- หน้าแรก
- เกิดใหม่ร้อยชาติในนิกายมารศักดิ์สิทธิ์
- บทที่ 1405 วิถีอนันต์!
บทที่ 1405 วิถีอนันต์!
บทที่ 1405 วิถีอนันต์!
บทที่ 1405 วิถีอนันต์!
ณ ส่วนลึกของซวีหมิง ลวี่หยางนั่งขัดสมาธิอยู่
‘ลำบากว่านเป่าจริงๆ’
มหาสงครามแห่งการหวนคืนของประวัติศาสตร์เทียม และการเปลี่ยนไปบรรลุแดนยมโลก ได้ดึงดูดความสนใจของฉู่เซิ่งไปจนเกือบหมด ทำให้เขามีเวลามากพอที่จะเตรียมตัวก่อนลงมือ
ในเวลานี้ วงแหวนแสงมหามรรคที่อยู่เบื้องหลังของลวี่หยางกำลังหมุนวนอย่างเชื่องช้า ทว่ากลับสวนทางกันตรงจุดเชื่อมต่อที่สำคัญที่สุดระหว่างจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด เลือนรางคล้ายกับมีภาพลักษณ์บางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่า กำลังจะระเบิดออกมาจากส่วนลึกของ [วงจรมรณะ] ทว่ากลับติดอยู่ตรงจุดวิกฤต สิ่งเกิดใหม่ถูกขังอยู่ภายในเปลือก
คำถามของฉู่เซิ่งนั้น อันที่จริงคำตอบก็ง่ายมาก
การที่บรรพบุรุษมังกรต้องการจะช่วยเหลือพระผู้เป็นเจ้านั้นถือเป็นเรื่องปกติ ท้ายที่สุดแล้วหากพระผู้เป็นเจ้าตาย ฉู่เซิ่งก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งสำหรับบรรพบุรุษมังกรแล้ว นั่นถือเป็นผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุด
ปัญหาอยู่ที่ความสามารถต่างหาก
บรรพบุรุษมังกรถูก [อีกฝากฝั่ง] สะกดข่มมานานนับปี ถูกฉู่เซิ่งควบคุมจนแทบกระดิกตัวไม่ได้ ต่อให้เขาอยากจะช่วยพระผู้เป็นเจ้าจริงๆ แล้วเขาจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนมาช่วยล่ะ
ก่อนหน้านี้ฉู่เซิ่งก็คาดการณ์เอาไว้แล้วว่าบรรพบุรุษมังกรมีใจแต่ไร้กำลัง จึงไม่ได้นำเขาเข้ามาคำนวณในแผนการด้วย
ทว่าผลลัพธ์ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาคิดผิด
นี่คือเรื่องที่ฉู่เซิ่งไม่รู้ และไท่หยวนเซียนใน [บันทึกเทวะลิขิตสวรรค์] ก็ไม่ทราบแน่ชัดเช่นกัน มีเพียงลวี่หยางเท่านั้นที่รู้ นั่นคือความลับแห่งยุคบรรพกาล
“บรรพบุรุษมังกรก็เคยได้รับสายมรดกจากยุคก่อนประวัติศาสตร์เช่นกัน”
เรื่องนี้ชางฮ่าวก็รู้ หลังจากที่บรรพบุรุษมังกรได้รับสายมรดกจากยุคก่อนประวัติศาสตร์มา เขาก็ได้เผยแพร่ส่วนที่เป็นพื้นฐานออกไปทั่วทะเลแห่งแสง จนทำให้เกิดผู้บำเพ็ญเพียรกลุ่มแรกของทะเลแห่งแสงขึ้นมา
ทว่ารายละเอียดเชิงลึกนั้น ชางฮ่าวกลับไม่รู้เลย
ทุกคนรู้ว่าบรรพบุรุษมังกรได้รับสายมรดกจากยุคก่อนประวัติศาสตร์ แต่ปัญหาก็คือมันเป็นสายมรดกวิชาใดกันแน่? ในเรื่องนี้บรรพบุรุษมังกรปกปิดเอาไว้ได้อย่างมิดชิด จนไม่มีใครล่วงรู้เลย
ยกเว้น… ลู่เซียน
ในฐานะผู้พิทักษ์ด่านคนแรก อีกทั้งยังเคยเป็นอดีตเด็กรับใช้ของท่านจ้าวแห่งเต๋า ต่อให้บรรพบุรุษมังกรจะพยายามปกปิดมันมากเพียงใด มีหรือที่เขาจะดูไม่ออกว่าวิชาแห่งยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่บรรพบุรุษมังกรได้รับมานั้นคือวิชาอะไร?
