เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 126 เจ้าไม่สนใจน้องสาวข้าจริงหรือ?

อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 126 เจ้าไม่สนใจน้องสาวข้าจริงหรือ?

อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 126 เจ้าไม่สนใจน้องสาวข้าจริงหรือ?


อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 126 เจ้าไม่สนใจน้องสาวข้าจริงหรือ?

โกเลมหินหางตะขาบเป็นผู้บัญชาการระดับแปด ระหว่างกระบวนการเติบโตและวิวัฒนาการของมัน ย่อมต้องเคยกลืนกินสมบัติทางจิตญญาณธาตุปฐพีมาบ้างแน่นอน และอสูรวิญญาณประเภทนี้มีโอกาสก่อกำเนิดคริสตัลจิตวิญญาณสูงที่สุด เพราะสมบัติทางจิตญญาณที่กลืนกินเข้าไปเหล่านั้นทำให้แก่นวิญญาณของมันค่อยๆ เกิดความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง!

โกเลมหินหางตะขาบนับว่าเป็นอสูรวิญญาณประเภทภูตธาตุที่ค่อนข้างบริสุทธิ์ คริสตัลจิตวิญญาณที่ควบแน่นออกมาจึงเป็นคริสตลัลจิตวิญญาณระดับแปดที่บริสุทธิ์ที่สุด คริสตัลจิตวิญญาณธาตุหินอันบริสุทธิ์ที่สุด กล่าวได้ว่าเป็นสมบัติทางจิตญญาณสำหรับเสริมพลังที่สมบูรณ์แบบที่สุดในบรรดาอสูรวิญญาณสายหินทั้งหมด!

มูลค่าของคริสตัลจิตวิญญาณระดับเดียวกันมักใช้วิธีนี้ตัดสินความเหนือด้อย ยิ่งคุณสมบัติบริสุทธิ์เท่าใด ยิ่งมีคุณสมบัติมากเท่าใดก็ยิ่งดีเท่านั้น ทว่าโดยทั่วไปอสูรวิญญาณประเภทภูตธาตุมักไม่จงใจเพิ่มคุณสมบัติอื่น เช่น ภูตอุกกาบาตหิน จะใช้เพียงคริสตัลจิตวิญญาณธาตุหินแบบคุณสมบัติเดียวเพื่อเสริมพลังเท่านั้น

ยามนี้เอง มูลค่าของคริสตัลจิตวิญญาณธาตุปฐพีแบบคุณสมบัติเดียวที่บริสุทธิ์จึงถูกสะท้อนออกมาอย่างชัดเจน เห็นได้ชัดว่าคริสตัลจิตวิญญาณธาตุปฐพีของโกเลมหินหางตะขาบบริสุทธิ์อย่างยิ่ง และมูลค่าของผลึกวิญญาณระดับแปดเช่นนี้ย่อมทะลุหลักสิบล้านแน่นอน ราวๆ ระหว่างสิบห้าล้านถึงยี่สิบล้าน!!

เกราะวิญญาณระดับหกของฉูมู่มีมูลค่าเพียงห้าล้านเหรียญทอง อาวุธวิญญาณครอบคลุมทุกสภาวะระดับหกมีมูลค่าสิบล้านเหรียญทอง แล้วคริสตัลจิตวิญญาณที่มีมูลค่าระหว่างสิบห้าล้านถึงยี่สิบล้านหมายความว่าอย่างไร ย่อมเห็นได้ชัดเจนยิ่ง!

“สหายร่วมทาง ข้าบอกแล้วว่าเราคือสหายร่วมทาง เห็นเจ้าแวบแรกข้าก็รู้แล้ว” เย่หวานเซิงยกยิ้มเหมือนสบายๆ ทว่าสายตากลับจดจ่ออย่างยิ่ง มองไปยังอสูรวิญญาณสามตัวข้างกายฉูมู่ที่พร้อมจะเปิดฉากโจมตีได้ทุกเมื่อ!

