เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 140 กวาดล้างสนามรบ ปิดฉากการต่อสู้!

อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 140 กวาดล้างสนามรบ ปิดฉากการต่อสู้!

อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 140 กวาดล้างสนามรบ ปิดฉากการต่อสู้!


อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 140 กวาดล้างสนามรบ ปิดฉากการต่อสู้!

“อย่าให้มันฉวยโอกาสแทรกเข้ามา จัดการมันให้ได้ แล้วรีบไปสนับสนุนการต่อสู้ของเจ้าม่วงทันที” ฉูเจิงฝานไม่ใส่ใจเรื่องนั้นเลย เขาคิดว่าโมเซี่ยถูกเถาวัลย์สวรรค์ตบอัดลงไปในรอยเถาวัลย์ลึกเป็นเส้นๆ แล้ว จึงหันไปจดจ่อกับภูตเพลิงน้ำแข็งของเย่ชิงจือในทันที

“กรงเล็บทำลายล้าง!!”

ราชสีห์กระบี่สายฟ้าหุบปีกลง ร่างกำยำมหึมาดิ่งพสุธาอย่างฉับพลัน ก่อนตบกรงเล็บทำลายล้างลงมาอย่างรุนแรง!

“บึ้ม!”

พื้นดินแตกร้าวเป็นเส้นใหญ่ๆ อย่างรวดเร็ว แทบจะในจังหวะที่ร่างราชสีห์กระบี่สายฟ้ากระแทกลงมา พื้นที่แข็งแกร่งยิ่งก็ระเบิดแตกสะท้าน เกิดเสียงอื้ออึงต่ำทุ้ม แล้วฝุ่นผงนับไม่ถ้วนก็ฟุ้งกระจายขึ้นทันที!

กรงเล็บทำลายล้างที่มีอานุภาพระดับเจ็ดไม่ใช่สิ่งที่รับไว้ได้ง่ายๆ ร่างของภูตเพลิงน้ำแข็งจมลงไปในพื้นดินที่ถูกบดขยี้ในทันควัน บนเรือนกายที่หลอมรวมไฟกับน้ำแข็งปรากฏรอยร้าวเล็กๆ หลายเส้น!

“พลังป้องกันสูงทีเดียว งั้นลองชิมรสการโจมตีถัดไปดู!”

ฉูเจิงฝานแสยะยิ้ม สั่งราชสีห์กระบี่สายฟ้าใช้ทักษะต่อเนื่อง!

ปีกที่ดุจประกอบขึ้นจากกระบี่นับไม่ถ้วยกางออกฉับพลัน ขนปีกกระบี่ทั้งหมดแปรเป็นลำแสงเส้นแล้วเส้นเล่า ราวห่าฝนกระหน่ำ พุ่งแทงใส่ภูตเพลิงน้ำแข็งอย่างบ้าคลั่ง!

เผชิญการรุกโจมตีอันเฉียบคมของราชสีห์กระบี่สายฟ้า เย่ชิงจือยังคงสีหน้าสงบนิ่งเยือกเย็นเช่นเดิม ฉูเจิงฝานเดิมคิดว่าจะบีบให้นางต้องใช้ทักษะวิญญาณเพื่อรับมือการโจมตีนี้ แต่กลับไม่คาดว่าโฉมงามผู้นี้จะนิ่งได้ถึงเพียงนี้

“ปัง ปัง ปัง ปัง!”

ขนปีกสีม่วงถาโถมกระแทกร่างภูตเพลิงน้ำแข็งอย่างหนาแน่น บนร่างมันปรากฏรูเล็กๆมากมายในทันที

เห็นอสูรวิญญาณสายธาตุตัวนี้บาดเจ็บ หลายคนต่างบีบเหงื่อแทนเย่ชิงจือ อยากรู้ว่าโฉมงามผู้สุขุมเย็นชาจะหลุดพ้นจากการโจมตีของฉูเจิงฝานได้อย่างไร

“แผนภาพดับสูญเพลิงน้ำแข็ง!”

ทันใดนั้น เย่ชิงจือำลันออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

“ซู่!”

ชั่วพริบตา ปรากฏการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้น! เดิมทีภูตเพลิงน้ำแข็งถูกโจมตีต่อเนื่อง ทว่าในร่างมันกลับมีพลังน้ำแข็งทมิฬกับเปลวเพลิงปีศาจพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน พลังสองสายที่แตกต่างกันทะยานขึ้นจากใต้ร่างภูตเพลิงน้ำแข็ง แล้วปะทะกันอย่างรุนแรง!

