- หน้าแรก
- อสูรวิญญาณสะท้านภพ
- อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 23 วันนี้ไม่เหมือนวันวาน ฉูมู่ผู้แข็งกร้าว
อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 23 วันนี้ไม่เหมือนวันวาน ฉูมู่ผู้แข็งกร้าว
อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 23 วันนี้ไม่เหมือนวันวาน ฉูมู่ผู้แข็งกร้าว
อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 23 วันนี้ไม่เหมือนวันวาน ฉูมู่ผู้แข็งกร้าว
“ฉูมู่เป็นตัวอันใดกัน? หรือจะเป็นเศษสวะของตระกูลฉูอีกคน?” หยางเจี๋ยมองฉูมู่ด้วยดวงตาเล็กสีดำคู่นั้นที่วาบประกายอำมหิต หลี่หนานอยู่ในตระกูลหยางมานาน ย่อมรู้เรื่องของฉูมู่แห่งตระกูลฉู จึงรีบอธิบายว่า “ท่านหยางเจี๋ย ฉูมู่เป็นหลานชายคนโตของบุตรชายคนที่สี่ของผู้นำตระกูลหยาง เมื่อสี่ปีก่อนก็ควรตายไปแล้ว…”
หยางเจี๋ยถูกส่งไปอยู่ข้างนอกเพราะสันดานเลวทราม หลายปีแล้วที่มิได้กลับมาที่นี่ จึงไม่รู้เรื่องของฉูมู่
“เด็กคนนี้เก่งนักหรือ?” สายตาหยางเจี๋ยพลันไปตกที่ราชสีห์เงาสายฟ้าข้างกายฉูมู่ หยางเจี๋ยก็เป็นคนรู้ของ ย่อมมองออกถึงพลังของราชสีห์เงาสายฟ้าตัวนี้!
“เรื่องนี้…ได้ยินว่าเขาสูญเสียมิติจิตวิญญาณไปหนึ่งส่วน หากไม่ใช่เพื่อทำร้ายฉูเทียนเฉิง พวกเราก็…ไม่คิดจะลงมือกับเขา ไม่คาดว่าเด็กคนนี้กลับไม่ตาย” หลี่หนานรีบกล่าว
“เสียมิติจิตวิญญาณไปหนึ่งส่วน? เช่นนั้นก็เป็นเศษสวะตัวหนึ่งน่ะสิ” หยางเจี๋ยยิ้มขึ้นทันที
ฉูมู่ขี่ราชสีห์เงาสายฟ้าปรากฏตัว ทำให้หยางเจี๋ยคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นผู้บัญชาการจิตวิญญาณอสูรที่รับมือยาก ใครจะคิดว่าเด็กคนนี้กลับสูญเสียมิติจิตวิญญาณไปหนึ่งส่วน เช่นนั้นยิ่งจัดการง่ายขึ้นไปอีก หลี่หนานพยักหน้าเห็นด้วยทันควัน ทว่าเมื่อเห็นราชสีห์เงาสายฟ้าข้างกายฉูมู่ที่แข็งกร้าวเกินต้าน สีหน้ากลับประหลาดอยู่หลายส่วน หากผู้ฝึกสอนอสูรวิญญาณที่มีอสูรรัตติกาลธาตุคู่สายพันธุ์ผู้บัญชาการยังเป็นเศษสวะ เช่นนั้นผู้บัญชาการจิตวิญญาณอสูรอย่างเขาที่อสูรวิญญาณที่แข็งแกร่งที่สุดเป็นเพียงสายพันธุ์ผู้บัญชาการชั้นกลางธรรมดา จะนับเป็นอันใด…
ได้ยินบทสนทนาของทั้งสอง ฉูมู่กวาดตามองพวกมันอย่างเย็นชา “พี่สาม ข้าจัดการพวกมันก่อน แล้วค่อยคุยกับท่านให้ละเอียด” ฉูมู่เอ่ย ดวงตาที่ชื้นอยู่เล็กน้อยนั้น ในชั่วพริบตาที่เขาหันกายกลับ พลันแปรเป็นแสงเย็นน่าหวาดผวาดุจอสูรร้าย!!
