เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 1 บทที่ 88 นักรบจิตวิญญาณอสูรขั้นห้า

อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 1 บทที่ 88 นักรบจิตวิญญาณอสูรขั้นห้า

อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 1 บทที่ 88 นักรบจิตวิญญาณอสูรขั้นห้า


อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 1 บทที่ 88 นักรบจิตวิญญาณอสูรขั้นห้า

ยามค่ำคืน ความหนาวของเกาะก็เริ่มคืบคลาน ฉูมู่พิงพักใต้ต้นไม้ พลันรู้สึกเย็นยะเยือกอยู่หลายส่วน ฉูมู่มิได้หลับใหล หากอยู่ในสภาวะบำเพ็ญสงบ ครั้นฉูมู่หล่อเลี้ยงพลังวิญญาณให้แก่อสูรฝันร้ายสีขาวแล้ว กลับค้นพบโดยไม่คาดคิดว่า พลังวิญญาณของตนมิได้เหือดแห้ง ตรงกันข้ามยังเหลืออยู่อีกส่วนหนึ่ง

“เข้าสู่ขอบเขตนักรบจิตวิญญาณอสูรขั้นห้าแล้ว!” ในใจฉูมู่พลันปะทุความยินดีอย่างบ้าคลั่ง!

ผู้ฝึกสอนอสูรวิญญาณกับอสูรวิญญาณมีวิญญาณเชื่อมถึงกัน อสูรวิญญาณแข็งแกร่งขึ้น ผู้ฝึกสอนอสูรวิญญาณก็ย่อมได้รับผลประโยชน์มหาศาล การกลายพันธุ์ของโมเซี่ยครั้งนี้ กล่าวได้ว่าเป็นการก้าวกระโดดเชิงคุณภาพของพลัง ทำให้ฉูมู่ยกระดับขึ้นอีกหนึ่งขั้น พลังวิญญาณยิ่งอุดมสมบูรณ์ จิตวิญญาณก็ยิ่งแข็งแกร่ง!

“ไม่เพียงบรรลุขั้นห้า ยังเป็นจุดสูงสุดของขั้นห้า หากเจ้าหญิงหิมะเข้าสู่ระดับสามได้ การบ่มเพาะของข้าก็จะบรรลุขั้นหก!”

ฉูมู่ตรวจพบสภาวะจิตสัวิญญาณของตนอย่างรวดเร็ว ความประหลาดใจที่เกินคาดนั้นเอ่อล้นไปทั่วร่าง เพียงแค่ระยะห่างด้านพลังระหว่างตนกับอสูรฝันร้ายสีขาวถูกถ่างออก ฉูมู่ก็จะมี พลังวิญญาณเพียงพอให้ใช้ทักษะวิญญาณได้ การควบคุมทักษะก็จะทรงอานุภาพยิ่งกว่าเดิม!

ยิ่งไปกว่านั้น หากบรรลุขั้นเจ็ด ฉูมู่ก็จะได้ครอบครองอสูรวิญญาณตัวใหม่อีกหนึ่ง ถึงแม้ยังคงเรียกออกมาต่อสู้ได้เพียงหนึ่งตัว ทว่าจำนวนของอสูรวิญญาณก็เป็นกุญแจสำคัญของพลังเช่นกัน เพราะเมื่อพลังวิญญาณเพียงพอก็สามารถสับเปลี่ยนออกมาต่อสู้ได้!

ฝนหยุดลงตั้งแต่เมื่อวาน ยามเช้า กลิ่นดินชื้นสะอาดของพงไพรลอยอบอวล เสียงนกป่าที่ไพเราะหลายสายสอดประสานอยู่บนเรือนยอดไม้ ร่าเริงกระโดดโลดเต้น รับแสงตะวันที่สาดลงบนเกาะท่ามกลางหมอกจาง…

“เจ้าโง่ถึงเพียงนั้นได้อย่างไร เด็กหนุ่มที่มีเจ้าหญิงหิมะระดับสอง แค่นั้นก็ทำให้เจ้าตกใจจนเป็นเช่นนี้ ถึงกับทำม้วนคัมภีร์หล่นหาย!” นักโทษจางคั่วชงผู้ดูหยาบกร้านอยู่บ้าง กล่าวอย่างเดือดดาลใส่สหายนักโทษของตน!

