- หน้าแรก
- นารูโตะ ระบบกลุ่มแชท
- บทที่ 39 : ราชาแห่งไอเดีย
บทที่ 39 : ราชาแห่งไอเดีย
บทที่ 39 : ราชาแห่งไอเดีย
บทที่ 39 : ราชาแห่งไอเดีย
"จริงเหรอครับ!" นารูโตะเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มกว้างที่สว่างไสวที่สุดเท่าที่เคยมีมา
"แน่นอนว่าเป็นเรื่องจริง" นามิคาเซะ มินาโตะ รับมุกตามข้อเสนอของชิโนมิยะ ยูยูเอะ ทันที
"ยอดไปเลย! ในที่สุดฉันก็มีทั้งพ่อและแม่แล้ว!"
นารูโตะกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ
"เอ้อ จริงด้วยสิครับพ่อ พ่อบอกว่าแม่ก็กลับมาด้วย แล้วแม่ล่ะครับอยู่ไหน?"
นารูโตะเพิ่งนึกขึ้นได้ เขาหันมองไปรอบๆ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
แม่ของฉันจะเป็นคนยังไงกันนะ?
"ขืนนายพูดแบบนี้ แม่เขาคงเสียใจแย่เลยนะ ทั้งที่เพิ่งเจอกันเมื่อกี้ แถมเขายังกอดนายซะแน่นเลยด้วย"
"กอดฉันเมื่อกี้เหรอ?" นารูโตะชะงักไป
"เดี๋ยว... หรือว่า..."
นารูโตะค่อยๆ หันหัวไปมองคุชินะที่ตอนนี้กำลังทำหน้าผิดหวังเล็กน้อย
นามิคาเซะ มินาโตะ ได้แต่ยิ้มกริ่มโดยไม่พูดอะไร
"เอ๋? พี่สาวคนสวย... ที่แท้พี่ก็คือแม่ของฉันเหรอ" นารูโตะอุทานอย่างตกใจ
คุชินะขมวดคิ้วนิดๆ ก่อนจะเดินเข้ามาหาพลางลูบหัวนารูโตะ แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม (ที่แฝงรังสีอัมหิต)
"พี่สาวคนสวยงั้นเหรอ?"
ฝ่ามืออรหันต์ลูบลงบนกระหม่อม พลังงานบางอย่างเริ่มแผ่ซ่านทำเอาขนลุกซู่
เมื่อต้องเผชิญกับยิ้ม 'เปี่ยมรัก' ของคุชินะ นารูโตะก็รีบแก้คำพูดทันควัน
"แม่ครับ!"
สีหน้าของคุชินะเปลี่ยนจากมืดครึ้มกลายเป็นสดใสทันที เธอขยี้ผมนารูโตะเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
"แบบนี้สิถึงจะถูก"
"แหะๆ" นารูโตะหัวเราะแห้งๆ
ในตอนนั้นเอง ซาสึเกะถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อมองดูภาพการกลับมาพร้อมหน้าพร้อมตาของครอบครัวนารูโตะ เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะท้อนใจ
เขารู้สึกว่าความสุขแบบนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่ไกลเกินเอื้อมสำหรับคนอย่างเขา
ทันใดนั้น ก็มีใครบางคนเดินเข้ามาแล้วกอดคอเขาไว้
ซาสึเกะหันไปมองก็พบกับใบหน้าของชิโนมิยะ ยูยูเอะ ที่ยื่นเข้ามาใกล้จนแทบจะติดกัน
"ทำไม...นายต้องเข้ามาใกล้ขนาดนี้ด้วย?" ซาสึเกะเบือนหน้าหนีด้วยความรำคาญ
"ฉันมีแผนการใหญ่ล่ะ นายอยากฟังไหม?"
