- หน้าแรก
- จอมทัพไร้บัลลังก์
- บทที่ 186 รอให้ราคาดีแล้วค่อยขาย
บทที่ 186 รอให้ราคาดีแล้วค่อยขาย
บทที่ 186 รอให้ราคาดีแล้วค่อยขาย
บทที่ 186 รอให้ราคาดีแล้วค่อยขาย
สีหน้าของหยางฝูและเฉินจ้งเหิงไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก
ทั้งสองคาดเดาเจตนาของหลินซูฮั่นที่มาหาพวกเขาได้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น 'สร้างต้าโจวขึ้นใหม่' หรือ 'ค้ำจุนราชวงศ์' ล้วนเป็นเพียงคำพูดที่ว่างเปล่า
เป้าหมายสูงสุดคือการขึ้นสู่บัลลังก์
หยางฝูหัวเราะออกมาก่อน "ท่านอ๋องเว่ยทรงล้อเล่นแล้ว พวกเรามีความสามารถเพียงใดตนเองย่อมรู้ดี จะสามารถสร้างต้าโจวขึ้นใหม่ได้อย่างไร?"
เฉินจ้งเหิงที่อยู่ข้างๆ แทรกขึ้น "ถูกต้อง หากท่านอ๋องเว่ยทรงมีความคิดที่จะสร้างโจวใหม่จริงๆ สิ่งที่ควรทำที่สุดคือไปหารือกับฝ่าบาท ข้าคิดว่าฝ่าบาททรงห่วงใยราชวงศ์ ย่อมต้องเห็นด้วยอย่างแน่นอน"
หลินซูฮั่นเจนจัดเพียงใด มีหรือจะฟังไม่ออกว่าทั้งสองกำลังประชดประชันเขาอยู่?
แต่เขากลับไม่ใส่ใจ ส่ายหน้าพลางถอนหายใจ "ทั้งสองท่านยังมองไม่ออกอีกหรือ พวกอ๋องติ้งซี อ๋องเจิ้นเป่ย ล้วนไม่ภักดีต่อราชสำนัก อีกทั้งยังเคลื่อนไหวอย่างมีลับลมคมใน คิดจะช่วงชิงแผ่นดินต้าโจวของพวกเรา พวกเราจะนิ่งดูดายไม่ได้ มิฉะนั้นแผ่นดินต้าโจวนี้คงต้องเปลี่ยนแซ่ไปจริงๆ เมื่อถึงร้อยปีข้างหน้า พวกเราเหล่าเชื้อพระวงศ์จะเผชิญหน้ากับบรรพบุรุษได้อย่างไร?"
ในใจของเฉินจ้งเหิงรู้สึกขบขัน
หลินซูฮั่นเอาแต่พูดว่าไม่สามารถให้ต้าโจวเปลี่ยนแซ่ได้ ก็มิใช่เพื่อไม่ให้พวกเขาแย่งชิงแผ่นดินหรอกหรือ?
อีกทั้งเขาที่เป็นชินอ๋องแซ่หลิน ย่อมมีความชอบธรรมในการขึ้นครองราชย์มากกว่าพวกเขาสองคน
หากพวกเขาช่วยหลินซูฮั่นกวาดล้างสองอุปสรรคใหญ่อย่างอ๋องติ้งซีและอ๋องเจิ้นเป่ยไปได้ เกรงว่าหลินซูฮั่นจะหันกลับมาบีบให้จักรพรรดิหย่งชิ่งสละราชสมบัติในทันที
เขาสบตากับหยางฝู
ในดวงตาของหยางฝูแฝงไปด้วยรอยยิ้ม คิดไปในทางเดียวกับเฉินจ้งเหิง
ครั้งนี้ผู้ที่เอ่ยปากคือเฉินจ้งเหิง เขาหัวเราะแห้งๆ "พวกข้าภักดีต่อฝ่าบาท ขอเพียงฝ่าบาทเอ่ยปาก จะให้พวกข้าทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น"
ความนัยคือ——
เจ้าเป็นเพียงอ๋องเว่ย คำพูดของเจ้าไม่มีความหมาย
หลินซูฮั่นย่อมฟังออก
เขาไม่ได้โกรธเคือง กลับหัวเราะร่าเริง "พูดได้ดี พวกเราล้วนเป็นเชื้อพระวงศ์ของต้าโจว จะปล่อยให้แผ่นดินตกไปอยู่ในมือผู้อื่นไม่ได้เด็ดขาด"
"แต่ว่า..."