แผนภาพดับสูญเพลิงน้ำแข็ง! ทักษะระดับเจ็ดของธาตุไฟและธาตุน้ำแข็ง ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าในสภาพถูกกดให้รับการโจมตีอยู่ฝ่ายเดียว ภูตเพลิงน้ำแข็งกลับร่ายทักษะธาตุไฟและธาตุน้ำแข็งระดับเจ็ดสำเร็จได้อย่างกะทันหัน!!

พร้อมเสียงขับขานยาวของภูตเพลิงน้ำแข็ง พลังน้ำแข็งทมิฬและพลังเพลิงปีศาจก็พุ่งทะลักออกจากร่างมันอย่างฉับพลัน!

น้ำแข็งทมิฬอยู่เบื้องบน เปลวเพลิงปีศาจอยู่เบื้องล่าง เปลวไฟปีศาจลุกโชนกลืนกินราชสีห์กระบี่สายฟ้าอย่างรวดเร็ว เปลวไฟนับไม่ถ้วนพุ่งพล่านรอบกายผู้บัญชาการระดับเจ็ดตัวนี้ เปลวเพลิงร้อนระอุเผาไหม้เรือนกายราชสีห์กระบี่สายฟ้าอย่างโหดเหี้ยม!

ส่วนน้ำแข็งทมิฬเย็นเยียบจับขั้วคลุมเหนือศีรษะราชสีห์กระบี่สายฟ้า ดุจดาบน้ำแข็งคมกริบแทงลึกถึงกระดูก ความเย็นประหลาดของน้ำแข็งทมิฬแช่แข็งกระดูกของราชสีห์กระบี่สายฟ้า ทำให้สัตว์คลั่งตัวนั้นส่งเสียงคำรามโหยหวนด้วยความเจ็บปวดไม่หยุด!

ฉูเจิงฝานผู้ควบคุมราชสีห์กระบี่สายฟ้าสีหน้าเปลี่ยนฉับพลัน เกราะวิญญาณระดับหกบนร่างเขาควบแน่นขึ้นแล้ว พร้อมกันนั้นเขายังร่ายคาถาเกราะน้ำแข็งอย่างลนลาน เพื่อปกป้องตนเองและราชสีห์กระบี่สายฟ้าไปพร้อมกัน ความเปลี่ยนผันฉับพลันบังเกิดขึ้น ฉูเยว่เองก็ชะงักงัน มองแผนภาพดับสูญเพลิงน้ำแข็งด้วยความตะลึงสุดขีด พลังอานุภาพของมันกลับพุ่งถึงระดับแปด! จนกระทั่งฉูเจิงฝานร้องขอความช่วยเหลือ ฉูเยว่จึงสะดุ้งตื่นจากภวังค์ รีบสั่งอสูรอัสนีสีม่วงฝืนพุ่งทะลวงผ่านแผนภาพดับสูญเพลิงน้ำแข็งอันน่าหวาดหวั่น ลากฉูเจิงฝานออกมา!

แผนภาพดับสูญเพลิงน้ำแข็งมีความสามารถล็อกเป้าหมาย อสูรอัสนีสีม่วงช่วยพาฉูเจิงฝานหนีได้ ทว่าไม่มีทางพาราชสีห์กระบี่สายฟ้าออกมาด้วยได้เด็ดขาด เมื่อสูญเสียเกราะวิญญาณระดับหกและเกราะน้ำแข็งของฉูเจิงฝาน ราชสีห์กระบี่สายฟ้าจึงไม่อาจทานการโจมตีของแผนภาพดับสูญเพลิงน้ำแข็งที่มีพลังระดับแปดได้เลย ขนสีม่วงทั่วร่างถูกเผาจนไหม้เกรียมในพริบตา กระดูกก็ถูกความเย็นจัดแช่แข็งจนแข็งทื่อ!

แผนภาพดับสูญเพลิงน้ำแข็งคงอยู่ไม่นาน แต่เพียงช่วงเวลาสั้นๆ นั้น ราชสีห์กระบี่สายฟ้ากลับสูญสิ้นกำลังต่อสู้โดยสิ้นเชิง นอนแน่นิ่งอย่างน่าเวทนาบนพื้น ทำให้ผู้คนทั้งสนามต่างตกตะลึงจนพูดไม่ออก มองหญิงงามเย็นเยียบดุจน้ำแข็งผู้นั้นที่ยังคงสงบนิ่งอย่างยิ่งด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ!

