- หน้าแรก
- เปิดซองแดงแจ้งเกิด ยอดหมอเทวะทะลุพิกัด!!
- บทที่ 3 ดูท่าคืนนี้ดวงจะพุ่งทะลุฟ้าเสียแล้ว!
บทที่ 3 ดูท่าคืนนี้ดวงจะพุ่งทะลุฟ้าเสียแล้ว!
บทที่ 3 ดูท่าคืนนี้ดวงจะพุ่งทะลุฟ้าเสียแล้ว!
บทที่ 3 ดูท่าคืนนี้ดวงจะพุ่งทะลุฟ้าเสียแล้ว!
ทางเดินในหมู่บ้านยามค่ำคืนช่างเดินลำบาก ทั้งขรุขระและเป็นหลุมเป็นบ่อ
จ้าวสุ่ยเซิงแบกจ้าวชุนนีวิ่งจนหอบแฮก เหงื่อโชกจนเสื้อเปียกชุ่มไปทั้งตัว
"สุ่ย... สุ่ยเซิง..."
คนบนหลังเหมือนจะถูกแรงสั่นสะเทือนจนตื่นขึ้นมา และส่งเสียงแผ่วเบาออกมา
"พี่! พี่ฟื้นแล้วเหรอ? พี่อดทนไว้นะ ผมกำลังจะพาพี่ไปโรงพยาบาลแล้ว!" จ้าวสุ่ยเซิงก้าวเท้าไม่หยุด พูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน
พอได้ยินคำว่า "โรงพยาบาล" จ้าวชุนนีไม่รู้เอาแรงมาจากไหน เธอดิ้นรนเล็กน้อย "มะ... ไม่ไปโรงพยาบาลนะ... มันแพง... ชีวิตพี่... ไม่มีค่าขนาดนั้น..."
"พี่พูดบ้าอะไรเนี่ย! ชีวิตพี่มีค่ามากกว่าอะไรทั้งหมด!"
จ้าวสุ่ยเซิงตะโกนก้อง น้ำตาเจ้ากรรมไหลพรากออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ขนาดถึงวินาทีชีวิต พี่สาวยังห่วงเรื่องเงินมากกว่าตัวเอง
นี่น่ะหรือชีวิตคนจน?
แม้แต่สิทธิที่จะมีชีวิตอยู่ ยังต้องเอาเงินมาเป็นตัวชี้วัดงั้นหรือ?
"วางพี่ลงเถอะ... พี่ไม่เป็นไร... นอนพักหน่อยก็หาย..." เสียงของจ้าวชุนนีเล็กลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายศีรษะก็พับลงและหมดสติไปอีกครั้ง เส้นผมของเธอระข้างแก้มจ้าวสุ่ยเซิง มันเย็นเฉียบจนน่าใจหาย
"พี่! พี่!!"
จ้าวสุ่ยเซิงร้อนใจดั่งไฟลน ยิ่งเร่งฝีเท้าวิ่งราวกับคนบ้า
เสี่ยวหงที่สวมรองเท้าส้นสูงวิ่งตามมาข้างหลังอย่างทุลักทุเล ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงจนรองเท้าหลุดไปข้างหนึ่ง
เธอมองไปยังแผ่นหลังข้างหน้าที่ไม่ได้กว้างขวางนัก แต่กลับดูเหยียดตรงอย่างมั่นคงเพราะแบกพี่สาวไว้ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างผุดขึ้นในใจเธออย่างบอกไม่ถูก
"ชะ... ช้าหน่อย! อยู่ข้างหน้านั่นเอง! ตรงที่มีโคมไฟสีแดงแขวนอยู่นั่นแหละ!" เธอตะโกนบอกด้วยความเหนื่อยหอบ แววตาที่เคยกร้านโลกดูจะลดน้อยลง แทนที่ด้วยความห่วงใยที่จริงใจ
จ้าวสุ่ยเซิงมองตามนิ้วของเสี่ยวหงไป เห็นลานบ้านเล็กๆ อยู่ไม่ไกล
มันเป็นคลินิกแบบเก่าที่คุ้นตา บนประตูแขวนป้าย "คลินิกแพทย์จีนตระกูลจาง" ดูมีอายุขัยมานานโข โคมไฟสีแดงแกว่งไกวตามลมหนาว ดูขลังและแฝงไปด้วยบรรยากาศเยือกเย็น
"หมอจาง! หมอจางช่วยด้วย!"
