- หน้าแรก
- อสูรวิญญาณสะท้านภพ
- อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 66 หัวเราะไม่ออก ร้องไห้ไม่ออก
อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 66 หัวเราะไม่ออก ร้องไห้ไม่ออก
อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 66 หัวเราะไม่ออก ร้องไห้ไม่ออก
อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 66 หัวเราะไม่ออก ร้องไห้ไม่ออก
เมื่ออสูรฝันร้ายที่เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันปรากฏขึ้น อสูรฝันร้ายสีขาวในร่างของฉูมู่ก็พลันกระสับกระส่าย!! ดวงตาของฉูมู่ค่อยๆ แปรจากสีดำเป็นสีขาว ภายในรูม่านตาปรากฏเงาเพลิงวิญญาณสีซีดขาวสองกองอันน่าตกตะลึง ชั่วขณะนั้นทั้งร่างของเขาดูชั่วร้ายยิ่งนัก!! องค์ชายฝันร้ายหลัว หยางลั่วเซิน ชะงักงัน สายตาจ้องฉูมู่ด้วยความหวาดผวา ทันใดนั้น หยางลั่วเซินเหมือนตระหนักบางสิ่งขึ้นมาอย่างฉับพลัน!!
“กลับมา!”
เวลานี้หยางลั่วเซินเผยความตื่นตระหนกอยู่หลายส่วน เขาท่องคาถา ท่ามกลางสายตาสงสัยของผู้คนทั้งมวล ฝืนเรียกอสูรฝันร้ายสีฟ้าที่กำลังครองความได้เปรียบกลับเข้าสู่มิติจิตวิญญาณเสียอย่างนั้น!
“พี่ใหญ่ ท่านเป็นกระไรไป เหตุใดจู่ๆ ถึงเก็บอสูรฝันร้ายสีฟ้ากลับ ไม่เผามันให้ตายไปเลยเล่า? พี่ใหญ่…พี่ใหญ่ รีบโจมตีสิ…” หยางลั่วปินตะโกนอย่างไม่เข้าใจจากด้านล่าง
สีหน้าขององค์ชายฝันร้ายหลัว หยางลั่วเซินเปลี่ยนไปเล็กน้อย ได้ยินเจ้าคนโง่หยางลั่วปินพร่ำเพ้ออยู่ข้างหูไม่หยุด ก็กล่าวด้วยโทสะปนรำคาญว่า “หุบปาก! อยากให้อสูรฝันร้ายสีฟ้าของข้ากลายเป็นอาหารหรือ!”
เมื่อกลิ่นอายของอสูรฝันร้ายสีฟ้าค่อยๆ เลือนหาย เพลิงวิญญาณสีขาวบนร่างฉูมู่ก็พลอยจางลงตามไปด้วย รูม่านตาที่เคยเหมือนคบเพลิงสีขาวกลับคืนสู่สีดำลึกล้ำดังเดิม!
ฉูมู่กวาดตามองหยางลั่วปินที่หวาดผวาถึงที่สุดแวบหนึ่ง แล้วหัวเราะเย็น สายตาจึงกลับไปตกบนองค์ชายฝันร้ายหลัว หยางลั่วเซิน ก่อนเอ่ยว่า
“ปฏิกิริยาไวใช้ได้”
องค์ชายฝันร้ายหลัวในเวลานี้ไม่เหลือความสุขุมดังเดิม เขามองเพลิงวิญญาณในร่างฉูมู่ที่หดกลับเข้าไปจนเหลือเพียงเสี้ยวสุดท้าย อยู่นานจึงเอ่ยปากว่า
“เดิมทีข้านึกว่าคำกล่าวเรื่องอสูรฝันร้ายขาวกลืนวิญญาณเป็นเพียงการพูดเกินจริง ไม่คิดว่าในร่างเจ้าจะมีของน่ากลัวเช่นนั้นอยู่จริง!”