“กะ…เก่ง…เก่งเกินไปแล้ว…ภูตเพลิงน้ำแข็ง!” หลานเชี่ยนอ้าปากค้างยิ่งกว่าเดิม หลายวันก่อน นางยังอิจฉาความงามของเย่ชิงจือ ถึงกับแอบด่าเบาๆ ว่าเป็นแค่ แจกัน แต่ไม่เคยคาดคิดเลยว่าอสูรวิญญาณของสตรีผู้นี้จะน่าหวาดผวาถึงเพียงนี้!

“โง่จนเกินเยียวยา ภูตเพลิงน้ำแข็งของนางใช้เจตจำนงแห่งธาตุแท้ๆ กลับมองไม่ออก ยังโง่เง่าเข้าไปโจมตีอีก หรือคิดว่าไอ้สิงห์กระจอกนั่นจะสังหาร ผู้บัญชาการธาตุระดับเจ็ดได้ในพริบตางั้นรึ!” เห็นอสูรวิญญาณของฉูเจิงฝานพ่ายก่อน ฉูหยางยิ่งเดือดดาลจนหนวดเครากระดกชัน!

“น้องฉูหยาง อย่าเพิ่งเดือดนัก ประมาทพลังของคู่ต่อสู้ นั่นแหละอันตรายถึงตายที่สุด อีกอย่าง อย่าลืมเถาวัลย์สวรรค์ของมันด้วย” เฒ่าถูหัวเราะหึๆ กล่าว

ถูกผู้อาวุโสเตือนเช่นนี้ ใบหน้าของฉูหยางยิ่งดำคล้ำ! หากไม่ใช่เพราะเฒ่าถูนั่งอยู่ตรงนี้ เขาคงกลั้นไม่อยู่ ใช้พลังจิตเตือนฉูเจิงฝานเจ้าคนโง่นั่นให้ระวังเถาวัลย์สวรรค์ของตนไปแล้ว

ฉูหยางขุ่นเคืองแทบคลั่ง ส่วนฉูเจิงฝานที่แทบถูกแผนภาพดับสูญเพลิงน้ำแข็งทำร้ายจนยับเยินก็หน้าถมึงทึง รีบสั่งเถาวัลย์สวรรค์ของตนให้โจมตีภูตเพลิงน้ำแข็งที่บาดเจ็บอยู่ต่อทันที

“บึ้ม!”

เถาวัลย์สวรรค์แข็งแกร่งไร้สิ่งใดทำลายได้ พุ่งทะลุจากใต้ดินอย่างดุดันรวดเร็ว! เห็นเจ้าคนโง่นั่นยังสั่งเถาวัลย์สวรรค์โจมตีจริงๆ ฉูหยางแทบจะโมโหจนหน้ามืด

ขณะที่ผู้คนยังไม่ทันฟื้นจากความตะลึงของแผนภาพดับสูญเพลิงน้ำแข็ง ภาพหนึ่งที่ทำให้ทุกคนถึงกับอึ้งงันก็ปรากฏขึ้น!

เถาวัลย์สวรรค์โผล่มาทั้งหมดสี่เส้น สี่เส้นพุ่งขึ้นจากใต้ดินแล้วกลับไม่โจมตีภูตเพลิงน้ำแข็ง หากแต่ราวกับงูพิษสี่ตัวที่ว่องไวเฉียบคม พุ่งทะยานขึ้นสู่ฟ้า ก่อนฟาดลงใส่อสูรอัสนีสีม่วงอย่างโหดเหี้ยม!!

“เพียะ! เพียะ! เพียะ! เพียะ!”

เถาวัลย์สวรรค์ทั้งสี่เส้นไม่พลาดแม้แต่เส้นเดียว ฟาดใส่อสูรอัสนีสีม่วงที่กำลังบินอยู่เต็มแรง กระแทกอสูรอัสนีสีม่วงพร้อมฉูเจิงฝานร่วงจากความสูงกว่าสามสิบเมตรลงสู่พื้นดินอย่างจัง จนพื้นแตกเป็นหลุมขนาดมหึมา!