กลิ่นอายที่ผ่านการชำระด้วยโลหิตตลอดสามปี ราวกับพายุอำมหิตกวาดซัดออกไป ทำให้หยางเจี๋ยซึ่งเป็นผู้บัญชาการจิตวิญญาณอสูรขั้นหกยังอดสะท้านมิได้! หยางเจี๋ยในหลัวอวี้เป็นคนชื่อเสียฉาวโฉ่ เรื่องฆ่าคนทำเป็นประจำ จึงสามารถตัดสินได้จากแววตาและแรงกดดันว่าอีกฝ่ายเป็นคนใจเหี้ยมเพียงใด
หยางเจี๋ยเคยพบมือสังหารที่สังหารคนทั้งตระกูลในเขตหลัวอวี้ ความรู้สึกที่มือสังหารผู้นั้นมอบให้คือหนาวสะท้านถึงกระดูก ทว่าไม่รู้เพราะเหตุใด เมื่อสายตาของชายหนุ่มคนนี้รวมตัวแน่วแน่ กลับปล่อยไอสังหารคมกริบยิ่งกว่ามือสังหารผู้นั้นเสียอีก!
“เจ้ามั่นใจหรือว่าเขาเป็นเศษสวะที่เสียมิติจิตวิญญาณไปหนึ่งส่วน?” หยางเจี๋ยถามเสียงเบามาก
“ไม่ผิดแน่ หากเขาเป็นบุตรของฉูเทียนเฉิงจริง” หลี่หนานกล่าว
หยางเจี๋ยยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ประสบการณ์หลายปีบอกเขาว่าชายหนุ่มผู้นี้ไม่ง่ายอย่างที่หลี่หนานพูด ดังนั้นจึงไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย รีบเรียกอสูรโลหิตระดับห้ขั้นหกของตนกลับมาอยู่ข้างกาย พร้อมกันนั้นยังอัญเชิญแมงป่องมรณะระดับห้าขั้นห้าออกมาอีกตัว
เห็นหยางเจี๋ยเรียกออกมาอย่างตามใจ และยิ่งเป็นอสูรวิญญาณสายพันธุ์ผู้บัญชาการชั้นกลางระดับห้าขั้นห้าด้วยแล้ว สีหน้าฉูหนิงก็เปลี่ยนไป ฉูหนิงเคยได้ยินชื่อหยางเจี๋ยจอมวายร้ายผู้นี้ รู้ว่าอีกฝ่ายยังมีอสูรวิญญาณสายพันธุ์ผู้บัญชาการที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าระดับหกอยู่ด้วย เพียงสองตัวที่หยางเจี๋ยเรียกออกมาตอนนี้ก็รับมือยากยิ่งแล้ว ยังไม่ต้องพูดถึงตัวระดับหกนั้นจะปรากฏ
“หยางเจี๋ยแข็งแกร่งมาก เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา รีบขึ้นราชสีห์เงาสายฟ้าแล้วหนีไป!” ฉูหนิงรีบกล่าวกับฉูมู่
ฉูหนิงเชื่อแล้วว่านี่คือฉูมู่ น้องสี่ของตน แม้ในใจมีถ้อยคำมากมายเพียงใดจะเอ่ย แต่ยามนี้หาใช่เวลาไม่ ฉูหนิงเชื่อมั่นว่าฉูมู่ต้องผ่านความยากลำบากมานับไม่ถ้วน บัดนี้ในที่สุดก็กลับมาได้ ต่อให้ตนเองจะเกิดเรื่องอันใดขึ้นก็ไม่เป็นไร แต่ฉูมู่ที่รอดตายกลับมาได้แล้ว จะต้องห้ามเกิดความผิดพลาดอีกเด็ดขาด!
“พี่สาม วางใจเถิด ข้ามิใช่เด็กน้อยขี้ขลาดคนนั้นที่เอาแต่ต้องให้ท่านออกหน้าแทนอยู่เสมออีกแล้ว!” ฉูมู่ยกมุมปากขึ้น เขากัดฟันมีชีวิตรอดมาได้ ก็เพื่อชั่วขณะนี้!