จ้าวสุ่ยเซิงถีบประตูเข้าไปพร้อมกับนำพาความหนาวเหน็บเข้าสู่ห้อง
ข้างในมีชายชราไว้เคราแพะคนหนึ่งกำลังสวมแว่นสายตาอ่านตำราแพทย์ เขาตกใจจนมือสั่นแทบจะทำถ้วยน้ำชาหลุดมือ
"เอะอะโวยวายอะไรกัน! ไม่รู้ระเบียบหรือไง! ถ้าประตูพังนายมีปัญญาชดใช้ไหม?"
หมอจางขมวดคิ้วทำท่าจะด่า แต่พอเห็นจ้าวชุนนีบนหลังจ้าวสุ่ยเซิงที่หน้าซีดเผือดและหายใจแผ่วเบา สัญชาตญาณความเป็นหมอก็ทำให้เขากลืนคำด่านั้นลงคอไป
"เร็ว! วางลงบนเตียงตรวจ!"
จ้าวสุ่ยเซิงวางพี่สาวลงอย่างระมัดระวัง ขณะนี้จ้าวชุนนีหมดสติไปโดยสมบูรณ์ มือเท้าเย็นเฉียบ ลมหายใจแผ่วเบาจนแทบสัมผัสไม่ได้ เหมือนตะเกียงที่น้ำมันใกล้หมดและพร้อมจะดับได้ทุกเมื่อ
หมอจางวางมือลงบนชีพจรของจ้าวชุนนี หลับตาลงและนิ่งสงบเพื่อเพ่งสมาธิ
เวลาผ่านไปวินาทีต่อวินาที
เสียง "ติ๊กต็อก" ของนาฬิกาแขวนผนังรุ่นเก่าดังก้องในคลินิกที่เงียบสงัด
จ้าวสุ่ยเซิงจ้องมองหน้าหมอเฒ่าตาเขม็ง หัวใจแขวนอยู่บนเส้นด้าย แสงไฟสลัวส่องให้เห็นเหงื่อที่ผุดเต็มหัว ทุกวินาทีช่างยาวนานเหมือนเป็นปี
ผ่านไปกว่าห้านาที หมอจางถึงค่อยๆ ถอนมือกลับพร้อมกับถอนหายใจยาว คิ้วขมวดมุ่นจนเป็นปม
"หมอครับ พี่สาวผมเป็นยังไงบ้าง?" เสียงของจ้าวสุ่ยเซิงแหบพร่า
หมอจางส่ายหัว มองจ้าวสุ่ยเซิงทีหนึ่งและมองเสี่ยวหงที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยข้างๆ ทีหนึ่ง แววตาฉายแววไร้หนทางและเห็นใจ
"นี่คืออาการเหนื่อยล้าอย่างรุนแรง ประกอบกับการขาดสารอาหารสะสมมานาน ทำให้ทั้งพลังและเลือดพร่องไปหมด แต่นั่นยังไม่ใช่อาการที่อันตรายที่สุด..."
หมอเฒ่าชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ในร่างกายเธอมีพลังหยู (พลังที่อุดกั้น) ติดอยู่ที่เส้นเลือดหัวใจ น่าจะเป็นอารมณ์ที่สะสมมานาน เมื่อเจอกับเรื่องที่มากระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรงครั้งนี้ ทำให้หัวใจได้รับความเสียหาย พูดตรงๆ ก็คือ น้ำมันในตะเกียงเหือดแห้งแล้ว"
น้ำมันเหือดแห้ง?!
