เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 309 ดวลวิถีกระบี่ กระบี่เทพเทียนอวิ๋น

บทที่ 309 ดวลวิถีกระบี่ กระบี่เทพเทียนอวิ๋น

บทที่ 309 ดวลวิถีกระบี่ กระบี่เทพเทียนอวิ๋น


เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตาเดียว!

คนผู้หนึ่งที่แทบจะไม่พูดไม่จา แต่ยามลงมือกลับโหดเหี้ยมอำมหิตยิ่งกว่าศิษย์เฮยหมิงที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดร้ายถึงสิบเท่า!

แส้แรก อาวุธแตกกระเจิง!

แส้ต่อมา ฟาดกระเด็นไปไกลพันจั้ง ยามตกลงมาน้ำลายก็ฟูมปากแล้ว!

แส้สุดท้าย ฟาดสัตว์ประจำตัวจนเกือบขาดเป็นสองท่อน!

นี่คือสิ่งที่ขั้นคืนเดียวสามารถทำได้หรือ?

ทว่า นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ทำให้คนหนังหัวชาหนึบเท่านั้น!

เพราะอีกสองด้าน ก็กำลังเกิดเรื่องที่ทำให้คนหนังหัวชาหนึบเช่นกัน

สัตว์ยักษ์สายฟ้าที่มีรูปร่างเหมือนสิงโตผสมเสือและเสือดาว กำลังต่อสู้ระยะประชิดกับกิ้งก่ายักษ์เก้าพิษ มันกลับไม่เกรงกลัวพิษร้ายแรงของกิ้งก่ายักษ์เก้าพิษเลยแม้แต่น้อย ถึงขั้นใช้กรงเล็บสีเลือดปะทะกันซึ่งๆ หน้า!

ใครจะล้มลงก่อน?

เมื่อสัตว์ยักษ์สายฟ้าตัวนั้นยังคงคึกคักกระปรี้กระเปร่าหลังจากถูกพิษ แต่กิ้งก่ายักษ์เก้าพิษกลับถูกพิษเล่นงานจนล้มคว่ำลงกับพื้น กระอักเลือดสีดำออกมาอย่างบ้าคลั่ง ผู้คนต่างตกตะลึงพรึงเพริด

ใครกันแน่ ที่เป็นสัตว์พิษตัวจริง?

ไม่เพียงแค่พิษ แต่ยังดุดันดั่งอัสนีบาต!

ศิษย์เฮยหมิงผู้นั้น ถูกหางของสัตว์ยักษ์สายฟ้าฟาดใส่จนหน้าท้องทะลุ จากนั้นก็ถูก 'ทัณฑ์สวรรค์อลเวง' จากฟากฟ้าผ่าใส่ กลายเป็นตอตะโกในชั่วพริบตา ร่างแข็งทื่อล้มตึงลงกับพื้น!

ความเร็วระดับนี้ แม้จะช้ากว่าหลี่เทียนมิ่งเล็กน้อย แต่ก็นับว่าเพียงชั่วพริบตาเดียว!

ในชั่วพริบตา ผู้ควบคุมสัตว์ถูกห้าอัสนีผ่ากระหม่อม ร่างไหม้เกรียมกลายเป็นท่อนเหล็ก ส่วนกิ้งก่ายักษ์เก้าพิษก็กระอักเลือดดำ ทำท่าเหมือนจะถูกพิษตาย!

ภาพเหตุการณ์เช่นนี้ ใครจะไปคาดคิด?

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอีกด้านหนึ่ง เจ้าไก่เหลืองตัวน้อยที่ใช้ทั้งวิชายุทธ์และอภินิหาร ใช้ 'เจตจำนงกระบี่ทวนเทพ' และ 'เพลงกรงเล็บเป็นตาย' ผสานกับ 'เกราะโล่นรก' สลายน้ำแข็ง และใช้ 'ขนนกเพลิงผลาญฟ้า' แทงคู่ต่อสู้จนพรุนไปทั้งตัว!

