เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 : ราชาแห่งไอเดีย

บทที่ 39 : ราชาแห่งไอเดีย

บทที่ 39 : ราชาแห่งไอเดีย


บทที่ 39 : ราชาแห่งไอเดีย

"จริงเหรอครับ!" นารูโตะเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มกว้างที่สว่างไสวที่สุดเท่าที่เคยมีมา

"แน่นอนว่าเป็นเรื่องจริง" นามิคาเซะ มินาโตะ รับมุกตามข้อเสนอของชิโนมิยะ ยูยูเอะ ทันที

"ยอดไปเลย! ในที่สุดฉันก็มีทั้งพ่อและแม่แล้ว!"

นารูโตะกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ

"เอ้อ จริงด้วยสิครับพ่อ พ่อบอกว่าแม่ก็กลับมาด้วย แล้วแม่ล่ะครับอยู่ไหน?"

นารูโตะเพิ่งนึกขึ้นได้ เขาหันมองไปรอบๆ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

แม่ของฉันจะเป็นคนยังไงกันนะ?

"ขืนนายพูดแบบนี้ แม่เขาคงเสียใจแย่เลยนะ ทั้งที่เพิ่งเจอกันเมื่อกี้ แถมเขายังกอดนายซะแน่นเลยด้วย"

"กอดฉันเมื่อกี้เหรอ?" นารูโตะชะงักไป

"เดี๋ยว... หรือว่า..."

นารูโตะค่อยๆ หันหัวไปมองคุชินะที่ตอนนี้กำลังทำหน้าผิดหวังเล็กน้อย

นามิคาเซะ มินาโตะ ได้แต่ยิ้มกริ่มโดยไม่พูดอะไร

"เอ๋? พี่สาวคนสวย... ที่แท้พี่ก็คือแม่ของฉันเหรอ" นารูโตะอุทานอย่างตกใจ

คุชินะขมวดคิ้วนิดๆ ก่อนจะเดินเข้ามาหาพลางลูบหัวนารูโตะ แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม (ที่แฝงรังสีอัมหิต)

"พี่สาวคนสวยงั้นเหรอ?"

ฝ่ามืออรหันต์ลูบลงบนกระหม่อม พลังงานบางอย่างเริ่มแผ่ซ่านทำเอาขนลุกซู่

เมื่อต้องเผชิญกับยิ้ม 'เปี่ยมรัก' ของคุชินะ นารูโตะก็รีบแก้คำพูดทันควัน

"แม่ครับ!"

สีหน้าของคุชินะเปลี่ยนจากมืดครึ้มกลายเป็นสดใสทันที เธอขยี้ผมนารูโตะเบาๆ ด้วยความเอ็นดู

"แบบนี้สิถึงจะถูก"

"แหะๆ" นารูโตะหัวเราะแห้งๆ

ในตอนนั้นเอง ซาสึเกะถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อมองดูภาพการกลับมาพร้อมหน้าพร้อมตาของครอบครัวนารูโตะ เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะท้อนใจ

เขารู้สึกว่าความสุขแบบนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่ไกลเกินเอื้อมสำหรับคนอย่างเขา

ทันใดนั้น ก็มีใครบางคนเดินเข้ามาแล้วกอดคอเขาไว้

ซาสึเกะหันไปมองก็พบกับใบหน้าของชิโนมิยะ ยูยูเอะ ที่ยื่นเข้ามาใกล้จนแทบจะติดกัน

"ทำไม...นายต้องเข้ามาใกล้ขนาดนี้ด้วย?" ซาสึเกะเบือนหน้าหนีด้วยความรำคาญ

"ฉันมีแผนการใหญ่ล่ะ นายอยากฟังไหม?"