สี่คำนี้เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางหัวของจ้าวสุ่ยเซิงจนหูอื้อไปหมด
พี่สาวเพิ่งจะอายุยี่สิบสี่เองนะ!
จะมาน้ำมันหมดตะเกียงได้ยังไงกัน?!
"หมอครับ แล้ว... แล้วต้องทำยังไง? หมอต้องช่วยพี่สาวผมให้ได้นะครับ!" จ้าวสุ่ยเซิงคว้าแขนเสื้อหมอเฒ่าไว้แน่นจนเล็บแทบฝังลงไปในเนื้อ "ขอร้องล่ะครับ!"
"ช่วยน่ะช่วยได้ แต่ว่า..."
หมอจางอึกอัก แต่สุดท้ายก็พูดความจริงออกมา "ต้องใช้สมุนไพรเก่าแก่อายุร้อยปีหลายชนิดมาเพื่อยื้อชีวิต เช่นโสมป่า และต้องฝังเข็มบำบัดอย่างต่อเนื่องนานๆ เฉพาะค่าสมุนไพรพวกนั้น อย่างน้อยๆ ก็ต้องเลขนี้"
พูดพลางชูนิ้วขึ้นมาห้านิ้ว
"ห้าพันเหรอคะ?" เสี่ยวหงลองถามดู
หมอเฒ่าแค่นเสียงหัวเราะ "ห้าหมื่น! และนั่นแค่สำหรับช่วงแรกเท่านั้น การบำบัดต่อเนื่องหลังจากนั้นคือหลุมที่ถมไม่เต็ม ดูพวกเธอแล้วก็ไม่น่าใช่คนรวยอะไร เรื่องนี้มัน..."
ห้าหมื่น!
พอได้ยินตัวเลขนี้ จ้าวสุ่ยเซิงรู้สึกเหมือนท้องฟ้าถล่มลงมา
อย่าว่าแต่ห้าหมื่นเลย ตอนนี้แม้แต่ห้าพันเขาก็ยังรวบรวมไม่ครบ!
ความยากจนช่างเหมือนเหวที่ไม่อาจข้ามผ่าน มันขวางกั้นระหว่างเขากับชีวิตพี่สาวไว้
เขารู้สึกเย็นเยียบไปทั้งตัว เงินสองพันกว่าหยวนในกระเป๋าตอนนี้ช่างดูร้อนรุ่มและประชดประชันเหลือเกิน
"ไม่มีทางอื่นแล้วเหรอครับ? หมอครับ ผมมีเงินอยู่แค่สองพันกว่าหยวน... ขอร้องล่ะ ช่วยรักษาฉุกเฉินก่อนได้ไหม? เงินที่เหลือผมจะรีบไปหามาให้! ผมจะไปขายเลือด! จะไปแบกอิฐ! ผมจะหามาคืนให้แน่! ผมจะเขียนใบหนี้ให้หมอด้วย!"
จ้าวสุ่ยเซิงทำท่าจะคุกเข่าลงต่อหน้าหมอจาง
เข่าลูกผู้ชายมีค่าดั่งทองคำ
แต่ต่อหน้าชีวิตของคนที่รัก ศักดิ์ศรีมันจะไปสำคัญอะไร!
หมอจางรีบพยุงเขาไว้พลางถอนหายใจ "พ่อหนุ่ม ไม่ใช่ว่าฉันไม่ช่วยนะ แต่ฉันทำธุรกิจเล็กๆ สมุนไพรพวกนั้นฉันก็ต้องไปซื้อเขามาเหมือนกัน ไม่มีเงินเขาก็ไม่ให้ของมาหรอก อีกอย่างอาการของเธอรอไม่ได้ ต้องรีบใช้ยาทันที พวกเธอ... รีบพาไปส่งโรงพยาบาลใหญ่เถอะ บางทีที่นั่นอาจจะมีช่องทางช่วยเหลือฉุกเฉิน"
ส่งโรงพยาบาลใหญ่?