ผลของเกราะวิญญาณระดับหกและเกราะน้ำแข็งบนร่างฉูเจิงฝานยังคงอยู่ เถาวัลย์สวรรค์จึงทำได้เพียงขูดถลอกให้มีรอยเลือดซึมเล็กน้อยเท่านั้น แต่การป้องกันของอสูรอัสนีสีม่วงกลับแค่พอฝืนแตะระดับเจ็ด ในสภาพไร้การระวังยังต้องรับสี่ฟาดติดๆกัน อีกทั้งเถาวัลย์สวรรค์ยังมีตะขอโลหิต สี่ฟาดนี้ตกลงไป ต่อให้อสูรอัสนีสีม่วงลุกขึ้นได้ พลังชีวิตก็อ่อนแอถึงขีดสุดแล้ว!

“เจ้า…เจ้าทำอันใด!!” เห็นอสูรวิญญาณของตนถูกซัดจนอนาถ ฉูเยว่หน้าแดงก่ำทันที คำรามใส่ฉูเจิงฝานด้วยความเดือดดาล!

“เถาวัลย์สวรรค์ของข้าไม่ฟังการควบคุมแล้ว!” ฉูเจิงฝานพยุงตัวลุกขึ้น พลันตระหนักอย่างรุนแรงว่า จิตสำนึกของเถาวัลย์สวรรค์ของตนกำลังปั่นป่วนอย่างยิ่ง! เรื่องประหลาดเกิดขึ้นกลางสนามรบ ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่านี่มันเรื่องอันใดกันแน่ ในฐานะยอดฝีมือหนุ่มระดับแนวหน้าอย่างฉูเจิงฝาน เหตุใดถึงได้ก่อความผิดพลาดร้ายแรงเช่นนี้ได้!

“กวาดล้างสนามรบ!” ฉูมู่สบตากับเย่ชิงจือหนึ่งครา

เห็นได้ชัดว่าทั้งฉูมู่และเย่ชิงจือล้วนชำนาญการยึดจังหวะและช่วงชิงความได้เปรียบ แทบจะในทันทีที่ความผิดปกติเกิดขึ้น คำสั่งต่อเนื่องก็ถูกส่งไปยังอสูรวิญญาณ

เจ้าหญิงหิมะเริ่มร่ายคาถาภูต ค่ายกลกระบี่น้ำแข็งสี่สิบเล่มพุ่งถล่มขึ้นสู่ท้องฟ้า ซัดใส่วิหคปีกเพลิงที่กำลังพันพัวกับอสูรรัตติกาลอาภรณ์ม่วง!

“โซ่วารี!”

โซ่วารีของภูตจันทราวารีพุ่งทะลุผืนดินขึ้นมาอย่างรวดเร็ว โซ่วารีนับไม่ถ้วนราวกับโซ่ตรวนและเชือกมัดมากมาย รัดพันอสูรอัสนีสีม่วงที่ถูกตบกระแทกลงพื้นไว้ในพริบตา! โซ่วารีมีความเหนียวทนสูง ต่อให้เป็นอสูรวิญญาณที่มีกำลังแข็งแกร่งเพียงใด ก็ยากจะดิ้นหลุดจากผลของการพันธนาการนี้ได้ โดยเฉพาะกับอสูรวิญญาณสายพละกำลัง ยิ่งถูกกดข่มอย่างรุนแรง

“อี้!” วิหคปีกเพลิงหวาดกลัวทักษะธาตุน้ำแข็ง เมื่อถูกกระบี่น้ำแข็งสี่สิบเล่มระดมถล่มอย่างโกลาหล มันก็ถูกซัดจากฟ้าร่วงลงสู่พื้นทันที พอดีตกลงข้างอสูรอัสนีสีม่วงที่ถูกเถาวัลย์รากพันธนาการรัดไว้แน่นหนา

เมื่อเห็นวิหคปีกเพลิงตกลงข้างอสูรอัสนีสีม่วง เย่ชิงจือก็ฉุกคิดขึ้นทันทีว่า เปลวไฟของมันจะเผาโซ่วารีของภูตจันทราวารีให้มอดสิ้น

“ธารน้ำแข็ง!”

ทว่าในจังหวะที่เย่ชิงจือกำลังจะให้ภูตเพลิงน้ำแข็งเสริมผลแช่แข็งลงบนเถาวัลย์รากพันธนาการ เจ้าหญิงหิมะของฉูมู่กลับปลดปล่อยธารน้ำแข็งได้อีกครั้งโดยไม่ต้องขยับปากร่ายคาถา หลังจากเพิ่งใช้ค่ายกลกระบี่น้ำแข็งอานุภาพรุนแรงไปหมาดๆ

น้ำแข็งทมิฬแผ่คลุมลงบนโซ่วารีของภูตจันทราวารีอย่างรวดเร็ว ทำให้ความคิดของวิหคปีกเพลิงที่จะจัดการอสูรรัตติกาลอาภรณ์ม่วงต้องดับวูบไปในทันที เย่ชิงจือผู้เย็นชาดุจหิมะเผยรอยยิ้มงามบางเบา เห็นได้ชัดว่าความเข้าขากันของฉูมู่ได้รับคำชื่นชมจากนาง

“จ้านเย่ กำเนิดใหม่!”

