เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 1 บทที่ 40 มุ่งหน้าสู่ตำนานจิ้งจอกเก้าหาง

อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 1 บทที่ 40 มุ่งหน้าสู่ตำนานจิ้งจอกเก้าหาง

อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 1 บทที่ 40 มุ่งหน้าสู่ตำนานจิ้งจอกเก้าหาง


อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 1 บทที่ 40 มุ่งหน้าสู่ตำนานจิ้งจอกเก้าหาง

การแปรสภาพของโมเซี่ยยังไม่สิ้นสุด ร่างของมันเริ่มยืดยาว เส้นสายของลำตัวงดงามยิ่งขึ้น ทั้งยังอัดแน่นด้วยพลัง หางสีเงินนุ่มลื่นพลิ้วไหวช่วยขับให้มันดูสูงศักดิ์ เย็นชา และทรนงยิ่งกว่าเดิม!

“อู้!!!”

ริมหน้าผาแห่งมหาสมุทรนิรันดร์ โมเซี่ยที่อาบอยู่ในแสงศักดิ์สิทธิ์ยืดกายออกเต็มที่ แล้วส่งเสียงร้องโหยหวนต่อจันทรา เสียงนั้นกระแทกลงสู่คลื่นทะเล สะท้อนก้องไปพร้อมกับเสียงคำรามของมหาสมุทร!

ฉูมู่รู้ดีว่า การเปลี่ยนแปลงของโมเซี่ยในยามนี้ยังเป็นเพียงการเปลี่ยนรูปกายเท่านั้น หลังจากนี้มันจะเข้าสู่ห้วงนิทราช่วงหนึ่ง นั่นต่างหากคือการเปลี่ยนแปลงแก่นแท้ และช่วงเวลาหลับใหลนี้เอง คือจังหวะเหมาะที่สุดในการใช้คริสตัลจิตวิญญาณ

เวลานี้ฉูมู่ไม่อาจสนใจแล้วว่าพลังวิญญาณจะพร่องหรือไม่ เขารีบหยิบคริสตัลจิตวิญญาณล้ำค่าที่พกติดตัวออกมาทันที

“โมเซี่ย กินนี่ซะ!”

ฉูมู่ใช้พลังวิญญาณผนึกพลังงานในคริสตัลจิตวิญญาณไว้ ป้องกันไม่ให้พลังงานปลดปล่อยออกมาทั้งหมดทันทีหลังโมเซี่ยกลืนลงไป พลังงานภายในคริสตัลจิตวิญญาณนั้นมหาศาลมาก ต้องค่อยๆ ดูดซับทีละน้อย หากพุ่งทะลักออกมาครั้งเดียว อสูรวิญญาณย่อมไม่อาจรับไว้ได้หมด

อสูรวิญญาณไม่สามารถควบคุมการดูดซึมพลังงานจากคริสตัลจิตวิญญาณให้ค่อยเป็นค่อยไปได้ด้วยตนเอง ดังนั้นในกระบวนการรับพลังนี้ ผู้ฝึกสอนอสูรวิญญาณจำต้องใส่ใจอย่างยิ่ง ระมัดระวังทุกขั้นตอนเพื่อทำการดูดซับให้สำเร็จ

“เน้นพละกำลังของสัตว์อสูรเป็นหลัก ธาตุไฟเป็นรอง พลังงานของคริสตัลจิตวิญญาณชิ้นนี้น่าจะคงอยู่ได้สามวัน โมเซี่ย สามวันนี้คือกุญแจสำคัญต่อการเพิ่มพลังของเจ้า หากสำเร็จ ต่อให้เจ้าไม่เกิดการกลายพันธุ์ พลังของเจ้าก็ไม่ด้อยไปกว่าอสูรวิญญาณชั้นสูงอื่นๆ แน่นอน!”

ความมั่นใจของฉูมู่พุ่งสูงในทันที ไม่มีสิ่งใดทำให้เลือดในอกเดือดพล่านได้เท่าการแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว!

“อู้!!” โมเซี่ยส่งเสียงตอบรับ ความอ่อนล้าหลังการแปรสภาพค่อยๆ ถาโถมเข้ามา มันจึงเชื่อฟังและกลับเข้าสู่มิติจิตวิญญาณ เพื่อดูดซับพลังงานของคริสตัลจิตวิญญาณ

การบ่มเพาะอสูรวิญญาณนั้นพิถีพิถันอย่างยิ่ง! ฉูมู่จึงไม่กลับไปยังกระท่อมไม้ เขาส่งจิตนึกเข้าสู่มิติจิตวิญญาณ แล้วเริ่มควบคุมพลังของคริสตัลจิตวิญญาณสองธาตุที่ตนได้อัดพลังวิญญาณเข้าไปแล้ว

ยิ่งมีหลายธาตุ การควบคุมการปลดปล่อยพลังงานยิ่งยากขึ้น สิ่งที่ฉูมู่ต้องทำในตอนนี้คือค่อยๆ ปลดปล่อยพลังของสัตว์อสูรออกมาก่อน ให้โมเซี่ยรับการชำระล้างด้วยพลังของสัตว์อสูรที่บริสุทธิ์ที่สุด!