“มันคือวิถี [ดูแลสุขภาพ]!”
ลวี่หยางหลุบตาลง คำพูดของลู่เซียนแวบเข้ามาในหัว:
“วิชาแห่งยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่บรรพบุรุษมังกรได้รับมานั้น มาจากปรมาจารย์เต๋าแห่งวิถี [ดูแลสุขภาพ] วิชานี้ก็เป็นไปตามชื่อของมันเลย คือมีความเชี่ยวชาญในการบำรุงรักษาพลังชีวิตมากที่สุด และยังเป็นวิชาที่ทรหดอดทนที่สุดอีกด้วย”
“ในอดีต ปรมาจารย์เต๋าแห่งวิถี [ดูแลสุขภาพ] เคยมีศัตรูคู่อาฆาตอยู่คนหนึ่ง ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันมานานหลายร้อยล้านปี ปรมาจารย์เต๋าแห่งวิถี [ดูแลสุขภาพ] ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของศัตรูผู้นั้น เคยถูกตบตีจนพ่ายแพ้ย่อยยับมาหลายครั้ง เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดอยู่หลายหน ดังนั้นเขาจึงเอาแต่หลบหนีเพียงอย่างเดียว ผลปรากฏว่าเขาสามารถทนอยู่จนศัตรูผู้นั้นแก่ตายไปเองได้ และอาศัยโอกาสนี้บรรลุวิถีในที่สุด”
“บรรพบุรุษมังกรได้รับวิชาของเขาไป”
“ต่อให้จะถูกสะกดข่มเอาไว้ ก็ไม่มีทางไร้เรี่ยวแรงจะตอบโต้ได้เลยเสียทีเดียวหรอก เมื่อมีวิถี [ดูแลสุขภาพ] อยู่ เวลาหนึ่งแสนปีก็มากพอที่จะทำให้เขาสะสมพลังอำนาจขึ้นมาได้เล็กน้อยแล้ว”
แน่นอนว่า พลังอำนาจเพียงน้อยนิดนี้มันไม่มากหรอก
อย่างน้อยๆ ในตอนที่ [อีกฝากฝั่ง] พังทลายลง พลังอำนาจเพียงแค่นี้ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตของบรรพบุรุษมังกรเอาไว้ได้ จุดจบอันน่าเวทนาของบรรพบุรุษมังกรในอดีตชาติหลายครั้งก่อนหน้านี้ ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ทุกอย่างได้เป็นอย่างดีแล้ว
ทว่าก็เป็นเพราะเหตุนี้แหละ
‘เรื่องนี้มันถึงมีความแนบเนียนหลอกตาคนได้’
‘ฉู่เซิ่ง และไท่หยวนเซียนผู้นั้นถึงได้หลงกล!’
ภายใน [บันทึกเทวะลิขิตสวรรค์] ไท่หยวนเซียนย่อมต้องรู้ถึงจุดจบของบรรพบุรุษมังกรในอดีตชาติหลายครั้งก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงต้องคิดว่าบรรพบุรุษมังกรหมดสิ้นหนทาง และไม่มีไพ่ตายอะไรหลงเหลืออยู่อีกแล้ว
ทว่าความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย
พลังอำนาจที่บรรพบุรุษมังกรสะสมเอาไว้ แม้จะไม่สามารถนำมาใช้เพื่อเอาตัวรอดได้ แต่ถ้าจะใช้เพื่อขัดขวางฉู่เซิ่งในชั่วพริบตาแห่งความเป็นความตายล่ะก็ มันก็เหลือเฟือเลยล่ะ!
