เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 ของรางวัลชิ้นนี้มันจะใจป้ำเกินไปหน่อยไหมเนี่ย?

บทที่ 23 ของรางวัลชิ้นนี้มันจะใจป้ำเกินไปหน่อยไหมเนี่ย?

บทที่ 23 ของรางวัลชิ้นนี้มันจะใจป้ำเกินไปหน่อยไหมเนี่ย?


บทที่ 23 ของรางวัลชิ้นนี้มันจะใจป้ำเกินไปหน่อยไหมเนี่ย?

ตลอดทาง คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างก็ฉวยโอกาสแอบถ่ายรูปหลินอี้กันยกใหญ่ ซึ่งเขาก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ไอ้ที่เกวนถ่ายเซลฟี่ในมือถือไปเป็นร้อยรูปเนี่ย เธอจริงจังป่ะเนี่ย?

ความจริงหลินอี้ก็ไม่ได้เกลียดการถ่ายรูปหรอกนะ เขาแค่ไม่ชอบการถ่ายรูป เยอะๆ ต่างหาก

แต่ไม่ว่าเขาจะอ้อนวอนยังไง เรเวนและเกวนก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ตอนนี้หลินอี้เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมคนถึงชอบพูดกันนักว่า ความรักคือจุดจบความสุขของผู้ชาย และการแต่งงานคือหลุมศพของชีวิตลูกผู้ชาย

ดูเหมือนหลินอี้จะเริ่มเข้าใจความหมายของภาระอันหนักอึ้งที่เรียกว่าความรับผิดชอบและความเสียสละขึ้นมาบ้างแล้วล่ะ แต่ถ้าถามเขาว่า ถ้ามีโอกาสย้อนเวลากลับไป เขาจะยังสารภาพรักกับเรเวนอยู่ไหม? คำตอบของเขาก็คือ "แหงสิ!"

บางทีผู้ชายก็ชอบหาเรื่องใส่ตัวนั่นแหละ ความกล้าหาญมันก็เป็นความดื้อรั้นรูปแบบหนึ่งไม่ใช่เหรอ?

"ฮะ~ ในที่สุด ที่นี่สินะร้านเครื่องประดับที่เธอพูดถึง?"

หลินอี้มองดูร้านเครื่องประดับที่หรูหราอลังการงานสร้างในย่านที่พลุกพล่านของเมือง รู้สึกทั้งโล่งใจและสงสัยไปพร้อมๆ กัน

"นี่หมายความว่าเธอรู้จักมักจี่กับคนในร้านนี้ หรือแค่ร้านนี้มันดังมาก เธอเลยแนะนำให้ฉันมาที่นี่งั้นเหรอ?"

หลินอี้ถามเกวนที่กำลังชื่นชมและจัดระเบียบอัลบั้มรูปในมือถือกับเรเวน

"ก็น่าจะทั้งสองอย่างแหละ"

เกวนค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาแล้วยิ้ม

"อืม~ ก็ดีแล้ว"

หลินอี้รู้สึกว่า ถ้าเป็นแบบนั้น เวลาเอาอัญมณีมาขาย เขาคงไม่โดนกดราคาจนหน้ามืดหรอก

"แล้วเราจะยืนบื้ออยู่หน้าร้านทำไมล่ะ? เข้าไปข้างในกันเถอะ"

เกวนตบหลังหลินอี้เบาๆ แล้วเดินนำหน้าเขาและเรเวนเข้าไปในร้านเครื่องประดับ

"เฮ้~ สาวๆ"

หลินอี้ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะส่ายหน้าและเดินตามพวกเธอไป

"ยินดีต้อนรับสู่ คริสตัล ดัสต์ จิวเวลรี่ ค่ะ~"

พนักงานต้อนรับทุกคนดูเป็นมืออาชีพสุดๆ โค้งคำนับเก้าสิบองศาให้กับลูกค้าทุกคนที่เดินเข้ามาด้วยความจริงใจสุดขีด! แค่เห็นแค่นี้ หลินอี้ก็บอกได้เลยว่าร้านนี้น่าจะเป็นสาขาหลักของแบรนด์เครื่องประดับที่ดังมากๆ ในโลกใบนี้แน่ๆ!

