขาวและดำ พุ่งเข้าใส่ฝูงปีศาจอย่างไม่เกรงกลัว
ทุกที่ที่พวกมันเคลื่อนผ่าน เหล่าอสูรปีศาจก็ร่วงหล่นราวกับใบไม้ร่วง เปิดทางให้เป็นพื้นที่ว่างในบัดดล!
ส่วนในแววตาของเซซีเลียก็ฉายแววเด็ดเดี่ยว
เธอกรีดข้อมือตนเอง เพื่อสังเวยโลหิตของตน
เจ้าชายเผ่าโลหิตดูดซับโลหิตนั้นเข้าไป ผิวที่เคยซีดขาวพลันปรากฏรอยอักขระสีเลือดขึ้นมา
พวกมันกลายสภาพเป็นพายุโลหิต กลืนกินอสูรปีศาจที่เข้าใกล้
ส่วนข้างกายเสิ่นรั่วเสวี่ย นอกจากเมิ่งมั่วแล้ว...
อสูรตนอื่นๆ ล้วนได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้ก่อนหน้า และถูกเธอเรียกเก็บกลับเข้าสู่มิติอสูรแล้ว
“เมิ่งมั่ว ใช้พลังจิตทั้งหมด! คลื่นพลังจิตจู่โจม!”
ภายใต้คำสั่งของเสิ่นรั่วเสวี่ย เมิ่งมั่วลงมือทันทีโดยไม่ลังเล
เมิ่งมั่วในตอนนี้ถูกเสิ่นรั่วเสวี่ยฝึกฝนมาอย่างสมบูรณ์แล้ว
ตอนนี้เธอไม่ใช่เมิ่งมั่วที่เห็นแก่ตัวและขี้ขลาดตาขาวเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป
ภายใต้การอบรมของเสิ่นรั่วเสวี่ย เธอได้กลายเป็นอสูรที่คู่ควรแล้ว
และภายใต้การระเบิดพลังอย่างไม่ปิดบังอำพรางของเสิ่นรั่วเสวี่ย เวโรนิก้า และเซซีเลีย
พวกเธอก็สามารถหยุดยั้งการโจมตีของคลื่นปีศาจได้ชั่วคราว!
ทว่า ผลลัพธ์อันน่าทึ่งนี้กลับดำรงอยู่ได้เพียงชั่วครู่
จำนวนของอสูรปีศาจมีมากเกินไป ราวกับไม่มีที่สิ้นสุด
แม้ไป๋ตี้และเสือดาววิญญาณยมโลกจะแข็งแกร่ง แต่เมื่อเผชิญกับการโจมตีราวกับคลื่นยักษ์ ก็เริ่มมีบาดแผลเต็มตัว
เจ้าชายเผ่าโลหิตทั้งสองตนหลังจากเผาผลาญโลหิตแก่นแท้แล้ว กลิ่นอายก็เริ่มปั่นป่วนไม่คงที่
และผลของคลื่นพลังจิตจู่โจมของเมิ่งมั่วก็เริ่มอ่อนลง
ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้นคือ ผู้นำเผ่าปีศาจระดับโทเท็มตนนั้น เริ่มลงมือแล้ว
มันค่อยๆ ยกกรงเล็บยักษ์ที่ปกคลุมไปด้วยหนามกระดูกขึ้น พลังงานแห่งการทำลายล้างเริ่มรวมตัวกันอยู่บนนั้น
“แคร็ก—”
เพียงกรงเล็บเดียวของผู้นำเผ่าปีศาจระดับโทเท็มที่ตวัดผ่านอากาศ คลื่นกระแทกอันน่าสะพรึงกลัวก็ถาโถมเข้าใส่อย่างรุนแรง!
ไป๋ตี้ เมิ่งมั่ว เสือดาววิญญาณยมโลก และเจ้าชายเผ่าโลหิตทั้งสองตน ถูกกระแทกจนปลิวกระเด็นไปราวกับใบไม้ที่ต้องพายุ
ร่วงหล่นกระแทกพื้นอย่างแรง กลิ่นอายอ่อนลงในพริบตา
กำลังรบสุดท้ายถูกทำลายลง นั่นหมายความว่าเสิ่นรั่วเสวี่ยและสหายได้สูญเสียความสามารถในการต่อต้านไปโดยสิ้นเชิง
จบสิ้นแล้วจริงๆ!
“เตรียมระเบิดตัวเองได้แล้ว!”