ที่นี่คือหลัวอวี้ ยังห่างจากนครฝันร้ายอยู่บ้าง ข่าวคราวการต่อสู้ระหว่างฉูมู่กับเทียนจี๋ย่อมไม่อาจส่งมาถึงอย่างละเอียดนัก อย่างน้อยเรื่องที่ว่าราชาเกาะคุกโลหิตมีอสูรวิญญาณที่แข็งแกร่งเพียงใด ผู้คนส่วนใหญ่ก็ยังรู้ไม่ลึกนัก
ส่วนเรื่องอสูรฝันร้ายสีขาว แทบไม่มีผู้ใดได้รับข่าว มีเพียงองค์ชายฝันร้ายหลัวซึ่งเป็นสมาชิกวังฝันร้ายเช่นกัน ที่ก่อนจะมาหาฉูมู่ประลอง ได้รู้ข้อมูลเหล่านี้มาบ้างไม่มากก็น้อย โชคดีที่องค์ชายฝันร้ายหลัวพอรู้เรื่อง ไม่เช่นนั้นเมื่อครู่ อสูรฝันร้ายสีฟ้าของตนมีโอกาสสูงยิ่งที่จะกลายเป็นอาหารของอสูรฝันร้ายสีขาว…
“ถึงเจ้าจะมีอสูรฝันร้ายสีขาว แต่ตอนนี้สุดท้ายก็ยังอัญเชิญมันไม่ได้ อีกทั้งอสูรฝันร้ายสีขาวตัวนั้นก็เป็นตัวประหลาดโดยแท้ เจ้าเลี้ยงของอันตรายเช่นนี้ เท่ากับเล่นกับไฟ…” องค์ชายฝันร้ายหลัว หยางลั่วเซินกล่าว
ฉูมู่ไม่ใส่ใจ ช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว บัดนี้เขาเป็นผู้บัญชาการจิตวิญญาณอสูรขั้นเจ็ด ขอเพียงบรรลุถึงขอบเขตราชันจิตวิญญาณอสูรและอัญเชิญอสูรฝันร้ายสีขาวออกมาได้ พลังต่อสู้ย่อมก้าวกระโดดอย่างมหาศาลอีกครั้ง!
หยางลั่วเซินสูดลมหายใจลึกหนึ่งครา ตระหนักว่าชายตรงหน้าผู้นี้จะเป็นราชาเกาะคุกโลหิตได้ ย่อมไม่ใช่อาศัยโชคช่วย เขาจึงไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย รีบท่องคาถาก่อน เพื่ออัญเชิญอสูรวิญญาณคู่สัญญาตัวที่สามของตน
วงเวทสีทองค่อยๆ ฉายขึ้นใต้เท้าหยางลั่วเซิน และก่อรูปเป็นโทเท็มแสงทองอันตระการตาตรงหน้าเขา!!
“โฮก! โฮก!”
เสียงคำรามเดือดดาลพลันระเบิดออก สะเทือนจนลานประลองทั้งผืนสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด!! แสงสีทองยังคงกระจายออกทุกทิศ เจิดจ้า งดงามถึงขีดสุด ถึงกับกลบแสงอาทิตย์และเปลวเพลิงอันร้อนแรง!
“โฮก! โฮก!” เสียงคำรามดังขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางประกายแสงสีทอง มองเห็นสิ่งมีชีวิตสีทองอร่ามคล้ายราชสีห์ยืนผงาดอย่างหยิ่งผยอง ครั้นเสียงคำรามแผ่กระจาย พลังอสูรป่าก็ระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่ง!!!!
ขนที่ชูฟูราวกับดาบยาวสีทองมีเงี่ยงกลับ แผงคอหนาทึบดุดันสะบัดพลิ้วอย่างป่าเถื่อน ลำตัวตั้งตรงสูงสง่าเต็มไปด้วยความอหังการ แขนขาแข็งแรงแน่นหนาให้ความรู้สึกเหมือนพร้อมระเบิดพลังได้ทุกเมื่อ และหางยาวที่ส่องประกายแสงสีทองเจิดจ้า!
