- หน้าแรก
- The Ultimate Student สุดยอดนักเรียนสมองอัจฉริยะ
- บทที่ 1580 (702) เด็กแก่แดด (ตอนฟรี)
บทที่ 1580 (702) เด็กแก่แดด (ตอนฟรี)
บทที่ 1580 (702) เด็กแก่แดด (ตอนฟรี)
บทที่ 1580 (702) เด็กแก่แดด
“น้องชายตระกูลเจิ้งนี่มันกะจะพลิกฟ้าเลยหรือไง?”
ในโทรศัพท์เหอหงเหว่ยเอ่ยถามปนหัวเราะ “เป็นยังไงบ้าง ไม่ได้ตกใจกลัวใช่ไหม?”
จี้เฟิงยิ้มตอบ “ไม่มีอะไรหรอก แค่ปัญหาเล็กน้อย ไม่รู้เหมือนกันว่าใครทำให้มันกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตวุ่นวายไปทั้งเมืองแบบนี้!”
“น้องชายฉันคงไม่พูดอะไรมากไปกว่านี้ ถ้ามีอะไรที่ต้องการให้ช่วยก็บอกมาได้เลย ตราบใดที่ฉันช่วยได้ ฉันจะไม่ปฏิเสธแน่นอน!” เหอหงเว่ยกล่าว
ตอนนี้เรื่องราวลุกลามไปถึงตระกูลเจิ้งและตระกูลจี้ ซึ่งเป็นสองตระกูลใหญ่ เหอหงเหว่ยในฐานะคนของตระกูลเหอย่อมพูดอะไรมากไม่ได้ และไม่อาจแสดงท่าทีสุ่มสี่สุ่มห้า ดังนั้นเขาจึงเพียงเอ่ยถึงเรื่องที่จี้เฟิงถูกลอบสังหารแค่เล็กน้อยก่อนจะข้ามหัวข้อนี้ไป
ทว่าหากมองในมุมส่วนตัว คำสัญญาของเหอหงเหว่ยนั้นย่อมมีผลแน่นอน อีกทั้งตระกูลเจิ้งกับตระกูลอู๋ยังเป็นพวกที่ลงเรือลำเดียวกัน มีคำกล่าวที่ว่า ‘ศัตรูของศัตรูก็คือมิตร’ ยิ่งไปกว่านั้นความสัมพันธ์ระหว่างเหอหงเหว่ยกับจี้เฟิงก็ถือว่าดีมาก หากจี้เฟิงต้องการความช่วยเหลือ เหอหงเหว่ยย่อมไม่บ่ายเบี่ยง!
“พี่หงเหว่ย ขอบคุณมากครับ!” จี้เฟิงพยักหน้า
“งั้นแค่นี้ก่อนละกัน ฉันรู้ว่าตอนนี้ชั่วโมงนี้นายคงยุ่งมาก ไม่รบกวนแล้ว!” เหอหงเหว่ยกล่าวอย่างอารมณ์ดี
เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ จี้เฟิงที่เป็นผู้ประสบเหตุย่อมต้องมีเรื่องให้จัดการอีกเพียบ
“โอเค...” จี้เฟิงยิ้มตอบ
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็จบการสนทนาและวางสายไป
จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้ายิ้มขื่น เรื่องมันชักจะไปกันใหญ่แล้วจริงๆ
นับรวมสายของเหอหงเหว่ยด้วย จี้เฟิงรับสายไปแล้วเจ็ดแปดสาย ทุกสายล้วนโทรมาแสดงความห่วงใยเกี่ยวกับเรื่องนี้
ไม่ว่าจะเป็นจี้เส้าจุน , จี้เส้าฮง , เหอหงเหว่ย รวมถึงพี่ใหญ่อย่างจี้ช่าวตง และพี่รองจี้ช่าวเหลย ต่างก็โทรมาถามไถ่สถานการณ์ของจี้เฟิง
ยิ่งไปกว่านั้นจี้เฟิงยังได้รับสายหนึ่งที่ทำให้เขาคาดไม่ถึง... เหวินเว่ยซินถึงขั้นโทรมาถามด้วยความกังวล ว่าเขาได้รับบาดเจ็บตรงไหนไหม ซึ่งเรื่องนี้ทำให้จี้เฟิงประหลาดใจพอสมควร
