เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 181 ไอ้หมอนี่มันข้องใจ เอ็งไปสั่งสอนมันหน่อยซิ!

ตอนที่ 181 ไอ้หมอนี่มันข้องใจ เอ็งไปสั่งสอนมันหน่อยซิ!

ตอนที่ 181 ไอ้หมอนี่มันข้องใจ เอ็งไปสั่งสอนมันหน่อยซิ!


องค์บาก, อสูรหมัดคลั่ง และ พี่ป้า ทั้งสามคนค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาด้วยความงุนงง

"โย่ ฟื้นกันแล้วเหรอพวกนาย?"

ในตอนนั้นเอง ก็มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังยืนล้อมรอบพวกเขาอยู่

"จอมมีดไร้เงา? นักปรุงยาจอมบัฟ? นี่มันตัวบ้าอะไรกันวะเนี่ย?" องค์บาก, อสูรหมัดคลั่ง และ พี่ป้า รู้สึกมึนหัวตึ้บ

"จริงสิ!" ทั้งสามเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าพวกเขาวิ่งมาท้าดวลกับ หวังลู่เฟย นี่หว่า

"ตื่นแล้วสินะ?" เหออี้หมิง เดินนวดนาดเข้ามาด้วยท่าทีผ่อนคลาย

"พี่หมิง... พวกเรา... พวกเราเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วครับ..." องค์บาก, อสูรหมัดคลั่ง และ พี่ป้า ก้มหน้าลงอย่างช้าๆ

ที่แท้ หวังลู่เฟย ก็แข็งแกร่งถึงระดับนี้แล้วเชียวรึ?

องค์บาก รู้ดีว่าหมัดของตัวเองนั้นเร็วแค่ไหน

แต่ผลลัพธ์คือ หวังลู่เฟย ไม่แม้แต่จะชายตามอง ก็สามารถรับหมัดทั้งสามดอกได้สบายๆ

ความแตกต่างของ ฮาคิสังเกต ระหว่างทั้งสองฝ่าย มันห่างชั้นกันขนาดนี้เลยเหรอ?

"พี่หมิง ผม... ผมไม่เข้าใจ! พี่เก่งเทพขนาดนี้ผมไม่ติดใจหรอก... แต่ทำไมไอ้เจ้า หวังลู่เฟย มันถึงได้เก่งเวอร์ขนาดนั้น?" อสูรหมัดคลั่ง จนถึงตอนนี้ก็ยังทำใจยอมรับไม่ได้

"นั่นสิพี่!" องค์บาก กับ พี่ป้า ก็แทบอยากจะกระอักเลือด

ลองนึกดูสิ บนดาวบลูวอเตอร์ ในวงการต่อสู้ของพวกเขาแต่ละคน ล้วนเป็นยอดฝีมือระดับท็อป เป็นตัวตึงในรุ่นเยาว์ที่หาคู่ปรับไม่ได้!

แต่พอมาอยู่ในเกมนี้ ทั้งที่ได้พลังมาจนแกร่งขึ้นแท้ๆ!

กลับโดนไอ้เด็กจูนิเบียวคนหนึ่งอัดยับเป็นหลานเลย

แบบนี้มันน่าขายหน้าชะมัด 120%

"ที่นี่ คือโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร!"

"หากพวกเจ้าไม่พลิกกลับความคิดความเคยชินแบบเดิมๆ ช่องว่างระหว่างพวกเจ้ากับ หวังลู่เฟย ก็มีแต่จะยิ่งห่างกันออกไป!" เหออี้หมิง ยิ้มมุมปากเล็กน้อย

"เรื่องนี้... หึ รอให้พวกเราเลเวลอัพเมื่อไหร่ ก็ไม่มีทางแพ้มันหรอก!" อสูรหมัดคลั่ง ยังคงรู้สึกไม่ยอมรับ

"เจ้าไม่ยอมรับ?" เหออี้หมิง หัวเราะ

จากนั้นเขาก็กวักมือเรียก

"ตี้สั่วหลง มานี่หน่อย!" เหออี้หมิง เรียกผู้เล่นคนหนึ่งเข้ามา

ผู้เล่นคนนี้ดูอายุราวๆ สิบสี่สิบห้า แต่กลับทำหน้าตาเบียวๆ... เอ้ย มุ่งมั่นแน่วแน่สุดขีด