[ราชสีห์แสง: อสูรวิญญาณประเภทสัตว์ปีศาจ สายสัตว์อสูร เผ่าพันธุ์ราชสีห์ เผ่าย่อยราชสีห์แสง สายพันธุ์ผู้บัญชาการชั้นสูง]
กลิ่นอายป่าเถื่อน ร่างกายทรงอำนาจ เพียงแค่มองรูปลักษณ์ก็ทำให้ผู้คนรู้สึกถึงแรงกดดันอันยากจะเอาชนะได้!! อสูรวิญญาณชั้นสูงสายพันธุ์ผู้บัญชาการปรากฏขึ้นอีกครั้ง และยิ่งไปกว่านั้นยังบรรลุถึงระดับอันน่าหวาดหวั่น ระดับหกขั้นสี่ ความแข็งแกร่งของอสูรวิญญาณขององค์ชายฝันร้ายหลัวแห่งหลัวอวี้ สั่นสะเทือนทั้งสนามอีกครา!
คำว่า โอหังอวดดี กับ ป่าเถื่อนโหดเหี้ยม ถูกถ่ายทอดออกมาบนร่างราชสีห์แสงสายพันธุ์ผู้บัญชาการชั้นสูงได้อย่างเต็มเปี่ยม หลังอสูรวิญญาณตัวนี้ปรากฏ องค์ชายฝันร้ายหลัวหยางลั่วเซินก็ยิ่งดูมั่นใจขึ้นหลายส่วน เห็นได้ชัดว่าราชสีห์แสงระดับหกขั้นสี่นี้คืออสูรวิญญาณสายรบหลักที่แท้จริงของเจ้าหมอนี่!
ทว่าเมื่อเห็นราชสีห์แสงปรากฏ ฉูมู่กลับขมวดคิ้ว
ราชสีห์แสงเป็นอสูรวิญญาณสายสัตว์อสูรที่บริสุทธิ์ยิ่ง ทว่ากลับพ่วงคุณสมบัติแสงมาด้วย! ราชสีห์เงาสายฟ้าของฉูมู่ตอนนี้บรรลุถึงระดับหกขั้นหนึ่งแล้ว เพียงพอจะยืนหยัดลำพังได้ แต่คุณสมบัติมืดที่ถูกเสริมพลังกลับถูกราชสีห์แสงข่มพอดี!
ทักษะสัตว์ปีศาจของราชสีห์เงาสายฟ้าอาศัยคุณสมบัติมืดในการแสดงผล เน้นจำกัดคู่ต่อสู้เป็นหลัก หากทักษะจำกัดถูกกดทับ ราชสีห์เงาสายฟ้าก็จะเหลือเพียงความเร็ว แต่มีแค่ความเร็วไร้พลังโจมตี ย่อมไม่มีทางเอาชนะราชสีห์แสงได้เลย! เมื่อเผชิญหน้าราชสีห์แสง ราชสีห์เงาสายฟ้าแทบยากจะสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจน!
“อย่างไร ไม่มีอสูรวิญญาณที่เหมาะแล้วหรือ?” องค์ชายฝันร้ายหลัวยกมุมปากขึ้น แต่ก็ยังไม่รีบร้อนจะลงมือกับฉูมู่
“ฉูมู่ยังมีราชสีห์เงาสายฟ้าระดับห้าขั้นเก้าอยู่ แต่ราชสีห์เงาสายฟ้าถูกราชสีห์แสงข่มพอดี…”
ไม่นาน ฉูซิงและคนอื่นๆ ก็ฉุกคิดได้ว่าเหตุใดฉูมู่ถึงขมวดคิ้ว…
“ฉูมู่สูญเสียมิติจิตวิญญาณหนึ่งส่วน แถมยังถูกทำลายมิติจิตวิญญาณไปสองส่วน ตอนนี้ดูเหมือนจะมีอสูรวิญญาณแค่ห้าตัว นอกจากจิ้งจอกหกหางตัวประหลาดที่ยังไม่ออกสนาม ก็เหลือเพียงราชสีห์เงาสายฟ้า กับอัศวินรัตติกาลระดับห้าตัวนั้นแล้วกระมัง…ดูท่าฉูมู่คงต้องให้จิ้งจอกหกหางที่ซ่อนพลังไว้ลงสนามก่อนแล้ว” ฉูซิงกล่าว
“แต่จิ้งจอกหกหางจะไปสู้ราชสีห์แสงระดับหกขั้นสี่ได้อย่างไร อีกอย่างแค่ดูแวบเดียวก็รู้ว่าราชสีห์แสงตัวนี้ผ่านการเสริมพลังด้วยคริสตัลจิตวิญญาณและสมบัติทางจิตญญาณราคาแพงมาแล้ว อาจมีความสามารถน่ากลัวบางอย่างก็เป็นได้” ฉูอิงกล่าว
ขณะลูกหลานตระกูลฉูกำลังกังวลแทนฉูมู่ ฉูมู่ที่ยืนอยู่บนสนามรบกลับเริ่มท่องคาถาขึ้นอย่างช้าๆ…
“ยังจะอัญเชิญราชสีห์เงาสายฟ้าอยู่อีกหรือ…” ฉูอิงเห็นฉูมู่ปลดปล่อยวงเวทสีดำออกมาในทันที…
ทว่าเมื่อฉูมู่เห็นอสูรวิญญาณที่ค่อยๆปรากฏจากวงเวทสีดำนั้น เสียงของฉูอิงกลับเบาลงเรื่อยๆ ก่อนจะเผยสีหน้าตกตะลึง!!