โรงพยาบาลใหญ่ยิ่งแพงกว่าเดิมอีก! ไม่มีเงิน แม้แต่บัตรคิวก็ยังกดไม่ได้ด้วยซ้ำ!
นี่มันคือทางตันชัดๆ!
ความสิ้นหวังแผ่ซ่านไปทั่วคลินิกเล็กๆ
เสี่ยวหงที่อยู่ข้างๆ ก็ร้องไห้ตามไปด้วย เธอคว้าแขนจ้าวสุ่ยเซิงไว้แน่น ร่างกายแทบจะแนบชิดกับเขา
เมื่อสัมผัสได้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้กำลังสั่นเทาไปทั้งตัว หัวใจของเธอก็รู้สึกเจ็บแปลบ เธอจึงยื่นมือออกไปลูบหลังเขาเบาๆ และพูดด้วยน้ำเสียงสะอื้น "สุ่ยเซิง... อย่ากลัวนะ พี่พอจะมีเงินเก็บอยู่บ้าง ถึงจะไม่มาก แต่... เรามาช่วยกันหาทางนะ..."
ตัวเธอเองยังไม่อยากเชื่อเลยว่า คนที่เห็นแก่เงินเป็นที่หนึ่งอย่างเธอ จะยอมควักเงินเก็บทั้งหมดเพื่อช่วยเด็กยากจนที่เพิ่งรู้จักกันไม่ถึงวันคนนี้
จ้าวสุ่ยเซิงมองพี่สาวที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง มองใบหน้าที่ขาวซีดเหมือนกระดาษ
นั่นคือพี่สาวที่แบกเขามาตั้งแต่เด็ก เก็บของอร่อยไว้ให้เขา ส่วนตัวเองยอมกินของไม่ดี!
จะให้นั่งดูพี่สาวตายไปต่อหน้าต่อตาแบบนี้งั้นเหรอ?
ไม่!
ไม่มีทางเด็ดขาด!
ในวินาทีที่สิ้นหวังสุดขีดนั้นเอง ดวงตาที่พร่ามัวไปด้วยน้ำตาของจ้าวสุ่ยเซิงพลันมองเห็นจุดแสงสีทองลอยอยู่เหนือหัวของหมอจาง
นั่นคือ... ซองแดง?
ก่อนหน้านี้เขาร้อนใจเกินไปจนไม่ได้สังเกต แต่ตอนนี้เขาพบว่าเหนือหัวของตาแก่นิสัยประหลาดคนนี้ มีซองแดงที่สว่างกว่าของเตากะเฉียงหลายเท่าลอยอยู่!
ใต้ซองแดงมีตัวอักษรเล็กๆ เขียนว่า: [ซองแดงมรดกตกทอดจากแพทย์จีนเฒ่า (หายาก) ]
มรดกตกทอด?
ความคิดหนึ่งแล่นผ่านหัวจ้าวสุ่ยเซิง หัวใจของเขาเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง
ในเมื่อมี [หัตถ์เทวะ] ที่ยกระดับการนวดแล้ว งั้น [มรดก] นี้ ก็หมายถึงวิชาแพทย์จริงๆ ใช่ไหม?
ถ้าเขาได้วิชาแพทย์นี้มา เขาจะรักษาพี่สาวได้ใช่ไหม?
เป็นไงเป็นกัน ลองดูสักตั้ง!
จ้าวสุ่ยเซิงรีบเช็ดน้ำตา แววตากลับมาแน่วหมั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ในเมื่อขอคนอื่นไม่ได้ ก็ต้องพึ่งตัวเอง!
"คุณหมอครับ ขอเสียมารยาทหน่อยนะครับ!"