เพียงเห็นคนผู้นี้โผล่มาตรงหน้า เย่หวานเซิงก็สะท้านใจอยู่ลึกๆ แล้ว สิ่งที่ทำให้เขายังหวาดผวายิ่งกว่าคือ ฉูเฉินผู้นี้กลับจัดท่ารบได้ในเวลาอันสั้นถึงเพียงนี้

เจ้าหญิงหิมะอยู่ด้านหลัง อสูรวิญญาณเผ่าพันธุ์ปีศาจจิ้งจอกตัวน้อยที่สามารถฉีกแนวป้องกันของโกเลมหินหางตะขาบอยู่ด้านหน้า ปีศาจมายาที่มีพลังควบคุมสูงอยู่ตรงกลาง หากเพลิงศึกปะทุ อสูรวิญญาณเผ่าพันธุ์ปีศาจจิ้งจอกย่อมพุ่งออกก่อนเป็นอันดับแรก ราชสีห์เงาสายฟ้าจะหลอมรวมเข้าความมืดใช้ความฝันกดทับจำกัดการเคลื่อนไหว เจ้าหญิงหิมะถอยลื่นออกด้านหลัง แล้วปลดปล่อยทักษะธาตุน้ำแข็ง!

“ปฏิกิริยาเจ้าก็ไวเหมือนกัน” ฉูมู่เพียงยกมุมปากเล็กน้อย สายตากวาดผ่านอสูรวิญญาณสามตัวของเย่หวานเซิง

อสูรวิญญาณธาตุน้ำแข็งที่ไม่ทราบชนิดอยู่ด้านหลัง หางเพลิงระดับแปดที่ครอบครองเพลิงปีศาจจ้องโมเซี่ยไว้แน่นแล้ว พยัคฆ์อสูรสีรุ้งระดับหกพร้อมพุ่งเข้าขย้ำได้ทุกเมื่อ เย่หวานเซิงเองก็จัดวางกระดานรบได้ในเวลาอันสั้นเช่นกัน ถึงขั้นที่ฉูมู่ยังมองออกว่าเจ้าหมอนี่กลืนคาถาไว้ในปากแล้ว พร้อมจะอัญเชิญอสูรวิญญาณหลักที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าออกมาได้ทุกเมื่อ!

“พอเดาได้ นอกจากจิ้งจอกน้อยตัวนี้แล้ว เจ้าย่อมยังมีอสูรวิญญาณหลักตัวอื่นที่ยังไม่อัญเชิญออกมา ที่จริงข้าก็เหมือนกัน นอกจากภูตน้ำแข็งของข้าแล้ว หางเพลิงกับพยัคฆ์อสูรสีรุ้งก็ไม่ใช่อสูรวิญญาณหลักของข้า ส่วนเจ้าก็ยังมีพี่ชายอีกสองคน ข้าก็ยังมีน้องสาวที่อัญเชิญอสูรวิญญาณหลักออกมาเพียงตัวเดียว หากสู้กันจริง โอกาสบาดเจ็บทั้งสองฝ่ายค่อนข้างสูง สู้ทำการค้ากันดีกว่า คริสตัลจิตวิญญาณนี้พวกพี่น้องข้าจะเอาไป ส่วนสระเย็นระดับหกทั้งหมดเป็นของพวกเจ้าสามพี่น้อง” เย่หวานเซิงเอ่ย

ฉูมู่เหลือบมองฉูซิงกับฉูหนิง เห็นว่าทั้งสองก็เตรียมพร้อมรบแล้วเช่นกัน จากนั้นยังตั้งใจเหลือบไปมองเย่ชิงจืออีกครั้ง

เย่ชิงจือยังคงสงบนิ่ง ถึงขั้นให้ความรู้สึกเหมือนยืนดูอยู่เฉยๆ ทว่าฉูมู่มั่นใจว่าเพียงเพลิงศึกปะทุ อสูรวิญญาณของนางย่อมปลดปล่อยทักษะในทันที

