- หน้าแรก
- อสูรวิญญาณสะท้านภพ
- อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 1 บทที่ 46 การต่อสู้ระหว่างอสูรวิญญาณระดับสอง
อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 1 บทที่ 46 การต่อสู้ระหว่างอสูรวิญญาณระดับสอง
อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 1 บทที่ 46 การต่อสู้ระหว่างอสูรวิญญาณระดับสอง
อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 1 บทที่ 46 การต่อสู้ระหว่างอสูรวิญญาณระดับสอง
อสูรขนดกถูกโมเซี่ยยั่วยุเข้า ก็แผดเสียงแหลมบาดหูคำรามลั่น โบกสะบัดแขนทั้งสองที่กำยำทรงพลัง แล้วพุ่งใส่โมเซี่ยตรงๆ!
“เนตรเพลิง โจมตีขามัน!”
โมเซี่ยกระโดดถอยหลังออกไปก่อน เว้นระยะห่างจากอสูรขนดกที่อยู่ราวๆระดับสองขั้นสองชั้นให้พอสมควร พอลงพื้น ดวงตาสีเงินของโมเซี่ยก็วาบประกายแดงพิกลทันที เงาแดงฉานเส้นหนึ่งพุ่งฉับไปยังตำแหน่งขาของอสูรขนดก
อสูรขนดกมีขาทั้งคู่แข็งแรงกำยำ ครั้นเนตรเพลิงกวาดผ่าน มันกลับกระโดดพรวดเดียวหลบพ้น แล้วถอยออกไปไกลถึงห้าเมตร กล้ามเนื้อบนแขนพลันพองขยายขึ้นอย่างฉับพลัน!
ระเบิดพลัง!
นี่คือทักษะที่อสูรวิญญาณสายโจมตีจำนวนมากล้วนมี รวบรวมพลังไปยังส่วนใดส่วนหนึ่งของร่าง แล้วระเบิดออกในชั่วพริบตา ทำให้พลังโจมตีทวีคูณ!
“ตึง!!”
แขนทั้งสองที่กล้ามเนื้อพองโตของอสูรขนดกฟาดลงใส่โมเซี่ยอย่างรุนแรง ในเสี้ยววินาทีนั้น ร่างของโมเซี่ยกลับปรากฏเงาพร่าเลือนขึ้นถึงสามร่าง คล่องแคล่วชำนาญยิ่งนักในการใช้ทักษะหลบหลีก ร่างเงาจันทรา
“ร่างเงาจันทรายกระดับแล้ว…ดีมาก!” เมื่อฉูมู่เห็นว่าร่างเงาจันทราของโมเซี่ยแยกได้ถึงสามเงา มุมปากก็ยกยิ้มขึ้น
ระเบิดพลังของอสูรขนดกทรงอานุภาพยิ่ง หากไม่ใช้ร่างเงาจันทรา โมเซี่ยคงต้องถอยออกไปไกลห้าเมตรจึงจะไม่บาดเจ็บ ทว่า การหลบด้วยร่างเงาจันทรากลับทำให้โมเซี่ยเฉียดเข้าใกล้อสูรขนดกแทบชิดตัว พออสูรขนดกฟาดจบ โมเซี่ยก็สวนกลับได้ทันที!
“โจมตีขามันตรงๆ!” ฉูมู่จับจังหวะได้พอดี ในยามที่อสูรขนดกผ่อนลมหายใจเพียงนิด ก็ออกคำสั่งทันที
เพราะไม่มีแรงกระแทกส่งเสริม พลังของคลื่นกรงเล็บจึงยังไม่อาจสำแดงได้เต็มที่ ฉูมู่จึงให้โมเซี่ยใช้กรงเล็บโจมตีโดยตรง
“ฉัวะ!!”
การโจมตีของโมเซี่ยเฉียบขาดสะอาดตา กรงเล็บพิฆาตระดับสองฉีกผิวหนังบริเวณขาของอสูรขนดกออกได้อย่างง่ายดาย เกิดเป็นรอยแผลลึกเป็นทางยาว!
“ฮู่ฮู่!!” อสูรขนดกคำรามด้วยความเจ็บปวดและเดือดดาล แขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามฟาดใส่ลำตัวของโมเซี่ยอย่างแรง ระยะประชิดเช่นนี้ ต่อให้เป็นโมเซี่ยก็หลบได้ยาก ท้องน้อยถูกแรงแขนของมันกระแทกเต็มๆ ร่างปลิวออกไปหลายเมตร กลิ้งไปบนพื้นหลายตลบ
เห็นโมเซี่ยบาดเจ็บ ฉูมู่รีบระดมพลังวิญญาณ เตรียมใช้ทักษะวิญญาณอสูรมนตรา ทว่าโมเซี่ยกลับลุกขึ้นจากพื้นในทันที แล้วส่งเสียงครางต่ำไปทางฉูมู่ แววทระนงบอกชัดว่าตนรับมือเจ้าตัวนี้ได้!
