- หน้าแรก
- มหาอัจฉริยะ หลินอี้ ทะลุมิติกอบกู้จักรวาลยำรวมมิตร
- บทที่ 23 ของรางวัลชิ้นนี้มันจะใจป้ำเกินไปหน่อยไหมเนี่ย?
บทที่ 23 ของรางวัลชิ้นนี้มันจะใจป้ำเกินไปหน่อยไหมเนี่ย?
บทที่ 23 ของรางวัลชิ้นนี้มันจะใจป้ำเกินไปหน่อยไหมเนี่ย?
บทที่ 23 ของรางวัลชิ้นนี้มันจะใจป้ำเกินไปหน่อยไหมเนี่ย?
ตลอดทาง คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างก็ฉวยโอกาสแอบถ่ายรูปหลินอี้กันยกใหญ่ ซึ่งเขาก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ไอ้ที่เกวนถ่ายเซลฟี่ในมือถือไปเป็นร้อยรูปเนี่ย เธอจริงจังป่ะเนี่ย?
ความจริงหลินอี้ก็ไม่ได้เกลียดการถ่ายรูปหรอกนะ เขาแค่ไม่ชอบการถ่ายรูป เยอะๆ ต่างหาก
แต่ไม่ว่าเขาจะอ้อนวอนยังไง เรเวนและเกวนก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ตอนนี้หลินอี้เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมคนถึงชอบพูดกันนักว่า ความรักคือจุดจบความสุขของผู้ชาย และการแต่งงานคือหลุมศพของชีวิตลูกผู้ชาย
ดูเหมือนหลินอี้จะเริ่มเข้าใจความหมายของภาระอันหนักอึ้งที่เรียกว่าความรับผิดชอบและความเสียสละขึ้นมาบ้างแล้วล่ะ แต่ถ้าถามเขาว่า ถ้ามีโอกาสย้อนเวลากลับไป เขาจะยังสารภาพรักกับเรเวนอยู่ไหม? คำตอบของเขาก็คือ "แหงสิ!"
บางทีผู้ชายก็ชอบหาเรื่องใส่ตัวนั่นแหละ ความกล้าหาญมันก็เป็นความดื้อรั้นรูปแบบหนึ่งไม่ใช่เหรอ?
"ฮะ~ ในที่สุด ที่นี่สินะร้านเครื่องประดับที่เธอพูดถึง?"
หลินอี้มองดูร้านเครื่องประดับที่หรูหราอลังการงานสร้างในย่านที่พลุกพล่านของเมือง รู้สึกทั้งโล่งใจและสงสัยไปพร้อมๆ กัน
"นี่หมายความว่าเธอรู้จักมักจี่กับคนในร้านนี้ หรือแค่ร้านนี้มันดังมาก เธอเลยแนะนำให้ฉันมาที่นี่งั้นเหรอ?"
หลินอี้ถามเกวนที่กำลังชื่นชมและจัดระเบียบอัลบั้มรูปในมือถือกับเรเวน
"ก็น่าจะทั้งสองอย่างแหละ"
เกวนค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาแล้วยิ้ม
"อืม~ ก็ดีแล้ว"
หลินอี้รู้สึกว่า ถ้าเป็นแบบนั้น เวลาเอาอัญมณีมาขาย เขาคงไม่โดนกดราคาจนหน้ามืดหรอก
"แล้วเราจะยืนบื้ออยู่หน้าร้านทำไมล่ะ? เข้าไปข้างในกันเถอะ"
เกวนตบหลังหลินอี้เบาๆ แล้วเดินนำหน้าเขาและเรเวนเข้าไปในร้านเครื่องประดับ
"เฮ้~ สาวๆ"
หลินอี้ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะส่ายหน้าและเดินตามพวกเธอไป
"ยินดีต้อนรับสู่ คริสตัล ดัสต์ จิวเวลรี่ ค่ะ~"
พนักงานต้อนรับทุกคนดูเป็นมืออาชีพสุดๆ โค้งคำนับเก้าสิบองศาให้กับลูกค้าทุกคนที่เดินเข้ามาด้วยความจริงใจสุดขีด! แค่เห็นแค่นี้ หลินอี้ก็บอกได้เลยว่าร้านนี้น่าจะเป็นสาขาหลักของแบรนด์เครื่องประดับที่ดังมากๆ ในโลกใบนี้แน่ๆ!