ชิโนมิยะ ยูยูเอะ แสร้งทำเป็นมีเลศนัยเพื่อกระตุ้นความอยากรู้ของซาสึเกะ

เมื่อเห็นรอยยิ้มที่มีความสุขของนารูโตะ ยูยูเอะก็รู้สึกว่าทุกอย่างมันช่างวิเศษจริงๆ

เขาชอบฉากแบบนี้แหละ ไม่ต้องมานั่งเศร้ากับการพลัดพรากจากลา หรือต้องเจอแต่คมดาบแสงอะไรนั่นบ่อยๆ มันน่าเบื่อจะตายไป ตัวเขาเองน่ะเกลียดการเห็นคนตายที่สุดเลยนะ

ดันโซที่ศพยังไม่ทันเย็บ : "?"

ไม่ใช่ละเพื่อน! นายกล้าพูดคำนี้ออกมาได้ไงก่อน? แน่นอนว่าสำหรับคนอย่างดันโซ ตายไปก็คือตายไปเถอะ ใครจะสนล่ะ

ดันโซ:  "...."

ดังนั้น เพื่อที่จะได้เห็นฉากอันอบอุ่นแบบนี้มากขึ้น ชิโนมิยะ ยูยูเอะ จึงวางแผนที่จะปลุกชีพตัวละครสำคัญในเนื้อเรื่องกลับมาอีก ซึ่งนอกจากจะตอบสนองความต้องการของตัวเองแล้ว เขายังมีอีกเป้าหมายหนึ่งแฝงอยู่ด้วย

นั่นคือการ "ปั๊มเหรียญ"

การเปลี่ยนชะตากรรม การชุบชีวิตคนตาย หรือแม้แต่การแชทปั่นกันในกลุ่ม ทั้งหมดล้วนทำเงินให้เขาได้ทั้งนั้น

จะมากจะน้อยมันก็คือรายได้ ขามดก็ถือว่าเป็นเนื้อ สะสมไปเรื่อยๆ เดี๋ยวเงินก็กองเป็นภูเขาเองนั่นแหละ แถมงานนี้ยูยูเอะไม่ต้องเสียเงินสักแดงเดียว ถือเป็นสวัสดิการฟรีๆ เลยล่ะ

แค่ไปเอาเนตรสังสาระของนางาโตะมา จากนั้นก็ควบคุมไอ้พวกคนดวงกุดที่ชอบทำชั่วสักสองสามคน ให้พวกมันสังเวยพลังชีวิตเพื่อใช้สังสาระกำเนิดใหม่ แค่นี้ทุกอย่างก็เรียบร้อย

แผนการที่สมบูรณ์แบบ!

ซาสึเกะหรี่ตาลง เขารู้สึกตะหงิดๆ ว่าชิโนมิยะ ยูยูเอะ ดูจะมีเจตนาแอบแฝงบางอย่าง

เขาจึงส่ายหน้าโดยไม่ลังเล "ไม่สนใจ"

ยูยูเอะประหลาดใจเล็กน้อยที่ซาสึเกะปฏิเสธง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?

"ปฏิเสธทั้งที่ยังไม่ฟังรายละเอียดเนี่ยนะ?"

ทว่าซาสึเกะก็ยังคงส่ายหัวยืนยันคำเดิม

"แล้วถ้าฉันบอกว่า... ฉันสามารถชุบชีวิตพ่อกับแม่ของนายให้กลับมาได้ล่ะ?"

"ตอนนี้ดันโซก็ตายไปแล้ว ไม่มีใครมาจ้องเล่นงานตระกูลอุจิฮะอีก ถ้าหลังจากนี้ไปตามหาอิทาจิให้เจอ ครอบครัวนายก็จะได้กลับมาอยู่กันพร้อมหน้าไม่ใช่เหรอ?"