และอันที่จริง ข้อสันนิษฐานของหลินอี้ก็ถูกต้องเป๊ะเสียด้วยสิ มาทำความรู้จักกับคุณหนูรองแห่งตระกูลชเนีย ไวส์ ชเนีย กันเถอะ

"ไง ไวส์"

เกวนยิ้มและทักทายไวส์ที่กำลังเดินเล่นชิลๆ อยู่ในร้านของครอบครัวเธอ

"โอ๊ะ! เกวน!~"

"เธอมาทำอะไรที่นี่เนี่ย? ฉันนึกว่าเธอไม่สนใจพวกเครื่องประดับอะไรพวกนี้ซะอีก"

เด็กสาวผมขาวรวบหางม้าเดี่ยวและมีรอยแผลเป็นที่ตาซ้ายอย่างเห็นได้ชัดคนนี้ ดูเหมือนจะรุ่นราวคราวเดียวกับเกวนและเพื่อนๆ ของเธอเลย

หลินอี้ที่ยืนอยู่ข้างหลัง ถูกดึงเข้าสู่โหมดวิเคราะห์โดยอัตโนมัติในทันที

"ฉันไม่มีปัญญาซื้อเครื่องประดับแพงหูฉี่ของร้านเธอหรอกน่า"

เกวนเกาหลังคอตัวเองพลางส่งยิ้มแหยๆ

"แต่อันที่จริง คราวนี้ฉันตั้งใจจะมาแนะนำลูกค้าให้เธอน่ะ"

"ลูกค้าเหรอ? คนนี้ใช่ไหม?"

เมื่อได้ยินดังนั้น ไวส์ก็เท้าสะเอวและหันไปมองเรเวนที่ยืนอยู่ข้างๆ เกวน

"เอ่อ~ ถ้าจะให้ถูก ต้องเป็นคนนี้ต่างหาก"

เกวนยิ้มกว้าง เบี่ยงตัวหลบ และผายมือไปทางหลินอี้ที่ยืนอยู่ด้านหลังให้ไวส์เห็น

"ฮึ่ม!~~~"

และในวินาทีที่เธอได้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาไร้ที่ติของหลินอี้

"โอ้~ มาย~ จีซัส!"

รูม่านตาของเธอเบิกกว้าง เอามือปิดปาก ลืมเพื่อนฝูงไปซะสนิท แล้วเดินผ่านเกวนกับเรเวนไปยืนจ้องหน้าหลินอี้เพื่อชื่นชมความหล่อให้หนำใจไปเลย!

"ในที่สุดรางวัลตอบแทนความดีที่ฉันสะสมมาทั้งชีวิตก็มาถึงแล้วสินะ?"

"ขอบคุณพระเจ้า! ขอบคุณที่ประทานเทวดาชุดขาวบริสุทธิ์ที่ฉันเฝ้าฝันอยากจะครอบครองมาตลอดให้ฉัน~"

"พระองค์ช่างใจป้ำจริงๆ~ ของขวัญชิ้นนี้~ มันเกินความคาดหมายของฉันไปไกลลิบเลยล่ะ~ อู้ว~~~"

พูดไปเธอก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าของหลินอี้ เอ่อ~ หลินอี้จะพูดอะไรได้ล่ะ? เขาทำได้แค่ทึ่งในความใจกล้าหน้าด้านของแม่สาวน้อยคนนี้ แถมเธอยังเป็นสายรุกซะด้วยสิ

"เฮ้ เฮ้ เฮ้! หยุดเลย! ไวส์! หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!"

"เขาไม่ใช่ของขวัญของเธอย่ะ!"

เกวนเอื้อมมือไปคว้าตัวไวส์ดึงกลับมา ส่วนเรเวนก็ใช้เวทมนตร์ตรึงเธอไว้กับที่ ถึงกระนั้น แม่สาวน้อยก็ยังพยายามจะยื่นหน้าเข้าไปหาหลินอี้ให้ได้ จะบอกว่าเธอตื๊อเก่งก็คงไม่ผิดนัก ด้วยความมุ่งมั่นและความกระตือรือร้นเบอร์นี้ หลินอี้กล้าพูดเลยว่า ไม่ว่าเธอจะหยิบจับอะไรก็คงประสบความสำเร็จได้ง่ายๆ แน่ๆ

"เฮ้! หยุดได้แล้ว! เขามีแฟนแล้วนะ! แถมแฟนเขาก็ยืนหัวโด่อยู่นี่ไง!"

"อะไรนะ?!"

ในที่สุด ภายใต้คำเตือนอันโหดร้ายและไร้ความปรานีของเกวน ไวส์ก็ดึงสติกลับมาได้เสียที เธอเบิกตากว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความช็อก ราวกับถูกฟ้าผ่าลงกลางกบาลห้าครั้งซ้อน ตามด้วยพายุหมุน เมฆดำทะมึน ความมืดมิดปกคลุม และวันสิ้นโลกมาเยือน

"อ๊าก!... ไม่! ไม่! ไม่!~ ท-ทำไมล่ะ?! พระเจ้า พระเยซู! ทำไมพวกท่านถึงทำกับฉันแบบนี้?"