โชคดีที่ฉูมู่เป็นนักรบจิตวิญญาณอสูร จิตวิญญาณของเขาแข็งแกร่งพอจะควบคุมได้ละเอียดถึงระดับนี้

เมื่อใช้จิตสัมผัสแทรกสอดเข้าไปในคริสตัลจิตวิญญาณ ผู้ฝึกสอนอสูรวิญญาณจะมองเห็นดวงแสงภายในคริสตัลจิตวิญญาณ และดวงแสงนี่เองคือสัญลักษณ์แทนพลังงานของมัน

เมื่อฉูมู่ส่งจิตสัมผัสเข้าไปในคริสตัลจิตวิญญาณชิ้นนี้ สิ่งที่เขาเห็นคือดวงแสงสองชั้นคนละสี คือสีน้ำตาลกับสีแดง

สีน้ำตาลคือพลังของสัตว์อสูร สีแดงคือธาตุไฟ ดวงแสงสีน้ำตาลและสีแดงสองชั้นนี้ แสดงถึงคุณสมบัติสองธาตุของคริสตัลจิตวิญญาณชิ้นนี้

ฉูมู่ค่อยๆ เพ่งจิตไปที่ดวงแสงสีน้ำตาลซึ่งดูไม่ค่อยเสถียรนัก แล้วเริ่มชักนำพลังงานเหล่านั้นเข้าสู่ร่างของโมเซี่ยอย่างช้าๆ

จากพลังงานดวงแสงสีน้ำตาลทั้งหมด ฉูมู่ดึงออกมาราวสองส่วน แล้วค่อยๆ ฉีดเข้าไปในร่างของโมเซี่ย

ร่างของโมเซี่ยที่ผ่านการชำระล้างจากการแปรสภาพมาแล้ว กลับเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง กล้ามเนื้อบนสี่ขาและลำตัวพองขยายอย่างเห็นได้ชัด…

ทันใดนั้น ฉูมู่ก็เพ่งจิตไปที่ดวงแสงสีแดงทันที ดึงพลังงานออกมาราวหนึ่งส่วน แล้วค่อยๆ ฉีดเข้าไปในร่างของโมเซี่ยเช่นกัน การชักนำพลังงานธาตุไฟเข้าสู่ร่าง ทำให้ร่างของโมเซี่ยเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ขนสีเงินขาวของมันค่อยๆ เปล่งประกายงามด้วยแสงสีแดงยามตะวันลับ แสงวาวนั้นซ่อนอยู่ในเส้นขนสีเงิน หากสายตาไม่ขยับเปลี่ยนมุม ก็แทบไม่อาจสังเกตเห็นได้!

พลังงานจำเป็นต้องค่อยๆ ดูดซับ ฉูมู่เองก็เร่งรัดไม่ได้ วันนี้การบ่มเพาะจึงทำได้เพียงเท่านี้ ต้องรอให้ร่างของโมเซี่ยดูดซับพลังงานสัตว์อสูรสองส่วนและพลังงานธาตุไฟหนึ่งส่วนนี้จนหมดสิ้นเสียก่อน แล้วค่อยบ่มเพาะต่อไป……

“ขอให้การบ่มเพาะครั้งนี้สำเร็จด้วยเถิด” เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการบ่มเพาะที่ต้องใช้สมาธิอย่างยิ่ง ฉูมู่ก็ผ่อนลมหายใจลงเล็กน้อย

การบ่มเพาะของผู้ฝึกสอนอสูรวิญญาณต่ออสูรวิญญาณนั้นสำคัญยิ่งนัก ยกตัวอย่างจิ้งจอกแสงจันทร์ มันมีคุณสมบัติสัตว์อสูรเป็นหลัก คุณสมบัติปีศาจมายาป็นรอง หากผู้ฝึกสอนอสูรวิญญาณนำจิ้งจอกแสงจันทร์มาเป็นอสูรวิญญาณสำหรับการต่อสู้ แนวทางการบ่มเพาะที่ถูกต้องก็ควรยึดคุณสมบัติสัตว์อสูรเป็นหลัก คุณสมบัติปีศาจมายาเป็นรอง อาหารตามปกติก็ควรเป็นแก่นวิญญาณคุณสมบัติสัตว์อสูรสองชิ้นต่อแก่นวิญญาณคุณสมบัติปีศาจมายาหนึ่งชิ้น เพราะพรสวรรค์ด้านคุณสมบัติสัตว์อสูรของจิ้งจอกแสงจันทร์แข็งแกร่งกว่า วิธีเลี้ยงเช่นนี้จะทำให้ความสามารถด้านคุณสมบัติสัตว์อสูรของมันถูกดึงออกมาได้อย่างเต็มที่