และอันที่จริง ข้อสันนิษฐานของหลินอี้ก็ถูกต้องเป๊ะเสียด้วยสิ มาทำความรู้จักกับคุณหนูรองแห่งตระกูลชเนีย ไวส์ ชเนีย กันเถอะ
"ไง ไวส์"
เกวนยิ้มและทักทายไวส์ที่กำลังเดินเล่นชิลๆ อยู่ในร้านของครอบครัวเธอ
"โอ๊ะ! เกวน!~"
"เธอมาทำอะไรที่นี่เนี่ย? ฉันนึกว่าเธอไม่สนใจพวกเครื่องประดับอะไรพวกนี้ซะอีก"
เด็กสาวผมขาวรวบหางม้าเดี่ยวและมีรอยแผลเป็นที่ตาซ้ายอย่างเห็นได้ชัดคนนี้ ดูเหมือนจะรุ่นราวคราวเดียวกับเกวนและเพื่อนๆ ของเธอเลย
หลินอี้ที่ยืนอยู่ข้างหลัง ถูกดึงเข้าสู่โหมดวิเคราะห์โดยอัตโนมัติในทันที
"ฉันไม่มีปัญญาซื้อเครื่องประดับแพงหูฉี่ของร้านเธอหรอกน่า"
เกวนเกาหลังคอตัวเองพลางส่งยิ้มแหยๆ
"แต่อันที่จริง คราวนี้ฉันตั้งใจจะมาแนะนำลูกค้าให้เธอน่ะ"
"ลูกค้าเหรอ? คนนี้ใช่ไหม?"
เมื่อได้ยินดังนั้น ไวส์ก็เท้าสะเอวและหันไปมองเรเวนที่ยืนอยู่ข้างๆ เกวน
"เอ่อ~ ถ้าจะให้ถูก ต้องเป็นคนนี้ต่างหาก"
เกวนยิ้มกว้าง เบี่ยงตัวหลบ และผายมือไปทางหลินอี้ที่ยืนอยู่ด้านหลังให้ไวส์เห็น
"ฮึ่ม!~~~"
และในวินาทีที่เธอได้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาไร้ที่ติของหลินอี้
"โอ้~ มาย~ จีซัส!"
รูม่านตาของเธอเบิกกว้าง เอามือปิดปาก ลืมเพื่อนฝูงไปซะสนิท แล้วเดินผ่านเกวนกับเรเวนไปยืนจ้องหน้าหลินอี้เพื่อชื่นชมความหล่อให้หนำใจไปเลย!
"ในที่สุดรางวัลตอบแทนความดีที่ฉันสะสมมาทั้งชีวิตก็มาถึงแล้วสินะ?"
"ขอบคุณพระเจ้า! ขอบคุณที่ประทานเทวดาชุดขาวบริสุทธิ์ที่ฉันเฝ้าฝันอยากจะครอบครองมาตลอดให้ฉัน~"
"พระองค์ช่างใจป้ำจริงๆ~ ของขวัญชิ้นนี้~ มันเกินความคาดหมายของฉันไปไกลลิบเลยล่ะ~ อู้ว~~~"
พูดไปเธอก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าของหลินอี้ เอ่อ~ หลินอี้จะพูดอะไรได้ล่ะ? เขาทำได้แค่ทึ่งในความใจกล้าหน้าด้านของแม่สาวน้อยคนนี้ แถมเธอยังเป็นสายรุกซะด้วยสิ
"เฮ้ เฮ้ เฮ้! หยุดเลย! ไวส์! หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
"เขาไม่ใช่ของขวัญของเธอย่ะ!"
เกวนเอื้อมมือไปคว้าตัวไวส์ดึงกลับมา ส่วนเรเวนก็ใช้เวทมนตร์ตรึงเธอไว้กับที่ ถึงกระนั้น แม่สาวน้อยก็ยังพยายามจะยื่นหน้าเข้าไปหาหลินอี้ให้ได้ จะบอกว่าเธอตื๊อเก่งก็คงไม่ผิดนัก ด้วยความมุ่งมั่นและความกระตือรือร้นเบอร์นี้ หลินอี้กล้าพูดเลยว่า ไม่ว่าเธอจะหยิบจับอะไรก็คงประสบความสำเร็จได้ง่ายๆ แน่ๆ
"เฮ้! หยุดได้แล้ว! เขามีแฟนแล้วนะ! แถมแฟนเขาก็ยืนหัวโด่อยู่นี่ไง!"
"อะไรนะ?!"
ในที่สุด ภายใต้คำเตือนอันโหดร้ายและไร้ความปรานีของเกวน ไวส์ก็ดึงสติกลับมาได้เสียที เธอเบิกตากว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความช็อก ราวกับถูกฟ้าผ่าลงกลางกบาลห้าครั้งซ้อน ตามด้วยพายุหมุน เมฆดำทะมึน ความมืดมิดปกคลุม และวันสิ้นโลกมาเยือน
"อ๊าก!... ไม่! ไม่! ไม่!~ ท-ทำไมล่ะ?! พระเจ้า พระเยซู! ทำไมพวกท่านถึงทำกับฉันแบบนี้?"