"ชาติที่แล้วฉันไปทำกรรมหนักอะไรไว้จนทำให้เผ่าพันธุ์มนุษย์สูญพันธุ์หรือไง? ทำไมถึงทำให้ฉันต้องร่วงหล่นจากสวรรค์ลงสู่นรกขุมลึกสุดแบบนี้ด้วย!"

"ฉัน!~ ฉันมันก็แค่จูเลียตในโศกนาฏกรรม โอ้ ไม่สิ! ฉันมันยิ่งกว่าโศกนาฏกรรมที่แหลกสลายไม่มีชิ้นดีกว่าจูเลียตซะอีก! ฉันคือโศกนาฏกรรมแห่งโศกนาฏกรรม เป็นตัวแทนของคำว่าโศกนาฏกรรมเลยล่ะ!"

"..."

ว้าว~ หลินอี้มองดูไวส์ที่กำลังคุกเข่าร้องห่มร้องไห้อยู่บนพื้น ในหัวมีอยู่ความคิดเดียว: ยัยนี่มันเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์สุดๆ ไปเลย

"หึ~ ไม่ต้องเสียใจไปหรอกไวส์ เธอไม่ใช่คนเดียวที่ต้องเจ็บปวดเพราะผู้ชายคนนี้หรอกนะ"

เกวนมองไวส์แล้วจู่ๆ ก็ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน

"???"

หลินอี้และเรเวนถึงกับเหวอไปเลย

"หือ?"

ไวส์หันขวับไปมองเกวนด้วยความสับสน จากนั้นก็...

"ความจริงแล้ว เธอโชคดีมากๆ เลยนะ เพราะยังไงซะเธอก็ไม่มีทางได้ครอบครองเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ฉันสิ..."

"ครั้งหนึ่ง เคยมีความรู้สึกอันจริงใจวางอยู่ตรงหน้าฉัน แต่ฉันกลับไม่รู้จักหวงแหนมันไว้ให้ดี พอถึงเวลาที่ต้องสูญเสียมันไป มันก็สายเกินกว่าจะมานั่งเสียใจแล้ว"

"สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดบนโลกมนุษย์ใบนี้ คงไม่มีอะไรเกินไปกว่านี้อีกแล้วล่ะ..."

"ฉันเคยมีโอกาส มีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง แต่เพียงเพราะวิชาเรียนที่ฉันกำลังจะเข้าสาย ทุกอย่างมันก็มลายกลายเป็นฝุ่นผงไปหมด"

"..."

เรเวนขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะหันไปมองหลินอี้

"ไม่นะ ฉันไม่ได้สารภาพรักกับเธอจริงๆ นะ"

หลินอี้รีบยกมือขึ้นทั้งสองข้างเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง

"โฮ!~ เกวน!"

"งั้นสรุปว่า! พวกเราก็คือวิญญาณผู้น่าสงสารที่ถูกพระเจ้าและโลกใบนี้ทอดทิ้งเหมือนกันสินะ!"

ไวส์ร้องไห้โฮ ลุกพรวดขึ้นมาแล้วสวมกอดเกวนแน่น ทั้งคู่กอดคอกันร้องไห้ ราวกับสิ่งมีชีวิตสองตนที่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างกำลังพึ่งพิงและเยียวยาบาดแผลให้กันและกัน

"ใครบอกล่ะว่าไม่ใช่?"

รอยยิ้มอันโล่งอกและหยาดน้ำตาที่ค่อยๆ ร่วงหล่น... ถ้าหลินอี้จะพูดว่า ในเมื่อพวกเธอสองคนเป็นแบบนี้กันแล้ว ทำไมไม่ลองคบกันเองดูซะเลยล่ะ? ยังไงซะ แนวหญิงรักหญิงก็ไม่เลวเหมือนกันนะ

"เอ่อ~ งั้นตอนนี้... ฉันยังขายอัญมณีได้อยู่ไหมเนี่ย?"

หลินอี้พูดอย่างหมดหนทาง พลางล้วงเอาทับทิมเม็ดโตสีแดงสดบริสุทธิ์ที่เขาแงะมาจากกริชกระดูกปีศาจออกมาจากกระเป๋า!

"โอ๊ะ!~"

ทันทีที่ไวส์ได้เห็นอัญมณีเม็ดนั้น ความเศร้าโศกเสียใจและความรู้สึกถูกทอดทิ้งทั้งหมดก็มลายหายไปในพริบตา เกวนที่เธอกำลังกอดแน่นอยู่เมื่อกี้ก็หมดความน่าสนใจไปเลย เธอผลักเกวนออกห่างทันที!

"โอ๊ย!"

จากนั้นเธอก็รีบพุ่งเข้าไปหาหลินอี้ จ้องมองอัญมณีเม็ดโตหายากตาเป็นมัน ประกายระยิบระยับแผ่ซ่านออกมาจากดวงตาของเธอ!