"ไอ้เจ้า อสูรหมัดคลั่ง นี่มันไม่ยอมรับ เจ้าช่วยจัดการมันให้ร่วงในวิเดียวที ให้มันรู้ซึ้งถึงความเก่งกาจของเจ้าหน่อย!" เหออี้หมิง พูดออกมาตรงๆ ไม่อ้อมค้อม

ประโยคนี้ถ้าแปลเป็นภาษาชาวบ้านก็คือ

ไอ้เด็กนี่มันห้าว เอ็งไปตบเกรียนสั่งสอนมันให้รู้สำนึกซะ!

"หึหึ..." อสูรหมัดคลั่ง ของขึ้นแล้ว เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน

หวังลู่เฟย ยังไงซะก็เป็นถึงตัวเทพจากช่วงทดสอบรอบแรก!

ตัวเองสู้ไม่ได้ เอาล่ะ ยอมรับก็ได้!

แต่ไอ้เจ้า ตี้สั่วหลง ตรงหน้านี้ มันก็แค่ผู้เล่นรอบสองเหมือนกับตัวเอง เพิ่งล็อกอินเข้าเกมมาไม่ถึงสองวัน จะมาสั่งสอนตัวเองเนี่ยนะ?

หลังจาก เหออี้หมิง เปิดระบบอนุญาตให้ PK กันได้ เขาก็ยืนดูอยู่เงียบๆ

"เข้ามาเลย!!!" อสูรหมัดคลั่ง ไม่พูดพร่ำทำเพลง ตั้งท่าพร้อมรบ งัด ฮาคิแห่งเกราะ ออกมาใช้ เปิด แปดด่านประตูมรณะ ไปสามประตู กระทืบเท้าอย่างแรง พุ่งเข้าใส่ ตี้สั่วหลง ทันที

"ทุกสรรพสิ่งล้วนเป็น ฮาคิแห่งเกราะ ได้!" ตี้สั่วหลง พูดจาอวดดี ปิดตาลงข้างหนึ่ง ใช้เพียงตาข้างเดียวจ้องเขม็งไปที่ อสูรหมัดคลั่ง

วินาทีถัดมา ตี้สั่วหลง เปิดใช้งาน แปดด่านประตูมรณะ อย่างเชี่ยวชาญ จากนั้น ฮาคิแห่งเกราะ ก็ค่อยๆ แผ่ออกมา แต่กลับพันธนาการอยู่แค่ที่ ดาบฟันวิญญาณ ในมือและแขนขวาเท่านั้น

อสูรหมัดคลั่ง หัวเราะร่า พุ่งเข้าไปถึงหน้า ตี้สั่วหลง

แต่ผลลัพธ์คือ ตี้สั่วหลง ตวับ ดาบฟันวิญญาณ ฟันลงมาเร็วปานสายฟ้าแลบ!

"แกแพ้... อ้าว เฮ้ย?" อสูรหมัดคลั่ง ตัวขาดครึ่งท่อน ปากที่แยกเป็นสองซีกยังคงพ่นคำพูดอวดดีค้างอยู่

จากนั้น...

ก็ไม่มีจากนั้นแล้ว

ณ วิหารชุบชีวิต อสูรหมัดคลั่ง ยืนงงเป็นไก่ตาแตก มีเครื่องหมายคำถามขึ้นเต็มหน้า

อิหยังวะ? (WTF?)

"ยอมรับหรือยัง?" อสูรหมัดคลั่ง รีบวิ่งกลับมา เหออี้หมิง จึงเอ่ยถามยิ้มๆ

"ผมไม่ยอม!!!" อสูรหมัดคลั่ง โกรธแล้ว โกรธจริงจังเลยด้วย!

"จอมมีดไร้เงา เอ็งจัดดิ๊!" เหออี้หมิง ไม่ใส่ใจ หันไปเรียกผู้เล่นจาก ขอบเขตเทพมิติ ที่อยู่ใกล้ๆ มา

"ตูไม่เชื่อหรอก ว่าตูจะแพ้...?" อสูรหมัดคลั่ง ตะโกนลั่น ยังแหกปากไม่ทันจบ มีดบินก็ปักเข้ากลางกบาล ลงไปนอนคุยกับรากมะม่วงทันที

"ตูไม่ยอม!!!" อสูรหมัดคลั่ง วิ่งกลับมาอีกรอบอย่างไม่คิดชีวิต

"เทพบุตรขาเหล็ก จัดไป!"