"ฆ่าๆๆ!!"

มันฮึกเหิมเปี่ยมพลัง ระเบิดพลังโจมตีรวดเดียว คุณสมบัติของคู่ต่อสู้ถูกข่มอย่างสมบูรณ์ จนไม่อาจต้านทานได้และพ่ายแพ้ไปในทันที!

หนอนไหมจักรพรรดิหิมะใยน้ำแข็งตัวนั้น ถูกเผาจนไหม้เกรียมไปทั้งตัว

ส่วนศิษย์หญิงสำนักเฮยหมิงผู้นั้น ถูกอิ๋งฮั่วแทงกระบี่ทะลุอก สภาพดูไม่ได้

"สาวน้อย ได้ยินว่าเจ้าอยากเล่นกับข้า จะเล่นยังไงล่ะ?" อิ๋งฮั่วเหยียบลงบนหน้าผากของนาง มองลงมาจากเบื้องบน แล้วถามด้วยท่าทางหยิ่งยโส

ศิษย์สำนักเฮยหมิงผู้นั้นโทสะพุ่งพล่านจนกระอักเลือดหมดสติไป ได้รับบาดเจ็บสาหัสในทันที

"สาวน้อย จิตใจเจ้าเปราะบางเกินไป แต่ยังคิดจะเล่นกับไก่ ฝันไปเถอะ"

อิ๋งฮั่วหัวเราะเยาะ เมื่อมันบินขึ้นมา หลี่เทียนมิ่งก็จัดการคู่ต่อสู้เสร็จไปนานแล้ว

"บัดซบ ปู่อยู่อันดับสองอีกแล้ว!"

เห็นได้ชัดว่า หลี่เทียนมิ่งเร็วที่สุด อิ๋งฮั่วรองลงมา และเมี๊ยวเมี๊ยวรั้งท้าย

แต่พูดตามตรง ระยะห่างของเวลาทั้งสามคนนั้นสั้นมาก

นี่แสดงให้เห็นว่าหลังจากสายเลือดวิวัฒนาการ ความแข็งแกร่งของสัตว์ประจำตัวของหลี่เทียนมิ่งก็พุ่งสูงขึ้น ไม่ต้องอัดอั้นตันใจอีกต่อไป

สำหรับพวกเขาที่อยู่ขั้นคืนเดียวระดับเจ็ด คู่ต่อสู้ที่แท้จริงในตอนนี้คือพวกระดับขั้นเจตจำนงสวรรค์ ส่วนศัตรูที่อยู่ในขั้นคืนเดียวเหมือนกัน โดยพื้นฐานแล้วมีไว้ให้บดขยี้เท่านั้น

เสียแรงที่คนพวกนั้นยังคิดจะเล่นเกมกับหลี่เทียนมิ่ง

ความพ่ายแพ้ในชั่วพริบตา สามคนสามสัตว์มีสภาพน่าสังเวชยิ่งกว่ากัน นี่สิถึงจะเรียกว่าตื่นตาตื่นใจ

ศิษย์เฮยหมิงทั้งสามมองหลี่เทียนมิ่งอีกครั้ง แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

แม้กระทั่งเมื่อหลี่เทียนมิ่งเงยหน้าขึ้น ก็พบว่าเว่ยเซิงรั่วซู่กำลังมองเขาอย่างเหม่อลอย

ในเวลาสั้นๆ เพียงเท่านี้ นางยังไม่ได้เริ่มสู้กับซือคงเทียนเฉินด้วยซ้ำ

"แย่แล้ว ดูเหมือนจะเป็นฉากโชว์เทพต่อหน้าสาวงาม"

หลี่เทียนมิ่งเห็นสายตาตกตะลึงของนาง ก็รู้ว่าการแสดงออกของตนเผลอไปเข้าสูตรสำเร็จน้ำเน่าเข้าให้แล้ว

"ไม่ได้การ ข้าต้องนิ่งไว้ จะเป็นแบบนี้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นหลิงเอ๋อร์ตื่นขึ้นมาต้องบีบคอข้าตายแน่"