“วารีเหมันต์ของสระเย็นระดับหกยังเป็นตัวแปร คริสตัลจิตวิญญาณเป็นของพวกข้า ส่วนวารีเหมันต์ของสระย็นเป็นของพวกเจ้าพี่น้อง” ฉูมู่ส่ายหน้า ชัดเจนว่าไม่ยอมถอย

“ชวนปวดหัวนัก ข้าเห็นน้องสาวข้าค่อนข้างชอบเจ้า เอาอย่างนี้ ข้ายกน้องสาวข้าให้เจ้า คริสตัลจิตวิญญาณเป็นของข้า เป็นอย่างไร?” เย่หวานเซิงยิ้มพลางกล่าว เย่ชิงจือจ้องพี่ชายของนางอย่างดุดัน แม้รู้อยู่แก่ใจว่าเขาไม่มีทางยกนางให้ชายแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักกันไม่นานจริงๆ แต่ก็อดทั้งอับอายทั้งเดือดดาลไม่ได้ที่เจ้าคนผู้นี้ยังกล้าพูดล้อเล่นไร้สาระเช่นนี้

“ไม่สน” ฉูมู่สีหน้าไม่เปลี่ยน ตอบอย่างสุขุมเยือกเย็นยิ่ง

“……” เย่หวานเซิงพูดไม่ออก เดิมทีเขาแค่อยากใช้วิธีนี้หยั่งท่าทีของฉูมู่ ไหนเลยจะคาดว่าชายผู้นี้จะนิ่งได้ถึงเพียงนี้ ถึงกับพูดคำเช่นนั้นต่อหน้าน้องสาวผู้เลอโฉมของตน

มุมปากของเย่ชิงจือกระตุกชัดเจน ชั่วขณะหนึ่งนางแทบอยากอัญเชิญอสูรวิญญาณหลักของตนออกมา ซัดไอ้สารเลวสองคนนี้ให้ปลิวกระเด็นไปเสีย!

ฉูมู่หาใช่ไม่สนใจเย่ชิงจือไม่ ความจริงหลายวันที่ได้อยู่ร่วมกัน ความสุขุมรู้คิด ความสง่างามเรียบเย็นของนาง ล้วนทิ้งความประทับใจอันดีไว้แก่ฉูมู่ โดยเฉพาะเมื่อครู่นางช่วยกู้ชีวิตแรดเขาทองคำของฉูซิง ยิ่งทำให้ความรู้สึกที่ฉูมู่มีต่อนางยกระดับขึ้นอีกชั้น

เพียงแต่ในสายตาฉูมู่ ความเมตตาของเย่ชิงจือน่าจะปรากฏเฉพาะในกรณีที่นางทำได้และเป็นเพียงการยื่นมือช่วยเล็กน้อยเท่านั้น หากเผชิญศัตรูจริงๆ จุดยืนของนางกลับมั่นคงยิ่ง และต่อศัตรูก็ไม่มีทางใจอ่อนมืออ่อน!

“แบ่งตามฝ่าย พวกเจ้าสามพี่น้องครึ่งหนึ่ง พวกเราสองพี่น้องครึ่งหนึ่ง สระนรกเยือกแข็งก็เช่นกัน” เย่หวานเซิงกล่าว

“แบ่งตามจำนวนคน คริสตัลจิตวิญญาณให้ข้าเก็บ สระนรกเยือกแข็งให้พวกเจ้าดูแล” ฉูมู่กล่าวเงื่อนไขของตนอย่างเด็ดขาด

สมบัติทางจิตญญาณมีจำกัด หากไม่แย่งไม่ชิง ย่อมตามหลังผู้อื่น หลักการนี้เขาเข้าใจอย่างลึกซึ้งตั้งแต่บนเกาะอสูรฝันร้าย ดังนั้นย่อมไม่มีทางยอมถอย