ชิโนมิยะ ยูยูเอะ แสร้งทำเป็นมีเลศนัยเพื่อกระตุ้นความอยากรู้ของซาสึเกะ
เมื่อเห็นรอยยิ้มที่มีความสุขของนารูโตะ ยูยูเอะก็รู้สึกว่าทุกอย่างมันช่างวิเศษจริงๆ
เขาชอบฉากแบบนี้แหละ ไม่ต้องมานั่งเศร้ากับการพลัดพรากจากลา หรือต้องเจอแต่คมดาบแสงอะไรนั่นบ่อยๆ มันน่าเบื่อจะตายไป ตัวเขาเองน่ะเกลียดการเห็นคนตายที่สุดเลยนะ
ดันโซที่ศพยังไม่ทันเย็บ : "?"
ไม่ใช่ละเพื่อน! นายกล้าพูดคำนี้ออกมาได้ไงก่อน? แน่นอนว่าสำหรับคนอย่างดันโซ ตายไปก็คือตายไปเถอะ ใครจะสนล่ะ
ดันโซ: "...."
ดังนั้น เพื่อที่จะได้เห็นฉากอันอบอุ่นแบบนี้มากขึ้น ชิโนมิยะ ยูยูเอะ จึงวางแผนที่จะปลุกชีพตัวละครสำคัญในเนื้อเรื่องกลับมาอีก ซึ่งนอกจากจะตอบสนองความต้องการของตัวเองแล้ว เขายังมีอีกเป้าหมายหนึ่งแฝงอยู่ด้วย
นั่นคือการ "ปั๊มเหรียญ"
การเปลี่ยนชะตากรรม การชุบชีวิตคนตาย หรือแม้แต่การแชทปั่นกันในกลุ่ม ทั้งหมดล้วนทำเงินให้เขาได้ทั้งนั้น
จะมากจะน้อยมันก็คือรายได้ ขามดก็ถือว่าเป็นเนื้อ สะสมไปเรื่อยๆ เดี๋ยวเงินก็กองเป็นภูเขาเองนั่นแหละ แถมงานนี้ยูยูเอะไม่ต้องเสียเงินสักแดงเดียว ถือเป็นสวัสดิการฟรีๆ เลยล่ะ
แค่ไปเอาเนตรสังสาระของนางาโตะมา จากนั้นก็ควบคุมไอ้พวกคนดวงกุดที่ชอบทำชั่วสักสองสามคน ให้พวกมันสังเวยพลังชีวิตเพื่อใช้สังสาระกำเนิดใหม่ แค่นี้ทุกอย่างก็เรียบร้อย
แผนการที่สมบูรณ์แบบ!
ซาสึเกะหรี่ตาลง เขารู้สึกตะหงิดๆ ว่าชิโนมิยะ ยูยูเอะ ดูจะมีเจตนาแอบแฝงบางอย่าง
เขาจึงส่ายหน้าโดยไม่ลังเล "ไม่สนใจ"
ยูยูเอะประหลาดใจเล็กน้อยที่ซาสึเกะปฏิเสธง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?
"ปฏิเสธทั้งที่ยังไม่ฟังรายละเอียดเนี่ยนะ?"
ทว่าซาสึเกะก็ยังคงส่ายหัวยืนยันคำเดิม
"แล้วถ้าฉันบอกว่า... ฉันสามารถชุบชีวิตพ่อกับแม่ของนายให้กลับมาได้ล่ะ?"
"ตอนนี้ดันโซก็ตายไปแล้ว ไม่มีใครมาจ้องเล่นงานตระกูลอุจิฮะอีก ถ้าหลังจากนี้ไปตามหาอิทาจิให้เจอ ครอบครัวนายก็จะได้กลับมาอยู่กันพร้อมหน้าไม่ใช่เหรอ?"