ลวี่หยางแทบจะไม่ต้องสื่อสารพูดคุยกับเขาเลยด้วยซ้ำ
เมื่อมหาสงครามเปิดฉากขึ้น บรรพบุรุษมังกรก็สามารถมองสถานการณ์ออกได้ด้วยตัวเอง การช่วยเหลือพระผู้เป็นเจ้าก็คือการช่วยเหลือตัวเอง และมีเพียงในวินาทีนั้นเท่านั้น ที่ไพ่ต่อรองอย่างเขาจะมีน้ำหนักมากพอ
แน่นอนว่า… นี่คือผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
‘หากบรรพบุรุษมังกรไม่ลงมือ ข้าก็จะเป็นคนไปรับการโจมตีนี้เอง ผลลัพธ์ก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงหรอก อย่างมากก็แค่ทำให้มหาสงครามครั้งนี้มีอุปสรรคเพิ่มขึ้นมาอีกนิดหน่อยเท่านั้น’
ผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุด ก็แค่ตัวเองทะลวงผ่านระดับไม่สำเร็จเท่านั้น
ทว่าเมื่อมี [วงจรมรณะ] อยู่ ยังไงเขาก็ไม่มีวันตาย อย่างมากก็แค่สูญเสียโอกาสในการทะลวงผ่านระดับไป และต้องไปแย่งชิงวาสนากับฉู่เซิ่งด้วยสภาพร่างกายในปัจจุบันเท่านั้น
มี [คัมภีร์ร้อยชาติ] อยู่ เรื่องพวกนี้ล้วนเป็นเรื่องเล็กน้อย
ส่วนตอนนี้ เมื่อได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดมาครอบครองแล้ว มันก็ย่อมเป็นการเติมเต็มความสมบูรณ์แบบ การเตรียมการทั้งหมดก่อนการทะลวงผ่านระดับเสร็จสมบูรณ์แล้ว พระผู้เป็นเจ้าเองก็สามารถเปลี่ยนไปบรรลุแดนยมโลกได้สำเร็จ
แถมยังได้เห็นลูกไม้ของไท่หยวนเซียนเป็นของแถมอีกด้วย
“ขั้นตอนสุดท้าย!”
“ครืนนน!”
วินาทีต่อมา ลวี่หยางก็ลุกขึ้นพรวด ข้ามผ่านกาลเวลา แสงแห่งระเบียบอันยิ่งใหญ่ไพศาลทะยานออกไป โดยไม่คิดจะหลบเลี่ยงเลยแม้แต่น้อย พุ่งทะยานเข้าใส่ฉู่เซิ่งอย่างดุดัน!
ฉู่เซิ่งเห็นดังนั้นก็ถึงกับอึ้งไป
บ้าไปแล้วหรือ?
เขามองออกอย่างทะลุปรุโปร่ง แม้ว่าพลังปราณของลวี่หยางในเวลานี้จะสมบูรณ์แบบจนถึงขีดสุด ราวกับมาถึงจุดวิกฤตแล้ว ทว่ากลับยังไม่ได้ทะลวงผ่านระดับเลย แล้วในสภาพเช่นนี้ ยังกล้าพุ่งเข้ามาหาเขาตรงๆ อีกงั้นหรือ?
จงใจรนหาที่ตาย?
หรือคิดว่าในตอนนี้ที่ตัวเขากำลังถูกทุกคนรุมทึ้ง อีกฝ่ายจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้หลังอูฐหักได้งั้นหรือ? หากคิดเช่นนั้นจริงๆ มันก็ดูจะไร้เดียงสาเกินไปหน่อยแล้ว!