"ชาติที่แล้วฉันไปทำกรรมหนักอะไรไว้จนทำให้เผ่าพันธุ์มนุษย์สูญพันธุ์หรือไง? ทำไมถึงทำให้ฉันต้องร่วงหล่นจากสวรรค์ลงสู่นรกขุมลึกสุดแบบนี้ด้วย!"
"ฉัน!~ ฉันมันก็แค่จูเลียตในโศกนาฏกรรม โอ้ ไม่สิ! ฉันมันยิ่งกว่าโศกนาฏกรรมที่แหลกสลายไม่มีชิ้นดีกว่าจูเลียตซะอีก! ฉันคือโศกนาฏกรรมแห่งโศกนาฏกรรม เป็นตัวแทนของคำว่าโศกนาฏกรรมเลยล่ะ!"
"..."
ว้าว~ หลินอี้มองดูไวส์ที่กำลังคุกเข่าร้องห่มร้องไห้อยู่บนพื้น ในหัวมีอยู่ความคิดเดียว: ยัยนี่มันเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์สุดๆ ไปเลย
"หึ~ ไม่ต้องเสียใจไปหรอกไวส์ เธอไม่ใช่คนเดียวที่ต้องเจ็บปวดเพราะผู้ชายคนนี้หรอกนะ"
เกวนมองไวส์แล้วจู่ๆ ก็ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน
"???"
หลินอี้และเรเวนถึงกับเหวอไปเลย
"หือ?"
ไวส์หันขวับไปมองเกวนด้วยความสับสน จากนั้นก็...
"ความจริงแล้ว เธอโชคดีมากๆ เลยนะ เพราะยังไงซะเธอก็ไม่มีทางได้ครอบครองเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ฉันสิ..."
"ครั้งหนึ่ง เคยมีความรู้สึกอันจริงใจวางอยู่ตรงหน้าฉัน แต่ฉันกลับไม่รู้จักหวงแหนมันไว้ให้ดี พอถึงเวลาที่ต้องสูญเสียมันไป มันก็สายเกินกว่าจะมานั่งเสียใจแล้ว"
"สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดบนโลกมนุษย์ใบนี้ คงไม่มีอะไรเกินไปกว่านี้อีกแล้วล่ะ..."
"ฉันเคยมีโอกาส มีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง แต่เพียงเพราะวิชาเรียนที่ฉันกำลังจะเข้าสาย ทุกอย่างมันก็มลายกลายเป็นฝุ่นผงไปหมด"
"..."
เรเวนขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะหันไปมองหลินอี้
"ไม่นะ ฉันไม่ได้สารภาพรักกับเธอจริงๆ นะ"
หลินอี้รีบยกมือขึ้นทั้งสองข้างเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง
"โฮ!~ เกวน!"
"งั้นสรุปว่า! พวกเราก็คือวิญญาณผู้น่าสงสารที่ถูกพระเจ้าและโลกใบนี้ทอดทิ้งเหมือนกันสินะ!"
ไวส์ร้องไห้โฮ ลุกพรวดขึ้นมาแล้วสวมกอดเกวนแน่น ทั้งคู่กอดคอกันร้องไห้ ราวกับสิ่งมีชีวิตสองตนที่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างกำลังพึ่งพิงและเยียวยาบาดแผลให้กันและกัน
"ใครบอกล่ะว่าไม่ใช่?"
รอยยิ้มอันโล่งอกและหยาดน้ำตาที่ค่อยๆ ร่วงหล่น... ถ้าหลินอี้จะพูดว่า ในเมื่อพวกเธอสองคนเป็นแบบนี้กันแล้ว ทำไมไม่ลองคบกันเองดูซะเลยล่ะ? ยังไงซะ แนวหญิงรักหญิงก็ไม่เลวเหมือนกันนะ
"เอ่อ~ งั้นตอนนี้... ฉันยังขายอัญมณีได้อยู่ไหมเนี่ย?"
หลินอี้พูดอย่างหมดหนทาง พลางล้วงเอาทับทิมเม็ดโตสีแดงสดบริสุทธิ์ที่เขาแงะมาจากกริชกระดูกปีศาจออกมาจากกระเป๋า!
"โอ๊ะ!~"
ทันทีที่ไวส์ได้เห็นอัญมณีเม็ดนั้น ความเศร้าโศกเสียใจและความรู้สึกถูกทอดทิ้งทั้งหมดก็มลายหายไปในพริบตา เกวนที่เธอกำลังกอดแน่นอยู่เมื่อกี้ก็หมดความน่าสนใจไปเลย เธอผลักเกวนออกห่างทันที!
"โอ๊ย!"