จางคั่วชงกับเซียงเหลียงเป็นพี่น้องร่วมมารดาต่างบิดา ทั้งสองทำงานอยู่ในวังฝันร้ายเคยคิดลักทรัพย์สินของวังฝันร้ายแล้วถูกจับ สุดท้ายถูกโยนมาทิ้งบนเกาะแห่งนี้

“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร ตอนนั้นทักษะหอกน้ำแข็งรุนแรงนัก แสงก็สลัว นึกว่าเป็นเจ้าหญิงหิมะระดับสี่ …” เซียงเหลียงโต้แย้ง

“ชู่”

“มีอันใด?”

“เห็นหรือไม่ รอยเท้า!”

จางคั่วชงรีบส่งสัญญาณให้เซียงเหลียง พลางชี้ไปยังพื้นดินที่ยังไม่แห้งสนิท ซึ่งมีรอยเท้าเรียงเป็นแถวๆ

“ข้าคิดว่าน่าจะเป็นเขา พวกเราระวังตัวเข้าไป” จางคั่วชงกล่าว

ทั้งสองต่างกดเสียงต่ำ เรียกอสูรวิญญาณของตนออกมา แล้วค่อยๆ เดินไปตามทิศทางที่รอยเท้าทอดยาว

“ไปดูว่าเขาอยู่แถวนี้หรือไม่ อย่าให้เขารู้ตัว!” จางคั่วชงเรียก วิหคเพลิงแดง ของตนออกมา เป็นวิหคเพลิงแดงระดับสามขั้นสอง ให้มันซ่อนกายอยู่ในเรือนยอดไม้เพื่อค้นหาร่องรอยของฉูมู่

วิหคเพลิงแดงคล้ายคลึงกับวิหคเงินครามอยู่มาก ทว่า วิหคเพลิงแดงเป็นเพียงสายพันธุ์นักรบชั้นต่ำ วิหคเงินครามควบคุมพลังธาตุลม ส่วนวิหคเพลิงแดงสามารถก่อคลื่นเพลิงให้พวยพุ่ง

วิญญาณลำดับแรกของจางคั่วชงได้รับบาดเจ็บแล้ว บัดนี้เขาจึงเรียกอสูรวิญญาณออกมาต่อสู้ได้เพียงหนึ่งตัวเท่านั้น ส่วนอสูรวิญญาณที่เซียงเหลียงเรียกออกมา ยังคงเป็นแรดเขาเดี่ยวกับปีศาจพฤกษาทมิฬ อสูรวิญญาณสองชนิดนี้ล้วนเคลื่อนที่ไม่เร็ว ทำได้เพียงค่อยๆ ตามรอยการสืบค้นของวิหคเพลิงแดงไปทีละน้อย…

“อี้อี้~~”

ไม่นาน วิหคเพลิงแดงก็ส่งสารทางจิตกลับมาถึงจางคั่วชง แจ้งสิ่งที่มันตรวจพบ

“ดี คราวนี้เขาตายแน่ เซียงเหลียง ให้ปีศาจพฤกษาทมิฬของเจ้าควบคุมพื้นดินรอบๆ อย่าให้มีโอกาสหนีอีก!” จางคั่วชงกล่าว เซียงเหลียงรีบสั่งปีศาจพฤกษาทมิฬของตนให้ลอบเร้นเข้าไปในพุ่มไม้ แล้วค่อยๆ แผ่รากหนวดหยั่งลงสู่พื้นดิน จากนั้นก็ให้แรดเขาเดี่ยวล็อกตำแหน่งที่ฉูมู่อยู่ เตรียมบุกโจมตีซึ่งหน้าโดยตรง “ฮ่าๆ ไอ้เด็กนี่กำลังหลับอยู่ เบาเสียงหน่อย…”