"นายจะทำอะไร?" หมอจางตกใจเมื่อเห็นดวงตาแดงก่ำของจ้าวสุ่ยเซิง เขานึกว่าไอ้เด็กนี่จะหาเรื่องหรือปล้นคลินิก จึงถอยหลังกรูด "อย่าซ่านะ! ฉันจะแจ้งตำรวจ!"
จ้าวสุ่ยเซิงไม่อธิบาย แต่พุ่งเข้าไปหาทันที
ในหัวของเขามีเพียงความคิดเดียวคือ: กดมันซะ!
"เฮ้ยๆๆ!" หมอเฒ่าโบกมือวุ่นวายเพื่อขัดขวาง
จ้าวสุ่ยเซิงเบี่ยงตัวหลบ และยื่นมือไปแตะที่หน้าผากที่ค่อนข้างล้านของหมอเฒ่าอย่างแม่นยำ
"ติ๊ง!"
เสียงระบบที่แสนไพเราะดังขึ้นเหมือนเสียงสวรรค์!
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์! คุณได้เปิดซองแดงมรดกตกทอดจากแพทย์จีนเฒ่า!]
[ได้รับทักษะ: การตรวจโรคทั้งสี่ (ระดับปรมาจารย์) ! มองออกถึงต้นตอของโรค ฟังเสียงแยกแยะอาการ วินิจฉัยโรคได้อย่างเทพ!]
[ได้รับทักษะ: ศาสตร์เข็มปีศาจสิบสามเล่ม (ส่วนที่เหลือ) ! วิชาฝังเข็มโบราณที่คืนชีพคนตายและรักษาคนใกล้สิ้นใจได้ผลชะงัด!]
ตูม!
ความรู้แพทย์จีนโบราณนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าสู่สมองทันที
แผนภูมิเส้นลมปราณ ตำแหน่งจุดฝังเข็ม การวิเคราะห์โรค ศาสตร์เข็มที่สาบสูญ... ข้อมูลมหาศาลถาโถมราวกับพายุเข้าสู่สมองของเขา
จ้าวสุ่ยเซิงรู้สึกเจ็บแปลบที่ขมับ แต่เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง โลกทั้งใบก็เปลี่ยนไป
ร่างกายมนุษย์ที่เคยดูซับซ้อนในสายตาเขา บัดนี้กลับดูชัดเจนอย่างยิ่ง เขามองไปยังพี่สาวและสามารถ "มองเห็น" พลังสีดำเทาที่อุดตันอยู่ในเส้นเลือดหัวใจของเธอ มันขวางกั้นช่องทางแห่งชีวิตไว้อย่างหนาแน่น
แต่ท่ามกลางพลังความตายนั้น ยังมีประกายชีวิตที่แผ่วเบาหลงเหลืออยู่
ขอเพียงแค่ทะลวงจุดนั้นได้ พี่สาวก็รอด!
และไม่จำเป็นต้องใช้สมุนไพรร้อยปีราคาแพงอะไรเลย แค่ใช้การฝังเข็มนำพลังฉีไปกระแทกส่วนที่อุดตันให้แตกออกก็พอ!
"ผมมีวิธีแล้ว!"
จ้าวสุ่ยเซิงตะโกนออกมา ทำให้หมอเฒ่าและเสี่ยวหงถึงกับอึ้งไปตามๆ กัน
"นายมีวิธี? วิธีอะไรของนาย?" หมอจางงงเป็นไก่ตาแตก ไอ้เด็กนี่บ้าไปแล้วเหรอ? "พ่อหนุ่มอย่าล้อเล่นนะ นี่มันเรื่องความเป็นความตาย! ถ้ารักษาจนคนตายขึ้นมานายต้องติดคุกนะ!"
"ขอยืมเข็มเงินของหมอหน่อยครับ!"
จ้าวสุ่ยเซิงไม่รอให้หมออนุญาต เขาคว้าห่อเข็มเงินมาจากตู้ฆ่าเชื้อข้างๆ ทันที
"เฮ้ย! นั่นมันของรักของหวงของฉัน... ฉันยังไม่กล้าใช้เลย..."
หมอจางกำลังจะพุ่งเข้าไปห้าม แต่จ้าวสุ่ยเซิงหันกลับมามอง
ในวินาทีนั้นเอง หมอจางถึงกับชะงัก
เด็กหนุ่มบ้านนอกที่เคยร้อนรนและดูต่ำต้อยหายไปแล้ว
แต่ที่อยู่ตรงหน้าคือยอดฝีมือที่สุขุม มั่นใจ และมีแววตาลึกซึ้งดั่งมหาสมุทร!
รัศมีของปรมาจารย์ที่แผ่ออกมาจากข้างใน ทำให้คนแก่อย่างเขาที่ประกอบอาชีพแพทย์มาสี่สิบปีถึงกับใจสั่นจนไม่กล้าขยับ
"นี่... นี่มัน..."
ไม่ทันที่เขาจะมองให้ชัด จ้าวสุ่ยเซิงก็ลงมือแล้ว
มือขยับเข็มสะบัด!
"ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!"
เข็มเงินกลายเป็นแสงวาบพุ่งผ่านสายตา ทะยานผ่านแสงไฟสลัวเป็นเส้นโค้งที่งดงาม และปักลงบนจุด 'เหรินจง' 'เน่ยกวน'และ 'หยงเฉวียน' ของจ้าวชุนนีอย่างแม่นยำ
รวดเร็ว! แม่นยำ! มั่นคง!
และทุกเข็มที่ปักลงไป ปลายเข็มจะสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พร้อมกับส่งเสียง "หึ่งๆ" เหมือนเสียงคำรามของมังกร!
"นำพลังฉีคุมเข็ม?! เข็มเงินคำราม?!"
หมอจางตาค้างจนแทบถล่น อ้าปากค้างจนยัดไข่ไก่เข้าไปได้ทั้งฟอง เคราสั่นระริก "นี่... นี่คือ 'ศาสตร์เข็มปีศาจสิบสามเล่ม' ที่สาบสูญไปนานแล้วไม่ใช่เหรอ?!!"
เขาเคยเห็นคำอธิบายถึงศาสตร์เข็มนี้ในตำราโบราณที่ชำรุดมาก่อน นั่นคือสุดยอดวิชาที่สามารถยื้อแย่งชีวิตคนมาจากเงื้อมมือพญายมได้!
ไม่นึกเลยว่าวันนี้จะได้เห็นมันจากเด็กเมื่อวานซืนอายุสิบแปดปี!
นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
เหมือนเห็นขอทานควักปุ่มกดนิวเคลียร์ออกมาไม่มีผิด!
แม้เสี่ยวหงจะไม่เข้าใจว่าศาสตร์เข็มปีศาจสิบสามเล่มคืออะไร แต่เมื่อเห็นเข็มเงินสั่นสะเทือนอยู่บนตัวจ้าวชุนนี และเห็นใบหน้าด้านข้างที่ดูจริงจังของจ้าวสุ่ยเซิงในตอนนี้
เหยื่อไหลอาบตามแนวกรามที่คมสัน ดวงตาคู่นั้นดูเหมือนซ่อนดวงดาวและท้องทะเลไว้
ตึกตัก!
เสี่ยวหงรู้สึกว่าหัวใจเธอเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งครั้ง
ผู้ชายตอนที่ตั้งใจทำอะไรแบบนี้ มันช่างดูดีจนอันตรายจริงๆ ...