“ได้ แบ่งตามจำนวนคน” เย่หวานเซิงตอบอย่างฉับไว

หากแบ่งตามจำนวนคน ย่อมชัดเจนว่าฉูมู่สามพี่น้องได้หกส่วน พวกเขาสองพี่น้องได้สี่ส่วน

การยอมถอยของเย่หวานเซิง ทำให้ฉูซิงกับฉูหนิงโล่งอกทันที เพราะทั้งสองไม่อยากมีเรื่องกับพี่น้องคู่นี้ ยิ่งไปกว่านั้น เย่ชิงจือยังช่วยอสูรวิญญาณของฉูซิงไว้ด้วย

“น้องสาวข้าตั้งครรภ์ นับเป็นสองคน ดังนั้นยังเป็นพวกเจ้าครึ่งหนึ่ง พวกเราครึ่งหนึ่ง” พอบรรยากาศเริ่มผ่อนคลาย เย่หวานเซิงกลับโยนประโยคหนึ่งออกมา ทำเอาทั้งสี่คนตะลึงงัน พากันพูดไม่ออกไปทั้งแถบ

เย่ชิงจือหน้าผากขึ้นเส้นดำแล้ว อกที่มีส่วนโค้งงามสะท้อนขึ้นลงเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าหากไม่ใช่เพราะตอนนี้อยู่ในสภาวะใกล้ปะทะ นางคงสั่งให้จิตวิญญาณพฤกษามรกตลากเย่หวานเซิงลงใต้ดิน แล้วจัดการสั่งสอนอย่างสาสม!

“คริสตัลจิตวิญญาณให้พวกเจ้าดูแล สระนรกเยือกแข็งให้พวกเราดูแล ไปถึงนครนรกเยือกแข็งแล้วค่อยแลกเป็นเหรียญทอง จากนั้นแบ่งตามจำนวนคน” เย่ชิงจือสูดลมหายใจลึกอยู่หลายครั้งกว่าจะกดความอับอายเดือดดาลลงได้ ก่อนกล่าวกับทั้งสองด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ

“……” เย่หวานเซิงรู้ตัวว่าล้อเล่นเกินไป จึงรีบใช้พลังจิตเกลี้ยกล่อมน้องสาวตน

“น้องรัก พี่แค่ล้อเล่น หากแบ่งตามจำนวนคน พวกเราอาจจะขาดไปห้าล้านเหรียญทอง แบบนั้นไม่คุ้มเอาเสียเลย เรื่องฉูเฉินให้ข้าจัดการ เจ้าแค่คุมพี่ชายสองคนของเขาไว้ ของทั้งหมดก็เป็นของพวกเรา” เย่หวานเซิงกล่าว

“ฉูเฉินผู้นี้ฝีมือแข็งมาก” เย่ชิงจือกล่าว

“ข้ารู้แน่นอน จะรับมืออย่างระวัง” เย่หวานเซิงกล่าว

เย่หวานเซิงย่อมรู้ว่าฉูมู่แข็งแกร่งยิ่ง สามารถใช้กำลังเพียงคนเดียวซัดโกเลมหินหางตะขาบระดับแปดให้ล้มลง ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ความกล้าเช่นนั้น การควบคุมทักษะเช่นนั้น ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะทำได้

“ฟังข้าพูดให้จบก่อน ก่อนหน้านี้ข้ากับเขาไปสำรวจ เจอคนของตระกูลหยางแห่งแดนหลัวอวี้สองคน เขาให้ข้ากลับมาก่อน ส่วนเขาล่อสองคนนั้นออกไปเอง” เย่ชิงจือกล่าว

“อืม เขากลับมาได้ในเวลาไม่นานเช่นนี้ แสดงว่ามีประสบการณ์จริง” เย่หวานเซิงกล่าว

“นั่นไม่ใช่ประเด็น”

“แล้วประเด็นคือสิ่งใด?”