เสิ่นรั่วเสวี่ยมองไปยังเผ่าปีศาจที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่กลับแฝงความสงบอย่างน่าประหลาด
เธอรู้ดีว่าหากหมดแรงและถูกจับตัวไป สิ่งที่รอพวกเธออยู่คือการดูถูกเหยียดหยามและการทรมานที่น่าสะพรึงกลัวกว่าความตายเป็นหมื่นเท่า
แทนที่จะเป็นเช่นนั้น สู้รักษาสักดิ์ศรีสุดท้ายของตนไว้ แล้วตายไปพร้อมกับเหล่าอสูรปีศาจพวกนี้ยังจะดีกว่า
“อืม!”
เวโรนิก้าและเซซีเลียสบตากัน และเห็นทางเลือกเดียวกันในแววตาของอีกฝ่าย
พวกเธอไม่ได้คัดค้าน เพียงแค่พยักหน้าเงียบๆ เริ่มโคจรย้อนกลับพลังปราณที่เหลืออยู่ในร่าง
คลื่นพลังงานที่ไม่เสถียรและเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งการทำลายล้างเริ่มแผ่ออกมาจากร่างกายของทั้งสามคน
ทว่า ในขณะที่พวกเธอกำลังจะระเบิดตัวเองนั้น...
ความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน!
ครืน!
เหนือศีรษะ ม่านฟ้าสีดำที่เกิดจากการรวมตัวของไอปีศาจหนาทึบซึ่งปิดกั้นโลกภายในกับภายนอก กลับส่งเสียงแตกร้าวอันแสบแก้วหูออกมาโดยไม่มีสัญญาณเตือน!
“แคร็ก! แคร็ก!”
รอยแตกขนาดใหญ่ราวกับใยแมงมุมแผ่ขยายไปทั่วท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว ดึงดูดสายตาของทุกคนในสนามรบในทันที
คลื่นปีศาจที่ถาโถมเข้ามาหยุดชะงัก แม้แต่ผู้นำอสูรปีศาจระดับโทเท็มที่กำลังจะลงมือโจมตีครั้งสุดท้ายก็ยังเงยหน้าขึ้นด้วยความสงสัย ดวงตาสีแดงฉานจ้องเขม็งไปบนท้องฟ้า
เสิ่นรั่วเสวี่ยทั้งสามคนก็หยุดการระเบิดตัวเองโดยไม่รู้ตัว จ้องมองไปยังท้องฟ้าด้วยความตกตะลึง
เกิดอะไรขึ้น?!
หรือว่าจะเป็นกองหนุน?
ความคิดนี้เพิ่งจะผุดขึ้นมา ก็ถูกพวกเธอสลัดทิ้งไปในทันที
เผ่าพันธุ์มนุษย์ไม่มีทางรู้ข่าวที่นี่ได้เร็วขนาดนี้ เผ่าพันธุ์อื่นยิ่งไม่มีทางลงมือเพื่อพวกเธอ
วินาทีต่อมา คำตอบก็ปรากฏ!
ปัง—!
พร้อมกับเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ม่านอาคมไอปีศาจทั้งหมดก็พลันแตกสลายลง!
แสงสว่างอันริบหรี่ที่ไม่ได้เห็นมาเนิ่นนานสาดส่องลงมาจากรอยแยกบนเพดานฟ้า
ในขณะเดียวกัน เถาวัลย์สีมรกตนับไม่ถ้วนก็หลั่งไหลลงมาจากรอยแตกของม่านฟ้า ราวกับคลื่นยักษ์สีเขียวที่มีชีวิต!
เถาวัลย์เหล่านี้พลิ้วไหวอย่างยิ่ง ราวกับมีดวงตาเป็นของตนเอง พวกมันหลบหลีกพวกเสิ่นรั่วเสวี่ยได้อย่างแม่นยำ ก่อนจะรัดพันเผ่าปีศาจทุกตนในสนามรบราวกับอสรพิษร้าย
บนเถาวัลย์ส่องประกายแปลกประหลาด เมื่อรัดพันเผ่าปีศาจได้...
ก็จะดูดกลืนไอปีศาจและแก่นแท้แห่งชีวิตในร่างกายของมันอย่างบ้าคลั่ง เผ่าปีศาจที่ถูกรัดพันมักจะทันได้แค่กรีดร้องโหยหวนออกมาครึ่งเสียง ก็จะเหี่ยวแห้งลงอย่างรวดเร็ว กลายเป็นสารอาหารให้เถาวัลย์เจริญเติบโต!