ผู้คนไม่น้อยเคยได้ยินว่าฉูมู่มีราชสีห์เงาสายฟ้าระดับห้าขั้นเก้า ดังนั้นเมื่อฉูมู่ท่องคาถาอัญเชิญอสูรวิญญาณ ทุกคนจึงคิดว่าเขาน่าจะเรียกราชสีห์เงาสายฟ้าตัวนั้นออกมา ต่อให้ไม่ใช่คู่มือของราชสีห์แสง อย่างน้อยก็ยังพอถ่วงเวลาราชสีห์แสงได้บ้าง
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนคาดไม่ถึงก็คือ อสูรวิญญาณที่ฉูมู่อัญเชิญครั้งนี้ ไม่ใช่ราชสีห์เงาสายฟ้าเลย!
กลับเป็นอัศวินรัตติกาลที่ลำตัวยาวยังไม่ถึงสองเมตร ทั้งร่างถูกหุ้มด้วยเกราะสีหมึก!!
อัศวินรัตติกาลระดับห้าขั้นหนึ่ง!!
เดิมทีคิดกันว่า อสูรวิญญาณคู่สัญญาตัวที่สามของราชาเกาะคุกโลหิตจะทำให้ผู้คนทั้งสนามตกตะลึง ทว่าฉูมู่กลับอัญเชิญอัศวินรัตติกาลระดับห้าขั้นหนึ่งออกมาแทน ลำดับเผ่าพันธุ์ของอัศวินรัตติกาลต่ำกว่าราชสีห์แสงอยู่หนึ่งชั้น ทว่าการบ่มเพาะกลับห่างกันถึงหนึ่งระดับสามขั้น จะต้านการโจมตีเพียงครั้งเดียวของราชสีห์แสงได้หรือไม่ ยังเป็นคำถามด้วยซ้ำ!!
“นี่…นี่…ฉูมู่เรียกอสูรวิญญาณออกมาหรือ? เหตุใดถึงเรียกอัศวินรัตติกาลระดับห้าขั้นหนึ่งออกมาได้…” ฉูซิงตะลึงงัน มองไปยังอัศวินรัตติกาลที่ฉูมู่ฝึกซ้อมบ่อยที่สุด ชั่วขณะหนึ่งกลับไม่รู้จะประเมินอย่างไรดี
“อัศวินรัตติกาลตัวนี้สภาพการเติบโตธรรมดามาก ไม่เหมือนอสูรวิญญาณพรสวรรค์วิปริต แล้วยังห่างจากราชสีห์แสงหนึ่งระดับสามขั้นอีก ยังต้องสู้ให้เจ็บตัวด้วยหรือ…”
จ้านเย่ระดับห้าขั้นหนึ่งปรากฏขึ้นกลางศึกดวลระดับยอดเช่นนี้ พลันทำให้ทั้งฉากดูประหลาด หรือจะว่าให้น่าขันก็ไม่ผิด! ผู้คนที่นี่ล้วนอยากเห็นการต่อสู้สุดสะเทือนขวัญของยอดฝีมือรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุด ทว่าการอัญเชิญครั้งนี้ของฉูมู่กลับทำให้บรรยากาศทั้งสนามรบหม่นลงในทันที
ใครๆก็มองออกว่า การอัญเชิญครั้งนี้ของฉูมู่มีโอกาสสูงที่จะเป็นการรักษาราชสีห์เงาสายฟ้าไว้ ใช้อสูรวิญญาณสักตัวมารองรับสถานการณ์แบบส่งๆเสียมากกว่า กระทั่งคำว่า รองรับ ก็ยังฟังดูฝืนอยู่บ้าง เพราะอัศวินรัตติกาลที่สภาพไม่ค่อยดีนักตัวนั้น จะรับการโจมตีของราชสีห์แสงได้หรือไม่ยังเป็นปัญหา!
