เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 401 มอบของบางอย่าง

ตอนที่ 401 มอบของบางอย่าง

ตอนที่ 401 มอบของบางอย่าง


* นิยายเรื่องนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ Novel Kingdom (หจก.โนเวล คิงด้อม) *

**ไม่อนุญาตให้ดัดแปลง แก้ไขหรือเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนทาง หจก. จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด**

“ฟึบ”

เลือดสดๆของหลงเฉินไหลอาบดาบยาว ทันใดนั้นดาบยาวสีโลหิตเล่มนั้นก็ได้รับผลกระทบจากเลือดของหลงเฉินจนเกิดเป็นเสียงคำรามดัังกึกก้องขึ้น

ในตอนแรกหลงเฉินที่คิดว่าในวันนี้ตนเองจะต้องตายแน่ๆแล้ว แต่หลังจากที่เกิดเสียงคำรามขึ้นจากดาบยาวสีเลือดเล่มนั้น พลังอันน่ากลัวของดาบนั้นก็หายไปในทันใด

“พลังทางสายเลือดที่คุ้นเคย ลมปราณที่คุ้นเคย”

ทันใดนั้นก็มีเสียงดังออกมาจากโครงกระดูกผู้โหดเหี้ยม

หลงเฉินและเยว่เสี่ยวเฉียนถึงกับตกตะลึงที่โครงกระดูกนี้แท้จริงแล้วสามารถสื่อสารได้ เมื่อมาคิดดูแล้วหรือว่ามันยังมีชีวิตอยู่กันแน่?

ดาบยาวค่อยๆขยับออกจากแขนของหลงเฉิน โครงกระดูกจ้องมองทั้งสองคนที่อยู่ตรงหน้า แม้ว่ามันจะไม่มีดวงตาแต่ทั้งสองก็รู้สึกได้ว่ามันกำลังจ้องมองมาที่พวกเขา

เมื่อถูกโครงกระดูกจ้องมองเช่นนี้ก็ทำให้รู้สึกขนหัวลุกขึ้นมา ยิ่งไปกว่านั้นเยว่เสี่ยวเฉียนที่อยู่ข้างหลังเขาก็ยิ่งตื่นตระหนกจนตัวสั่นเห็นได้ชัดว่า นางมีอาการหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

“เจ้าอยากได้ดาบเล่มนี้ของข้างั้นรึ ?” โครงกระดูกนั้นมองเขาอยู่เกือบบครึ่งชั่วยาม ในที่สุดก็เอ่ยปากออกมา ทว่าเสียงของมันออกมาจากทางไหนนั้นหลงเฉินเองก็ไม่สามารถหาคำตอบได้ เนื่องจากปากของมันที่ปรากฎให้เห็นนั้นถูกปิดสนิท

“แค่กแค่ก ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าเพียงแค่เห็นว่าดาบเล่มนั้นมีฝุ่นเกาะอยู่มาก ข้าเป็นคนรักษาความสะอาดเห็นเช่นนั้นก็เพียงแต่จะเอามาเช็คทำความสะอาดให้เท่านั้นเอง” หลงเฉินหัวเราะฮ่าฮ่าออกมา

ไม่กลัวเจ้าเปิดปาก แต่กลัวว่าเจ้าจะไม่เปิดปากมากกว่า เพียงแค่อีกฝ่ายเปิดปากพูดแล้ว หลงเฉินก็รู้สึกได้ถึงความหวังเล็กๆ ปากที่พูดโป้ปดไปนั้นก็เพื่อให้ตัวเองได้มีทางรอด

“ยังจะกล้าโกหกข้าอยู่อีก เพียงแค่ดาบเดียวของข้าก็สามารถฆ่าเจ้าได้” โครงกระดูกตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

“ใช่!ข้าอยากได้ดาบของท่าน” หลงเฉินตอบ

“เพราะเหตุใด ?” โครงกระดูกนั้นถามต่อ

“เพราะพวกเราอยู่ในวิถีเดียวกัน” หลงเฉินตอบอย่างตรงไปตรงมา

โครงกระดูกก็เกิดเงียบงันขึ้น ไม่รู้ว่าเพราะสนิมเกาะสมองไปแล้วหรือต้องการเวลาเพื่อให้เข้าที่เสียก่อน

หลงเฉินและเยว่เสี่ยวเฉียนถึงกับต้องนิ่งตามจนไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว ทำได้เพียงแต่มองดูมันด้วยความระมัดระวัง เป็นเวลาที่ดูเหมือนจะเริ่มเข้าสู่ความเงียบบงันเพื่อให้คนเตรียมมือรับกับความทุกข์ทรมาน

“ผู้อาวุโส ท่านหลับไปแล้วงัั้นหรือ ?”หลงเฉินถามด้วยความระมัดระวังตัว

รอไปชั่วครู่หนึ่งแต่ก็ไม่เห็นปฏิกริยาตอบกลัับใดๆ ใบหน้าของหลงเฉินนั้นแสดงถึงความดีใจออกมาหันไปมองเยว่เสี่ยวเฉียนพร้อมกับส่งสายตาให้นาง เพียงแค่มองก็รู้ได้ทันทีว่าหลงเฉินต้องการจะสื่อถึงอะไร สิ่งที่หลงเฉินต้องการจะบอกก็คือแอบหนีออกไปจากที่นี่นั่นเอง

สองคนที่ค่อยๆลุกขึ้นยืนด้วยความเงียบ แต่ทว่าก้าวได้เพียงไม่กี่ก้าวเสียงของโครงกระดูกก็ดังขึ้น

“อยากได้ดาบของข้าย่อมไม่มีปัญหา แต่เจ้าต้องตอบคำถามของข้ามาก่อน”

ร่างกายของหลงเฉินและเยว่เสี่ยวเฉียนแข็งทื่อ เยว่เสี่ยวเฉียนนั้นแทบสิ้นสติเมื่อได้ยินเสียงนั้น

“ว่ามาสิ”

หลงเฉินรู้ว่าอย่างไรเสียเขาก็ไม่มีทางที่จะหลบหนีไปได้อย่างแน่นอน และไม่แน่ว่าอาจจะต้องตายอยู่ดี แล้วเหตุใดจึงต้องขี้ขลาดในเวลานี้กัน ถ้าหากความขี้ขลาดสามารถช่วยให้รอดชีวิตได้เขาก็จะไม่ลังเลที่จะขี้ขลาด แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่มีประโยชน์เลยเมื่ออยู่ต่อหน้าโครงกระดูกที่ทรงพลังนี้

“ยุคมืดผ่านไปนานหรือยัง?” โครงกระดูกถามขึ้น

หลงเฉินงุนงงทันทีเพราะเขาไม่รู้คำตอบ ใครจะไปตอบคำถามแบบนี้ได้ ? แต่จู่ๆเยว่เสี่ยวเฉียนก็ตอบกลับไปว่า “ผ่านไปแปดสมัยแล้ว”

“แปดสมัยรึ งั้นก็แสดงว่าผ่านไปนานมากแล้ว การต่อสู้ในครั้งนั้นผลลัพธ์เป็นเช่นไร ?” โครงกระดูกถอนหายใจ พร้อมกับถามต่อ

“ดาวแม่แตกสลายกระจายกลายเป็นฝุ่นละอองหลายร้อยล้าน สถานที่ที่พวกเราอยู่ในตอนนี้ก็คือบนหนึ่งในฝุ่นละอองเหล่านั้น” เยว่เสี่ยวเฉียนตอบกลับ

เมื่อหลงเฉินได้ฟังก็รู้สึกเหมือนตนเองตกลงไปอยู่ในสายหมอก คำว่าสมัยนั้นเขาพอจะรู้อยู่บ้างว่าเป็นหน่วยเวลาของยุคโบราณ ซึ่งในหนึ่งสมัยนั้นเป็นเวลาเท่ากับสิบล้านปี

ในยุคนั้นได้มีต้นไม้ชนิดหนึ่งเรียกว่าต้นจีหยวนซง(ต้นสนแห่งยุคสมัย) เมื่อมีอายุหนึ่งพันปีมันจะสามารถสร้างแกนต้นสนออกมา และเมื่อมันสร้างแกนต้นส้นครบหนึ่งหมื่นแกนมันก็จะตายลงในทันที

แต่หลังจากที่ถึงสิบล้านปีแล้ว ต้นสนแห่งยุคสมัยก็จะเกิดขึ้นมาใหม่ ช่วงเวลาในการมีชีวิตและการตายของมันตรงกับยี่สิบล้านปีพอดิบพอดี ดังนั้นยุคโบราณก็จะใช้อายุขัยของต้นจีหยวนซง เป็นตัวนับเวลาซึ่งมีความแม่นยำเป็นอย่างมาก

ทว่าหน่วยสมัยในตอนนี้ไม่มีใครใช้แล้วเนื่องจากว่าค่อนข้างยาวนาว อ้างตามยุคโบราณอายุขัยของผู้ฝึกยุทธ์ในยุคโบราณสามารถอยู่ได้นานอย่างไม่จำกัด  แต่ทว่ายุคนี้ได้แตกต่างออกไปอายุขัยน้อยลงมาเหลือเพียงหลักร้อยปี

แต่หากเข้าถึงขอบเขตขั้นก่อฟ้าอายุขัยถึงจะสามารถเพิ่มไปได้อีกจนถึงพันปี ถ้าใช้หน่วยสมัยของยุคโบราณมานับเวลาคงจะไม่เหมาะสมกับยุคนี้เป็นอย่างยิ่ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งดาวแม่และยุคมืด หลงเฉินยังไม่เคยได้ยินชื่อพวกนี้มาก่อนเลย

ร่างกายของโครงกระดูกนั้นสั่นคลอนนิดๆ ดูเหมือนว่าคำตอบนี้จะทำให้มันเกิดความโมโห

“โลกผนึกมหาเทพที่มีเผ่าต่างๆนับพันและยังมีสุดยอดฝีมืออยู่นับไม่ถ้วนล่มสลายอย่างนั้นหรือ...? และแม้แต่ดาวแม่ก็ยังถูกทำลาย...” น้ำเสียงของโครงกระดูกเต็มไปด้วยขมขื่น

“แม่หนูน้อย ข้าอยากรู้ว่าเผ่านักรบคนเถื่อนของข้าเป็นอย่างไรบ้าง”

“เรื่องนี้.......” เยว่เสี่ยวเฉียนไม่รู้จะกล่าวอย่างไรดีได้แต่มองไปหาหลงเฉินด้วยความกลัว

“พูดความจริงมาให้ข้าฟัง!” โครงกระดูกกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยโทสะ

“ท่านอาวุโส ดาวแม่แตกสลายแล้วเผ่าต่างๆนับพันต่างก็ค่อยๆจัดกระจาย และหลังจากนั้นก็ค่อยๆล่มสลายหายไปจนหมด ส่วนเผ่านักรบคนเถื่อนของท่าน......” เสียงของเยว่เสี่ยวเฉียนยิ่งพูดก็ยิ่งเบาลง

“เป็นอย่างไร ?” โครงกระดูกถามด้วยน้ำเสียงร้อนใจ

“เผ่านักรบคนเถื่อนตายอยู่ในการสู้รบ พวกเขาไม่ยอมถอยสู้จนถึงวาระสุดท้าย แม้แต่เทพแห่งนักรบเถื่อนก็ยังถึงคราวจบสิ้น”

“เป็นไปได้อย่างไร อ๊ากกก!!!......”

ทันใดนั้นโครงกระดูกก็แผดเสียงร้องออกมาด้วยความโกรธ พลังของความน่าหวาดกลัวแผ่ซ่านไปทั่ว หลงเฉินและเยว่เสี่ยวเฉียนจึงรีบกลิ้งหลบหนีออกจากตรงนั้นไปไกลพร้อมกับกระอักเลือดออกมา

ในเวลานี้โครงกระดูกนั้นราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังอาละวาด ลำตัวเต็มไปด้วยพลังแห่งความอาฆาต

“ข้าไม่เชื่อ เจ้าพูดจาเหลวไหลเทพแห่งนักรบคนเถื่อนผู้ยิ่งใหญ่ไม่มีทางตาย” โครงกระดูกพุ่งตัวมายังสองคนตรงหน้าพร้อมกับใช้ดาบยาวสีเลือดชี้ไปที่เยว่เสี่ยวเฉียน

เยว่เสี่ยวเฉียนที่ถูกพลังทำลายร้างและสภาวะพลังที่น่าหวาดกลัวพุ่งเข้าใส่ก็กระอักเลือดออกมา ใบหน้าเปลี่ยนเป็นขาวซีดราวกับกระดาษ ดวงตาแสดงถึงความหวาดกลัวอย่างชัดเจน

“พอแค่นั้นแหละ!”

ทันใดนั้นหลงเฉินก็กล่าวขึ้นมาอย่างมีโทสะ พร้อมกับเอาตัวมาบังเยว่เสี่ยวเฉียนเอาไว้ ชี้ไปยังโครงกระดูกแล้วต่อว่า “เจ้าจะโอ้อวดความน่าเกรงขามต่อหน้าผู้หญิงที่อ่อนแอเพื่ออะไร ? หากเจ้าน่าเกรงขามหรือแข็งเเกร่งจริง เจ้าก็คงจะไม่อยู่ในสภาพครึ่งเป็นครึ่งตายแบบนี้หรอกจริงหรือไม่?!”

“เจ้าเด็กน้อย อยากหาที่ตายหรืออย่างไร” โครงกระดูกระเบิดโทสะขึ้น มีดยาวในมือชี้ไปยังหลงเฉิน

“หาที่ตายแล้วจะทำไม ก็ยังดีกว่าเจ้าที่เอะอะก็โมโหไร้เหตุผลกลัวที่จะรับความจริง เจ้ายังถือเป็นลูกผู้ชายอยู่ไหม? ถุย” หลงเฉินรู้ว่าวันนี้ต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย แถมยังถมน้ำลายใส่โครงกระดูกที่น่ากลัวนี้อีก

ต่อหน้ายอดฝีมือที่น่ากลัวของยุคสมัยโบราณ กระดูกที่หยิ่งผยองของเขาคงจะไม่ช่วยให้เขารักษาหัวตัวเองเอาไว้ได้แน่ แต่ถึงกระนั้นผู้ที่หยิ่งทนงในจิตวิญญาณอย่างหลงเฉินจะไม่ยอมก้มหัวให้กับใครก็ตามที่ดูถูกและมองเขาเหมือนมดตัวหนึ่ง

“หืม? ร่างกายของเจ้ามีสภาวะพลังแบบเดียวกับเผ่านักรบคนเถื่อนของข้า! เจ้าก็น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับพวกข้าเจ้ากล้าดียังไงมาหลอกข้า?”

กรงเล็บสีเหลืองทองของโครงกระดูก จับไปที่ลำคอของหลงเฉินก่อนที่เขาจะมีโอกาสหลบเสียอีก เขาบีบคอของหลงเฉินเเน่นและยกเขาขึ้นจากพื้น

“พูด รีบพูดความจริงมา?!” โครงกระดูกถาม

“เจ้าบ้า ปล่อยหลงเฉินนะ!” เยว่เสี่ยวเฉียนเหมือนจะทนไม่ไหวแล้ว นางพุ่งเข้าปะทะกับโครงกระดูก

“ไสหัวไป” โครงกระดูกใช้มือปัดจนเยว่เสี่ยวเฉียนกระเด็นลอยออกไป

“เจ้าสิไสหัวไป” หลงเฉินกล่าวออกมาอย่างเกรี้ยวกราด แม้ว่าเขาจะดูอ่อนล้ามากแล้วก็ตาม พร้อมกับเรียกวงแหวนแห่งเทพออกมา ดวงตาของเขาปรากฎดวงดารานับล้าน เขาพยายามดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งเพื่อให้ตัวเองหลุดออกจากเเขนของอีกฝ่าย

ทว่าแขนของมันนั้นแข็งแกร่งกว่าเหล็กกล้า หลงเฉินไม่มีทางจะทำอะไรมันได้ อีกทั้งยังทำให้ไหล่ของตัวเองนั้นแทบจะหักอีกด้วย

“ซูม”

ทันใดนั้นหลงเฉินก็ต้องประหลาดใจ  จู่ๆโครงกระดูกค่อยๆปล่อยหลงเฉินพร้อมกับก้าวถอยหลังออกไป พร้อมกับยกดาบยาวสีโลหิตชูขึ้นตัดแขนข้างหนึ่งของตัวเองจนขาด

“ฉับ”

โครงกระดูกนั้นใช้ดาบยาวของตัวเองแขนของตัวเองขาด หลังจากนั้นโครงกระดูกก็กล่าวขอโทษ “ต้องขออภัยทายาทแห่งนวดารา ข้าหวังว่าเเขนของข้าข้างนี้จะสามารถลบล้างความผิดที่ข้าล่วงเกินเจ้าไป”

หลงเฉินและเยว่เสี่ยวเฉียนงงงวยกับการกระทำที่บ้าคลั่งของโครงกระดูกนี้ พวกเขาไม่รู้ว่าโครงกระดูกนี้เป็นบ้าอะไรขึ้นมา

โครงกระดูกนั้นพูดกับหลงเฉินว่า “ให้อภัยข้าด้วยกับสิ่งที่ข้ากระทำผิดต่อเจ้า ข้าเพียงอยากจะรู้เกี่ยวกับชนเผ่านักรบคนเถื่อนจริงๆ”

หลงเฉินในตอนนี้ใจเต้นแรง หากพูดว่าไม่กลัวตายก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องไร้สาระ และเขาก็ไม่อยากที่จะพูดโกหกต่อหน้าผู้ที่มีความแน่วแน่เช่นนี้

“ข้าพูดเรื่องจริง ข้าไม่รู้จักใครเลยที่มีความเกี่ยวข้องกับเผ่านักรบคนเถื่อนของท่าน” หลงเฉินพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย

“เจ้าลองไตร่ตรองให้หนักอีกครั้งว่า คนข้างกายของเจ้ามีคนแบบไหนบ้าง หากนิสัยของเขาสอดคล้องกับชนเผ่านักรบคนเถื่อนของข้า ความรู้สึกของข้าไม่มีทางผิดแน่ แม้ว่าสภาวะพลังบนร่างกายของเจ้าจะเจือจาง แต่ข้าก็มั่นใจว่าเจ้าต้องเคยเจอกับคนในเผ่าของข้ามาแล้ว” โครงกระดูกนั้นพูดด้วยความจริงจังเป็นอย่างมาก

“หรือว่าจะเป็นอาหมาน ?” ทันใดนั้นหลงเฉินก็นึกถึงอาหมานขึ้นมา มีเพียงความสูงของเขาที่มีความใกล้เคียงกันอยู่

หลงเฉินรีบเล่าเรื่องของอาหมานมาให้ฟัง ไม่ว่าจะใช่หรือไม่ใช่เพียงแค่ไม่ไปกระตุ้นให้เจ้านี่อารมณ์ร้อนโกรธขึ้นมาอีกก็เป็นพอ

“ฮ่าๆๆๆๆ ข้าบอกเจ้าแล้ว ชนเผ่านักรบคนเถื่อนของพวกเรามีเทพคุ้มครองอยู่ ไม่มีทางที่จะล่มสลายไปได้ เขาคือหนึ่งในชนเผ่านักรบคนเถื่อนของพวกเรา ฮ่าๆๆๆ....” หลังจากที่โครงกระดูกฟังจบก็อดไม่ได้ที่จะดีใจจนส่งเสียงหัวเราะดังไปทั่ว

“เรื่องก่อนหน้านี้ ข้าขอโทษก็แล้วกัน” โครงกระดูกหันไปกล่าวขอโทษเยว่เสี่ยวเฉียน

“ไม่....ไม่เป็นไร” เยว่เสี่ยวเฉียนยังมีความหวาดกลัวอยู่จนต้องไปหลบอยู่หลังหลงเฉิน

“แม้จะเป็นนักรบแห่งเผ่านักรบคนเถื่อน แต่ข้าเองก็ตายมาหลายปีแล้ว แม้ในตอนนั้นอาการบาดเจ็บของข้าจะสาหัสมาก แต่ข้ากลับซ่อนวิญญาณไว้ภายใน 'กลืนโลหิต' ของข้า

ข้ารู้ดีว่าปีศาจสองปีกมีความสามารถในการคืนชีพถ้าข้าทำเเบบนี้ ก็จะทำให้ตอนที่พวกมันคืนชีพขึ้นมา ข้าก็จะสามารถสู้กับพวกมันได้อีกครั้ง ตอนมีชีวิตอยู่ข้ามีโอกาสได้ฆ่าพวกมันเพียงแค่ครั้งเดียว หลังจากตายไปแล้วข้าก็ยังมีโอกาสได้ฆ่าพวกมันอีกครั้ง

โชคร้ายที่วิญญาณของข้าอยู่ในสภาวะที่สับสนอย่างมาก ข้าหลงเหลือแต่สัญชาตญาณของการฆ่าฟัน ถ้ากลิ่นเลือดของเจ้าไม่เรียกสติข้า ข้าเองก็ยังจะจมอยู่แบบนี้ต่อไปต้องขอบใจพวกเจ้า” โครงกระดูกกล่าว

“เรื่องเล็ก ไม่สู้รบก็ไม่รู้จัก พวกเราสามารถเป็นสหายกันได้ อ่อใช่สิผู้อาวุโส ในนี้ช่างกดดันอึดอัดเหลือเกิน ออกไปข้างนอกกับผู้น้องไม่ดีกว่าหรือ” หลงเฉินไม่รับรู้ถึงอันตรายแล้ว ก็รีบเปลี่ยนท่าทางทันที

ถ้าหากนำโครงกระดูกที่น่ากลัวนี้ออกไปได้ ในขอบเขตแดนลับทั้งหมดก็ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น สัตว์มายาระดับห้าที่น่ากลัวก็ยังเหมือนกับลูกไก่ในทันที

โครงกระดูกส่ายหัว ถอนหายใจแล้วกล่าว “พลังจิตวิญญาณของข้า อีกไม่นานก็จะสลายหายไปแล้ว ทว่าก่อนที่มันจะหายไป ข้าจะส่งมอบบางอย่างให้กับเจ้า ถือว่าชดใช้ให้กับสิ่งที่ข้าทำก่อนหน้านี้ก็แล้วกันนะ” โครงกระดูกพูดจบก็พาหลงเฉินมุ่งไปยังจุดลึกของเหวลึก

.

.

.

* นิยายเรื่องนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ Novel Kingdom (หจก.โนเวล คิงด้อม) *

**ไม่อนุญาตให้ดัดแปลง แก้ไขหรือเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนทาง หจก. จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด**

จบบทที่ ตอนที่ 401 มอบของบางอย่าง

คัดลอกลิงก์แล้ว