เมื่อหันไปมองข้างๆ สายตากระลิ้มกระเหลี่ยของอิ๋งฮั่ว ยิ่งทำให้หลี่เทียนมิ่งกระอักกระอ่วนเข้าไปใหญ่

"ถ้าข้าเป็นเจ้า จะทำเรื่องให้เด็ดขาด จัดการซือคงเทียนเฉินซะ จะได้อุ้มสาวงามกลับบ้านไปเลย" อิ๋งฮั่วหัวเราะฮิฮะ

"อย่าพูดเหลวไหล ข้าไม่ใช่คนแบบนั้น!" หลี่เทียนมิ่งรีบปฏิเสธ

เขามองไปที่ซือคงเทียนเฉิน ปรากฏว่าดวงตาคู่นั้นของอีกฝ่ายระเบิดประกายกระบี่เจิดจ้า และกำลังจ้องเขม็งมาที่เขา!

"เจ้าชื่ออะไร?" น้ำเสียงของซือคงเทียนเฉินเย็นยะเยือกขึ้นหลายเท่า

พูดตามตรง เวลาสั้นๆ ไม่ถึงสิบลมหายใจนี้ แทบจะพลิกจินตนาการของเขา

เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ว่าคนขั้นคืนเดียวจะบดขยี้ขั้นคืนเดียวระดับเก้าสามคนได้ถึงขนาดนี้ แถมยังเป็นคู่ต่อสู้ระดับศิษย์เฮยหมิงอีกด้วย!

แม้แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าตัวเองทำไม่ได้เร็วขนาดนี้!

ในใจปั่นป่วนตื่นตะลึง แต่พูดตามตรง เรื่องแค่นี้ยังไม่พอที่จะทำให้จิตใจเขาสับสนว้าวุ่น กลับทำให้เขาก่อเกิดเจตจำนงกระบี่อันท่วมท้นขึ้นมาแทน!

"เขาชื่อซือคงเจี้ยนเซิง (ซือคงผู้เกิดจากกระบี่) หลานชายที่รัก ยังไม่รีบเรียกท่านปู่อีก" อิ๋งฮั่วเห็นเรื่องยังไม่ใหญ่พอ จึงพูดแทนหลี่เทียนมิ่งหน้าตาเฉย

"สามหาว!" ซือคงเทียนเฉินคิ้วกระตุก ชักอาวุธออกมาจากด้านหลังทันที

อาวุธสัตว์ระดับแปด 'กระบี่เทพเทียนอวิ๋น'!

"สามหาวอะไร เจ้าคนขี้ขลาด ชอบพี่สาวเขา แต่กลับรังแกน้องชายเขา ไม่มีศักดิ์ศรีเอาเสียเลย หน้าตาก็อัปลักษณ์ เจ้าคู่ควรกับแม่นางน้อยเว่ยเซิงรึ?"

"มา ดูท่านปู่ซือคงเจี้ยนเซิงของเจ้านี่ แบบนี้สิถึงเรียกว่าหล่อ เรียกว่าเจ๋ง เจ้าตัดใจซะเถอะ แล้วเรียกแม่นางน้อยเว่ยเซิงว่าท่านย่าจะดีกว่า!"

อิ๋งฮั่วหัวเราะเยาะ ดึงค่าความเกลียดชังไปจนเต็มหลอด

"ดูแลสัตว์ประจำตัวของเจ้าให้ดี! ไม่อย่างนั้น..."

"ไม่อย่างนั้นจะทำไม? เจ้าขี้ขลาด อยากเล่นงานปู่ของเจ้าก็เข้ามาเลย อย่ามามัวพล่ามไร้สาระอยู่นี่ ยังจะกล้าหวังในความงามของท่านย่าเจ้าอีก?"

"ถ้าข้าขี้ขลาดอย่างเจ้า ข้าคงตอนตัวเองไปนานแล้ว ยังจะกล้าออกมาขายขี้หน้าอีก ถุย!"

