เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1290 ฉู่เซิ่ง

บทที่ 1290 ฉู่เซิ่ง

บทที่ 1290 ฉู่เซิ่ง


บทที่ 1290 ฉู่เซิ่ง

วินาทีนี้ จ้าววิถีทุกคนต่างเผยสีหน้าฮึกเหิมยินดี

บาดเจ็บแล้ว

โดยเฉพาะพระผู้เป็นเจ้าที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อม เมื่อสัมผัสได้ถึงเต้าเทียนฉีที่อยู่ไกลออกไปในอนาคตจนยากจะเอื้อมถึง ใบหน้าที่เปี่ยมเมตตาแบบพระโพธิสัตว์ก็เปลี่ยนเป็นใบหน้าพิโรธของท้าวจตุโลกบาลทันที

ในฝ่ามือพุทธะที่แทงทะลุร่างของฉู่เซิ่ง ไอแห่งความตายและหายนะอันไร้ที่สิ้นสุดหลั่งไหลออกมา หมายจะทำลายกายธรรมของฉู่เซิ่งให้ย่อยยับ หากทำสำเร็จ จ้าววิถีคนอื่นๆ จะกรูเข้ามาซ้ำเติมดุจรุมตีสุนัขตกน้ำ จะไม่ยอมให้ฉู่เซิ่งมีโอกาสตั้งหลักใหม่ได้อีกเป็นอันขาด!

ทว่าวินาทีถัดมา ฉู่เซิ่งกลับก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว

เพียงก้าวเดียว ร่างที่ถูกแทงทะลุอกและความอัศจรรย์ที่เสื่อมถอย ก็ถูกทิ้งไว้ใน [อดีต] ส่วนตัวเขาใน [ปัจจุบัน] กลับไร้รอยขีดข่วน มีเพียงกระแสพลังที่ลดทอนลงเล็กน้อยเท่านั้น

จากนั้น เขาก็หันไปมองพระผู้เป็นเจ้า

ไร้ซึ่งคำพูด มีเพียงความเย็นชาและเจตนาสังหาร ฉู่เซิ่งพ่นลมหายใจออกมาหนึ่งเฮือก พลังอำนาจอันกว้างใหญ่ไพศาลไร้ขอบเขตล้วนรวมศูนย์เป็นประกายแสงอยู่ในลมหายใจเฮือกนี้

"ตู้มมม!"

พระผู้เป็นเจ้าเป็นคนแรกที่รับเคราะห์ ร่างระเบิดออกทันที ถูกลมหายใจของฉู่เซิ่งกลืนกิน แสงแห่งพุทธะถูกแสงสว่างที่รุนแรงกว่ากลบจนมิด ดูเหมือนจะตกตายไปแล้ว

จนกระทั่งจุดแสงลึกลับปรากฏขึ้น

แรกเริ่มเป็นเพียงประกายไฟเล็กๆ แต่ชั่วพริบตาก็ลุกลามดุจไฟไหม้ฟาง พระผู้เป็นเจ้าที่ร่างชุ่มโชกไปด้วยเลือด ครึ่งร่างแหลกเหลว ร่วงหล่นออกมาจากแสงสว่างนั้น

[เคราะห์กรรม]!

มหันตภัยไม่อาจกล้ำกราย หายนะไม่อาจแตะต้อง หากเป็นพระผู้เป็นเจ้าที่ฝึกฝน [เหตุและผล] เมื่อก่อนหน้านี้ ย่อมถูกฉู่เซิ่งสังหารไปแล้วอย่างแน่นอน แต่ [เคราะห์กรรม] กลับช่วยรักษาชีวิตเอาไว้ได้!

"แค่กๆๆๆ..."

เห็นภาพนี้ แววตาของฉู่เซิ่งยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เพียงแต่ไอออกมาอีกครั้ง และคราวนี้ เขาได้กระอักเลือดออกมาจริงๆ!

ทันทีที่เลือดคำโตปรากฏ ทั่วทั้งแดนซวีหมิงราวกับถูกจุดไฟ อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย สีแดงฉานบาดตานั้นทำให้เหล่าจ้าววิถีฮึกเหิมถึงขีดสุด เพราะเมื่อคนคนหนึ่งสามารถบาดเจ็บได้ ย่อมหมายความว่าเขาไม่ได้ไร้เทียมทาน และสามารถถูกฆ่าได้เช่นกัน!

"ลุยต่อ! ฆ่ามัน!"

ลวี่หยางเปิดฉากตะโกนนำ กระบี่จูเทียนปรากฏขึ้นอีกครั้ง แสงกระบี่ที่มุ่งทำลายจิตวิญญาณดั้งเดิมและสังหารจิตใจแห่งมรรคผล ฟันฉับเข้าใส่ฉู่เซิ่งอย่างดุดัน เป่าแตรสัญญาณแห่งการบุกโจมตี

พริบตานั้น จ้าววิถีทุกคนลงมือพร้อมกัน!