ในเวลานี้ หยางลั่วปินที่อัดอั้นมานานในที่สุดก็เผยรอยยิ้ม ในสายตาเขา ฉูมู่แทบไม่มีอสูรวิญญาณให้เรียกออกมาแล้ว เช่นนั้นฉูมู่ย่อมพ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย! ทว่า สิ่งที่ทำให้หยางลั่วปินรู้สึกแปลกอยู่บ้างคือ เขากลับรู้สึกว่าอัศวินรัตติกาลร่างกายธรรมดาตัวนี้ชวนคุ้นตาอย่างประหลาด…
“ลั่วปิน อัศวินรัตติกาลตัวนี้เหตุใดรู้สึกเหมือนเคยเห็นที่ใดมาก่อน?” หยางหม่านเทียนใช้พลังจิตรวมเป็นเสียง ส่งไปถามหยางลั่วปิน
“อืม ข้าก็รู้สึกเช่นนั้น…” หยางลั่วปินพยักหน้า สายตาจับจ้องอัศวินรัตติกาลที่ราวกับสวมเกราะอสูรสีหมึก…
ทันใดนั้น หยางลั่วปินก็รู้สึกถึงสายตาที่อัศวินรัตติกาลมองมา แววตาเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกคุ้นเคย…คุ้นเคยอย่างยิ่ง!!
“นี่…อัศวินรัตติกาลตัวนี้…อัศวินรัตติกาลตัวนี้หรือว่าจะเป็น…” หยางลั่วปินถึงกับอึ้ง แม้รูปลักษณ์จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก แต่เขายังแยกออกได้ นี่คืออัศวินรัตติกาลสายสัตว์อสูรที่มีตำหนิ ตัวที่เขาทิ้งไปเมื่อกว่าหนึ่งปีก่อน!!
“ฮ่าๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ” จู่ๆหยางลั่วปินก็หัวเราะลั่น หัวเราะอย่างกะทันหันเสียจนสะดุดหู
“ฉูมู่ เจ้านี่ทำให้ข้าขำจนตาย! อัศวินรัตติกาลของเจ้า ขยะที่ข้าโยนทิ้งไปเมื่อกว่าหนึ่งปีก่อน ไม่คิดว่าเจ้าจะเก็บกลับมาทำเป็นสมบัติ แล้วยังเรียกมันออกมาในเวลานี้อีก! เจ้ายังจะเป็นอันใดได้บ้าง ราชาเกาะคุกโลหิต องค์ชายฝันร้ายแห่งวังฝันร้าย เลือกอัศวินรัตติกาลตัวนี้เป็นอสูรวิญญาณ ไม่มีผู้ใดโง่เขลาไปกว่าเจ้าแล้ว!”
คว้าโอกาสไว้ได้ หยางลั่วปินก็ใช้พลังจิตรวมเป็นเสียง เริ่มเยาะเย้ยฉูมู่อย่างเต็มที่ คำพูดของเขาทำให้ผู้คนรอบข้างตกตะลึงอีกระลอก ไม่คิดว่าอัศวินรัตติกาลระดับห้าขั้นหนึ่งของฉูมู่จะเป็นอสูรวิญญาณที่ถูกทิ้งมาก่อน…
อสูรวิญญาณที่ถูกทิ้ง ส่วนใหญ่ล้วนเป็นอสูรวิญญาณที่ถูกคัดออก มูลค่าต่ำยิ่ง ตอนจับกุมอสูรวิญญาณ สิ่งที่ซวยที่สุดย่อมไม่พ้นการจับได้อสูรวิญญาณที่ถูกทิ้งเพราะพรสวรรค์การเติบโตในขั้นสูงเสียเปรียบอย่างชัดเจน!