ฉู่เซิ่งไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย [ชะตากรรมที่ถูกกำหนด] อยู่ในมือแล้ว
ชั่วพริบตานั้น แสงสีขาวอันเจิดจ้าบาดตาก็พุ่งเข้าสู่ดวงตาของลวี่หยาง คือ [กาลเวลา] คือ [ชะตากรรมที่ถูกกำหนด] คือปลายพู่กันที่คอยขีดเขียนสรรพสิ่งในทะเลแห่งแสงขึ้นมา
ทว่าลวี่หยางกลับไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังหัวเราะลั่นออกมาอีกต่างหาก
“มาได้จังหวะพอดี!”
วินาทีต่อมา แสงสว่างอันไร้ที่สิ้นสุดก็กลืนกินร่างของเขาเข้าไป ซัดเขาให้จมดิ่งลงสู่ความตายอีกครั้ง ทว่าวงแหวนแสงมหามรรคที่กำลังจะถึงขีดจำกัดนั้นกลับไม่ได้หยุดลงเลย
ไม่เพียงแต่ไม่หยุดลงเท่านั้น ทว่ากลับยิ่งหมุนวนรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ!
“นี่มัน...”
เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์นี้ สายตาที่เคยสงบนิ่งของฉู่เซิ่งก็เกิดระลอกคลื่นขึ้นมา เขารับรู้ถึงความผิดปกติได้ในทันที… ลวี่หยางไม่ได้มีความคิดที่จะปะทะกับเขาตรงๆ เลยสักนิด!
ดูเผินๆ เหมือนทั้งสองฝ่ายกำลังปะทะกันซึ่งหน้า
แต่ในความเป็นจริง ลวี่หยางกำลังจงใจรนหาที่ตายจริงๆ เขาปลดการป้องกันทั้งหมดออก ปล่อยให้การโจมตีของเขาพุ่งเข้าใส่ และหลอมรวมเข้ากับมหามรรคของตัวเอง!
“เอาข้าเป็นหินลับมีดงั้นหรือ...”
ฉู่เซิ่งวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วในพริบตา เขาเข้าใจความคิดของลวี่หยางแล้ว ทว่าเขากลับไม่ได้รั้งพลังกลับมา หนำซ้ำยังทุ่มพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ทั้งหมดที่มี สาดเทออกไปในรวดเดียว!
‘โอกาสทอง!’
แทบจะในเวลาเดียวกัน จิตสำนึกที่อยู่ภายใน [บันทึกเทวะลิขิตสวรรค์] ก็ตอบสนองได้เช่นกัน ความอัศจรรย์ไหลเวียนอีกครั้ง จุดประกายแสงเซียนขึ้นที่จุดศูนย์กลางระหว่างคิ้วของฉู่เซิ่ง
ชั่วพริบตานั้น แสงเซียนก็ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง แบ่งแยกออกเป็นสามร่าง
ในวินาทีนี้ ฉู่เซิ่งแบ่งแยกออกเป็นสี่ร่างอีกครั้ง ขัดขวางซือฉง, ราชันย์กระบี่ และคนอื่นๆ เอาไว้พร้อมๆ กัน อีกทั้งยังใช้พลังโจมตีสูงสุดพุ่งเข้าใส่ลวี่หยางอย่างดุดัน
ในชั่วพริบตา ฉู่เซิ่งได้ตัดสินใจอย่างถูกต้องที่สุดลงไปแล้ว
ในเมื่อตอนนี้รั้งพลังกลับมาไม่ทันแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ให้เจ้ายัดทะนานจนจุกตายไปเลยแล้วกัน กล้าเอาข้าเป็นหินลับมีดงั้นหรือ? ถ้างั้นข้าก็จะลับมีดเล่มนี้ให้หักสะบั้นคามือไปเลย!
“เพล้ง!”
เสียงแตกหักดังกึกก้อง
ภายใต้การทุ่มเทอย่างสุดกำลังของฉู่เซิ่ง วงแหวนแสงมหามรรคที่ลวี่หยางจำแลงร่างขึ้นมานั้นเกิดรอยแตกร้าวขึ้นมาจริงๆ จุดเชื่อมต่อระหว่างจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของ [วงจรมรณะ] ระเบิดออกเสียงดังสนั่น!