“แต่…เจ้า…สูญเสียมิติจิตวิญญาณไปหนึ่งส่วน…” ฉูหนิงกำลังจะห้ามฉูมู่ไม่ให้ทำเรื่องบ้าบิ่นเช่นนี้ ทว่าในวินาทีนั้นเอง สายลมกรรโชกพลันพัดกระหน่ำมา
ฉูหนิงยังไม่ทันตั้งตัว อาชาปีศาจวายุคลั่งที่ดุร้ายอย่างยิ่งตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างฉับพลัน ทันใดนั้นสายลมหนาวเหน็บกว่าเดิมก็ซัดโหม ทำให้ป่ารอบด้านสั่นไหวไม่หยุด
ที่ทำให้ฉูหนิงตะลึงยิ่งกว่าคือ ผู้ที่ขี่อยู่บนหลังอาชาปีศาจวายุคลั่งกลับเป็นสตรีหน้าตางดงามผู้หนึ่ง
“ติงอวี๋ เจ้าคุ้มครองเขา” ฉูมู่กล่าวกับติงอวี๋
พูดจบ ฉูมู่ก็พลิกกายกระโจนขึ้นหลังราชสีห์เงาสายฟ้าอีกครั้ง เขากลับบังคับอสูรวิญญาณตัวนี้ พุ่งตรงเข้าใส่หลี่หนานกับหยางเจี๋ยอย่างไม่ลังเล!
“น้องสี่ อย่าบุ่มบ่าม!” สีหน้าฉูหนิงยิ่งซีดเผือด ฉูมู่พุ่งเข้าไปเช่นนั้น มิเท่ากับนำชีวิตไปทิ้งหรือ!
“คุณชายท่านนี้อย่ากังวลไปเลย นายน้อยรับมือได้” ติงอวี๋เอ่ยปลอบฉูหนิงที่ได้รับบาดเจ็บทางจิตวิญญาณ พร้อมกันนั้นก็ร่ายคาถาอัญเชิญอสูรวิญญาณของตนออกมาอย่างรวดเร็วสองตัว
“นายน้อย?” ฉูหนิงเหลือบมองติงอวี๋ แววตาฉายความสงสัยอยู่บ้าง
แต่ความสงสัยนั้นถูกความตกตะลึงแทนที่อย่างรวดเร็ว เพราะอสูรวิญญาณที่ติงอวี๋อัญเชิญออกมา กลับเป็นสองตัวที่พลังมิอ่อน!
“ปีศาจกุหลาบพลอยแดงระดับเจ็ดขั้นสาม! ภูตวายุระดับหกขั้นหนึ่ง!” ฉูหนิงนิ่งค้าง เขาไม่คาดคิดเลยว่าสตรีผู้นี้ก็เป็นผู้ฝึกสอนอสูรวิญญาณที่ฝีมือไม่เลว และผู้ฝึกสอนอสูรวิญญาณเช่นนี้…กลับเป็นเพียงสาวใช้ของฉูมู่!
“ต้าเย่…มายาฝัน!”
เมื่อพุ่งเข้าหาหลี่หนานและหยางเจี๋ย ฉูมู่ยิ่งไม่ลังเลที่จะให้ราชสีห์เงาสายฟ้าใช้สุดยอดวิชาของอสูรรัตติกาล!
ดวงตาทั้งคู่ของราชสีห์เงาสายฟ้าพลันเกิดความเปลี่ยนแปลงประหลาด น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ เมื่อรูม่านตาของมันแปรเปลี่ยน ป่าดำรอบด้านกลับบิดเบี้ยว ภาพทุกอย่างที่เห็นตรงหน้าล้วนกำลังเปลี่ยนไป!!
หลี่หนานกำลังพยายามเรียกอสูรวิญญาณของตนกลับมา คำสั่งเพิ่งถูกส่งออกไป เขากลับพบอย่างฉับพลันว่า ป่าดำได้กลายเป็นสมรภูมิศพเกลื่อนอันน่าสะพรึงยิ่ง ในสนามรบนั้น ศพนับไม่ถ้วนกลับคลานลุกขึ้นจากพื้น ดวงตาเปล่งแสงเขียว พุ่งเข้าหาตนอย่างบ้าคลั่ง!