"ทั้งสองท่านจะสามารถนิ่งดูดายให้จวนอ๋องติ้งซีเติบใหญ่ได้จริงๆ หรือ?"
"ตามที่ข้ารู้มา เจ้าเฒ่านั่นวางแผนมาหลายปีแล้ว ได้สั่งสมกำลังทหารที่มิอาจดูแคลนได้"
"หรือว่าจะกำจัดเจ้าเฒ่านี่ก่อนดี?"
หลินซูฮั่นจึงยอมถอยหนึ่งก้าว หวังว่าทั้งสามฝ่ายจะร่วมมือกันกำจัดจวนอ๋องติ้งซีก่อน แล้วค่อยมาแย่งชิงแผ่นดินกันตามความสามารถของแต่ละคน
ครั้งนี้หยางฝูไม่ได้ปฏิเสธ แต่ก้มหน้าครุ่นคิด
หากคำพูดของหลินซูฮั่นเป็นเรื่องจริง ผลลัพธ์ย่อมเป็นประโยชน์ต่อหยางฝู
ในบรรดาเหล่าอ๋องทั้งหลาย หยางฝูเกรงกลัวจวนอ๋องติ้งซีมากที่สุด
หากจวนอ๋องติ้งซีล่มสลาย จวนอ๋องกว่างหนานก็จะสามารถยึดครองแผ่นดินได้โดยไม่ต้องเปลืองแรง
"ติ้งกั๋วกงมีความเห็นว่าอย่างไร?" หยางฝูมองไปยังเฉินจ้งเหิง
ในใจของเฉินจ้งเหิงรู้สึกขบขัน
คนตาดีล้วนมองออกว่าหยางฝูมีท่าทีคล้อยตามแล้ว
แต่ว่า...
เฉินจ้งเหิงกลับไม่รู้สึกตื่นเต้นแม้แต่น้อย
บัดนี้จวนติ้งกั๋วกงของเขากำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาความเร็วในการขยายดินแดนน่าตกใจ ประกอบกับการปรากฏตัวของปืนใหญ่และปืนคาบศิลาอย่างต่อเนื่อง ทำให้จวนติ้งกั๋วกงมีความมั่นใจเพียงพอที่จะนั่งชมเสือกัดกันอยู่บนภู
ภายใต้เงื่อนไขเช่นนี้ เหตุใดข้าต้องนำตนเองเข้าไปพัวพันกับเรื่องวุ่นวายนี้ด้วยเล่า?
"อย่าเลยดีกว่า จวนติ้งกั๋วกงของข้าเพิ่งจะปราบปรามจี้หนานลงได้ อีกทั้งข้ากับจวนอ๋องเจิ้นเป่ยก็มีเรื่องบาดหมางกัน หากต้องการจะจัดการกับจวนอ๋องติ้งซี ก็ต้องปราบปรามจวนอ๋องเจิ้นเป่ยก่อน ซึ่งล้วนสิ้นเปลืองทั้งเวลาและกำลังพล" เฉินจ้งเหิงปฏิเสธ
หลินซูฮั่นและหยางฝูต่างขมวดคิ้ว
หยางฝูเห็นได้ชัดว่ายังไม่ยอมแพ้ เอ่ยถาม "ในบรรดาเหล่าอ๋องทั้งหลาย จวนอ๋องติ้งซีมีกำลังแข็งแกร่งที่สุด เมื่อไม่นานมานี้ยังยึดเมืองของซีฉู่ไปได้อีกสองเมือง หากนิ่งดูดายต่อไป ในอนาคตจะต้องกลายเป็นภัยร้ายแรงของต้าโจวอย่างแน่นอน"
เฉินจ้งเหิงหัวเราะฮ่าๆ "จวนติ้งกั๋วกงของข้าไม่เหมือนกับของท่านทั้งสองที่มีกิจการใหญ่โต เพียงแค่มีคลื่นลมเล็กน้อยก็อาจล่มสลายได้"
"จวนกั๋วกงคงไม่ยุ่งกับปัญหานี้จะดีกว่า"
เมื่อเห็นว่าหยางฝูยังคิดจะพูดอะไรอีก หลินซูฮั่นก็กล่าวพร้อมรอยยิ้ม "เอาล่ะๆ ดื่มสุรากันก่อน"
ทั้งสามคนต่างมีความคิดในใจของตนเอง สุราในจอกจึงคล้ายจืดชืดลงไปหลายส่วน
ท้ายที่สุด
หลินซูฮั่นยังไม่ยอมแพ้ กล่าวอีกว่า "หากสามารถกำจัดจวนอ๋องติ้งซีได้ พวกเราสามารถช่วยกำจัดจวนอ๋องเจิ้นเป่ยได้ด้วย แล้วยกดินแดนของจวนอ๋องเจิ้นเป่ยให้ท่านติ้งกั๋วกงสืบทอดแทน เป็นอย่างไรเล่า?"
นี่คือการทุ่มสุดตัวเพื่อดึงดูดเฉินจ้งเหิง
หยางฝูไม่มีความเห็น
อย่างไรเสียเขาก็อาศัยอยู่ทางใต้ มีเพียงดินแดนที่ติดกับจวนอ๋องเว่ย ไม่สามารถส่งกำลังทหารไปยังเหอซีได้ การยกให้เฉินจ้งเหิงก็อาจจะไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
เฉินจ้งเหิงแสดงสีหน้าลังเล แต่ก็ยังไม่ตอบตกลงในทันที
เพียงแต่บอกว่าจะให้คำตอบก่อนที่จะออกจากเมืองหลวง
ก็แค่การจับเสือมือเปล่ามิใช่หรือ?
ผู้ใดจะทำไม่เป็น?
งานเลี้ยงครั้งนี้จึงจบลงอย่างไม่ชื่นมื่นนัก ทั้งสามคนต่างแยกย้ายกันไป
เฉินจ้งเหิงเพิ่งจะก้าวเท้าออกจากหอชิงฮวา ก็มีคนมาอยู่เบื้องหน้าหลินซูฮั่นเพื่อรายงาน
"ท่านอ๋อง ติ้งกั๋วกงมุ่งหน้าไปยังจวนอ๋องติ้งซีแล้ว เกรงว่าเขาจะนำแผนการของพวกเราไปบอกให้อ๋องติ้งซีรู้นะพ่ะย่ะค่ะ!" ที่ปรึกษาร้อนใจดังไฟลน แนะนำให้หลินซูฮั่นส่งคนไปสกัดกั้นเฉินจ้งเหิง ไม่ให้เขาเปิดเผยความลับ
หลินซูฮั่นโบกมือ "ปล่อยเขาไป"
ที่ปรึกษาไม่เข้าใจ "ท่านอ๋อง เช่นนี้จะได้อย่างไร?"
หลินซูฮั่นกล่าวอย่างมีความหมายลึกซึ้ง "เจ้ายังมองไม่เห็นภาพรวมทั้งหมด เขาสามารถไปหาจวนอ๋องติ้งซีได้ แล้วพวกเราจะไปหาจวนอ๋องเจิ้นเป่ยไม่ได้หรือ?"
ที่ปรึกษาพลันเข้าใจ ดวงตาสว่างวาบขึ้นมาทันที
"ท่านอ๋องทรงพระปรีชาสามารถ!"
***
จวนอ๋องติ้งซี
เมื่อได้ยินคนรับใช้รายงานว่าเฉินจ้งเหิงมาเยือน สีหน้าของซ่างกวานเยี่ยนก็ดำคล้ำลง แทบจะสั่งให้คนโยนตัวกาฬกิณีนี้ออกไปทันที
ซ่างกวานเวิ่นเทียนกลับไม่เป็นเช่นนั้น กล่าวอย่างเรียบเฉย "เชิญเขาเข้ามา"
"ท่านพ่อ เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?" ซ่างกวานเฟิงไม่พอใจ "เจ้าหมอนี่...เห็นทีว่าคงมาเพื่อทวงหนี้เป็นแน่ หากเรื่องนี้แพร่ออกไป จวนอ๋องติ้งซีของพวกเราจะไม่เสียหน้าหรือ?"
ซ่างกวานเวิ่นเทียนมองไปยังซ่างกวานเยี่ยน "ทายาท เจ้าก็คิดเช่นนี้หรือ?"