"เฮ้ แล้วฉันยังมีวิธีพาอุจิฮะ ซากุระ กับซาราดะมาที่นี่ เพื่อให้นายได้เจอหน้าลูกสาวด้วยนะ"
"เมื่อถึงตอนนั้น การได้อยู่กันพร้อมหน้าสามรุ่นภายใต้หลังคาเดียวกัน มันจะไม่วิเศษสุดๆ เลยเหรอ?" ชิโนมิยะ ยูยูเอะ เลิกคิ้วถาม
สิ้นประโยคนั้น ยูยูเอะสัมผัสได้ว่าร่างของซาสึเกะสั่นสะท้อนเพียงนิด
ชัดเจนว่าพายุในใจของเขานั้นไม่ได้สงบเหมือนภาพลักษณ์ภายนอกที่แสดงออกเลยสักนิด
แต่ตัวเลือกของซาสึเกะกลับทำให้ยูยูเอะประหลาดใจ เพราะเขายังคงส่ายหน้าปฏิเสธ
นี่ฉันต้องไปต่อยังไงดีล่ะเนี่ย?
ซาสึเกะร่างเกิดใหม่นี่มันจิตใจแน่วแน่ขนาดนี้เลยเหรอ?
นายนี่มันใจแข็งยิ่งกว่าโอบิโตะโหมดดาร์กซะอีกนะ
แววตาของซาสึเกะฉายแววอาลัยอาวรณ์ออกมาแวบหนึ่ง "คนตายก็มีโลกของพวกเขาเอง อีกอย่าง... ฉันชินกับการอยู่ตัวคนเดียวแล้ว"
แม้จะพูดแบบนั้น แต่ยูยูเอะมองเห็นความสั่นไหวในส่วนลึกของดวงตาสะท้อนออกมาอย่างชัดเจน มันคือความคาดหวังที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
โธ่เอ๊ย ฉันว่าแล้ว ใครจะไปปฏิเสธเรื่องการชุบชีวิตพ่อแม่ได้ลงคอ
ที่แท้มันคือความ "ซึน" ที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตระกูลอุจิฮะนี่เอง ปากบอกไม่เอา แต่ในใจนี่โหยหายิ่งกว่าใครเพื่อน
ชิโนมิยะ ยูยูเอะ พยักหน้าอย่างเข้าใจ
"อ้อ... ฉันเก็ทละ ฉันเข้าใจนาย"
ยูยูเอะตบไหล่ซาสึเกะเบาๆ
"รอฟังข่าวดีจากฉันได้เลย"
พูดจบเขาก็หันหลังเดินจากไปอย่างเท่ๆ โดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้ซาสึเกะยืนงงเป็นไก่ตาแตก... แกเข้าใจอะไรของแกวะ?
เข้าใจอะไรก็พูดให้เคลียร์ก่อนสิโว้ย!
เมื่อมองตามแผ่นหลังของชิโนมิยะ ยูยูเอะ ไป มุมปากของซาสึเกะก็กระตุกวูบ หมอนี่คงไม่ได้ไปวางแผนแผลงๆ อะไรหรอกนะ?
ถ้าวันหนึ่งฉันตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองมีลูกสาวที่อายุแก่กว่าฉันสักสองสามปีขึ้นมาเฉยๆ…
อุจิฮะ ซาราดะ : "อุ๊ย พ่อตอนเด็กๆ น่ารักจังเลย!"
พอจินตนาการถึงฉากที่ทั้งตลกและน่าสยดสยองนั่น ซาสึเกะก็อดไม่ได้ที่จะขนลุกซู่ เขาอายแทบจะมุดแผ่นดินหนีจนอยากจะเอาเท้าจิกพื้นให้เป็นรูห้องชุดสามห้องนอนไปเลย
เขาพยายามสะบัดความคิดฟุ้งซ่านพวกนั้นออกไป
"ไม่นะ แบบนั้นมันน่าขายหน้าเกินไปแล้ว"
ดังนั้นเขาจึงรีบก้าวเท้าพุ่งตัวตามชิโนมิยะ ยูยูเอะ ไปอย่างรวดเร็ว
"ชิโนมิยะ รอฉันก่อน มีเรื่องจะคุยด้วย!"