"ไว้ใจผมได้เลยพี่หมิง!"

ตอนที่ อสูรหมัดคลั่ง ซัดหมัดใส่ เทพบุตรขาเหล็ก อีกฝ่ายกลับตีลังกากลับหัว ใช้ท่าเตะฟาดส้นเท้าอันเป็นเอกลักษณ์ของซันจิ เตะอัดหน้า อสูรหมัดคลั่ง จนยุบลงไปกองกับพื้น

"???" อสูรหมัดคลั่ง เอ๋อแดกไปแล้ว

องค์บาก กับ พี่ป้า ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็มองจนตาค้าง

? ? ?

เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย?

ทำไมพวกเราสามคนที่อยู่ กิลด์ดารา ถึงถูกมองว่าเป็นผู้เล่นระดับหัวกะทิที่ต้องปั้น!

แต่พอมาเจอใครก็ได้ใน ขอบเขตเทพมิติ เดินผ่านมา กลับตบพวกเรากลายเป็นหลานได้หน้าตาเฉย?

แถมยังวันช็อตวันคิลทุกดอก?

นี่มันเพราะเชี่ยอะไรกันครับเนี่ย?

"ยังไม่เข้าใจอีกรึ?" เหออี้หมิง ยิ้มบางๆ โบกมือเรียกให้ทั้งสามนั่งลง

"พี่หมิง โปรดชี้แนะด้วยครับ!" อสูรหมัดคลั่ง คุกเข่าลงข้างหนึ่ง ยอมจำนนด้วยใจจริงแล้ว

"พวกเจ้าสามคน พื้นฐานวรยุทธ์ถือว่าดีเยี่ยม!"

"น่าเสียดาย ที่นี่คือโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร! หากพวกเจ้าคิดว่าจะใช้วรยุทธ์ที่มี ต่อกรกับผู้บำเพ็ญเพียร นั่นมันรนหาที่ตาย!"

"ในโลกนี้ คนธรรมดาที่ฝึกฝนวิชากายาเหล็กมาห้าสิบปีมีให้เกลื่อน! แต่ละคนล้วนเป็นปรมาจารย์ยุทธ์! พวกเจ้าคิดว่าตัวเองจะเก่งกว่าพวกเขาหรือ?"

"แต่ต่อให้เป็นปรมาจารย์กายาเหล็ก ถึงที่สุดแล้วก็ยังเป็นคนธรรมดา! ยอดฝีมือระดับ ขอบเขตก่อเกิดเขตแดน ตบทีเดียวก็ตายเป็นร้อยศพแล้ว!" เหออี้หมิง กล่าวเรียบๆ

"???" อสูรหมัดคลั่ง, องค์บาก และ พี่ป้า ต่างตะลึงงัน

ลองคิดดู มันก็จริงอย่างที่ว่าแฮะ!

คนธรรมดาฝึกเพลงหมัดมวยมาจนพริ้ว แล้วมันจะมีประโยชน์ห่าอะไร! เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้บำเพ็ญเพียรของจริง ก็ไม่ต่างอะไรกับมดปลวก

"งั้นแปลว่า วรยุทธ์ที่พวกเราฝึกมาอย่างหนักหลายปี มันไร้ประโยชน์งั้นเหรอครับ?" อสูรหมัดคลั่ง, องค์บาก และ พี่ป้า เริ่มรู้สึกท้อแท้

"แน่นอนว่าไม่!" เหออี้หมิง ส่ายหน้า

"หือ?" ทั้งสามทำหน้าสงสัย

เฮ้อ

เหออี้หมิง รู้ดีว่า ถ้าเขาไม่ชี้แนะให้ดีๆ ผู้เล่นสามคนนี้คงต้องเสียเวลาอีกนานกว่าจะบรรลุ

ในฐานะเจ้าสำนัก ก็ต้องไขข้อข้องใจให้พวกเขาสักหน่อย!