เขาไม่ได้ติดต่อกับเหวินเว่ยซินมานานมากแล้ว พูดกันตามตรงนับตั้งแต่ช่วยเธอไว้ที่รอยัลคลับในหยานจิงครั้งก่อน จี้เฟิงก็กลับมาที่เจียงโจว หลังจากนั้นทั้งคู่แทบจะไม่ได้ติดต่อกันเลย คิดไม่ถึงว่าครั้งนี้เธอจะโทรมาหา
แต่จากเรื่องนี้ก็เห็นได้ชัดว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เล็กเลยจริงๆ เพราะคนที่จี้เฟิงรู้จักแทบจะโทรมาหาเขากันหมด
หากจะบอกว่าสายตาทุกคู่ในหยานจิงกำลังจับจ้องมาที่ตระกูลเจิ้ง ตระกูลจี้ และตัวจี้เฟิง ก็คงไม่เกินจริงนัก
ทว่ายิ่งเป็นแบบนี้ จี้เฟิงก็ยิ่งต้องระวัง
เหมือนอย่างที่จี้เส้าจุนบอก ยิ่งเอิกเกริกก็ยิ่งต้องห้ามวู่วาม เพราะทุกคนกำลังจ้องอยู่ หากจี้เฟิงทำอะไรที่มันเกินขอบเขตด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ย่อมต้องมีคนแอบหัวเราะชอบใจลับหลังแน่นอน!
แต่จี้เฟิงจะหลงกลง่ายๆได้ยังไง?
ไม่ว่าภายนอกจะวุ่นวายแค่ไหน เขาจะไม่เข้าไปยุ่งจนเกินควร ไม่ว่าสถานการณ์จะสับสนเพียงใด ย่อมมีพ่อและคนอื่นๆ คอยจัดการอยู่แล้ว
จี้เฟิงเพียงแค่รอให้เยี่ยนหงยอมเปิดปาก และถ้าจะให้ดีที่สุดคือต้องกุมหลักฐานมัดตัวให้ได้ ส่วนเรื่องอื่นเขาไม่จำเป็นต้องออกแรงให้เหนื่อย!
..........
ในที่สุดหลังจากรับโทรศัพท์ติดต่อกันสี่ห้าสาย จี้เฟิงก็ได้อยู่กับช่วงเวลาที่สงบสุขเสียที
เขาส่ายหน้าพลางยกนาฬิกาขึ้นดูเวลา นี่ก็เกือบจะเที่ยงแล้ว ดูเหมือนวันนี้คงทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้แน่
โชคดีที่ช่วงเช้าถงเล่ยไม่มีเรียนและกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องทำงาน จี้เฟิงจึงอยู่บ้านโดยไม่เบื่อนัก
“จริงด้วย แล้วเหยาเหยาล่ะ!” จี้เฟิงเพิ่งสังเกตว่าตั้งแต่เช้ามาเขายังไม่เห็นเงาของยัยหนูตัวแสบเลย
เขารีบลุกขึ้นเดินขึ้นชั้นบน เมื่อคืนดูเหมือนเหยาเหยาจะนอนกับหยูซวน จี้เฟิงจึงตรงไปที่ห้องนอนของเซียวหยูซวนทันที
แต่พอเดินไปถึงหน้าประตูห้องนอน เขาก็ได้ยินเสียงคนคุยกันอยู่ข้างใน
“เหยาเหยาทำไมยังไม่ลุกอีกคะ จะได้เวลามื้อเที่ยงแล้วนะ!” นั่นคือเสียงของถงเล่ย
จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ดูเหมือนเหยาเหยาจะนอนตื่นสาย และถงเล่ยกำลังปลุกเธออยู่
“พี่เล่ยเล่ยทำไมเพิ่งมาปลุกหนูล่ะคะ หนูจะไปสายแล้วนะ!” เสียงใสๆ ของเหยาเหยาเอ่ยขึ้นอย่างตัดพ้อ
“ยัยหนูนี่!”