“ตระกูลหยางแห่งแดนหลัวอวี้น่าจะมีหกคน สองคนที่ถูกเขาล่อออกไปก่อนหน้านี้ กลับไม่อยู่ร่วมกลุ่ม” เย่ชิงจือกล่าว

“เจ้าหมายความว่า…สองคนนั้นถูกเขาจัดการไปแล้ว?” เย่หวานเซิงเผยสีหน้าตกตะลึงขึ้นมาทันที เขายังจำได้ว่า ตอนนั้นไม่นานหลังเย่ชิงจือกลับมา ฉูมู่ก็กลับมาด้วย ตอนนั้นเขาคิดว่าเมื่อฉูมู่มีราชสีห์เงาสายฟ้าอยู่กับตัว ต่อให้ต้องสลัดศัตรูก็ไม่น่ามีปัญหา ทว่าไม่คาดคิดเลยว่า คนของตระกูลหยางสองคนนั้นกลับถูกเขาจัดการไปแล้ว ไม่น่าแปลกใจที่ตระกูลหยางแห่งแดนหลัวอวี้จะเหลืออยู่เพียงสี่คนเมื่อครู่นี้!

“อีกอย่าง ท่านยลืมไปแล้วหรือ ตอนที่เขาพูดถึงอสูรวิญญาณสามตัวที่ตนอัญเชิญได้ สีหน้าของพี่ชายสองคนของเขามันแปลกมาก ตอนนั้นข้ารู้สึกได้ว่าเขากับพี่ชายสองคนใช้พลังจิตคุยกัน น่าจะจงใจปิดบังบางอย่าง ตามที่ข้าเห็น เขาไม่ได้บาดเจ็บทางจิตวิญญาณ บางที…อัญเชิญอสูรวิญญาณสามตัวอาจไม่ใช่ขีดจำกัดการอัญเชิญที่แท้จริงของเขา…” เย่ชิงจือกล่าวต่อ

“ความหมายของเจ้าคือ…หมอนั่นเป็น ราชันจิตวิญญาณอสูร?” เย่หวานเซิงยิ่งตกใจจนใจสั่น

เย่หวานเซิงกับน้องสาวท่องเที่ยวไปทั่วสารทิศ พบยอดฝีมือมากมายนับไม่ถ้วน ในหมู่คนรุ่นเยาว์แทบไม่มีผู้ใดเป็นคู่ต่อสู้ของพวกเขา เดิมคิดว่ามาถึงแดนใต้ห่างไกลเช่นนี้คงไม่มีอันใดให้สะดุด ต่อให้กวาดล้างก็จบสิ้น ทว่าไม่คาดคิดว่าแค่รวมกลุ่มกันตามมีตามเกิด กลับเจอยอดฝีมือที่ซ่อนลึกถึงเพียงนี้ แถมอายุที่เห็นยังไม่ถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำ!

“ก็มีความเป็นไปได้…” เย่ชิงจือตอบ

“อาฮะ ในเมื่อน้องสาวข้าพูดถึงเพียงนี้แล้ว ก็แบ่งตามนี้เถอะ ข้าเองก็ไม่ใช่คนสามัญหยาบช้าอันใด เหตุผลหลักคือข้ารู้สึกว่าเจ้าเป็นสหายที่คบได้ ในเมื่อเป็นสหาย ก็ไม่จำเป็นต้องมานั่งจุกจิกกันนัก คริสตัลจิตวิญญาณให้เจ้าเก็บไว้ สระนรกเยือกแข็งให้น้องสาวข้าเก็บไว้ ส่วนของในแหวนมิติของสี่คนนั้น กลับเข้าเมืองแล้วค่อยๆ แบ่งกันทีหลัง”

ท่าทีของเย่หวานเซิงเปลี่ยนเร็วมาก หากฉูมู่เป็นราชันจิตวิญญาณอสูรจริง เย่หวานเซิงก็เลือกตัดใจไม่สู้ในทันที