จากนั้นเธอก็รีบพุ่งเข้าไปหาหลินอี้ จ้องมองอัญมณีเม็ดโตหายากตาเป็นมัน ประกายระยิบระยับแผ่ซ่านออกมาจากดวงตาของเธอ!
"ฉ-ฉันไม่เคยเห็นทับทิมน้ำงามและเม็ดใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลย!"
"นี่มัน! นี่มันสมบัติล้ำค่าไร้เทียมทานชัดๆ!"
ไวส์ตื่นตะลึงซะจนต้องเอามือทั้งสองข้างบีบแก้มตัวเองไว้
"สมบัติล้ำค่าไร้เทียมทานเหรอ?"
หลินอี้ไม่ได้มีความรู้เรื่องพวกนี้สักเท่าไหร่ เขารู้แค่ว่าอัญมณีเม็ดนี้มันใหญ่และสว่างเจิดจ้ามาก เพราะงั้นมันก็น่าจะแพงหูฉี่แน่ๆ
"ถูกต้องที่สุด! สีแดงเลือดนกพิราบ! บริสุทธิ์และเข้มข้น! ไม่มีแม้แต่ประกายสีม่วงหรือสีส้มเจือปนเลยสักนิด! เหลือเชื่อสุดๆ!"
ไวส์แปลงร่างเป็นตัวการ์ตูนหัวโตในพริบตา วิ่งวนรอบทับทิมในมือหลินอี้อย่างบ้าคลั่ง!
"แล้วประกายรูปดาวข้างในอัญมณีนั่นก็งดงามตระการตาสุดๆ ไปเลย! เส้นแฉกดาวคมชัดและตรงเป๊ะ! ราวกับภาพสะท้อนของกลุ่มดาวอันเจิดจรัสบนท้องฟ้ายามค่ำคืนเลยล่ะ ฮะ~"
"เหลี่ยมมุมการเจียระไนก็สมมาตรเป๊ะ! พื้นผิวเรียบเนียนกริบราวกับกระจก!"
"แล้วก็ แล้วก็น้ำหนักนี่อีก!"
"คุณจะกรุณาให้ฉันตรวจดูมันอย่างละเอียดหน่อยได้ไหมคะ?"
ไวส์ประสานมืออ้อนวอนหลินอี้ด้วยท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู
"อ้อ ได้สิ ไม่มีปัญหา"
หลินอี้ยิ้มและยื่นอัญมณีให้ไวส์ ในเสี้ยววินาทีนั้น ไวส์ก็คว้าหมับไปอย่างรวดเร็วราวกับโจรฉกของแล้ววิ่งหนี!
เธอรีบวิ่งไปหลังร้าน ใช้เครื่องมือเฉพาะทางเพื่อตรวจสอบอย่างมืออาชีพ! จากนั้น~
"กรี๊ด!!!!!"
เสียงกรีดร้องที่ดังก้องไปทั่วทั้งร้านก็ระเบิดขึ้นในเวลาไม่นาน!
ทำเอาหลินอี้กับคนอื่นๆ เกือบจะคิดว่าพวกปีศาจบุกมาอีกรอบซะแล้ว
ในที่สุด ไวส์ก็วิ่งกระหืดกระหอบกลับเข้ามาในร้านพร้อมกับทับทิมของหลินอี้ ชูมันขึ้นสุดแขน! เธอประกาศก้อง!
"นี่ คือ ทับทิมเลือดนกพิราบ! ที่ใหญ่ที่สุด! ดีที่สุด! และน่าสะสมที่สุด! ในโลก! ณ ตอนนี้!!!!!"
"มันหนักถึง 101.26 กะรัตเต็มๆ เลยล่ะ!!!!!"
"อะไรนะ?!"
"ทับทิมเหรอ?"
"ทับทิมเลือดนกพิราบเนี่ยนะ?!"
"101 กะรัต?! ของจริงหรือของปลอมเนี่ย?"
"เป็นไปได้ยังไงกัน?!"
เสียงตะโกนของไวส์ทำเอาร้านแทบแตก
ทุกคนที่อยู่ในร้าน ณ วินาทีนั้น ต่างก็ได้เป็นสักขีพยานในการถือกำเนิดของสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้... สำหรับหลินอี้แล้ว เขาแทบจะไม่อยากเชื่อเลย "เอาน่าพวก นี่มันก็แค่ทับทิมที่ฝังอยู่ในมีดปีศาจหักๆ เล่มนึงเองนะ มันจะวิเศษวิโสอะไรขนาดนั้นเชียว? ถ้าอย่างนั้น ฉันยังมีแซฟไฟร์ที่ใหญ่กว่านี้อีกสองเม็ด มันจะไม่ยิ่งน่าทึ่งกว่านี้อีกหรือไงล่ะ?"