- หน้าแรก
- ผู้เล่นสุดโหด โหมดนรกประจัญบาน
- บทที่ 170 คนรู้จักเก่า
บทที่ 170 คนรู้จักเก่า
บทที่ 170 คนรู้จักเก่า
ณ สถานที่จัดพิธี ม่านหมอกจางลงเล็กน้อย
เว่ยเย่ว์เยี่ยนที่ยืนอยู่หน้าภาพมายาของหลี่อังยืนกอดอกนิ่ง หลับตาสนิทไม่ไหวติง ดูเหมือนวิญญาณกำลังล่องลอยไปไกลแสนไกล
เว่ยหลิงหลานที่ยืนอยู่ข้างๆ หยิบปืนพกเก็บเสียงมาตรฐานที่ผ่านการปลุกเสกซึ่งหน่วยจัดการกิจการพิเศษแจกให้ไว้ และจ้องมองฝูงผีข้างหน้าด้วยความระแวดระวัง
เมื่อครู่นี้พิธีกรรมเกิดอุบัติเหตุ สั่วแดงถูกเงาดำปริศนาล่อออกไป ซึ่งเงาดำนั้นน่าจะเป็นผู้เล่นคนที่สามในภารกิจความร่วมมือครั้งนี้ที่ไม่เคยปรากฏตัวเลย
เว่ยหลิงหลานไม่เข้าใจว่าทำไมผู้เล่นคนนั้นถึงซ่อนตัวมาตลอด และทำไมถึงต้องออกมาปรากฏตัวในตอนนี้
แต่ตามหลักแล้ว นี่คือโอกาสทองที่เธอและเว่ยเย่ว์เยี่ยนจะลงมือ
อาศัยจังหวะที่สั่วแดงไม่อยู่ พวกเธอสามารถลอบสังหารฝูงผีข้างหน้า ชิงดาบยักษ์ไอพ่นมังกรเพลิงกลับมา และกวาดล้างศัตรูที่เหลือให้สิ้นซาก
จุดที่น่ากังวลเพียงอย่างเดียว... คือโลงศพในขบวนสั่วขาวที่ยังคงนิ่งสนิท
เว่ยหลิงหลานเหลือบมองเว่ยเย่ว์เยี่ยนที่ยังคงหลับตารวบรวมสมาธิ และแอบคิดในใจว่า หรือเพื่อนร่วมทีมคนนี้จะมองเห็นความผิดปกติบางอย่าง...
ขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด เสียงฝีเท้าก็ดังแว่วมาจากม่านหมอก
เว่ยหลิงหลานมองเห็นสั่วแดงที่ลอยอยู่กลางอากาศพุ่งทะลุหมอกออกมา สภาพแขนขาอ่อนแรงทิ้งตัวลงอย่างสยดสยองและน่ากลัว
ตามมาด้วยหอกยาวที่เกี่ยวคอเสื้อของสั่วแดงไว้ และชายสวมหน้ากากเสือดาวที่ถือหอกกระดูกสามเหลี่ยมเจาะเกราะเดินตามมา
ฝูงผีสั่วแดงและสั่วขาวต่างตกใจหน้าถอดสี ขาสั่นพั่บๆ จนพูดไม่ออก
"เฮือก"
เว่ยหลิงหลานลอบอุทานออกมาเบาๆ สั่วแดงที่เธอมองว่าแทบจะไร้พ่าย กลับถูกจัดการจนพิการและไร้สภาพอย่างง่ายดายขนาดนี้
ชายหน้ากากเสือดาวคนนี้ คือใครกันแน่?!
หลี่อังเดินเข้ามาอย่างช้าๆ พร้อมกับฉายซับไตเติลแจ้งเตือนที่ด้านล่างหน้ากากของเว่ยเย่ว์เยี่ยน เพื่อบอกให้เธอช่วยทำเป็นรู้จักเขาหน่อย
ตอนนี้เขาอยู่ในฐานะผู้เล่นคนที่สามของภารกิจความร่วมมือ จึงต้องตัดขาดความเกี่ยวข้องกับหลี่รื่อเซิงหรือหลี่อังอย่างสิ้นเชิง
วิธีที่ดีที่สุดคือการสร้าง 'นอมินี' ขึ้นมาใหม่อีกคนหนึ่ง โดยกำหนดคุณลักษณะให้แตกต่างจากผู้เล่นหลี่รื่อเซิงอย่างชัดเจน
เว่ยเย่ว์เยี่ยนที่หลับตาอยู่รีบลืมตาขึ้นทันที เธอเข้าใจแผนการของหลี่อังได้ในพริบตา และส่งสายตาให้รู้ว่า 'ไว้ใจฉันได้เลย' กลับไปให้หลี่อัง
เธอยิ้มเย็นให้หลี่อังแล้วพูดว่า "ฉันก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็เป็นนายนี่เอง"
"เจ้าสำนักถ้ำศิษย์เงา หนึ่งในสิบสามจอมมาร... อวี๋เจิ้งไห่!"