ฉูมู่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเย่หวานเซิงกับน้องสาวเพิ่งใช้พลังจิตสื่อสารกัน ส่วนคำพูดที่แสนใจกว้างของเย่หวานเซิงนั้น ไม่น่าเชื่อถือยิ่งกว่าคำพูดของแร็กคูนเฒ่าหลี่เสียอีก อย่างน้อยสิ่งที่แร็กคูนเฒ่าหลี่พูดยังมีส่วนที่เป็นความจริงอยู่บ้าง

เย่หวานเซิงหัวเราะฮ่าๆ ไม่ได้ปะทะกับฉูมู่อีก พาอสูรวิญญาณทั้งสามของตนถอยออกไป

เมื่อเย่หวานเซิงยอมถอย ฉูมู่ก็ย่อมไม่จำเป็นต้องบีบคั้น เขายังมองออกด้วยว่าพี่น้องคู่นี้แข็งแกร่งยิ่ง หากสู้กันจริงๆ จะชนะพวกเขาได้ก็ต้องปลุกสภาพครึ่งอสูรขึ้นมา ซึ่งจะซ้ำเติมบาดแผลทางวิญญาณของตนหนักเกินไป ไม่คุ้มค่าเลย

“อู้ อู้~”

โมเซี่ยกระโดดไปสองสามก้าว ส่ายหางแล้วคาบคริสตัลจิตวิญญาณระดับแปดขึ้นมา จากนั้นก็กระโดดกลับขึ้นไปบนไหล่ฉูมู่อย่างน่ารัก มันงัดแหวนมิติของฉูมู่แล้วนำของล้ำค่านี้เก็บเข้าไปในมิติจิตวิญญาณ

“ไปเถอะ ไปดูสระน้ำเย็นระดับหก” ฉูมู่เหลือบมองเย่หวานเซิงแล้วเอ่ย ราวกับว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

“อืม บางทีอาจเต็มทั้งสระก็ได้” เย่หวานเซิงพยักหน้า สีหน้านิ่งสงบไม่ต่างกัน

ฉูมู่ขี่ราชสีห์เงาสายฟ้านำหน้า เย่หวานเซิงเดินเคียงข้าง พอขึ้นไปถึงที่สูง เย่หวานเซิงนึกบางสิ่งขึ้นได้ จึงเอ่ยถามว่า “ข้าขอถามเจ้าเรื่องจริงจังสักสองสามข้อ เจ้าไม่ตอบก็ได้”

“อืม ว่ามา” ฉูมู่พยักหน้า

“เจ้าคิดจะสู้จริงๆ หรือไม่?”

“ไม่คิด”

“ชื่อจริงของเจ้า ฉูเฉิน?”

“ไม่ใช่”

“เจ้ารู้ตั้งแต่แรกหรือว่า มูลค่าวารีเหมันต์ของสระนรกเยือกแข็งต่ำกว่าคริสตัลจิตวิญญาณนี้?”

“อืม…น่าจะราวๆ สิบล้านเหรียญทอง” เรื่องนี้ก่อนหน้านี้โมเซี่ยก็ยืนยันคร่าวๆ แล้ว

“……”

“เจ้ามิได้สนใจน้องสาวข้าจริงๆ?”

“สนใจ” ฉูมู่หันกลับไปมองหญิงงามผู้ขี่อสูรรัตติกาลอาภรณ์ม่วง แล้วตอบเรียบๆ

“……” เย่หวานเซิงพูดไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกว่าหมอนี่ดูเย็นชา หล่อเหลา ทว่าแท้จริงเจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าใคร ที่น่าชังที่สุดคือหมอนี่นิ่งได้ยิ่งกว่าใครทั้งสิ้น

จบบทที่ อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 126 เจ้าไม่สนใจน้องสาวข้าจริงหรือ?

คัดลอกลิงก์แล้ว