อีกตัวอย่างหนึ่งคือ หมาป่าเขี้ยวอสูร นี่เป็นอสูรวิญญาณคุณสมบัติสัตว์อสูรล้วนๆ การเพิ่มคุณสมบัติรองให้มันจึงเป็นสิ่งจำเป็น เช่น ไฟหรือน้ำแข็ง เช่นนี้จะทำให้การโจมตีของหมาป่าเขี้ยวอสูรอันตรายยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่ต้องห้ามอย่างยิ่งคือ ห้ามยกธาตุไฟหรือธาตุน้ำแข็งขึ้นเป็นแนวทางการบ่มเพาะหลักของหมาป่าเขี้ยวอสูรอย่างเด็ดขาด! พรสวรรค์ด้านคุณสมบัติธาตุของหมาป่าเขี้ยวอสูรอ่อนแอมาก เสริมความแข็งแกร่งด้านธาตุมากเกินไป ก็ไม่ต่างจากฝึกกวางให้เรียนรู้ความสามารถในการล่าเหยื่อ

จะบ่มเพาะสัดส่วนคุณสมบัติของอสูรวิญญาณอย่างไรให้เหมาะสม เพื่อให้ความสามารถของอสูรวิญญาณแสดงออกถึงจุดสูงสุด เรื่องนี้ต้องให้ผู้ฝึกสอนอสูรวิญญาณชั่งน้ำหนักด้วยตนเอง กล่าวได้ว่า การบ่มเพาะอสูรวิญญาณเป็นศาสตร์ที่ลุ่มลึกอย่างยิ่งของผู้ฝึกสอนอสูรวิญญาณ อสูรวิญญาณต่างชนิดย่อมมีวิธีบ่มเพาะต่างกัน ต่อให้เป็นอสูรวิญญาณชนิดเดียวกัน ก็ยังมีแนวทางบ่มเพาะแตกต่างกันได้!

โมเซี่ยของฉูมู่เป็นการดำรงอยู่ที่ค่อนข้างพิเศษ หากโมเซี่ยเป็นเพียงจิ้งจอกแสงจันทร์มาตลอด เช่นนั้นวิธีบ่มเพาะของฉูมู่ที่ยึดคุณสมบัติสัตว์อสูรเป็นหลัก ธาตุไฟเป็นรอง และคุณสมบัติปีศาจมายาเป็นลำดับถัดไป ย่อมเท่ากับกำลังบีบคั้นทำลายความสามารถด้านคุณสมบัติปีศาจมายาของจิ้งจอกแสงจันทร์อย่างสิ้นเชิง เป็นการฝืนบังคับให้โมเซี่ยมุ่งไปสู่สายโจมตีอย่างไม่สมเหตุสมผล

ผลของการบ่มเพาะเช่นนั้นก็คือ อสูรวิญญาณตัวนี้จะกลายเป็นของไร้ค่า พละกำลังคุณสมบัติสัตว์อสูรก็สู้พวกอสูรวิญญาณอย่างหมาป่าเขี้ยวอสูรไม่ได้ พลังอำนาจของธาตุไฟก็สู้พวกอสูรวิญญาณที่มีความสามารถโดยกำเนิดธาตุไฟโดยตรงไม่ได้ ความสามารถคุณสมบัติปีศาจมายาที่ถนัดก็ถูกทิ้งร้างจนสิ้น

ทว่า เหตุที่ฉูมู่ยืนกรานยึดความสามารถเชิงรุกของโมเซี่ยเช่นนี้ ก็เพราะโมเซี่ยเป็นอสูรวิญญาณที่สามารถกลายพันธุ์ได้อย่างต่อเนื่อง วิธีบ่มเพาะที่ดูฝืนทนของฉูมู่ แท้จริงแล้วเป็นการปูทางให้กับกลายพันธุ์ของโมเซี่ย ผลักดันให้มันมุ่งสู่ตำนานจิ้งจอกเก้าหาง ที่มีพลังการต่อสู้น่าหวาดหวั่นยิ่งนัก มิใช่ จิ้งจอกจันทรา หรือ จิ้งจอกแสงจันทร์ ที่อ่อนแอ!

ฉูมู่เองก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าโมเซี่ยจะกลายเป็นจิ้งจอกเก้าหางได้อย่างแน่นอน ดังนั้นแนวทางการบ่มเพาะนี้ยังต้องอาศัยความพยายามของโมเซี่ยเอง รวมถึงกระบวนการบ่มเพาะในภายภาคหน้า และส่วนประกอบของโชคชะตาอยู่ไม่น้อย

วิธีบ่มเพาะของอสูรวิญญาณแต่ละตัวมีหนทางนับไม่ถ้วน และมีความเปลี่ยนแปลงนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะบ่มเพาะอย่างไร เป้าหมายสูงสุดของผู้ฝึกสอนอสูรวิญญาณมีเพียงหนึ่งเดียว ทำให้อสูรวิญญาณแข็งแกร่งขึ้น และปรับตัวเข้ากับการต่อสู้ทุกรูปแบบได้ดียิ่งขึ้น!

จบบทที่ อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 1 บทที่ 40 มุ่งหน้าสู่ตำนานจิ้งจอกเก้าหาง

คัดลอกลิงก์แล้ว