เพราะยิ่งผู้เล่นเก่งขึ้น ก็ยิ่งทำงานให้เขาได้ดีขึ้นไงล่ะ!

"หวังลู่เฟย พักไว้ก่อน... เมื่อกี้พวกเจ้าสังเกต ตี้สั่วหลง ไหม?"

"สังเกตอะไรครับ?"

"เจ้า ตี้สั่วหลง นั่นน่ะ มันรวม ฮาคิแห่งเกราะ ไว้ที่ ดาบฟันวิญญาณ กับแขนขวาเท่านั้น อีกอย่าง ฮาคิสังเกต ของมันยังฝึกไม่ถึงขั้น มันเลยใช้วิธีปิดตาข้างหนึ่ง ใช้ตาเดียวล็อกเป้าเจ้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของฮาคิ!"

"ความหมายของพี่หมิงคือ?"

"ถึงพวกเจ้าจะใช้ ฮาคิแห่งเกราะ กับ แปดด่านประตูมรณะ ได้! แต่สัญชาตญาณของพวกเจ้า ก็ยังชินกับการใช้กระบวนท่าเดิมๆ ของตัวเองอยู่ดี!"

"นั่นทำให้พวกเจ้ายังไม่เข้าใจแก่นแท้ของ ฮาคิแห่งเกราะ และ แปดด่านประตูมรณะ อย่างถ่องแท้! ยิ่งไม่ต้องพูดถึงจังหวะการใช้งานเลย!"

"ยกตัวอย่างเช่นเจ้า อสูรหมัดคลั่ง เจ้าถนัดมวยแปดทิศ! แต่เจ้าดันเอาฮาคิไปคลุมเกือบทั่วร่าง แบ่งพลังไปใช้ป้องกันซะครึ่งหนึ่ง ทำให้เสียของเปล่าๆ! ในขณะที่ ตี้สั่วหลง รวมฮาคิไว้ที่ดาบและมือที่ฟัน เน้นเพิ่มพลังโจมตีล้วนๆ! บวกกับมันมีอาวุธ ใช้จุดเดียวทะลวงหน้ากระดาน ที่เจ้าโดนมันฟันทีเดียวร่วงก็เรื่องปกติไม่ใช่เหรอ?"

"ส่วนเจ้า จอมมีดไร้เงา มันเชี่ยวชาญ ฮาคิสังเกต แล้วรวม ฮาคิแห่งเกราะ ทั้งหมดไว้ที่มีดบินกับมือ! ใช้จุดทะลวงจุด ฆ่าเจ้าได้ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ!"

"ส่วน เทพบุตรขาเหล็ก..."

เหออี้หมิง ยังพูดไม่ทันจบ อสูรหมัดคลั่ง ก็บรรลุแจ้ง

พูดง่ายๆ ก็คือ อสูรหมัดคลั่ง ยังไม่เข้าใจสกิลเกมอย่าง ฮาคิแห่งเกราะ กับ แปดด่านประตูมรณะ ให้ลึกซึ้ง แถมยังไม่ปรับตัวเข้ากับวิธีเล่นและกฎของโลกเกมนี้!

แต่ดันเอาวิชามวยที่มีในโลกจริงมาเบ่งอวดเก่ง!

ก็สมควรแล้วที่จะโดนผู้เล่นคนอื่นตบจนขี้แตก

ลองคิดดูสิ ตัวเองตายแล้วก็ฟื้นได้ตลอด!

แล้วเวลาไปบวกกับชาวบ้าน จะเอาพลังส่วนใหญ่ไปลงกับฮาคิสายป้องกันเพื่อ? บ้าป่าววะเนี่ย!

"พี่หมิง ศิษย์... เข้าใจแล้วครับ!" อสูรหมัดคลั่ง, องค์บาก และ พี่ป้า ในที่สุดก็ยอมศิโรราบด้วยใจจริง

"ติ๋ง!"

ในตอนนั้นเอง ท้องฟ้าจู่ๆ ก็มีฝนปรอยๆ ตกลงมา

"ฝนตก?" เหออี้หมิง เงยหน้ามองฟ้า ขมวดคิ้วมุ่น...?

จบบทที่ ตอนที่ 181 ไอ้หมอนี่มันข้องใจ เอ็งไปสั่งสอนมันหน่อยซิ!

คัดลอกลิงก์แล้ว