ฉูมู่จึงหยุดใช้ทักษะวิญญาณ แล้วพยักหน้าให้โมเซี่ย “โจมตีขามันต่อ!”
โมเซี่ยถอยออกไปช่วงหนึ่ง ครั้นอสูรขนดกไล่ตามมา โมเซี่ยก็เร่งความเร็วขึ้นฉับพลัน พุ่งสวนเข้าหาอสูรขนดกที่กำลังถาโถม!
ความเร็วของทักษะโจมตีใต้เงาจันทร์เพิ่มขึ้น ทำให้ผลกระทบของมันดุดันรวดเร็วกว่าเดิม!
มันกระโจนขึ้น รอยโค้งสีเงินต่ำๆ เส้นหนึ่งพุ่งผ่านพงหญ้าอย่างงดงาม โมเซี่ยยื่นกรงเล็บออกฉับพลัน ร่างเล็กๆ กลับลอดผ่านด้านข้างต้นขาใหญ่ของอสูรขนดกได้พอดิบพอดี แล้วฉีกกระชากอย่างรุนแรง กรีดเปิดเป็นประกายคมสีแดงเลือดพาดยาวดุจคมมีด!
“ฉัวะ!!”
ประกายคมสีแดงเลือดนั้นเด่นสะดุดตาในพุ่มไม้ พุ่มเตี้ยๆ แทบถูกเฉือนราบในพริบตา ราวกับมีดคมสีเลือดเล่มหนึ่งตัดผ่านในแนวขนาน!
“กรงเล็บโลหิต!” เห็นภาพนั้น ฉูมู่ก็เผยสีหน้าตกตะลึงทันที!
กรงเล็บโลหิต!
ทักษะโจมตีที่ทรงพลังยิ่งกว่าคลื่นกรงเล็บ เมื่อกรงเล็บโลหิตกวาดผ่าน หากมิได้มีผิวหนังป้องกันที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง ก็ย่อมถูกฉีกเป็นรอยโลหิตแน่นอน! ฉูมู่ไม่คาดคิดเลยว่า หลังจากโมเซี่ยวิวัฒนาการถึงระดับสอง กลับสามารถครอบครองทักษะกรงเล็บโลหิตได้ ทักษะที่มีเพียงอสูรวิญญาณสายสัตว์อสูรซึ่งอยู่ในเผ่าพันธุ์ชั้นสูงเท่านั้นจึงจะมี!
โลหิตเริ่มเอ่อไหล อสูรขนดกทรุดตัวต่ำลง แผลเดิมที่ขาถูกฉีกกระชากจนสยดสยองยิ่งกว่าเดิม ถึงขั้นมองเห็นกระดูกได้ชัดเจน!!
เมื่อขาถูกทำลาย พลังต่อสู้ของอสูรขนดกแทบจะเป็นศูนย์ ต่อให้คิดหนีก็ยากเย็นยิ่งนัก ต่อจากนี้แทบไม่ต้องให้ฉูมู่สั่งการอะไร โมเซี่ยเพียงกรีดคมกรงเล็บใส่จุดตายของมัน ก็ปิดฉากชีวิตอสูรขนดกลงได้ทันที!
“ดูท่าผลของคริสตัลจิตวิญญาณจะเด่นชัดจริง ไม่เพียงทำให้เจ้าควบคุมธาตุเพลิงได้ ยังหยั่งรู้ทักษะใหม่ กรงเล็บโลหิต ดีมาก ดีมาก…ถ้าเป็นเช่นนี้ ต่อให้ไม่ใช่อสูรวิญญาณระดับสายพันธุ์นักรบ พวกที่ต่ำกว่าระดับสองขั้นสามลงมา ก็คงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้าแล้ว!” ฉูมู่ลูบขนที่นุ่มลื่นของโมเซี่ย พลางกล่าว
“อู้อู้อู้~~” โมเซี่ยเพลิดเพลินกับการลูบไล้นั้นยิ่งนัก หรี่ดวงตางดงาม ส่งเสียงครางแผ่วหวานหู
“แก่นวิญญาณสายสัตว์อสูรของอสูรขนดกตัวนี้…น่าจะได้ราวสองเหรียญเงินกระมัง…” ฉูมู่หยิบแก่นวิญญาณของมันออกมา แล้วเริ่มคำนวณเรื่องเงินทองในใจ
หลังจากนั้น ฉูมู่พาโมเซี่ยตระเวนอยู่ในพงไพรแถบนี้ คอยเสาะหาอสูรวิญญาณเพื่อไล่ล่าโดยเฉพาะ เลือกเป้าหมายระดับหนึ่งขั้นแปดขึ้นไป และระดับสองขั้นสามลงมา