"เฮ้ แล้วฉันยังมีวิธีพาอุจิฮะ ซากุระ กับซาราดะมาที่นี่ เพื่อให้นายได้เจอหน้าลูกสาวด้วยนะ"

"เมื่อถึงตอนนั้น การได้อยู่กันพร้อมหน้าสามรุ่นภายใต้หลังคาเดียวกัน มันจะไม่วิเศษสุดๆ เลยเหรอ?" ชิโนมิยะ ยูยูเอะ เลิกคิ้วถาม

สิ้นประโยคนั้น ยูยูเอะสัมผัสได้ว่าร่างของซาสึเกะสั่นสะท้อนเพียงนิด

ชัดเจนว่าพายุในใจของเขานั้นไม่ได้สงบเหมือนภาพลักษณ์ภายนอกที่แสดงออกเลยสักนิด

แต่ตัวเลือกของซาสึเกะกลับทำให้ยูยูเอะประหลาดใจ เพราะเขายังคงส่ายหน้าปฏิเสธ

นี่ฉันต้องไปต่อยังไงดีล่ะเนี่ย?

ซาสึเกะร่างเกิดใหม่นี่มันจิตใจแน่วแน่ขนาดนี้เลยเหรอ?

นายนี่มันใจแข็งยิ่งกว่าโอบิโตะโหมดดาร์กซะอีกนะ

แววตาของซาสึเกะฉายแววอาลัยอาวรณ์ออกมาแวบหนึ่ง "คนตายก็มีโลกของพวกเขาเอง อีกอย่าง... ฉันชินกับการอยู่ตัวคนเดียวแล้ว"

แม้จะพูดแบบนั้น แต่ยูยูเอะมองเห็นความสั่นไหวในส่วนลึกของดวงตาสะท้อนออกมาอย่างชัดเจน มันคือความคาดหวังที่ซ่อนอยู่ลึกๆ

โธ่เอ๊ย ฉันว่าแล้ว ใครจะไปปฏิเสธเรื่องการชุบชีวิตพ่อแม่ได้ลงคอ

ที่แท้มันคือความ "ซึน" ที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตระกูลอุจิฮะนี่เอง ปากบอกไม่เอา แต่ในใจนี่โหยหายิ่งกว่าใครเพื่อน

ชิโนมิยะ ยูยูเอะ พยักหน้าอย่างเข้าใจ

"อ้อ... ฉันเก็ทละ ฉันเข้าใจนาย"

ยูยูเอะตบไหล่ซาสึเกะเบาๆ

"รอฟังข่าวดีจากฉันได้เลย"

พูดจบเขาก็หันหลังเดินจากไปอย่างเท่ๆ โดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้ซาสึเกะยืนงงเป็นไก่ตาแตก... แกเข้าใจอะไรของแกวะ?

เข้าใจอะไรก็พูดให้เคลียร์ก่อนสิโว้ย!

เมื่อมองตามแผ่นหลังของชิโนมิยะ ยูยูเอะ ไป มุมปากของซาสึเกะก็กระตุกวูบ หมอนี่คงไม่ได้ไปวางแผนแผลงๆ อะไรหรอกนะ?

ถ้าวันหนึ่งฉันตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองมีลูกสาวที่อายุแก่กว่าฉันสักสองสามปีขึ้นมาเฉยๆ…

อุจิฮะ ซาราดะ : "อุ๊ย พ่อตอนเด็กๆ น่ารักจังเลย!"

พอจินตนาการถึงฉากที่ทั้งตลกและน่าสยดสยองนั่น ซาสึเกะก็อดไม่ได้ที่จะขนลุกซู่ เขาอายแทบจะมุดแผ่นดินหนีจนอยากจะเอาเท้าจิกพื้นให้เป็นรูห้องชุดสามห้องนอนไปเลย

เขาพยายามสะบัดความคิดฟุ้งซ่านพวกนั้นออกไป

"ไม่นะ แบบนั้นมันน่าขายหน้าเกินไปแล้ว"

ดังนั้นเขาจึงรีบก้าวเท้าพุ่งตัวตามชิโนมิยะ ยูยูเอะ ไปอย่างรวดเร็ว

"ชิโนมิยะ รอฉันก่อน มีเรื่องจะคุยด้วย!"