ถ้ำศิษย์เงา?!
เว่ยหลิงหลานตกใจอย่างยิ่ง นี่เป็นอีกหนึ่งองค์กรลับที่เธอไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน และเมื่อดูจากท่าทีของเว่ยเย่ว์เยี่ยนแล้ว ทั้งสองฝ่ายดูเหมือนจะเป็นคนรู้จักเก่ากันด้วย?
หลี่อังแอบค่อนขอดในใจว่าอาการ 'เพ้อเจ้อ' ของคุณหนูไฉกำเริบขึ้นมาอีกแล้ว ทว่าเขาก็ยังฝืนดัดเสียงให้ทุ้มต่ำแล้วตอบกลับไปอย่างเย็นชาว่า 'เป็นฉันแล้วจะทำไม?'
"นายยังมีหน้ามาพูดอีกเหรอ?!"
เว่ยเย่ว์เยี่ยนแผดเสียงตวาดด้วยความโกรธแค้น "อวี๋เจิ้งไห่! นายมันไอ้คนสารเลว! ทั้งอำมหิต ไร้ยางอาย หน้าไม่อาย แล้วยังเป็นพวกไร้ขีดจำกัดล่างของความเป็นคนอีก!"
???
ไม่ใช่แค่หลี่อังที่มึนตึ้บ แม้แต่เว่ยหลิงหลานก็สะดุ้งโหยง ดูเหมือนคนคู่นี้จะไม่ใช่แค่คนรู้จักเก่า แต่ยังเคยมีอดีตที่บอกใครไม่ได้ด้วย
"ฉัน..."
หลี่อังพยายามรวบรวมสมาธิ พอจะอ้าปากพูด ก็ถูกเว่ยเย่ว์เยี่ยนขัดจังหวะอย่างไร้เยื่อใย
"พอที! ไม่ต้องมาพูดเรื่องคำมั่นสัญญาอะไรอีกแล้ว ต่อให้ฟ้าถล่มดินทลาย หรือจะมารักกันจนวันตายอะไรนั่นก็อย่าหวังเลย"
"อวี๋เจิ้งไห่ นายคิดว่าฉันยังเป็นเด็กสาวที่ไร้เดียงสา อ่อนต่อโลก และน่ารักเหมือนเมื่อก่อนงั้นเหรอ?"
"ตั้งแต่วินาทีที่นายริอาจจะลงมือกับน้องสาวของฉัน นายก็ได้สูญเสียฉันไปตลอดกาลแล้ว!
สูญเสียความงดงามที่พวกเราเคยสัญญากันไว้!"
"พวกเรา... กลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว..."
"..."
หลี่อังรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก เขามองดูความเจ็บปวดและความแค้นที่แสดงออกมาได้อย่างเข้าถึงบทบาทบนใบหน้าของเว่ยเย่ว์เยี่ยน แล้วนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
ภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเว่ยหลิงหลานที่กำลังมโนเรื่องราวอย่างเมามัน หลี่อังก็พูดออกมานิ่งๆ ว่า "เว่ยเย่ว์เยี่ยน เธอจะบ้าไปถึงเมื่อไหร่กัน"
"เธอมีภาวะบุคลิกภาพแตกแยก หรือเปล่า เธอไม่รู้ตัวเหรอ?"
"น้องสาวของเธอก็คือเธอเองนั่นแหละ แล้วเธอก็คือพี่สาวของตัวเอง!"
เว่ยเย่ว์เยี่ยนเองก็อารมณ์ขึ้นไม่แพ้กัน
"ถุุย นายต่างหากที่บ้า!"
"วันๆ เอาแต่ถือหอก ถือมวนยา เจอใครก็ไล่ถามว่าเขามีน้ำเชื่อมจี๋จือหรือยาแก้ฮ่องกงฟุตไหม"
"แถมยังชอบกินยาแก้ฮ่องกงฟุต แล้วเอาน้ำเชื่อมจี๋จือมาทาเท้า!"
"น้องสาวของฉันไม่เลือกนาย นับว่าเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุดแล้ว!"