ชั่วพริบตานั้น แววตาของฉู่เซิ่งก็สว่างวาบขึ้นมา
ส่วนภายใน [บันทึกเทวะลิขิตสวรรค์] จิตสำนึกที่กำลังพลุ่งพล่านก็กลับคืนสู่ความสงบอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงห้วงความคิดเดียวที่กำลังไหลเวียนอยู่: ‘ถูกซ้อนแผนเข้าให้แล้ว... เขารู้จักพวกเราดีเกินไป’
การตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดงั้นหรือ?
สิ่งที่ลวี่หยางคำนวณเอาไว้ก็คือจุดนี้นี่แหละ! ภายใต้วิชา [ไท่ซั่งลืมเลือนรัก] ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเกิดจากเหตุผล ทว่าในขณะเดียวกัน มันก็ทำให้คาดเดาได้ง่ายขึ้นมาก!
เสียงหัวเราะอันเบิกบานใจดังสะท้อนกึกก้องไปทั่ว:
“ขอบคุณสหายเต๋าที่ช่วยเหลือ!”
ท่ามกลางซวีหมิงอันกว้างใหญ่ไพศาล วงแหวนแสงมหามรรคที่แตกร้าวไม่เพียงแต่จะไม่พังทลายลง ทว่ากลับเกิดการสลับสับเปลี่ยนอย่างสมบูรณ์แบบตรงจุดเชื่อมต่อระหว่างจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด ด้านหน้าและด้านหลังสลับสับเปลี่ยนกัน
จากนั้น ก็ราวกับเขื่อนแตก กระแสน้ำเชี่ยวกรากพุ่งทะลักออกมา ภาพลักษณ์อันไร้ที่สิ้นสุดพลันผุดขึ้นมาจากส่วนลึกของวงแหวนแสงมหามรรคราวกับดวงอาทิตย์ที่กำลังจะโผล่พ้นขอบฟ้า!
สัญลักษณ์ประหลาดปรากฏขึ้น
จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดเชื่อมต่อกัน ทว่าตรงจุดเชื่อมต่อนั้นกลับสลับสับเปลี่ยนหน้าหลังกัน มหามรรคสายหนึ่งจึงสามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างไร้ที่สิ้นสุด พลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ไหลเวียนไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด
นี่ไม่ใช่ [วงจรมรณะ] อีกต่อไปแล้ว
ทว่ามันคือ [วิถีอนันต์]! (Infinity)
ชั่วพริบตานั้น ร่างของลวี่หยางก็ก้าวออกมาจากวงแหวนแห่งความไร้ขีดจำกัด ฐานะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทว่าในวินาทีนี้ แก่นแท้ของเขากลับขยายตัวขึ้นอย่างมหาศาล!
“...”
ฉู่เซิ่งเงียบไปแล้ว
ไม่ใช่แค่ฉู่เซิ่งเท่านั้น แต่ยังรวมถึงราชันย์กระบี่, ว่านฝ่า, ชางฮ่าว เหล่าจ้าววิถีที่ยืนอยู่บน [อีกฝากฝั่ง] ชั้นที่สี่ ต่างก็ตกอยู่ในความเงียบงันกันถ้วนหน้าในเวลานี้
ในฐานะผู้สูงส่งระดับจ้าววิถี พวกเขาย่อมมีความกระจ่างแจ้งอยู่ในใจแล้ว
‘ทัดเทียมพวกเราได้จริงๆ...’
‘เหลือเชื่อ...’
ไม่ฝึกฝนฐานะ แต่อาศัยการยกระดับแก่นแท้ครั้งที่สอง ตอนนี้ลวี่หยางสามารถยืนเทียบเคียงกับเหล่าจ้าววิถีชั้นสี่ได้อย่างสมภาคภูมิ!
ประกอบกับการที่ซือฉงหลุดพ้นจากพันธนาการ
หลังจากวันนี้ไป สถานการณ์ในทะเลแห่งแสง และความขัดแย้งของเหล่าจ้าววิถี อาจจะต้องถูกล้างไพ่จัดระเบียบใหม่อีกครั้งแล้วจริงๆ!