ภาพอันแปลกประหลาดและทรงพลังนี้ ทำให้เสิ่นรั่วเสวี่ยและสหายที่รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิดได้แต่มองดูอย่างตกตะลึง
“นี่มัน... อะไรกัน?” เวโรนิก้าพึมพำ
เธอรู้สึกได้ว่ากลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากเถาวัลย์เหล่านี้ไม่ได้แข็งแกร่งเป็นพิเศษ แต่กลับสามารถสังหารเผ่าปีศาจได้อย่างง่ายดาย
ในไม่ช้า พวกเธอก็ได้เห็นเจ้าของเถาวัลย์
ร่างอรชรที่อาบไล้ด้วยแสงซึ่งสาดส่องลงมาจากรอยแตก ค่อยๆ ร่อนลงมา
เธอสวมชุดยาวสีเขียว หูแหลมตาสีมรกต ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายแห่งชีวิตอันเข้มข้น ไม่เข้ากับดินแดนปีศาจแห่งนี้เลยแม้แต่น้อย
“วีร่า!”
เสิ่นรั่วเสวี่ย เวโรนิก้า และเซซีเลีย ทั้งสามจำผู้มาเยือนได้แทบจะในทันที นัยน์ตาของพวกเธอพลันหดเล็กลง
ในเมื่อวีร่าอยู่ที่นี่ นั่นก็หมายความว่า...
สายตาของพวกเธอรีบกวาดมองไปบนท้องฟ้า และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ... วินาทีต่อมา ที่ไม่ไกลจากข้างกายของวีร่ากลางอากาศ พวกเธอก็ได้เห็นร่างที่คุ้นเคยยิ่งนั้น—
กู้ซิง!
ในขณะนี้ กู้ซิงกำลังหลับตา ลอยอยู่กลางอากาศ กลิ่นอายทั่วร่างลึกล้ำราวกับห้วงอเวจีไร้ก้นบึ้ง กำลังดูดกลืนพลังงานมหาศาลที่กระจายออกมาจากการตายของเผ่าปีศาจจำนวนมากในสนามรบอย่างตะกละตะกลาม
นับตั้งแต่ได้รับอักขระเทพมา การเพิ่มระดับของเขาก็หยุดชะงักลง
พลังงานที่ได้จากการสังหารเผ่าปีศาจในแต่ละครั้ง แทบจะถูกอักขระเทพดูดกลืนไปจนหมดสิ้น
แต่ตอนนี้...
อักขระเทพทั้งสามสายสมบูรณ์แล้ว
พลังงานที่ได้รับจากการสังหารเผ่าปีศาจในตอนนี้ ถูกเขาดูดซับเข้าสู่ร่างกายทั้งหมด
“น่าเสียดาย... ส่วนใหญ่เป็นเผ่าปีศาจระดับต่ำ พลังงานยังเบาบางเกินไป” กู้ซิงรู้สึกเสียดายเล็กน้อย
วีร่าควบคุมเถาวัลย์กวาดล้างเผ่าปีศาจระดับต่ำในสนามรบไปเกือบทั้งหมด แต่ระดับของเขาก็เพิ่มขึ้นจากราชันย์ขั้นหนึ่งเป็นราชันย์ขั้นสองเท่านั้น
ในตอนนี้ เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น และก็ได้พบกับพวกเสิ่นรั่วเสวี่ยในสนามรบเช่นกัน
เขาวูบร่าง หายตัวไปปรากฏอยู่ตรงหน้าสตรีทั้งสามในทันที บนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“หัวหน้าห้อง? เวโรนิก้า เซซีเลีย? ภารกิจสำรวจครั้งนี้เป็นพวกเจ้าที่นำทัพมาหรือ?”
เมื่อได้พบกับกู้ซิงอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้รับการช่วยเหลือจากเขาในสถานการณ์ที่สิ้นหวังเช่นนี้ เสิ่นรั่วเสวี่ย เวโรนิก้า และเซซีเลีย ทั้งสามต่างก็รู้สึกราวกับตกอยู่ในความฝันชั่วขณะ
เมื่อมองดูกู้ซิงที่อยู่เบื้องหน้า ผู้มีกลิ่นอายลึกล้ำจนไม่อาจหยั่งถึง และสามารถพลิกสถานการณ์ได้ด้วยการลงมือเพียงเล็กน้อย ในใจของพวกเธอก็พลันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนหลากหลาย