- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1333 ลูกยังตื่นยากเลย
ตอนที่ 1333 ลูกยังตื่นยากเลย
ตอนที่ 1333 ลูกยังตื่นยากเลย
ยามเช้าตรู่ เสียงระฆังดังกังวาน ปลุกวันใหม่ให้ตื่นขึ้น
ภายในเขตเมืองชั้นในพื้นที่พักอาศัย ณ บ้านของอวี๋จื่อ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
อวี๋จื่อยกมือขึ้นเคาะประตูห้องของลูกสาวเหมือนเช่นเคย พร้อมกับเอ่ยเร่งรัดว่า
"ลูกเซียว รีบลุกขึ้นไปอาบน้ำล้างหน้าได้แล้ว เดี๋ยวก็ไปสายหรอก"
"อืออือ รู้แล้วค่า"
เสียงตอบรับอู้อี้ของเฉิงเซียว ดังแว่วมาจากในห้อง
"อย่ามัวแต่นอนอู้นะ ได้ยินไหม?"
อวี๋จื่อตะโกนเสียงดัง
"รู้แล้วค่าาา..."
เสียงของเฉิงเซียว แผ่วเบาลงเรื่อยๆ
อวี๋จื่อหันหลังกลับไปที่ห้องครัวและคนโจ๊กข้าวสาลีผสมข้าวขาวในหม้อต่อ ส่วนหม้ออีกใบก็กำลังนึ่งมันเทศอยู่
ฝาหม้อสั่นกุกกักจากการถูกไอน้ำดันขึ้นมา กลิ่นหอมของมันเทศลอยอบอวลไปทั่วทั้งครัว
เธอวุ่นวายอยู่ในครัวราวสิบกว่านาที ก่อนจะตักโจ๊กที่กำลังส่งควันฉุยและมันเทศใส่ชาม แล้วนำไปวางเรียงไว้บนโต๊ะอาหาร
"ลูกเซียว?"
อวี๋จื่อหันกลับไปมองประตูห้องของลูกสาว ภายในห้องยังคงเงียบกริบ
"ยัยเด็กคนนี้ ต้องหลับไปอีกแล้วแน่ๆ เลย"
เธอขมวดคิ้วแล้วผลักประตูห้องลูกสาวเข้าไป ก็เห็นลูกสาวยังคงนอนอยู่บนเตียงโดยมีผ้าห่มม้วนพันตัวไว้อย่างมิดชิดตามคาด
"เฉิงเซียว!!"
อวี๋จื่อเลิกคิ้วขึ้นสูง เอื้อมมือไปดึงผ้าห่มออกจากตัวลูกสาวในรวดเดียว
"อืออือ..."
เฉิงเซียว หรี่ตาขึ้นเล็กน้อยและพูดออดอ้อนว่า
"แม่คะ หนูขอนอนต่ออีกแป๊บเดียวนะ"
"ไม่ได้ รีบลุกขึ้นมาเลย เดี๋ยวก็สายหรอก"
อวี๋จื่อเอื้อมมือไปดึงตัวลูกสาวให้ลุกขึ้นจากเตียง แล้วหยิกแก้มเธอเพื่อให้ตื่นเต็มตา
"เจ็บๆ..."
เฉิงเซียวตาสว่างขึ้นมาทันที
อวี๋จื่อ เอ่ยเร่งด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ
"รีบไปอาบน้ำล้างหน้าได้แล้ว ถ้าไปสายเดี๋ยวก็ชวดรางวัลนักเรียนดีเด่นสามประการหรอก"
หากได้รับรางวัลนักเรียนดีเด่นสามประการก็จะมีทุนการศึกษาพิเศษมอบให้ แถมยังมีเกียรติบัตรอีกด้วย สำหรับครอบครัวธรรมดาทั่วไปแล้ว นั่นถือเป็นเรื่องที่น่าเชิดหน้าชูตามากทีเดียว
"ค่า"
เฉิงเซียวขานรับด้วยท่าทางหมดอาลัยตายอยากก่อนจะเดินหาวหวอดๆ เข้าห้องน้ำไป
"เร็วๆ เข้า"
อวี๋จื่อ เร่งอีกครั้ง
"รู้แล้วค่า"
เฉิงเซียวคาบแปรงสีฟัน พิงกรอบประตูแล้วบ่นงุบงิบอะไรบางอย่าง
ห้านาทีต่อมา หลังจากจัดการตัวเองเสร็จเธอก็เดินมาที่ห้องอาหาร อวี๋จื่อตักโจ๊กข้าวสาลีผสมข้าวขาวเตรียมไว้ให้แล้ว แถมยังช่วยปอกเปลือกมันเทศให้อีกด้วย
"รีบกินสิ"
อวี๋จื่อนั่งลงแล้วยื่นช้อนคันเล็กให้ลูกสาว
เฉิงเซียวรับช้อนมา ซดโจ๊กไปพลางถามไปพลาง
"พ่อล่ะคะ?"
อวี๋จื่อตอบไปตามสัญชาตญาณ
"พ่อลูกออกไปตั้งแต่เช้ามืดตอนฟ้ายังไม่สางนู่น มีธุระต้องไปจัดการน่ะ"
"ยุ่งเรื่องอะไรกัน ถึงต้องออกไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง"
เฉิงเซียวบ่นพึมพำ
"ไม่รู้สิ แม่ไม่ได้ถาม"
อวี๋จื่อส่ายหน้า
เฉิงเซียวพูดอย่างไม่ค่อยพอใจ
"ช่วงนี้พ่อดูยุ่งขึ้นทุกวันเลยนะ"
อวี๋จื่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใส
"เมืองเต่าทมิฬ เจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ จะยุ่งก็เป็นเรื่องปกตินั่นแหละ"
เฉิงเซียวนึกถึงมู่เหลียง แววตาเต็มไปด้วยความเลื่อมใส
"อื้อๆ ไม่มีใครคาดคิดเลยเนอะ ว่าเมืองเต่าทมิฬจะกลายมาเป็นเมืองที่เจริญขนาดนี้"
"ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้ท่านเจ้าเมืองเลยล่ะ"
อวี๋จื่อเอ่ยอย่างซาบซึ้งใจเช่นกัน
เฉิงเซียวทำหน้าจริงจัง
"หนูจะตั้งใจเรียน โตขึ้นจะได้ไปทำงานที่เนินสูง "
อวี๋จื่อเอื้อมมือไปเขกหัวลูกสาวเบาๆ
"ตื่นได้แล้ว เนินสูงไม่ใช่สถานที่ที่ใครนึกจะเข้าไปทำงานก็เข้าได้หรอกนะ"
เฉิงเซียวเบิกตากว้าง น้ำเสียงแฝงความขุ่นเคือง
"แม่คะ นี่แม่ดูถูกหนูเหรอ?"
"ลูกแค่ตื่นยังยากเลย"
อวี๋จื่อพูดกลั้วหัวเราะ
"ฮึ่ม ต่อไปหนูจะไม่อู้อีกแล้ว"
เฉิงเซียวพูดอย่างขึงขัง
อวี๋จื่อกัดมันเทศไปคำหนึ่งแล้วพูดเรียบๆ
"คราวก่อนลูกก็พูดแบบนี้แหละ"
ใบหน้าจิ้มลิ้มของเฉิงเซียว แดงระเรื่อ น้ำเสียงหนักแน่น
"งั้นครั้งหน้าจะไม่เป็นแบบนี้แล้วค่ะ"
อวี๋จื่อทั้งขำทั้งฉิว เอ่ยเร่งว่า
"รู้แล้วๆ รีบกินเถอะ เดี๋ยวก็สายจริงๆ หรอก"
"ค่า"
เฉิงเซียวยกชามใบใหญ่ขึ้นมาซดโจ๊กข้าวสาลีผสมข้าวขาวคำโต
ครึ่งชั่วโมงต่อมา อวี๋จื่อก็ปั่นจักรยานไปส่งลูกสาวที่โรงเรียน และซื้อหนังสือพิมพ์ติดมือมาระหว่างทางด้วย
อวี๋จื่อปั่นจักรยานอยู่ข้างหน้า ส่วนเฉิงเซียวที่ซ้อนอยู่ข้างหลังก็กางหนังสือพิมพ์อ่านออกเสียงให้ผู้เป็นแม่ฟัง
"วันนี้ตลาดมีผลไม้ลดราคาด้วย"
เฉิงเซียวร้องอุทานด้วยความประหลาดใจ
"ลดกี่เปอร์เซ็นต์ล่ะ?"
ดวงตาของอวี๋จื่อเป็นประกายขึ้นมาทันที
"มีแค่แอปเปิลค่ะที่ลดยี่สิบเปอร์เซ็นต์"
เฉิงเซียวตอบด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว
ดวงตาสวยของอวี๋จื่อ เปล่งประกาย
"ดีเลย เดี๋ยวแม่ค่อยแวะไปซื้อ"
"ซื้อส้มมาด้วยสิคะ"
เฉิงเซียวอ้อน
"รู้แล้วจ้ะ ลูกแค่ตั้งใจเรียนก็พอ อยากกินอะไรแม่ก็หาให้ได้หมดนั่นแหละ"
อวี๋จื่อ เอ่ยอย่างตามใจ
เฉิงเซียว กะพริบตาปริบๆ ลองหยั่งเชิงถามดู
"งั้นถ้าสอบคราวนี้หนูได้ที่หนึ่งของห้อง แม่พาหนูไปกินมื้อใหญ่ที่หอโภชนาการ"
"ได้สิ แต่ลูกต้องสอบให้ได้ที่หนึ่งก่อนนะถึงจะได้ไป"
อวี๋จื่อหันหน้ามาเล็กน้อย
เฉิงเหมา มีคูปองส่วนลดอยู่ เป็นสวัสดิการใหม่ที่เพิ่งแจก หากพาครอบครัวไปทานอาหารที่หอโภชนาการจะได้รับส่วนลดถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์
"หนูจะพยายามค่ะ"
เฉิงเซียวตอบอย่างคาดหวังเต็มเปี่ยม
อวี๋จื่อถามต่อ
"ในหนังสือพิมพ์มีเขียนอะไรไว้อีกบ้าง?"
"นอกนั้นก็เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แล้วก็มีพวกรายชื่ออาชญากรน่ะค่ะ"
เฉิงเซียวพูดไปพลางพลิกหนังสือพิมพ์ไปดูเนื้อหาอีกหน้า
เธอมองเนื้อหาในหน้าที่สองแล้วอุทานด้วยความตกใจ
"ตอนบ่ายโรงเรียนจะมีการทดสอบแก่นจิตวิญญาณ เด็กอายุต่ำกว่ายี่สิบปีต้องเข้าร่วมทุกคนเลยค่ะ"
"การทดสอบแก่นจิตวิญญาณคืออะไรล่ะนั่น?"
อวี๋จื่อถามอย่างสงสัย
"หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ในข่าวบอกแค่ว่าจะมีการทดสอบแก่นจิตวิญญาณ แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นอะไร"
เฉิงเซียวส่ายหน้า
อวี๋จื่อกำชับ
"เรื่องที่ลงหนังสือพิมพ์ได้ ย่อมไม่ใช่เรื่องเล็กแน่นอน บ่ายนี้ลูกห้ามไปโรงเรียนสายเด็ดขาดนะ"
"ทราบแล้วค่ะ หนูจะไม่ไปสายแน่นอน"
เฉิงเซียว พยักหน้าอย่างว่าง่าย
อวี๋จื่อเอ่ยพร่ำสอนเหมือนอย่างเคย
"อยู่ที่โรงเรียนก็ต้องตั้งใจเรียน ผูกมิตรกับเพื่อนๆ เข้าไว้ อย่าไปมีเรื่องชกต่อยหรือด่าทอใครเขาล่ะ เข้าใจไหม?"