อิ๋งฮั่วถ่มน้ำลายใส่ซือคงเทียนเฉิน

น้ำลายนั้นพุ่งเร็วดุจแสงกระบี่ ตรงเข้าใส่หน้าซือคงเทียนเฉิน พอซือคงเทียนเฉินหลบได้ ดวงตาก็แทบจะพ่นไฟออกมา!

"ดูท่าเจ้าคงอยากตายสินะ ข้าจะสงเคราะห์ให้!!" ซือคงเทียนเฉินโกรธจัด

โกรธจนแทบคลั่ง

ถูกแย่งชิงความรักไม่พอ ยังถูกวาจาดูหมิ่นเหยียดหยาม

เจตจำนงกระบี่แห่งความโกรธเกรี้ยวอันท่วมท้น พุ่งเป้าไปที่หลี่เทียนมิ่งทั้งหมด

ส่วนหลี่เทียนมิ่ง ได้แต่ยืนอ้าปากค้าง

เขาอยากจะเย็บปากเจ้าอิ๋งฮั่วจริงๆ เจ้าหมอนี่ชอบดูเรื่องสนุก อยากเห็นเจียงเฟยหลิงตื่นขึ้นมาทุบหลี่เทียนมิ่ง ถึงได้จัดฉากให้เสร็จสรรพ

หลี่เทียนมิ่งยังไม่ทันได้พูดสักคำ มันก็ยั่วโมโหซือคงเทียนเฉินจนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ จิตสังหารพุ่งเสียดฟ้า!

"เข้าใจผิด..."

ยังไม่ทันพูดจบ สัตว์ประจำตัวระดับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ชั้นสี่สองตัวก็พุ่งออกมาจากร่างของซือคงเทียนเฉิน!

เขาถือกระบี่เทพเทียนอวิ๋น ยืนเคียงข้างสัตว์ประจำตัวทั้งสอง พลังกระบี่พวยพุ่ง คมกริบถึงขีดสุด!

พูดตามตรง แข็งแกร่งมาก!

สัตว์ประจำตัวสองตัวนั้น คือหงส์เพลิงสองตัว!

นี่เป็นครั้งแรกที่หลี่เทียนมิ่งได้เห็นสัตว์ประจำตัวประเภทวิหคเพลิงที่เทียบเคียงได้กับเทพมังกรและกิเลน

แม้อิ๋งฮั่วจะเป็นวิหคเพลิงนรกนิรันดร์ระดับบรรพชนของเผ่าพันธุ์วิหคเพลิง แต่ประเด็นคือมันดูเหมือนไก่ไง!

หงส์เพลิงสองตัวตรงหน้า ถึงจะเป็นวิหคเทพที่งดงามตระการตาอย่างแท้จริง ตัวหนึ่งสีเขียวคราม ตัวหนึ่งสีแดงเพลิง ขนที่สวยงาม รูปร่างเพรียวระหง ปีกคู่มหึมา ขนหางแพรวพราว กรงเล็บที่สง่างาม ทั้งหมดดูสมบูรณ์แบบยิ่งนัก!

แม้กระทั่งท่วงท่าที่สูงส่ง อยู่เหนือสรรพสิ่ง และดูแคลนทุกสิ่ง ล้วนบ่งบอกถึงความสูงส่งของสายเลือดพวกมัน!

เมื่อเทียบกับพวกมันแล้ว อิ๋งฮั่วในตอนนี้ดูเหมือนขอทานน้อยต่อหน้าองค์ชายและองค์หญิง ไม่เพียงดูน่าสงสาร แต่ประเด็นคือยังตัวเล็กจิ๋วอีกต่างหาก

สัตว์ประจำตัวสองตัวนี้ คือ 'เฟิ่งฟ้าเพลิงคราม' และ 'หวงฟ้าเพลิงชาด'

เฟิ่งคือตัวผู้ หวงคือตัวเมีย!