แน่นอนว่าเรี่ยวแรงของโมเซี่ยย่อมไม่อาจไร้ขีดจำกัด หลังจากสังหารอสูรวิญญาณระดับหนึ่งไปหกตัว และระดับสองอีกสามตัว โมเซี่ยก็อ่อนล้าอย่างยิ่ง เกรงว่าต้องพักหนึ่งวันเต็ม จึงจะฟื้นพลังต่อสู้กลับมาได้อย่างสมบูรณ์
ฉูมู่เองก็ไม่คิดอ้อยอิ่งในป่า เมื่อเก็บโมเซี่ยกลับเข้าสู่มิติจิตวิญญาณแล้ว ก็รีบกลับเข้าเมืองทันที
“แก่นวิญญาณประเภทสัตว์อสูรระดับสอง 2 เหรียญเงิน แก่นวิญญาณธาตุไม้ระดับสอง 1 เหรียญเงินกับห้าเหรียญทองแดง แก่นวิญญาณประเภทแมลงระดับสอง 3 เหรียญเงิน ที่เหลืออีกหกชิ้น รวมเป็น 3เหรียญเงินกับห้าเหรียญทองแดง…รวมแล้วพอดีให้เจ้า 1เหรียญทอง” พ่อค้าเฒ่ายังคงทำหน้าหงอยไร้เรี่ยวแรงดังเดิม
ฉูมู่พยักหน้า ส่งแก่นวิญญาณทั้งหมดให้เจ้าคนแก่ผู้นั้น ในที่สุดก็รวบรวมเหรียญทองได้เพิ่มอีกหนึ่งเหรียญ
พ่อค้าเฒ่ามองฉูมู่ เห็นเขาดีใจเพียงเพราะเหรียญทองเหรียญเดียว จึงเผยสีหน้าประหลาดอยู่บ้าง ก่อนเอ่ยว่า “บอกไว้ก่อน ข้าแทบไม่ทำค้าขายแบบย่อยเช่นนี้ ครั้งหน้าเจ้ารวบรวมแก่นวิญญาณให้มีมูลค่าอย่างน้อยสิบเหรียญทองแล้วค่อยมาหาข้า…”
ฉูมู่เหลือบมองชายชรา แล้วกล่าวว่า “ในเวลาแค่นี้ ข้าก็รวบรวมแก่นวิญญาณได้ไม่มากถึงเพียงนั้น อีกทั้งข้าเพิ่งมาถึงเกาะนี้ ยังไม่คุ้นเคยที่นี่…”
พ่อค้าเฒ่าเลิกคิ้ว ถามว่า “เจ้าเป็นคนรับใช้ที่เพิ่งมาใหม่หรือ?”
ฉูมู่พยักหน้า คนที่อาศัยอยู่บนเกาะนี้มิได้เป็นคนของวังฝันร้ายทั้งหมด เพียงแต่ผู้กุมอำนาจของเกาะคือวังฝันร้ายเท่านั้น
เมื่อได้คำยืนยันจากฉูมู่ พ่อค้าเฒ่าก็เผยแววประหลาดใจเล็กน้อย ตั้งใจพิจารณาเขาอยู่พักใหญ่ กว่าจะเอ่ยว่า “แก่นวิญญาณที่เจ้าขายให้ข้าตอนนี้…ล้วนเป็นของที่เจ้าล่าได้วันนี้หรือ?”
ฉูมู่พยักหน้า “มีปัญหาอันใดหรือ?”
“ปัญหาน่ะไม่มี แค่ข้าไม่คิดว่า คนรับใช้ของเกาะอสูรฝันร้ายสีเขียวจะรวบรวมแก่นวิญญาณได้มากถึงเพียงนี้ในเวลาอันสั้น ดูท่าเจ้าคงเป็นยอดฝีมือในกลุ่มที่ถูกส่งขึ้นเกาะมารุ่นนี้” พ่อค้าเฒ่ากล่าว
เขาหัวเราะเบาๆ แล้วพูดต่อ “ข้าชอบคนมีแวว ทำการค้ากับคนมีแววก็เหมือนการลงทุน ต่อไปเจ้ามีแก่นวิญญาณก็นำมาขายให้ข้าได้เหมือนเดิม ข้าจะให้ราคาสูงขึ้นอีกนิด นอกจากนี้ข้าไม่ได้ทำแค่การค้าแก่นวิญญาณ เรื่องอื่นๆ ข้าก็พอมีลู่ทางอยู่บ้าง เจ้าต้องการสิ่งใด ก็มาถามที่นี่ก่อนได้ บางทีข้าอาจให้ราคาที่ดีมากแก่เจ้า”
“โอ้? ที่นี่มีหญ้าฟ้าครามหรือไม่?” ฉูมู่ถามทันที
“มี หนึ่งต้นแปดเหรียญเงิน” พ่อค้าเฒ่าตอบ