ถงเล่ยหลุดหัวเราะพรืดออกมา “เมื่อเช้าใครกันนะที่บอกว่าหนาว แล้วไม่ยอมลุกจากเตียงน่ะ? ตอนนี้กลับมาโทษพี่ซะงั้น?”
จี้เฟิงที่ยืนอยู่หน้าประตูถึงกับไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ยัยหนูคนนี้กล้าเล่นแง่กับถงเล่ยด้วยเหรอเนี่ย?
“แล้วก็นะ พี่รู้นะว่าเราลืมตาตื่นตั้งนานแล้ว แต่นอนรอให้พี่มาปลุกใช่ไหมล่ะ?” ถงเล่ยเอ่ยอย่างขบขัน
มุมปากของจี้เฟิงกระตุกทันที “...”
ยัยหนูคนนี้ในหัวคิดอะไรอยู่กันแน่เนี่ย?
จี้เฟิงจินตนาการภาพตามที่ถงเล่ยพูดได้เป็นฉากๆ ยัยหนูตัวน้อยเพราะกลัวหนาวเลยไม่ยอมลุก นอนกลิ้งไปกลิ้งมาตาแป๋วอยู่บนเตียงแถมยังบ่นอุบอิบในปากว่า ‘จะสายแล้วนะ ทำไมยังไม่มีใครมาปลุกหนูอีก…’
เกรงว่าคงมีแต่เด็กที่ทั้งฉลาดและน่ารักอย่างเหยาเหยาเท่านั้น ที่จะทำเรื่องที่ทั้งน่าขำและน่าเอ็นดูได้ขนาดนี้!
จี้เฟิงยิ้มพลางเดินเข้าไป “เหยาเหยาวันนี้ไม่ต้องไปโรงเรียนแล้วนะ รอคุณแม่กลับมา เดี๋ยวป่ะป๊าจะให้แม่หาโรงเรียนใหม่ที่ดีกว่าเดิมให้หนูเอง!”
“อ๊ะ!”
เหยาเหยาร้องเสียงหลงทันที “ป่ะป๊าออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ เหยาเหยาจะลุกแล้ว!”
“...”
จี้เฟิงอึ้งไปครู่หนึ่ง ตามอารมณ์ไม่ทัน “ก็ตื่นแล้วก็ต้องลุกสิ แล้วจะไล่ป่ะป๊าทำไม?”
“ป่ะป๊าลามก!” เหยาเหยาพูดอย่างงอนๆ “ออกไปเลยนะ คุณแม่เคยบอกว่า ร่างกายของเด็กผู้หญิงน่ะ ห้ามให้เด็กผู้ชายดูสุ่มสี่สุ่มห้านะคะ!”
จี้เฟิง: “...”
เขาเพิ่งจะสังเกตเห็นว่า ตอนนี้ถงเล่ยเลิกผ้าห่มออกจากตัวเหยาเหยาแล้ว ยัยหนูสวมชุดนอนลายการ์ตูน และกำลังเตรียมจะให้ถงเล่ยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้...
“ยัยเด็กแก่แดด!” หน้าผากจี้เฟิงมีเส้นเลือดเต้นตุบๆ “เด็กแก่แดดจริงๆ! ก็ใส่ชุดนอนอยู่ไม่ใช่หรือไง!”
“แต่คุณแม่บอกว่า เด็กผู้หญิงตอนเพิ่งตื่นนอนจะดูขี้เหร่ที่สุด ห้ามให้เด็กผู้ชายเห็นเด็ดขาด!” เหยาเหยายืนเท้าสะเอวอยู่บนเตียง มือข้างหนึ่งชี้ไปที่ประตู “ป่ะป๊าออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นเหยาเหยาจะไม่รักป่ะป๊าแล้ว!”
“คิก!”
ถงเล่ยกลั้นขำไม่ไหวอีกต่อไป ต่อให้เธอจะมีนิสัยเย็นชาแค่ไหน แต่เจอแบบนี้เข้าไปก็แทบจะหลุดหัวเราะออกมา
“เหยาเหยาหนูรู้เรื่องพวกนี้ด้วยเหรอจ๊ะ?” ถงเล่ยถามปนยิ้ม
“แน่นอนค่ะ!”