สภาพที่จ้านเย่พบเห็นบ่อยที่สุดคือบาดเจ็บทั่วร่าง ครานี้มันพันพัวกับแรดเขาทองคำระดับเจ็ดขั้นสาม ยิ่งไม่มีส่วนใดของเกราะหมึกที่ยังสมบูรณ์อยู่เลย

“โฮก!!”

อัศวินรัตติกาลซึ่งดูราวกับใกล้สิ้นลม พลันคำรามด้วยความเดือดดาล บาดแผลที่เกราะแตกเนื้อปริก็ถูกของเหลวสีดำปกคลุมอย่างรวดเร็ว ภายในช่วงสั้นๆ ที่แรดเขาทองคำกำลังเตรียมทักษะ ร่างที่บอบช้ำสาหัสของจ้านเย่กลับสมานหายอย่างอัศจรรย์!

แสงศักดิ์สิทธิ์ถล่มปฐพี เขาแสงกลายเป็นลำแสงสีทองเจิดจ้า กวาดฟาดผ่านตำแหน่งของจ้านเย่อย่างรุนแรง แล้วระเบิดสนั่นตรงจุดนั้น!!

จ้านเย่เพิ่งกำเนิดใหม่ พลังต่อสู้กลับสู่สภาพสูงสุด ความเร็วเพิ่มพรวดพราด และในจังหวะเร่งนั้นมันกลับพุ่งหลุดออกจากขอบเขตการโจมตีของแสงศักดิ์สิทธิ์ถล่มปฐพีได้อย่างเหนือความคาดหมาย!

กรงเล็บของจ้านเย่ฉีกเกราะหนาของแรดเขาทองคำไม่เข้า นั่นทำให้ฉูเยว่มองข้ามการมีอยู่ของจ้านเย่ไปโดยสิ้นเชิง ทว่าจ้านเย่กลับมีอาวุธสังหารที่เมินการป้องกันได้!

หนามเกราะหมึก!!

จ้านเย่ที่มีความสามารถกำเนิดใหม่ไม่หวาดกลัวการโจมตีของแรดเขาทองคำ ร่างสีหมึกวิ่งต่อเนื่อง ขณะเดียวกันร่างที่ดุจเสือกลับงอตัวหดรัดราวกับแมลง หนามเกราะหมึกบนสันหลังแทงกระแทกเข้าใส่ร่างของแรดเขาทองคำอย่างโหดเหี้ยม!

ความมืดกัดกร่อน! ความมืดกัดกร่อนแห่งธาตุมืดแผ่ลามจากบาดแผลบนตัวแรดเขาทองคำทันที กัดกร่อนร่างของมันเป็นบริเวณกว้างอย่างรวดเร็ว!

“อู้ อู้ อู้~”

การโจมตีของจ้านเย่ไม่อาจทำสิ่งใดแรดเขาทองคำได้ แต่กรงเล็บอันน่าสะพรึงของโมเซี่ยกลับสร้างอันตรายถึงตายแก่แรดเขาทองคำ! ร่างสีเงินวูบไหวผ่านไป ไม่จำเป็นต้องใช้ดาบเพลิงราชัน ภายใต้ผลของอาวุธวิญญาณครอบคลุมทุกสภาวะระดับหก กรงเล็บของโมเซี่ยก็เกือบเทียบชั้นระดับแปดแล้ว เพียงพอจะฉีกกระชากร่างของแรดเขาทองคำที่การป้องกันถูกกัดกร่อนไปแล้ว!

“ฉัวะ!” บาดแผลฉีกปริแตกอาบเลือดที่ชวนให้สะดุ้งตา ถูกกรีดผ่าเปิดออกบนร่างของแรดเขาทองคำ กระทั่งลามไปถึงส่วนที่ยังไม่ถูกความมืดกัดกร่อนกัดเซาะ ในพริบตาเดียว โลหิตแดงฉานก็พุ่งกระเซ็นสาดกระจาย!!!

จบบทที่ อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 140 กวาดล้างสนามรบ ปิดฉากการต่อสู้!

คัดลอกลิงก์แล้ว