เธอเม้มปากแน่น แววตาเต็มไปด้วยความลุ่มหลงที่แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่รู้ตัว
จ้าวสุ่ยเซิงไม่ได้สนใจความตกใจของคนรอบข้าง เขามีสมาธิแน่วแน่ เหงื่อผุดซึมตามไรผม
แม้จะมีทักษะจากระบบช่วย แต่การใช้สุดยอดวิชาที่ต้องใช้พลังสมาธิขนาดนี้ และเพื่อช่วยชีวิตคนที่เขารักที่สุด จึงห้ามผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว
"เข็มที่สิบสาม... เปิดประตูแห่งชีวิต!"
เมื่อเข็มสุดท้ายปักลง
จ้าวชุนนีที่หน้าซีดเผือดก็พลันร่างกายสั่นสะท้าน และจากนั้น...
"แค่กๆ!"
เธอลุกพรวดขึ้นนั่งและกระอักเลือดสีดำออกมาลงในกระโถนข้างเตียง
"พี่!" จ้าวสุ่ยเซิงรีบเข้าไปพยุงเธอ
หลังจากกระอักเลือดดำออกมา จ้าวชุนนีก็หอบหายใจแรง แต่ใบหน้าที่เคยซีดขาวกลับดูมีเลือดฝาดขึ้นอย่างน่าประหลาด ลมหายใจก็กลับมาสม่ำเสมอและมีพลัง
"สุ่ย... สุ่ยเซิง? นี่พี่เป็นอะไรไป? หน้าอกเหมือน... ไม่เจ็บแล้ว?"
จ้าวชุนนีลูบหน้าอกตัวเองด้วยความมึนงง ความรู้สึกอึดอัดเหมือนจะตายเมื่อครู่หายไปหมดแล้ว แทนที่ด้วยกระแสความร้อนที่อบอุ่น
"พี่! พี่หายแล้ว! พี่หายจริงๆ ด้วย!"
จ้าวสุ่ยเซิงโผเข้ากอดพี่สาวไว้แน่น น้ำตาไหลออกมาไม่หยุด
คราวนี้มันคือน้ำตาแห่งความดีใจ
ส่วนหมอจางที่อยู่ข้างๆ กลายเป็นหินไปเรียบร้อยแล้ว
เขาเดินเข้ามาด้วยท่าทางสั่นเทา คว้าข้อมือจ้าวชุนนีมาตรวจชีพจรอีกครั้ง
ไม่กี่วินาทีต่อมา เขาก็มองจ้าวสุ่ยเซิงเหมือนมองตัวประหลาด "ปาฏิหาริย์... นี่มันปาฏิหาริย์ชัดๆ! เส้นเลือดที่อุดตันทะลวงจนหมดแล้ว พลังและเลือดก็ไหลเวียนคล่อง! นี่... มันเป็นไปได้ยังไง? เมื่อกี้มันเป็นทางตายชัดๆ!"
เขาเป็นหมอมาสี่สิบปี ไม่เคยเห็นวิชาฝังเข็มที่เหนือชั้นขนาดนี้มาก่อน!
นี่มันไม่ใช่แค่รักษาโรค แต่นี่มันคือการฝืนลิขิตสวรรค์ชัดๆ!
"น้องชาย... ไม่สิ ท่านหมอเทวะ! ไม่ทราบว่าท่านเป็นศิษย์สำนักไหน? วิชาเข็มนี้... พอจะสั่งสอนผู้เฒ่าคนนี้ได้หรือไม่?" น้ำเสียงของหมอจางเปลี่ยนเป็นนอบน้อมอย่างที่สุด ถึงขั้นก้มหัวลงต่ำ
จ้าวสุ่ยเซิงถอนหายใจยาว เมื่อเห็นพี่สาวไม่เป็นไร ภูเขาในใจเขาก็ยกออกเสียที
"ผมไม่มีอาจารย์ที่ไหนหรอกครับ แค่... เมื่อก่อนตอนอยู่บ้านนอกเคยเห็นในหนังสือเก่าๆ ขาดๆ เล่มหนึ่ง เลยลองศึกษาดูมั่วๆ น่ะครับ"
จ้าวสุ่ยเซิงโกหกไปน้ำขุ่นๆ จะให้บอกได้ยังไงว่าได้มาจากหัวของหมอนั่นแหละ?