พลังเวทของอสูรวิญญาณของเผ่าปีศาจ จะได้รับอิทธิพลความแข็งแกร่งจากจิตวิญญาณของผู้ฝึกสอนอสูรวิญญาณ ฉูมู่เป็นผู้บัญชาการจิตวิญญาณอสูรขั้นเจ็ด หลี่หนานมีการบ่มเพาะต่ำกว่าเขาอยู่เล็กน้อย อีกทั้งราชสีห์เงาสายฟ้ายังมีคุณสมบัติปีศาจอย่างเด็ดขาด หลี่หนานที่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับสติปัญญาของอสูรวิญญาณและความต้านทานทางจิตของตนเอง แทบจะตกเป็นเหยื่อในพริบตา!
เมื่อถูกเล่นงานแล้ว ผู้ฝึกสอนอสูรวิญญาณอย่างหลี่หนาน ก่อนจะฟื้นคืนสติ ก็แทบไม่ต่างจากคนไร้ค่า!
“โฮก!!”
อสูรโลหิตระดับหกขั้นห้าของหยางเจี๋ยพุ่งทะลวงออกมาจากระหว่างต้นไม้ดำสองต้นอย่างฉับพลัน กรงเล็บโลหิตสองสายที่ขนานกันเฉือนผ่านอย่างคมกริบ ฉีกกระชากตำแหน่งที่ราชสีห์เงาสายฟ้าอยู่!
ราชสีห์เงาสายฟ้ารับรู้การลอบโจมตีของอสูรโลหิตได้อย่างรวดเร็ว ร่างมันเบาดุจขนนก เหยียบอากาศหนึ่งครั้งแล้วพุ่งทะยานขึ้นสู่ระดับยอดไม้ ร่างสีดำพลันสว่างวาบด้วยประกายสายฟ้าสีม่วง!!
“เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!”
สายฟ้าสีม่วงสองสายผ่าลงมาจากยอดพุ่มอย่างฉับพลัน กระหน่ำฟาดใส่อสูรโลหิตอย่างจัง!
หากพิจารณาจากระดับและขั้นโดยรวม ราชสีห์เงาสายฟ้าระดับห้าขั้นห้า สายพันธุ์ผู้บัญชาการ กับอสูรโลหิตระดับหกขั้นที่ห้า สายพันธุ์นักรบ…มีพลังสูสีไม่ต่างกันนัก ทว่าในด้านคุณสมบัติ ราชสีห์เงาสายฟ้าที่ครอบครองคุณสมบัติคู่ทั้งสายฟ้าและความมืด ย่อมได้เปรียบกว่าอสูรโลหิตที่เป็นเพียงคุณสมบัติอสูรล้วน ๆ อย่างมาก อย่างน้อยเมื่อเผชิญหน้าสายฟ้าอันทรงอานุภาพ อสูรโลหิตที่ไร้ความสามารถต้านทานธาตุสายฟ้าย่อมได้รับบาดเจ็บสาหัส!
“แค่อสูรรัตติกาลตัวเดียวก็คิดจะมาต้านข้าหยางเจี๋ย?” หยางเจี๋ยหัวเราะเย็นชา ทว่าไร้ความลังเล เขาเรียกคืนอสูรโลหิตระดับหกขั้นห้า แล้วร่ายคาถาอย่างรวดเร็ว เรียกอสูรวิญญาณตัวใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง ขณะเดียวกัน แมงป่องมรณะก็พุ่งเข้าโจมตีราชสีห์เงาสายฟ้าในทันที
หยางเจี๋ยไม่ได้ใช้ทักษะวิญญาณ หากแต่เปลี่ยนอสูรวิญญาณแทน เห็นได้ชัดว่าอสูรวิญญาณที่เขาเรียกออกมานี้ ต้องเป็นตัวที่กดข่มอสูรรัตติกาลของฉูมู่ได้ในด้านคุณสมบัติ!
เป็นดังนั้นจริงๆ เมื่อวงเวทแสงสีน้ำตาลคล้ำค่อย ๆ ปรากฏบนพื้นดิน อสูรวิญญาณร่างมหึมาก็ค่อย ๆ ลอยขึ้นจากพันธสัญญาวิญญาณ ลำตัวสีดำปนน้ำตาลยืนตระหง่านท่ามกลางป่า ราวกับกำแพงภูเขาขวางอยู่ตรงหน้า!
