- หน้าแรก
- ยอดเจ้าสำนักไร้เทียมทาน ลงทุนปั้นศิษย์เทพ ชิงลิขิตฟ้า
- บทที่ 70 ตระกูลเจียงบุกโจมตี
บทที่ 70 ตระกูลเจียงบุกโจมตี
บทที่ 70 ตระกูลเจียงบุกโจมตี
บทที่ 70 ตระกูลเจียงบุกโจมตี
.....
เขตแดนเจียง
ตระกูลเจียง!
จวนแห่งตระกูลเจียงตั้งอยู่ภายในเมืองหลวงอันเก่าแก่แห่งหนึ่ง
อาณาเขตเมืองกว้างใหญ่ยิ่งนัก กระทั่งสามารถเทียบเคียงกับดินแดนกลียุคบรรพกาลทั้งผืนได้เลยทีเดียว
ณ ส่วนลึกที่สุดของเมือง สิ่งปลูกสร้างที่ราวกับพระราชวังหลังหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ภายในเมืองอย่างเงียบสงบ
ปรากฏกลิ่นอายอันน่าหวาดหวั่นแผ่ซ่านออกมาจากส่วนลึกของจวนตระกูลเจียงเป็นระลอก สั่นประสาทไปทั่วทั้งเมือง
“เหอะ!” ภายในห้องโถงอันกว้างขวางและหรูหราแห่งจวนตระกูลเจียง บรรยากาศพลันแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมอำมหิตขึ้นมาในทันที
ณ ใจกลางโถง ชายวัยกลางคนสีหน้าเคร่งขรึมผู้หนึ่งนั่งประทับอยู่ ชุดคลุมอันหรูหราบนร่างกายส่องประกายวูบวาบภายใต้แสงไฟ ประดุจดั่งรอยยิ้มเย็นเยียบของเขา แฝงไว้ด้วยร่องรอยแห่งความดูแคลนและท้าทายอยู่ไม่น้อย
และโดยรอบร่างกายของเขา ยอดฝีมือผู้ครอบครองกลิ่นอายอันน่าหวาดหวั่นหลายท่านกำลังนั่งสงบนิ่งอยู่
“คิดมิถึงเลยว่า เศษสวะสายเลือดรองที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูลเจียงคนหนึ่ง ถึงกับสามารถทะลวงผ่านเข้าสู่ขอบเขตสี่ขั้วดาราได้สำเร็จ!”
บุตรชายของเขา “เจียงอี้” ยามนี้ยังคงติดแหง็กอยู่ที่ขอบเขตตำหนักมรรคขั้นที่เก้าระดับสมบูรณ์ เรื่องนี้จะให้คนทั่วหล้าจ้องมองตระกูลเจียงเขาประการใดได้
ชายวัยกลางคนผู้นี้มีนามว่า “เจียงจื่อเถิง” เจ้าบ้านตระกูลเจียงคนปัจจุบัน พลันกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
ดวงตาของเขานั้นช่างดูเป็นเอกลักษณ์และชวนให้มิสบายใจยิ่งนัก เมื่อจ้องมองอย่างละเอียด กลับพบว่าภายใต้รูม่านตาอันลึกล้ำนั้น กลับซุกซ่อนรูม่านตาขนาดเล็กอีกอันหนึ่งไว้ด้วย
“ท่านเจ้าบ้านโปรดระงับโทสะด้วยเถิดขอรับ ยามนี้ข้าตรวจสอบพบแล้วว่า เจียงเฮ่าผู้นั้นมิทราบว่าไปฝากตัวเป็นศิษย์ภายใต้สังกัดสำนักเต๋าชิงสวรรค์แห่งมณฑลโด่วโจวได้อย่างไร ได้ยินว่าประมุขแห่งสำนักเต๋าชิงสวรรค์ผู้นั้น พละกำลังเกรียงไกรที่สุดในดินแดนชางหลานทั้งดินแดน ก็นับเป็นยอดคนท่านหนึ่งเลยทีเดียวขอรับ!”
ชายรูปร่างกำยำคนหนึ่งเอ่ยปาก น้ำเสียงดั่งอสนีบาตฟาดระเบิดดังกึกก้องไปทั่วห้องโถง ทำลายความเงียบงันลงไปสิ้น
“ก็แค่ดินแดนชางหลานเท่านั้น ดินแดนที่รั้งท้ายแห่งพิภพโบราณจ้านเยว่ ดูเหมือนผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดจะเป็นตาเฒ่าขอบเขตสี่ขั้วดาราขั้นที่หกกระมัง!”