จางคั่วชงสังเกตเห็นฉูมู่ที่เอนกายพิงอยู่ใต้ต้นไม้ได้อย่างรวดเร็ว และในอ้อมแขนของฉูมู่ยังกอดจิ้งจอกน้อยเจ้าเล่ห์ตัวเดิมไว้

“ให้ปีศาจพฤกษาทมิฬของข้ามัดมันก่อน” เซียงเหลียงกล่าว พลางสั่งการปีศาจพฤกษาทมิฬอย่างเงียบงันให้ยื่นรากหนวดออกมา รากหนวดค่อยๆ ฝังตัวลงใต้ดิน แล้วคืบคลานยืดยาวไปยังตำแหน่งของฉูมู่ ราวกับงูเหลือมหลายตัวที่เลื้อยอย่างไร้เสียง ก่อนจะค่อยๆ พันรัดเข้าหาต้นขาของฉูมู่

เห็นฉูมู่กับจิ้งจอกไม่ตอบสนองใดๆ นักโทษทั้งสองก็พลันยิ้มกริ่ม ทว่าไม่ทันได้ชื่นใจนัก จู่ๆ โมเซี่ยกับฉูมู่กลับลืมตาขึ้นพร้อมกัน!

“ฟู่ฟู่”

โมเซี่ยสะบัดตัวหลุดจากอ้อมแขนฉูมู่ ขนทั่วร่างพลิ้วไหวราวไร้ลมพัด ในพริบตาเดียว กลิ่นอายปีศาจอันเย็นเยียบก็ปะทุออกมา! เพลิงปีศาจลุกโชนขึ้นบนอุ้งเท้าทั้งสี่ของมัน เมื่อเผชิญรากหนวดที่ลอบพันเข้ามา โมเซี่ยกลับเหยียบอุ้งเท้าเพลิงลงบนรากหนวดอย่างหยิ่งผยองและเฉยชา ทันใดนั้น เพลิงปีศาจก็ลามไปตามรากหนวด เผามันจนกลายเป็นเถ้าธุลีในชั่วพริบตา!

รากหนวดของปีศาจพฤกษาทมิฬถูกเพลิงปีศาจของโมเซี่ยลวกไหม้ มันส่งเสียงร้องโหยหวนลั่น ไม่กล้าบุกโจมตีฉูมู่กับโมเซี่ยอีกแม้แต่น้อย

“พอดี…จัดการสองตัวนี่ไปพร้อมกัน” ฉูมู่ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาสีดำสนิทจับจ้องนักโทษสองคนที่เผยสีหน้าตกตะลึง ก่อนมุมปากจะยกเป็นรอยยิ้มเย้ายวนชั่วร้าย

ฉูมู่ยังคงนิสัยเดิม ยามค่ำคืนจะนั่งสงบจิตบ่มเพาะ จนใกล้ฟ้าสางจึงค่อยหลับช่วงสั้นๆ และเมื่อฉูมู่หลับ โมเซี่ยจะคอยระวังภัยอยู่เสมอ โมเซี่ยได้ปลดปล่อยกลิ่นอายปีศาจครอบคลุมรัศมีหลายร้อยเมตรรอบด้าน อสูรวิญญาณส่วนใหญ่ถูกขับไล่ออกจากผืนป่านี้ไปแล้ว ดังนั้นหากมีความเคลื่อนไหวใดๆ ก็หมายถึงมีสิ่งมีชีวิตบุกรุกเข้ามา