ในเวลานี้ สองบิ๊กบอสอย่างเซ็นจู ฮาชิรามะ และเซ็นจู โทบิรามะ กำลังถกเรื่องแผนการในอนาคตของหมู่บ้านโคโนฮะกันอย่างออกรส

อีกด้านหนึ่ง นามิคาเซะ มินาโตะ และอุซึมากิ คุชินะ ก็กำลังพูดคุยกับนารูโตะด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

ชิโนมิยะ ยูยูเอะ เดินนำอยู่ข้างหน้า โดยมีซาสึเกะไล่กวดตามมาด้วยสีหน้ากระวนกระวาย

จะมีก็แต่ โนฮาระ ริน สาวน้อยคนนี้ดูเหมือนจะถูกทิ้งให้อยู่ในความเงียบเหงาเพียงลำพัง เธอยืนรอการกลับมาของโอบิโตะอย่างกระวนกระวาย ยิ่งเวลาผ่านไป ความกังวลในใจก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

"ทุกคนคะ... ดูเหมือนโอบิโตะจะหายไปนานเกินไปแล้วนะ"

เสียงของโนฮาระ ริน ดังขึ้นท่ามกลางกลุ่มคนด้วยความนึกเป็นห่วง

เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้น บทสนทนาก็หยุดชะงักลงทันที พลางได้สติกลับมา

"โอบิโตะไปนานแล้วจริงๆ ให้ฉันตามไปดูสถานการณ์หน่อยไหม?"

"ไอ้หนูตระกูลอุจิฮะคนนั้นน่ะเหรอ? ฉันสัมผัสได้ว่าพลังเนตรของเขาไม่ด้อยไปกว่ามาดาระเลยนะ คงไม่มีปัญหาเรื่องความปลอดภัยหรอก"

ชิโนมิยะ ยูยูเอะ ที่เดินวนไปวนมาบังเอิญได้ยินบทสนทนานี้พอดี เขาจึงหยุดเดินกะทันหัน

ทว่าการหยุดกะทันหันนี้ ทำให้ซาสึเกะที่ตามจี้มาข้างหลังต้องรับเคราะห์เต็มๆ เขาเบรกไม่ทันจนชนเข้ากับแผ่นหลังของชิโนมิยะ ยูยูเอะ ที่แข็งแกร่งราวกับกำแพงทองแดงเข้าอย่างจัง... ปัง!

"อึก..."

ในพริบตา ซาสึเกะก็เห็นดาวพรายเต็มตาและหมดสติไปทันที

ยูยูเอะเหลือบมองซาสึเกะที่สลบเหมือดพลางยิ้มที่มุมปาก ร่างกายของเซียนน่ะไม่ได้เคี้ยวง่ายๆหรอกนะหนู สงสัยเจ้าเด็กนี่คงจะสลบไปสักพัก ปล่อยไว้แบบนั้นแหละ

จากนั้นเขาก็หันไปมองโนฮาระ ริน แล้วปลอบโยนว่า

"ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวฉันส่งข้อความไปถามให้"

พูดจบ ยูยูเอะก็ใช้นิ้วจิ้มไปในอากาศสองสามครั้ง

[ทางนั้นเป็นยังไงบ้าง? ชนะหรือแพ้? ยัยหนูที่เป็นติ่งนายน่ะเริ่มเป็นห่วงจนจะแย่แล้วนะ]

ข้อความตอบกลับของโอบิโตะส่งกลับมาแทบจะทันที

[เรียบร้อยแล้ว ชนะขาดลอย จริงๆ พวกฉันควรจะกลับมาถึงตั้งนานแล้วล่ะ แต่ติดที่คาคาชิมันลีลาไปหน่อย เดี๋ยวก็ถึงแล้ว]

"โอบิโตะบอกว่ากำลังจะถึงแล้วล่ะ" ยูยูเอะบอกต่อ

โนฮาระ ริน พ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ภูเขาที่ทับอยู่ในอกก็ถูกยกออกไปเสียที

"ขอบคุณมากนะคะ" รอยยิ้มของเธอช่างหวานหยดย้อยราวน้ำผึ้งจริงๆ

จบบทที่ บทที่ 39 : ราชาแห่งไอเดีย

คัดลอกลิงก์แล้ว