"แค่ดูหนังสือเก่าๆ ก็ฝึกได้ขนาดนี้เลยเหรอ?" หมอจางรู้สึกเหมือนหลายสิบปีที่ผ่านมาเขาใช้ชีวิตไปวันๆ สู้เด็กไม่ได้ แต่เขาก็รู้ว่ายอดฝีมือมักจะมีนิสัยเฉพาะตัว การไม่ยอมเปิดเผยที่มาเป็นเรื่องปกติ
เขารีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มประจบประแจงทันที "ท่านหมอน้อย เมื่อครู่ตาแก่คนนี้ตาหามีแววไม่ ไม่ทราบว่าท่านพอจะมีเวลา... แอดวีแชทกันไว้หน่อยไหมครับ? เผื่อวันหลังจะได้แลกเปลี่ยนความรู้กันบ้าง"
จ้าวสุ่ยเซิงยังไม่ทันได้พูดอะไร จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่ามีมือนุ่มๆ มาเกี่ยวนิ้วของเขาไว้เบาๆ
พอหันกลับไป ก็เจอกับสายตาหยาดเยิ้มของเสี่ยวหง
"น้องชายสุดที่รัก เธอมีความสามารถขนาดนี้เลยเหรอ? เมื่อกี้... เท่จริงๆ เลยนะ"
เธอกระซิบที่ข้างหูจ้าวสุ่ยเซิง กลิ่นหอมจางๆ และน้ำเสียงยั่วยวนทำให้เขาแทบใจสั่น "เดี๋ยวพอกลับไปแล้ว... ช่วยฝังเข็มให้พี่สาวบ้างได้ไหมจ๊ะ? พี่รู้สึก... เจ็บหน้าอกเหมือนกันนะ..."
จ้าวสุ่ยเซิงใจสั่นจนเกือบจะคุมไม่อยู่
ยายปิศาจเอ๊ย!
"ปริ๊นๆๆ!!"
บนถนนนอกคลินิก จู่ๆ ก็มีเสียงแตรรถดังแสบแก้วหู ตามมาด้วยเสียงเบรกครูดกับพื้นและเสียงตะโกนวุ่นวาย
"บัดซบ! มันเกิดอะไรขึ้นวะ? ทำไมรถเฮงซวยนี่มันดับไปเฉยๆ แบบนี้?!"
"คุณหลินครับ อย่าเพิ่งใจร้อน ผมจะรีบดูให้เดี๋ยวนี้แหละครับ..."
เสียงผู้ชายเข้มๆ ตะโกนบอกด้วยความร้อนรน
หูของจ้าวสุ่ยเซิงกระดิกทันที
ดึกดื่นป่านนี้ ใครจะมาขับรถแถวที่โทรมๆ แบบนี้? ฟังจากเสียงเหมือนจะเป็นรถหรูเสียด้วย?
เขามองออกไปทางหน้าต่างคลินิกตามสัญชาตญาณ
เห็นรถเก๋งสีดำคันหนึ่งจอดสนิทอยู่ข้างทางหน้าทางเข้าหมู่บ้านเหมือนสัตว์ร้ายที่หมดแรง
และที่เหนือฝากระโปรงรถคันนั้น กลับมีซองแดงขนาดมหึมาสีทองอร่ามลอยอยู่!
นั่นมัน...
[ซองแดงปรมาจารย์เครื่องกล] ?
จ้าวสุ่ยเซิงยกยิ้มที่มุมปาก แววตาฉายประกายบางอย่าง
เพิ่งรักษาพี่สาวเสร็จ ก็มีคนส่งซองแดงทักษะมาให้ถึงที่เลยเหรอ?
ดูท่าคืนนี้ดวงจะพุ่งทะลุฟ้าเสียแล้ว!