เจียงจื่อเถิงแค่นหัวเราะเย็นชาหนึ่งครั้ง สายตาชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำท่านหนึ่ง แฝงไว้ด้วยร่องรอยแห่งความดูแคลน“อาวุโสห้า ท่านช่วยออกเดินทางสักเที่ยวเถิดขอรับ!”
“ปล่อยให้เจ้าเศษสวะนั่นใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกอย่างรื่นรมย์ปานนั้น ข้าช่างมิชินชาเอาเสียเลย!”
“ข้ามิรังเกียจที่จะทำลายมันทิ้งอีกสักครา!”
อาวุโสห้าท่านนั้น บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มจางๆ แสดงออกอย่างสงบเยือกเย็นยิ่งนัก: “ท่านเจ้าบ้านโปรดวางใจเถิดขอรับ ก็แค่ดินแดนชางหลานจ้อยร่อยนั่นเอง ข้าจักไปกวาดล้างสำนักเต๋าชิงสวรรค์ทั้งสำนักทิ้งไปให้เดี๋ยวนี้แหละขอรับ!”
น้ำเสียงของเขาแฝงไว้ด้วยความแน่วแน่และมั่นใจอย่างที่สุด
สิ้นคำกล่าวของอาวุโสห้า เงาร่างของเขาก็ขยับเขยื้อนเพียงแผ่วเบา สะบัดมือคราหนึ่ง ยอดฝีมือรอบกายพลันระเบิดกลิ่นอายอันแข็งแกร่งออกมาทันที ราวกับมวลพายุหมุนลูกหนึ่งกวาดผ่านไปอย่างไรอย่างนั้น
ในจำนวนนั้น มิได้มีเพียงยอดฝีมือขอบเขตสี่ขั้วดาราขั้นที่ห้าสองท่านเท่านั้น ทว่ายังมีตัวตนระดับสี่ขั้วดาราขั้นที่สี่อีกสามท่านประจำการอยู่ด้วย บนร่างกายของแต่ละคนต่างแผ่ซ่านแรงกดดันอันน่าสยดสยองออกมามิขาดสาย
พริบตานั้นเอง ห้วงมิติดูราวกับจะสั่นสะเทือนตามไปด้วย ยอดฝีมือนับมิถ้วนต่างพากันเงยหน้าขึ้นมองห้วงเวหา สีหน้าพลันซีดเผือดลงในพริบตา
“ยอดฝีมือสี่ขั้วดาราถึงหกท่าน ท้ายที่สุดผู้ใดกันที่ไปล่วงเกินตระกูลเจียงเข้า ถึงกับทำให้ตระกูลเจียงส่งยอดฝีมือสี่ขั้วดาราออกมาถึงหกท่านปานนี้!”
ยอดฝีมือคนหนึ่งแห่งเขตแดนเจียงอดมิได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความตกใจ
“ก็นั่นสิ นอกจากสำนักเยียนหวงแล้ว ภายในเขตแดนเจียงแห่งนี้ ยังจะมีผู้ใดบังอาจมาล่วงเกินตระกูลเจียงอีกงั้นรึ?”
อีกคนหนึ่งกระซิบกระซาบเห็นพ้อง แววตาเต็มไปด้วยสีหน้ามิอาจเชื่อสายตาตนเอง
“เฮือก”
“ยอดฝีมือสี่ขั้วดาราหกท่านออกโรง ซ้ำยังมีสี่ขั้วดาราขั้นที่หกตอนปลายอยู่อีกหนึ่งท่าน ขุมกำลังที่ไปล่วงเกินตระกูลเจียงนั่นจบสิ้นแล้ว!”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของฝูงชนปนเปไปด้วยความหวาดกลัวและยำเกรง
“ตระกูลเจียงย่อมเป็นผู้ปกครองเขตแดนเจียงอย่างแท้จริง ลำพังเพียงยอดฝีมือสี่ขั้วดาราหกท่านนี้ ก็เพียงพอจะสยบขุมกำลังนับมิถ้วนได้แล้ว!”
เสียงทอดถอนใจดังระงมขึ้น ทั่วทั้งห้องโถงพลันถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศอันตึงเครียดและบีบคั้นชนิดหนึ่งในทันที
การออกโรงของยอดฝีมือสี่ขั้วดาราทั้งหกท่านแห่งตระกูลเจียง ได้สั่นสะเทือนเขตแดนเจียงทั้งเขตไปโดยสมบูรณ์
เดิมทีคิดว่าเป็นเพียงคนในเขตแดนเจียงที่ไปล่วงเกินตระกูลเจียง ทว่าผู้ใดจะทราบ ยอดฝีมือสี่ขั้วดาราทั้งหกท่านกลับพากันควบแน่นสะพานเทพขึ้นมาโดยตรง พลันตัดข้ามห้วงเวหา มุ่งหน้าไปยังภายนอกเขตแดนเจียงทันที
ภาพเหตุการณ์นี้ ยิ่งกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของกลุ่มผู้แข็งแกร่งแห่งเขตแดนเจียงหนักยิ่งขึ้นไปอีก
อีกด้านหนึ่ง
ที่ภายนอกดินแดนชางหลาน ยอดฝีมือสี่ขั้วดาราทั้งหกท่านแห่งตระกูลเจียงพลันจุติลงมาในชั่วพริบตา
ครืน ครืน ครืน!!