ในเวลานี้ สองบิ๊กบอสอย่างเซ็นจู ฮาชิรามะ และเซ็นจู โทบิรามะ กำลังถกเรื่องแผนการในอนาคตของหมู่บ้านโคโนฮะกันอย่างออกรส
อีกด้านหนึ่ง นามิคาเซะ มินาโตะ และอุซึมากิ คุชินะ ก็กำลังพูดคุยกับนารูโตะด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ชิโนมิยะ ยูยูเอะ เดินนำอยู่ข้างหน้า โดยมีซาสึเกะไล่กวดตามมาด้วยสีหน้ากระวนกระวาย
จะมีก็แต่ โนฮาระ ริน สาวน้อยคนนี้ดูเหมือนจะถูกทิ้งให้อยู่ในความเงียบเหงาเพียงลำพัง เธอยืนรอการกลับมาของโอบิโตะอย่างกระวนกระวาย ยิ่งเวลาผ่านไป ความกังวลในใจก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
"ทุกคนคะ... ดูเหมือนโอบิโตะจะหายไปนานเกินไปแล้วนะ"
เสียงของโนฮาระ ริน ดังขึ้นท่ามกลางกลุ่มคนด้วยความนึกเป็นห่วง
เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้น บทสนทนาก็หยุดชะงักลงทันที พลางได้สติกลับมา
"โอบิโตะไปนานแล้วจริงๆ ให้ฉันตามไปดูสถานการณ์หน่อยไหม?"
"ไอ้หนูตระกูลอุจิฮะคนนั้นน่ะเหรอ? ฉันสัมผัสได้ว่าพลังเนตรของเขาไม่ด้อยไปกว่ามาดาระเลยนะ คงไม่มีปัญหาเรื่องความปลอดภัยหรอก"
ชิโนมิยะ ยูยูเอะ ที่เดินวนไปวนมาบังเอิญได้ยินบทสนทนานี้พอดี เขาจึงหยุดเดินกะทันหัน
ทว่าการหยุดกะทันหันนี้ ทำให้ซาสึเกะที่ตามจี้มาข้างหลังต้องรับเคราะห์เต็มๆ เขาเบรกไม่ทันจนชนเข้ากับแผ่นหลังของชิโนมิยะ ยูยูเอะ ที่แข็งแกร่งราวกับกำแพงทองแดงเข้าอย่างจัง... ปัง!
"อึก..."
ในพริบตา ซาสึเกะก็เห็นดาวพรายเต็มตาและหมดสติไปทันที
ยูยูเอะเหลือบมองซาสึเกะที่สลบเหมือดพลางยิ้มที่มุมปาก ร่างกายของเซียนน่ะไม่ได้เคี้ยวง่ายๆหรอกนะหนู สงสัยเจ้าเด็กนี่คงจะสลบไปสักพัก ปล่อยไว้แบบนั้นแหละ
จากนั้นเขาก็หันไปมองโนฮาระ ริน แล้วปลอบโยนว่า
"ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวฉันส่งข้อความไปถามให้"
พูดจบ ยูยูเอะก็ใช้นิ้วจิ้มไปในอากาศสองสามครั้ง
[ทางนั้นเป็นยังไงบ้าง? ชนะหรือแพ้? ยัยหนูที่เป็นติ่งนายน่ะเริ่มเป็นห่วงจนจะแย่แล้วนะ]
ข้อความตอบกลับของโอบิโตะส่งกลับมาแทบจะทันที
[เรียบร้อยแล้ว ชนะขาดลอย จริงๆ พวกฉันควรจะกลับมาถึงตั้งนานแล้วล่ะ แต่ติดที่คาคาชิมันลีลาไปหน่อย เดี๋ยวก็ถึงแล้ว]
"โอบิโตะบอกว่ากำลังจะถึงแล้วล่ะ" ยูยูเอะบอกต่อ
โนฮาระ ริน พ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ภูเขาที่ทับอยู่ในอกก็ถูกยกออกไปเสียที
"ขอบคุณมากนะคะ" รอยยิ้มของเธอช่างหวานหยดย้อยราวน้ำผึ้งจริงๆ