ซ่างกวานเยี่ยนเกือบจะหลุดปากออกไป
ในชั่วพริบตาเขาก็พลันชะงักงัน นับตั้งแต่ถูกเฉินจ้งเหิงตบหน้าไปหนึ่งฉาด ตนเองก็ราวกับคนสับสนมึนงง ขาดซึ่งความหลักแหลมในการวางแผนดังเช่นเคย
บัดนี้เมื่อใจเย็นลง ก็เริ่มมองเห็นความผิดปกติบางอย่าง
"ท่านพ่อ ลูกกลับคิดว่า เฉินจ้งเหิงอาจจะมาเพื่อความร่วมมือ" คำพูดของซ่างกวานเยี่ยนทำให้ซ่างกวานเวิ่นเทียนแย้มยิ้ม กล่าวชมเชย "ถูกต้อง เจ้ายังรู้จักใช้ความคิดอยู่บ้าง"
"ไป เชิญเฉินจ้งเหิงมา"
ไม่นานนัก
เฉินจ้งเหิงก็มาถึงห้องโถงใหญ่ นั่งลงข้างกายซ่างกวานเวิ่นเทียนอย่างเป็นธรรมชาติ
ซ่างกวานเฟิงแทบจะกัดฟันจนแหลกละเอียด
เมื่อเช้าเพิ่งจะสร้างความอัปยศให้สองพี่น้องพวกข้า ตอนเที่ยงก็มาเป็นแขกผู้มีเกียรติเสียแล้ว
ผู้ใดจะทนได้?
ซ่างกวานเวิ่นเทียนมีสีหน้าเรียบเฉย น้ำเสียงค่อนข้างเย็นชา "เจ้ามาเพื่อทวงหนี้หรือ?"
"ท่านก็เดาได้แล้วมิใช่หรือ?" เฉินจ้งเหิงย้อนถาม
ซ่างกวานเวิ่นเทียนแค่นเสียง ไม่ได้มีสีหน้าที่ดีนัก "เจ้าไม่รู้สึกว่าตัวเองน่ารำคาญบ้างหรือ? เมื่อเช้าเพิ่งจะทำให้จวนอ๋องของข้าต้องอับอายขายหน้า บัดนี้ยังกล้ามาวางอำนาจบาตรใหญ่ถึงจวนของข้าอีก! หากไม่ใช่เพราะอยู่ในนครหลวง ผู้เฒ่าผู้นี้คงจะใช้ดาบสับเจ้าเป็นชิ้นๆ ไปนานแล้ว"
เฉินจ้งเหิงยิ้ม "แม้จะอยู่ที่มณฑลหลิงอู่ ท่านก็สับข้าไม่ได้"
ซ่างกวานเวิ่นเทียนโกรธจนหัวเราะ
"พูดมา"
"มาหาอ๋องผู้นี้มีธุระอันใด?"
เฉินจ้งเหิงพูดอย่างตรงไปตรงมา "อ๋องเว่ยชักชวนข้าและอ๋องกว่างหนานให้ร่วมมือกันกำจัดจวนอ๋องติ้งซีก่อน"
คำพูดนี้ออกมา สองพี่น้องซ่างกวานก็ตกใจ
เสียงของซ่างกวานเยี่ยนสั่นเทา "จริงหรือ?"
เฉินจ้งเหิงจิบชาร้อน "ข้าไม่จำเป็นต้องโกหกพวกท่าน"
ซ่างกวานเฟิงถามอย่างติดๆ ขัดๆ "ถ้าเช่นนั้น ท่านก็ตอบตกลงแล้ว?"
เฉินจ้งเหิงเหลือบมองเจ้าคนโง่นี่ ซ่างกวานเวิ่นเทียนกล่าวเสียงเข้ม "เจ้าโง่ หากเขาตอบตกลง ก็คงไม่มาปรากฏตัวที่นี่แล้ว!"
ซ่างกวานเวิ่นเทียนหันไปมองเฉินจ้งเหิง
"พูดมา"
"เจ้าต้องการอะไรกันแน่?"
เฉินจ้งเหิงหัวเราะเบาๆ "ข้าจะร่วมมือกับพวกเขาเพื่อกำจัดท่านก็ได้ หรือจะหันมาร่วมมือกับท่านเพื่อกำจัดพวกเขาก็ได้"
"ขอเพียงท่านให้ราคาสูงพอ ข้าก็สามารถร่วมมือกับท่าน กำจัดจวนอ๋องเว่ยได้"
ซ่างกวานเวิ่นเทียนมีสีหน้าชะงักงัน เกือบจะเสียอาการ
เจ้าหมอนี่!
ช่างไร้ยางอายเสียจริง