เสียงระเบิดกัมปนาทดังระงม ดินแดนชางหลานสั่นสะเทือน!
ครืน ครืน ครืน!!!
สะพานเทพหลังแล้วหลังเล่าพลันผุดพรายขึ้นระหว่างฟ้าดินในชั่วพริบตา แผ่ซ่านคลื่นพลังมรรคอันน่าหวาดหวั่นออกมา
เหนือสะพานเทพทุกหลัง ต่างแผ่ซ่านกลิ่นอายที่ทำให้ดินแดนชางหลานต้องสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นออกมาสายหนึ่ง
ต้องทราบว่า ภายในดินแดนชางหลานนั้น ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดก็เป็นเพียงขอบเขตสี่ขั้วดาราขั้นที่หกเท่านั้นเอง
ทว่าในครั้งนี้ ในบรรดาเก้าคนแห่งตระกูลเจียงนั้น ผู้ที่อ่อนแอที่สุดยังเป็นถึงยอดฝีมือขอบเขตสี่ขั้วดาราขั้นที่สามเลยนะ
ยิ่งมิพักต้องเอ่ยถึงอาวุโสห้าแห่งตระกูลเจียงผู้นำขบวน ที่เป็นถึงยอดฝีมือขอบเขตสี่ขั้วดาราขั้นที่หกตอนปลาย
“ดินแดนชางหลาน... มณฑลโด่วโจว...”
สายตาของอาวุโสห้ากวาดมองไปทั่วทั้งดินแดนชางหลาน พริบตานั้นแววตาพลันวูบวาบประกายแสงออกมา
“เจอแล้ว!”
อาวุโสห้าค่อยๆ ยกนิ้วมือของตนขึ้น เหนือปลายนิ้ว ดูราวกับมีพลังมรรคโหมกระหน่ำอยู่มิขาดสาย
“อยู่ที่นั่นเอง!”
ยอดฝีมือตระกูลเจียงเบื้องหลังมองตามทิศทางนิ้วมือของอาวุโสห้าไป และทิศทางนั้น...
ย่อมเป็นทิศทางของมณฑลโด่วโจวนั่นเอง!
“บังอาจข้ามหน้าข้ามตาตระกูลเจียงผู้ยืนยงนิรันดร์ รับเอาคนเนรคุณแห่งตระกูลเจียงเป็นศิษย์ จักต้องถูกสังหาร!”
ยอดฝีมือขอบเขตสี่ขั้วดาราขั้นที่สามท่านหนึ่งแค่นหัวเราะเย็นชาออกมาหนึ่งครั้ง
สะพานเทพใต้เท้าปลดปล่อยเสียงระเบิดกัมปนาทออกมาพุ่งพาดผ่านระหว่างฟ้าดิน ฉีกกระชากห้วงมิติโดยตรง พลันมุ่งหน้าไปยังสำนักเต๋าชิงสวรรค์ทันที
“เฮือก! ถึงกับเป็นคนของตระกูลเจียงเชียวรึ!”
“ตระกูลเจียง? ตระกูลเจียงแห่งใดกัน?”
“ตระกูลเจียงเจ้าถึงกับมิรู้จักเชียวรึ? ย่อมต้องเป็นตระกูลเจียงผู้ยืนยงนิรันดร์แห่งเขตแดนเจียงแน่นอนอยู่แล้ว!”
“เฮือก! ถึงกับเป็นตระกูลเจียงผู้ยืนยงนิรันดร์เชียวรึ!”
“ทว่าคนตระกูลเจียงเดินทางมายังดินแดนชางหลานของข้าเพื่ออันใดกัน?”
“จ้องมองดูทิศทางของพวกเขา ดูเหมือนจักมุ่งหน้าไปยังมณฑลโด่วโจวนะ”
“หรือว่า ท่านประมุขแห่งสำนักเต๋าผู้นั้น ไปล่วงเกินตระกูลเจียงเข้าเสียแล้ว?”