เหยาเหยาเชิดหน้าขึ้นอย่างภูมิใจ “คุณแม่สอนเรื่องต่างๆ ให้เหยาเหยาตั้งเยอะ เหยาเหยาจำได้หมดแหละ!”
ถงเล่ยยิ้มกว้างกว่าเดิมพลางถามต่อ “เหยาเหยาเมื่อวานหนูยังให้เขาอุ้มอยู่เลย ทำไมวันนี้ถึงจริงจังนักล่ะจ๊ะ?”
“นั่นมันไม่เหมือนกัน!”
เหยาเหยาอธิบายอย่างมีหลักการ “เมื่อวานเขาคือคุณป่ะป๊า แต่ตอนนี้หนูเป็นเด็กผู้หญิงนี่นา! ป่ะป๊า ออกไปสิคะ ไม่งั้นเหยาเหยาจะไม่รักป่ะป๊าจริงๆด้วยนะ!”
“...โอเคๆ ออกไปก็ได้!” จี้เฟิงได้แต่หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก เหยาเหยายัยหนูคนนี้ช่างเด็กแก่แดดจริงๆ!
ฉินซูเจี๋ยนี่ก็เหลือเกิน เธอสอนลูกยังไงกันนะ อะไรคือร่างกายเด็กผู้หญิงห้ามให้เด็กผู้ชายดูสุ่มสี่สุ่มห้า อะไรคือเด็กผู้หญิงตอนตื่นนอนขี้เหร่ที่สุด... นี่มันเหตุผลบ้าบออะไรกัน มีใครเขาสอนลูกแบบนี้บ้าง?
จี้เฟิงเดินลงมาข้างล่างพร้อมรอยยิ้มขื่นๆบนใบหน้า
จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงถงเล่ยกับเหยาเหยาคุยกันมาจากในห้องนอน ตามมาด้วยเสียงหัวเราะคิกคักของเหยาเหยา ทำให้จี้เฟิงทั้งขำทั้งส่ายหน้า
เด็กวัยอย่างเหยาเหยาเพิ่งจะเริ่มรู้ความ เรื่องเหตุผลหลายๆ อย่างยังอยู่ในสภาวะกึ่งเข้าใจกึ่งมึนงง ช่วงเวลานี้การศึกษาของเด็กจึงเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด และต้องให้ความสำคัญอย่างมาก
พูดตามตรงช่วงนี้คือช่วงเริ่มต้นการเรียนรู้ในก้าวแรกของชีวิตเด็ก สภาพแวดล้อมรอบตัวและการสั่งสอนของผู้ใหญ่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด
เนี่ยดูจากการแสดงออกของเหยาเหยาก็พิสูจน์ได้ทุกอย่างแล้ว!
ฉินซูเจี๋ยสอนมายังไง ยัยหนูก็แสดงออกมาอย่างนั้น!
“ดูเหมือนว่าจะต้องหาโรงเรียนอนุบาลดีๆ ให้เหยาเหยาจริงๆแล้วสิ” จี้เฟิงพึมพำกับตัวเอง แต่เรื่องนี้ก็รีบร้อนไม่ได้ ต้องรอให้ฉินซูเจี๋ยกลับมาก่อนค่อยปรึกษากัน
เขายังอดถอนหายใจไม่ได้ว่า การเลี้ยงลูกนี่มันไม่ง่ายเลยจริงๆ ขนาดนี่ยังไม่ใช่ลูกแท้ๆของเขา แถมช่วงเวลาตั้งแต่เหยาเหยาเกิดจนถึงหัดพูดหัดเดินเขาก็ไม่ได้มีส่วนร่วมด้วย ถ้าในอนาคตเขามีลูกของตัวเองขึ้นมาจริงๆ... ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นยังไง!
แต่พอคิดถึงคำพูดที่เหยาเหยาพูดเมื่อครู่ จี้เฟิงก็อดกลั้นขำไว้ไม่ได้
ยัยหนูนี่!