ทั้งสองคนจ้องหน้ากันอย่างดุเดือด กลิ่นอายความกดดันรอบตัวพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเว่ยหลิงหลานที่อยู่ข้างๆ ถึงกับต้องกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
ส่วนสั่วแดงที่ถูกห้อยอยู่กลางอากาศด้วยหอกกระดูกสามเหลี่ยมเจาะเกราะก็มีความรู้สึกที่ซับซ้อนมาก
ใจหนึ่งเธอก็อยากให้สองคนนี้สู้กันเอง
แต่อีกใจหนึ่งเธอก็กลัวว่า 'ศึกเมืองถล่มจะทำปลาในบ่อซวยไปด้วย' กลัวว่าจะโดนหอกเสียบตายก่อนที่เขาจะเริ่มสู้กันจริงๆ
เว่ยเย่ว์เยี่ยนหรี่ตาจ้องหลี่อังอยู่พักใหญ่ ก่อนจะแค่นเสียงเหอะแล้วเบือนหน้าหนี หันไปจ้องมองโลงศพของสั่วขาวที่ยังนิ่งเงียบแทน
เมื่อเห็นทั้งสองคนมีเรื่องพัวพันกันขนาดนี้ เว่ยหลิงหลานก็รีบมโนเรื่องราวต้นสายปลายเหตุในหัวทันที
อวี๋เจิ้งไห่ เจ้าสำนักถ้ำศิษย์เงาคนนี้ คงจะเคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเว่ยเย่ว์เยี่ยนมาก่อน
หลังจากความรักพังทลาย ทั้งสองฝ่ายก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย จนกระทั่งภารกิจปกติครั้งนี้สุ่มให้ทั้งคู่มาเจอกันโดยบังเอิญ
อวี๋เจิ้งไห่อาจจะรู้สึกผิดต่อเว่ยเย่ว์เยี่ยน เลยซ่อนตัวมาตลอดทางเพื่อคอยปกป้องทุกคนในเงามืด
พอสั่วแดงปรากฏตัวและเว่ยเย่ว์เยี่ยนตกอยู่ในอันตราย อวี๋เจิ้งไห่ก็ทนดูอยู่เฉยๆ ไม่ได้อีกต่อไป เลยลงมือจัดการสั่วแดงจนปางตาย แล้วเปิดตัวออกมาช่วยนางเอกอย่างหล่อเหลา
เว่ยหลิงหลานที่มโนเรื่องราวเสร็จสรรพก็แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก อวี๋เจิ้งไห่คนนี้แค่เปิดตัวก็จัดการสั่วแดงจนพิการได้ ย่อมต้องเก่งกว่าเว่ยเย่ว์เยี่ยนแน่นอน
เยื่ยมเลย
มีเทพเจ้ามาช่วยถึงสององค์ ความปลอดภัยของภารกิจครั้งนี้ไม่พุ่งกระฉูดเลยเหรอ?
ปัญหาเดียวที่มีคือ... สภาพจิตใจของเทพทั้งสององค์นี้ดูจะไม่ค่อยปกติเท่าไหร่นะ
เว่ยหลิงหลานกำลังคิดวุ่นวาย แต่แล้วหลี่อังก็ปักหอกลงกับพื้น แล้วเตะหินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งอย่างกับเตะลูกฟุตบอล พุ่งเข้าใส่โลงศพของสั่วขาวโดยตรง
หินก้อนนั้นอัดแน่นไปด้วยพลังระลอกคลื่น ฝูงผีที่ขวางทางโดนแค่เฉี่ยวๆ ก็บาดเจ็บ โดนจังๆ ก็สลายหายไปทันที มันพุ่งฝ่าลมและฝุ่นละอองเข้าปะทะกับโลงไม้เข้าอย่างจัง
ปัง!
หินยักษ์แตกกระจาย แผ่นไม้ของโลงศพบุบและแตกออก เผยให้เห็นโครงสร้างไม้ด้านในที่เน่าเปื่อยผุพังจนเกิดเชื้อราอยู่ใต้สีทาสีดำ
โลงศพกระเด็นไปด้านข้าง
ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียง "ตู้ม" ดังขึ้น ฝ่ามือขาวซีดที่บวมฉุเปลี่ยนจากฝ่ามือเป็นหมัด แล้วต่อยทะลุฝาโลงออกมาจากข้างในได้อย่างง่ายดาย
ยังไม่ทันที่โลงจะตกลงพื้น ฝาโลงก็ถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ
ร่างที่สวมงอบ เสื้อคลุมฟาง และชุดคลุมสีขาวกระโดดพรวดออกมาจากโลงศพ
นั่นคือชายหนุ่มที่มองเห็นใบหน้าไม่ชัดเจน ร่างกายบวมน้ำและอ้วนฉุ ภายใต้ผิวหนังสีขาวซีดที่พองโตนั้นมีรอยจุดสีเขียวหนาแน่นพาดผ่าน หน้าท้องที่กลมโตเหมือนจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ
มิน่าล่ะสั่วแดงถึงยอมไหว้ฟ้าดินกับหลี่อัง แต่ไม่ยอมเลือกสั่วขาว
เพราะสั่วขาวที่ตายเพราะจมน้ำมีสภาพน่าขยะแขยงแบบนี้เอง ไม่ว่าจะคิดยังไงก็ไม่ใช่คู่ครองที่เหมาะสมเลยสักนิด
สั่วขาวหลุดพ้นจากโลงศพ อาศัยจังหวะที่ตัวยังลอยอยู่กลางอากาศ
เขาก็ใช้แขนที่บวมฉุฟาดเข้าที่หน้าท้องตัวเองอย่างแรง
และพ่นน้ำสีเขียวที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าออกมาเหมือนปืนฉีดน้ำแรงดันสูง ใส่กลุ่มของหลี่อัง ส่วนตัวเองก็อาศัยแรงดีดตัวถอยหลังหนีไป
...........