"รู้แล้วค่า แม่ไม่ต้องพูดทุกวันก็ได้"
เฉิงเซียวปากยื่น
ต้องทนฟังแม่กำชับวันละรอบ จนตอนนี้เธอท่องจำได้ขึ้นใจแล้ว
"ที่แม่พูดก็เพราะหวังดีกับลูกทั้งนั้นแหละ"
อวี๋จื่อดุอย่างไม่จริงจังนัก
เฉิงเซียวพูดเสียงออดอ้อนน่ารัก
"แม่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ มีอาจารย์เยี่ยลี่ยี่ อยู่ทั้งคน หนูไม่เป็นอะไรแน่นอน"
"อืม ถึงโรงเรียนแล้ว รีบเข้าไปเถอะ"
อวี๋จื่อบีบเบรกแน่น แล้วจอดรถที่หน้าประตูโรงเรียน
"เลิกเรียนเจอกันนะคะแม่"
เฉิงเซียวลงจากเบาะหลังของจักรยาน โบกไม้โบกมือแล้ววิ่งเข้าโรงเรียนไป
"จ้ะ"
อวี๋จื่อมองส่งลูกสาวเดินเข้าไปในโรงเรียน จนลับสายตาแล้วจึงเลี้ยวรถปั่นกลับไป
เธอต้องแวะไปตลาดใหญ่ก่อน เพื่อซื้อผลไม้ลดราคาแล้วค่อยไปทำงานที่โรงงาน
เฉิงเซียวเข้ามาในห้องเรียน เพื่อนร่วมชั้นก็มากันเกินกว่าครึ่งแล้ว
"เฉิงเซียว เธอได้อ่านหนังสือพิมพ์หรือเปล่า?"
เด็กชายขี้มูกยืดหันหน้ามาถาม
"อ่านแล้ว ทำไมเหรอ?"
เฉิงเซียวดึงกระดาษทิชชู่ออกมาแผ่นหนึ่ง แล้วตบแปะเข้าที่หน้าผากของเด็กชายขี้มูกยืดอย่างแรง
"รีบเช็ดน้ำมูกของนายเดี๋ยวนี้เลยนะ!!"
"โอ้ๆ!!"
เด็กชายรับกระดาษทิชชู่มาอย่างเคยชิน ก่อนจะสั่งน้ำมูกเสียงดังฟืดฟาด
"..."
หางตาของเฉิงเซียว กระตุกยิกๆ
เด็กชายยัดทิชชู่ใส่ไว้ในลิ้นชักโต๊ะเรียน แล้วหันกลับมาถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ในหนังสือพิมพ์บอกว่าตอนบ่ายจะมีการทดสอบแก่นจิตวิญญาณ เธอรู้ไหมว่ามันคืออะไร?"
"ไม่รู้สิ"
เฉิงเซียว ส่ายหน้า
เด็กชายบ่นอุบอิบ
"เธอก็ไม่รู้เหมือนกันเหรอ ทุกคนก็ไม่มีใครรู้เลย"
เฉิงเซียวเอียงคอมองแล้วถาม
"ทำไมนายถึงคิดว่าฉันจะรู้ล่ะ?"
"ก็พ่อเธอเป็นเป็นสายตรวจนี่..."
เด็กชายพูดไปได้ครึ่งประโยคก็รีบหุบปากลงอย่างรู้ความ
เฉิงเซียว กรอกตามองบนแล้วแค่นเสียงฮึดฮัดน่ารัก
"ถึงรู้ก็ไม่บอกนายหรอก"
"ยังไงเธอก็ไม่รู้อยู่ดีนั่นแหละ"
เด็กชายบ่นงึมงำ ก่อนจะหันกลับไปอย่างหงุดหงิดใจ