มนุษย์หิน!!!
สายตาฉูมู่จับจ้องไปยังมนุษย์หินตัวนั้นทันที ทว่าแววหน้ากลับแทบไม่เปลี่ยนไป
[มนุษย์หิน: อสูรวิญญาณประเภทภูตธาตุ ธาตุปฐพี เผ่าพันธุ์มนุษย์หิน สายพันธุ์นักรบชั้นสูง]
“สายพันธุ์นักรบชั้นสูงระดับบหกขั้นสอง!” ฉูหนิงขมวดคิ้วแน่น จ้องมนุษย์หินไม่วางตา พลังของหยางเจี๋ยเหนือจินตนาการของเขาไปไกล เพียงเรียกอสูรวิญญาณออกมาตามใจ ก็เป็นระดับหกของสายพันธุ์นักรบชั้นสูงแล้ว!
“อสูรวิญญาณระดับนี้ ไม่อยู่ในสายตาของนายน้อยเลย” ติงอวี๋กล่าวอย่างไม่ใส่ใจ พลางสั่งการปีศาจกุหลาบพลอยแดงระดับเจ็ดกับภูตวายุระดับหกของตน ให้กวาดล้างอสูรวิญญาณระดับต่ำรอบ ๆ อย่างรวดเร็ว
ฉูหนิงเหลือบมองติงอวี๋เป็นพิเศษ ในใจยิ่งประหลาดใจ เหตุใดสตรีผู้นี้จึงมั่นใจในฉูมู่ถึงเพียงนั้น หรือว่าฉูมู่หลุดพ้นจากเงาอดีตไปโดยสิ้นเชิง และในสี่ปีได้เติบโตเป็นผู้แข็งแกร่งอย่างรวดเร็วจริง ๆ
แต่ฉูหนิงจำได้ว่าเมื่อสี่ปีก่อน ฉูมู่ยังถึงขั้นเรียกอสูรวิญญาณไม่ได้เลย สี่ปี ต่อให้คนผู้หนึ่งเติบโตเร็วเพียงใด ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะมีพลังต้านทานผู้บัญชาการจิตวิญญาณอสูรขั้นที่หกได้!
ปลายอีกด้านของทางยาวในป่า
“คุณหนู ไม่ว่าอย่างไรท่านก็ห้ามลงมือ มิฉะนั้นจะก่อปัญหาใหญ่ให้ตระกูลฉิน” ตาแก่เถากล่าวกับฉินเมิ่งเอ๋ออย่างจริงจัง
“คนของตระกูลหยางโหดเหี้ยมเกินไป ท่านอาเถา เหตุใดท่านถึงเย็นชาได้ถึงเพียงนี้” ฉินเมิ่งเอ๋อกัดริมฝีปากบางงดงามของตน ไม่ฟังคำเตือนของบ่าวรับใช้อย่างผู้อาวุโสเถา นางบังคับวิหคเพลิงทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือป่าอีกครั้ง!
ฉินเมิ่งเอ๋อเข้าสู่สนามรบอย่างรวดเร็ว เพียงปรายตาก็เห็นคุณชายฉูผู้ลึกลับกำลังต่อสู้กับหยางเจี๋ย เมื่อพบว่าสถานการณ์กลับเอนเอียงไปทางคุณชายฉูอย่างสิ้นเชิง นางก็อดตะลึงในใจไม่ได้
ฉินเมิ่งเอ๋อเคยพำนักอยู่ในเมืองหลัวอวี้หลายปี และได้พบเห็นยอดฝีมือหนุ่มสาวไม่น้อย ทว่าเด็กหนุ่มสาวที่สามารถต้านทานยอดฝีมืออย่างหยางเจี๋ยได้เช่นฉูมู่ นางเคยได้ยินเพียงคำเล่าลือ ไม่เคยเห็นกับตาตนเองมาก่อน ไม่คาดว่าครั้งนี้กลับได้ประจักษ์ต่อหน้า ได้เห็นผู้แข็งแกร่งเช่นนี้ด้วยตนเอง!