“Rrrr...”
ในตอนนั้นเองโทรศัพท์ของจี้เฟิงก็ดังขึ้นอีกครั้ง เขาได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจพลางบ่นพึมพำ “ช่วงวันสองวันนี้ ปิดเครื่องไปเลยจะดีกว่าไหมเนี่ย?”
จี้เฟิงหยิบมือถือขึ้นมาดูชื่อผู้โทรแล้วก็ต้องชะงักไป เพราะคนที่โทรมาคือเหอหงเหว่ย
เมื่อกี้เหอหงเหว่ยเพิ่งจะโทรมาหาเขาเองไม่ใช่เหรอ ทำไมตอนนี้โทรมาอีกแล้ว?
“พี่หงเหว่ย...”
จี้เฟิงกดรับสาย “มีธุระอะไรอีกหรือเปล่าครับ? หรือว่ามีปัญหาอะไร?”
“ไม่มีเรื่องใหญ่อะไรหรอก พอดีเมื่อกี้มีเพื่อนคนหนึ่งมาหาฉัน อยากให้ฉันช่วยเป็นคนกลางนัดให้เขาได้เจอหน้านายหน่อย!” เหอหงเหว่ยหัวเราะ “นายสะดวกเมื่อไหร่ล่ะ?”
“ผมจะว่างเมื่อไหร่นั้นเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ผมอยากรู้มากว่าใครกันที่อยากจะเจอผม แถมยังต้องผ่านนายน้อยเหอมาเป็นคนกลางด้วย?” จี้เฟิงถาม
เหอหงเว่ยนี่ก็แปลกดีนะ มาถึงก็ถามว่าว่างไหม ต่อให้ว่าง ก็ต้องรู้ก่อนสิว่าจะให้ไปเจอใคร?
อีกอย่างตัวเขาเข้าถึงยากขนาดนั้นเลยหรือไง ถึงต้องให้เหอหงเว่ยมาช่วยเป็นสะพานเชื่อมให้?
“หะหะ...”
เหอหงเว่ยหัวเราะ “ส่วนจะเป็นใครนั้น ฉันขออุบไว้ก่อนละกัน ขอเล่นตัวหน่อย นายแค่บอกมาตรงๆ ว่ามีเวลาว่างไหม?”
“เวลาน่ะมีแน่นอน!” จี้เฟิงกล่าว “แต่พี่หงเหว่ย พี่คงไม่ได้จะแนะนำพวกคนแปลกๆ ให้ผมรู้จักหรอกนะ แบบนั้นมันน่ารำคาญเปล่าๆ”
“นายนี่นะ...” เหอหงเหว่ยส่ายหน้าอย่างเอือมระอา “ในสายตานาย ฉันรู้จักแต่พวกคนแปลกๆงั้นเหรอ? วางใจเถอะ เป็นสาวสวยเชียวนะ รับรองว่าถ้านายได้เจอจะไม่เสียใจแน่นอน!”
“ผมไม่ได้สนใจสาวสวยเท่าไหร่หรอกครับ แต่ในเมื่อพี่เป็นคนเอ่ยปาก ผมก็ไม่กล้าปฏิเสธอยู่แล้ว” จี้เฟิงยิ้มตอบ “พี่กำหนดเวลามาได้เลย”
“โอเค งั้นวันนี้ฉันจะนั่งเครื่องบินไปเจียงโจวเลย ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ช่วงเย็นเราไปหาที่นั่งเล่นกันหน่อย!” เหอหงเหว่ยกล่าว
“ไม่มีปัญหา!” จี้เฟิงตอบ
หลังจากจบการสนทนา จี้เฟิงส่ายหน้ายิ้ม ดูเหมือนคนที่เหอหงเหว่ยจะแนะนำให้รู้จัก คงจะมีแผนการบางอย่างแอบแฝงแน่ๆ และดูเหมือนคนๆนี้จะไม่ธรรมดา มิฉะนั้นเหอหงเหว่ยคงไม่ให้เกียรติขนาดที่ต้องลงทุนบินมาหาถึงที่ในวันเดียวกันแบบนี้!
....จบบทที่ 1580~