ซือคงเทียนเฉินยืนอยู่ท่ามกลางเฟิ่งและหวง ดวงตาที่เปี่ยมด้วยพลังกระบี่ เพ่งเป้าหลี่เทียนมิ่งโดยสมบูรณ์!

"ซือคงเทียนเฉิน เจ้าอย่าพาลใส่เขา ความแค้นของพวกเรามาสะสางกันเอง!" เว่ยเซิงรั่วซู่กล่าว

"ไสหัวไป!" ซือคงเทียนเฉินไม่มองนางเลยแม้แต่น้อย ในสายตามีเพียงหลี่เทียนมิ่งเท่านั้น

ทำเอาเว่ยเซิงรั่วซู่ถึงกับงุนงง

"เจ้าไปช่วยน้องชายเจ้าเถอะ" หลี่เทียนมิ่งกล่าว

"ก็ได้ เจ้าระวังตัวด้วย" เว่ยเซิงรั่วซู่กล่าวด้วยความเป็นห่วง

"วางใจเถอะ เจ้าแค่รับหน้าที่ซาบซึ้งใจแล้วยอมพลีกายให้ก็พอ" อิ๋งฮั่วพูดแทรกขึ้นมา

"......"

หลี่เทียนมิ่งห้ามปากเจ้าหมอนี่ไม่ทัน ซือคงเทียนเฉินที่กำลังโกรธจัด ก็ถือกระบี่พุ่งเข้ามาสังหารแล้ว!

"ขั้นเจตจำนงสวรรค์!"

ดวงตาของหลี่เทียนมิ่งหรี่ลงทันที

พูดตามตรง นี่คือคู่ต่อสู้ที่เขาโหยหา!

คนผู้นี้ก้าวเข้าสู่ขั้นเจตจำนงสวรรค์นานกว่าอวี่เหวินเสินตู หากไม่นับคัมภีร์เผาผลาญวิญญาณ อวี่เหวินเสินตูอาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซือคงเทียนเฉินยังเป็นผู้ควบคุมสัตว์คู่แฝด ครอบครองสัตว์ประจำตัววิหคเพลิงหนึ่งคู่!

ดูจากท่วงท่าการใช้กระบี่เทพเทียนอวิ๋นอาวุธสัตว์ระดับแปด เป็นไปได้มากว่าเขาจะเชี่ยวชาญวิชากระบี่เจตจำนงสวรรค์!

สำนักกระบี่อวิ๋นเซียวฝึกกระบี่กันทั้งสำนัก ความเข้าใจในวิถีกระบี่ลึกซึ้งกว้างขวาง ซือคงเทียนเฉินสืบทอดเจตจำนงของบิดา ระดับฝีมือทางกระบี่นับเป็นคนที่ทำให้หลี่เทียนมิ่งคิ้วขมวดได้มากที่สุดในบรรดาคนที่เคยพบเจอ!

เจตจำนงกระบี่อันยิ่งใหญ่นั้น ราวกับลงมาจากเหนือเมฆา!

พูดตามตรง นี่คือคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อ ทำให้เลือดในกายเขาเดือดพล่าน!

ศึกตัดสินเป็นตายกับอวี่เหวินเสินตูนั้นพิเศษเกินไป ความจริงแล้วใช้เกียรติประวัติอะไรไม่ค่อยได้

มีเพียงครั้งนี้เท่านั้น ที่จะเป็นการแสดงพลังการต่อสู้ที่แท้จริงของหลี่เทียนมิ่งในขณะนี้ เพื่อทดสอบว่าเขาจะสามารถใช้ขั้นคืนเดียว ต่อกรกับยอดอัจฉริยะขั้นเจตจำนงสวรรค์ได้หรือไม่!

เขาเก็บเซี่ยโหมว และนำกระบี่มังกรทมิฬออกมา

ในขณะเดียวกัน อิ๋งฮั่วก็บินขึ้นสู่ท้องฟ้า ส่วนเมี๊ยวเมี๊ยวกระโดดลงจากไหล่ของเขา แปลงร่างเป็นจักรพรรดิมารอลเวง สายฟ้าไร้สิ้นสุดพันรอบกาย ดวงตาสีเลือดคู่หนึ่งจ้องมองคู่ต่อสู้เขม็งท่ามกลางปราณมารที่พวยพุ่ง!