ความสามารถในการรับรู้ของโมเซี่ยก็ไม่อ่อน เมื่อวิหคเพลิงแดงโฉบวนตรวจตราอยู่บนฟ้า โมเซี่ยก็หรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง แสร้งทำเป็นหลับใหล ทว่าในความมืดกลับส่งสัญญาณทางจิตปลุกฉูมู่ให้ตื่น การแปรเปลี่ยนของโมเซี่ยทำให้พลังของฉูมู่เพิ่มขึ้นอย่างมาก บัดนี้ฉูมู่ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวนักโทษสองคนนี้อีกแล้ว

“ฆ่ามัน!!” จางคั่วชงคิดว่าเพลิงปีศาจเป็นเพียงภาพลวงตา จึงใช้จิตสั่งวิหคเพลิงแดงของตนให้ดิ่งลงจากฟากฟ้า!

“อี้!!”

วิหคเพลิงแดงส่งเสียงแหลมกรีดร้อง ขนทั่วร่างพลันแปรเป็นกระจุกเปลวไฟที่ลุกไหม้ ก่อนจะพุ่งดิ่งลงมาอย่างรุนแรงจากที่สูง ราวกับดาวตกน้อยที่กำลังลุกไหม้ร่วงหล่น!

เมื่อเผชิญดาวตกเพลิงของวิหคเพลิงแดง โมเซี่ยก้าวออกไปช้าๆ หนึ่งก้าว ในวินาทีที่แสงสีเงินในดวงตาวาบไหว พลังชั่วร้ายบนร่างมันก็ปะทุคลุ้มคลั่ง เปลวไฟอันลี้ลับหกสายลอยขึ้นอย่างฉับพลันรอบกาย ก่อเป็นเพลิงปีศาจ หมุนวนพันรอบร่างของมัน

สภาวะมายาลวงยุติ จิ้งจอกหกหางเพลิงปีศาจ!!

ภายใต้วังวนเพลิงปีศาจ ร่างของโมเซี่ยขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว หางน้อยฟูฟ่องทั้งหกที่เดิมทีสั้นกระจ้อยร่อยยืดยาวในพริบตา กลายเป็นหางวิจิตรดุจแส้ หยิ่งผยองอย่างถึงที่สุด โบกสะบัดพลิ้วไหวอยู่ท่ามกลางเพลิงปีศาจอย่างอิสระ!

โมเซี่ยยืนอยู่กับที่ด้วยสีหน้าเย็นชา หกหางพลันแปรเป็นแส้เพลิงอันเหนียวแกร่ง ก่อนจะฟาดใส่วิหคเพลิงแดงที่กำลังปลดปล่อยดาวตกเพลิงอย่างโหดเหี้ยม!

“เพียะ!!” เปลวเพลิงของวิหคเพลิงแดงมิได้ก่ออันตรายใดๆ แก่โมเซี่ยแม้แต่น้อย ร่างของมันกลับถูกหกหางอันเกินจริงนั้นฟาดกระเด็นออกไป พุ่งตรงดุจลูกศร ก่อนจะกระแทกใส่ต้นไม้ใหญ่เข้าอย่างจัง

“โครม!”

ต้นไม้ที่วิหคเพลิงแดงชนจนล้มส่งเสียงครืนครั่น ก่อนจะโค่นลงข้างกายโมเซี่ยตึงตัง ทว่าตลอดกระบวนการทั้งหมด โมเซี่ยผู้แปลกประหลาดตั้งแต่ต้นจนจบไม่แม้แต่จะเหลือบตามองวิหคเพลิงแดงสักครั้ง การซัดมันปลิวออกไป ก็ราวกับเพียงปัดแมลงวันตัวจ้อยที่อ่อนแอน่ารำคาญให้พ้นทางเท่านั้น เฉยชา ทรงอำนาจ และเย็นชาหยิ่งผยอง

จบบทที่ อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 1 บทที่ 88 นักรบจิตวิญญาณอสูรขั้นห้า

คัดลอกลิงก์แล้ว