พลังจิตวิญญาณสายแล้วสายเล่าพวยพุ่งสื่อสารกันไปมาระหว่างฟ้าดินมิขาดสาย
“สำนักเต๋าชิงสวรรค์แห่งนี้ เกรงว่าคงจักต้องจบสิ้นไปแล้วละ!”
“ก็นั่นสิ อุตส่าห์ถือกำเนิดยอดฝีมือปานประมุขแห่งสำนักเต๋าออกมาได้แล้วแท้ๆ!”
“ผู้ใดจะทราบ กลับไปล่วงเกินตระกูลเจียงเข้า ยอดฝีมือสี่ขั้วดาราหกท่านออกโรงพร้อมกัน การกวาดล้างสำนักเต๋าชิงสวรรค์คงเป็นเรื่องที่จะทำสำเร็จได้เพียงแค่ดีดนิ้วเท่านั้นแหละ!”
ยอดฝีมือสี่ขั้วดาราทีละท่านสื่อสารกันผ่านห้วงเวหา อดมิได้ที่จะลอบทอดถอนใจด้วยความเวทนาสายหนึ่ง
อย่าได้เห็นว่ายามนี้สำนักเต๋าชิงสวรรค์รุ่งโรจน์ยิ่งนักภายในดินแดนชางหลาน ทว่าในสายตาของพวกเขา สำนักเต๋าชิงสวรรค์ก็มีเพียงหลี่จั๋วเพียงคนเดียวเท่านั้นที่พอจะเชิดหน้าชูตาได้
ต่อให้ภายหลังอวี๋ชิ่งจักนำพาสำนักเป่ยเสวียนเข้าร่วมสำนักเต๋าชิงสวรรค์ก็ตาม
ทว่าก็ยังคงเป็นเพียงขุมกำลังหน้าใหม่เท่านั้น หากขาดหลี่จั๋วไป สำนักเต๋าชิงสวรรค์ก็หาได้มีค่าอันใดไม่
“หึหึ ข้าว่าแล้วเชียว คนหนุ่มที่คะนองมือคะนองเท้า จักต้องประสบพบเจอกับบทเรียนอันแสนสาหัสแน่นอน!”
“ยามนี้เรื่องราวใหญ่โตแล้ว ไปล่วงเกินตระกูลเจียงเข้า สำนักเต๋าชิงสวรรค์ล่มสลายอยู่เบื้องหน้าแล้ว!”
ยอดฝีมือขอบเขตสี่ขั้วดาราผู้เก่าแก่บางท่านแค่นหัวเราะเย็นชา พากันปลดปล่อยพลังจิตวิญญาณของตนออกมา หมายจะเดินทางไปยังสำนักเต๋าชิงสวรรค์เพื่อรอชมเรื่องสนุกครั้งใหญ่
ครืน ครืน ครืน!!!
ห้วงมิติตรสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
ยอดฝีมือขอบเขตสี่ขั้วดาราแห่งตระกูลเจียงทีละท่านจุติลงมาระหว่างฟ้าดิน
ทุกท่าทางที่ขยับเขยื้อน ล้วนแฝงไว้ด้วยประกายแสงเจิดจ้าผุดพรายออกมา
“ประมุขแห่งสำนักเต๋าชิงสวรรค์ จงไสหัวออกมาพบข้าเดี๋ยวนี้!”
อาวุโสห้ายืนตระหง่านอยู่ ณ ตำแหน่งผู้นำ มือทั้งสองไพล่หลัง แววตาเย็นเยียบอำมหิตอย่างถึงที่สุด
เขาแผดคำรามกึกก้องออกมาหนึ่งครั้ง น้ำเสียงดั่งอสนีบาตฟาด ระเบิดดังกึกก้องระหว่างฟ้าดิน
ในพริบตาเดียว แรงกดดันอันน่าหวาดหวั่น เข้าปกคลุมสำนักเต๋าชิงสวรรค์ทั้งสำนักไว้ในชั่วพริบตา
ศิษย์สำนักเต๋าชิงสวรรค์นับมิถ้วนจ้องมองดูคนทั้งหกที่ดูราวกับเทพเจ้าเหนือชั้นฟ้าด้วยความตกตะลึง ใบหน้าแต่ละคนพลันสีหน้าซีดเผือดลงทันที
“คนกลุ่มนี้คือใครกัน? เหตุใดจึงมุ่งตรงมายังสำนักเต๋าชิงสวรรค์ของข้า?”
“เฮือก”
“ถึงกับมียอดฝีมือสี่ขั้วดาราหกท่านเชียวรึ? ยามใดกันที่ดินแดนชางหลานถือกำเนิดยอดฝีมือสี่ขั้วดาราออกมามากมายปานนี้!”