"เจ้าคู่ควรใช้กระบี่ด้วยหรือ?" มุมปากของซือคงเทียนเฉินกระตุก เป็นรอยยิ้มเย็นชา

ประโยคนี้ ทำให้หลี่เทียนมิ่งรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้ว

นอกจากสำนักกระบี่อวิ๋นเซียวของเขา คนอื่นฝึกกระบี่ไม่ได้หรือไง?

กระบี่ คือการสืบทอดของมู่หยาง คือวิถีอันเที่ยงตรงแน่วแน่ และยังเป็นวิถีธรรมะ ผดุงความยุติธรรมในใจของหลี่เทียนมิ่ง!

ใครบอกว่า เป็นของเฉพาะสำนักกระบี่อวิ๋นเซียว?

"เจ้าใช้อย่างอื่นยังพอทน แต่มาใช้กระบี่ต่อหน้าข้า ก็เหมือนเอามะพร้าวห้าวมาขายสวน กลับไปหยิบโซ่ของเจ้ามาใช้เถอะ ยังจะดูเข้าท่ากว่า" ซือคงเทียนเฉินกล่าว

หลี่เทียนมิ่งยิ้มบางๆ

รอยยิ้ม ไม่อาจปกปิดความร้อนแรงในใจเขาได้!

ณ เวลานี้ ไม่จำเป็นต้องแก้ตัว

แค่ชักกระบี่ ก็จบเรื่อง!

เขาสบตากับอิ๋งฮั่วและเมี๊ยวเมี๊ยว

"ลุย!"

พูดตามตรง ศึกสงครามระหว่างดินแดน การได้ประลองกับคู่ต่อสู้จากห้าสำนักใหญ่ที่มีระบบการฝึกฝนแตกต่างกัน ก็นับเป็นการฝึกฝนและการเก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างหนึ่ง!

ในเวลานี้ อีกด้านหนึ่ง เว่ยเซิงรั่วซู่ได้ลงมือแล้ว

ในฐานะผู้มีระดับขั้นเจตจำนงสวรรค์ เว่ยเซิงรั่วซู่ซัดจิ้งเสวียนจนถอยร่นไป แล้วช่วยน้องชายเว่ยเซิงชิงหลวนออกมาได้สำเร็จ

"ท่านพี่ ท่านรีบไปช่วยเขา อัดเจ้าซือคงเทียนเฉินให้น่วมไปเลย!" เว่ยเซิงชิงหลวนพูดอย่างคับแค้นใจ

"ดูก่อน..." เว่ยเซิงรั่วซู่กล่าว

"หือ? หมายความว่ายังไง?" เว่ยเซิงชิงหลวนถาม

"เจ้าอย่าเพิ่งถาม รักษาตัวก่อนเถอะ"

"ก็ได้ ดูเหมือนท่านจะมั่นใจในตัวเขามากนะ" เว่ยเซิงชิงหลวนกระพริบตาปริบๆ

"ห้ามคิดเลอะเทอะ"

"มันห้ามใจไม่ไหวนี่นา"

"......"

เพิ่งจะพูดถึงตรงนี้ กระบี่ของหลี่เทียนมิ่งและซือคงเทียนเฉิน ก็ปะทะกันแล้ว

เพียงแค่มองปราดเดียว ก็ดูออกแล้ว

นี่ไม่ใช่การดวลกันระหว่างขั้นคืนเดียวกับขั้นเจตจำนงสวรรค์อย่างแน่นอน แต่มันคือการปะทะกันของระดับขั้นเจตจำนงสวรรค์ล้วนๆ!

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 309 ดวลวิถีกระบี่ กระบี่เทพเทียนอวิ๋น

คัดลอกลิงก์แล้ว