"ฉ-ฉันไม่เคยเห็นทับทิมน้ำงามและเม็ดใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลย!"

"นี่มัน! นี่มันสมบัติล้ำค่าไร้เทียมทานชัดๆ!"

ไวส์ตื่นตะลึงซะจนต้องเอามือทั้งสองข้างบีบแก้มตัวเองไว้

"สมบัติล้ำค่าไร้เทียมทานเหรอ?"

หลินอี้ไม่ได้มีความรู้เรื่องพวกนี้สักเท่าไหร่ เขารู้แค่ว่าอัญมณีเม็ดนี้มันใหญ่และสว่างเจิดจ้ามาก เพราะงั้นมันก็น่าจะแพงหูฉี่แน่ๆ

"ถูกต้องที่สุด! สีแดงเลือดนกพิราบ! บริสุทธิ์และเข้มข้น! ไม่มีแม้แต่ประกายสีม่วงหรือสีส้มเจือปนเลยสักนิด! เหลือเชื่อสุดๆ!"

ไวส์แปลงร่างเป็นตัวการ์ตูนหัวโตในพริบตา วิ่งวนรอบทับทิมในมือหลินอี้อย่างบ้าคลั่ง!

"แล้วประกายรูปดาวข้างในอัญมณีนั่นก็งดงามตระการตาสุดๆ ไปเลย! เส้นแฉกดาวคมชัดและตรงเป๊ะ! ราวกับภาพสะท้อนของกลุ่มดาวอันเจิดจรัสบนท้องฟ้ายามค่ำคืนเลยล่ะ ฮะ~"

"เหลี่ยมมุมการเจียระไนก็สมมาตรเป๊ะ! พื้นผิวเรียบเนียนกริบราวกับกระจก!"

"แล้วก็ แล้วก็น้ำหนักนี่อีก!"

"คุณจะกรุณาให้ฉันตรวจดูมันอย่างละเอียดหน่อยได้ไหมคะ?"

ไวส์ประสานมืออ้อนวอนหลินอี้ด้วยท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู

"อ้อ ได้สิ ไม่มีปัญหา"

หลินอี้ยิ้มและยื่นอัญมณีให้ไวส์ ในเสี้ยววินาทีนั้น ไวส์ก็คว้าหมับไปอย่างรวดเร็วราวกับโจรฉกของแล้ววิ่งหนี!

เธอรีบวิ่งไปหลังร้าน ใช้เครื่องมือเฉพาะทางเพื่อตรวจสอบอย่างมืออาชีพ! จากนั้น~

"กรี๊ด!!!!!"

เสียงกรีดร้องที่ดังก้องไปทั่วทั้งร้านก็ระเบิดขึ้นในเวลาไม่นาน!

ทำเอาหลินอี้กับคนอื่นๆ เกือบจะคิดว่าพวกปีศาจบุกมาอีกรอบซะแล้ว

ในที่สุด ไวส์ก็วิ่งกระหืดกระหอบกลับเข้ามาในร้านพร้อมกับทับทิมของหลินอี้ ชูมันขึ้นสุดแขน! เธอประกาศก้อง!

"นี่ คือ ทับทิมเลือดนกพิราบ! ที่ใหญ่ที่สุด! ดีที่สุด! และน่าสะสมที่สุด! ในโลก! ณ ตอนนี้!!!!!"

"มันหนักถึง 101.26 กะรัตเต็มๆ เลยล่ะ!!!!!"

"อะไรนะ?!"

"ทับทิมเหรอ?"

"ทับทิมเลือดนกพิราบเนี่ยนะ?!"

"101 กะรัต?! ของจริงหรือของปลอมเนี่ย?"

"เป็นไปได้ยังไงกัน?!"

เสียงตะโกนของไวส์ทำเอาร้านแทบแตก

ทุกคนที่อยู่ในร้าน ณ วินาทีนั้น ต่างก็ได้เป็นสักขีพยานในการถือกำเนิดของสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้... สำหรับหลินอี้แล้ว เขาแทบจะไม่อยากเชื่อเลย "เอาน่าพวก นี่มันก็แค่ทับทิมที่ฝังอยู่ในมีดปีศาจหักๆ เล่มนึงเองนะ มันจะวิเศษวิโสอะไรขนาดนั้นเชียว? ถ้าอย่างนั้น ฉันยังมีแซฟไฟร์ที่ใหญ่กว่านี้อีกสองเม็ด มันจะไม่ยิ่งน่าทึ่งกว่านี้อีกหรือไงล่ะ?"

จบบทที่ บทที่ 23 ของรางวัลชิ้นนี้มันจะใจป้ำเกินไปหน่อยไหมเนี่ย?

คัดลอกลิงก์แล้ว