"ครืนนน!"

แม่น้ำแห่งโชคชะตาถาโถมเข้ามา อักขระชะตาพลังลดทอนสถานะ แม่กุญแจใจสวรรค์, คัมภีร์สรรพวิชาดับสูญ, ไอเคราะห์กรรมกัดกินใจ ถล่มทับร่างของฉู่เซิ่งจนมิดในชั่วพริบตา!

"ฟู่ว..."

เสียงลมหายใจหนักๆ ดังสะท้อนในแดนซวีหมิง เหนื่อยล้า แต่หนักแน่นมั่นคง ไม่หวั่นไหวไปกับการโจมตีประสานของจ้าววิถีทั้งเจ็ดแม้แต่น้อย

ท่ามกลางแสงแห่งอำนาจที่ไร้สิ้นสุด ฉู่เซิ่งถือครองประกายแสงสายหนึ่งไว้ในมือ ขาวบริสุทธิ์ไร้มลทิน ไม่แปดเปื้อนสีสันอื่นใด เปรียบประดุจเขื่อนยักษ์ท่ามกลางกระแสน้ำหลาก ปล่อยให้เจ้ากระแทกกระทั้นเพียงใด ข้ายังคงตระหง่านไม่ไหวติง ความอัศจรรย์ทั้งมวลที่ตกกระทบร่างเขา ล้วนแตกสลาย กลายเป็นเพียงไอหมอกจางๆ

[ชะตากรรมที่ถูกกำหนด]!

จนถึงวินาทีนี้ ฉู่เซิ่งจึงยอมใช้วิชาแห่งมรรคผลของตนเองออกมา วงแสงกลมเกลียวหลังศีรษะที่แสดงถึงความสมบูรณ์ของสังขารและวิญญาณ เริ่มเกิดระลอกคลื่นสั่นไหว

ดูเผินๆ เหมือนเหล่าจ้าววิถีจะล้มเหลวในก้าวสุดท้าย

แต่เมื่อเห็นภาพนี้ ทุกคนกลับยิ้มออกมา ตรงกันข้ามกับฉู่เซิ่งที่ยืนหยัดมั่นคง แววตาอันเฉยชาเริ่มปรากฏรอยหม่นหมอง

สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว

เพราะเขาจำต้องใช้ [ชะตากรรมที่ถูกกำหนด] จ่ายค่าตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อรับมือเหล่าจ้าววิถี สถานะที่เคยสมบูรณ์แบบ ในที่สุดก็เริ่มเสื่อมถอยลง

หากวัดกันที่การประลองเวทเพียงอย่างเดียว เขาไม่ได้เกรงกลัวการรุมกินโต๊ะของเหล่าจ้าววิถีเลย ต่อให้มีเจ็ดคนก็ไม่เป็นไร เพราะตอนนี้เขามีระดับเทียบเท่าซือฉงในอดีต สูงกว่าขั้นโอสถทองคำสมบูรณ์หนึ่งขั้น ได้เปรียบเรื่องระดับพลังอยู่แล้ว จะต้องกลัวอะไร? แต่ในสายตาเขา คู่ต่อสู้ที่แท้จริงไม่ใช่พวกนี้

ดังนั้นการต่อสู้ครั้งนี้ เขาจึงออมมือมาตั้งแต่ต้น

ตั้งแต่ต้นจนจบ แม้แต่ตอนจัดการกับเต้าเทียนฉี เขาก็ใช้เพียง [กาลเวลา] ไม่ได้กระตุ้น [ชะตากรรมที่ถูกกำหนด] ย่อมมีเหตุผล

เขาจำเป็นต้องออมแรงไว้รับมือซือฉง

เขารู้ดีว่า ในขณะนี้ ซือฉงต้องกำลังจับตาดูการต่อสู้ระหว่างเขากับเหล่าจ้าววิถี เพื่อหาจุดอ่อนของเขา นี่คือภัยซ่อนเร้นที่ใหญ่หลวงนัก

เขาจึงต้องออมมือ

จุดนี้รวมถึงลวี่หยาง และเหล่าจ้าววิถีทุกคนต่างก็รู้ดี ดังนั้นเป้าหมายของพวกเขาตั้งแต่ต้นจึงไม่ใช่การสังหารฉู่เซิ่ง เพราะนั่นมันเพ้อฝันเกินไป

เป้าหมายของพวกเขาคือการลองเชิงและตัดกำลัง

บีบให้ฉู่เซิ่งต้องใช้ [ชะตากรรมที่ถูกกำหนด] ทำลายสภาวะสมบูรณ์ของเขา หยั่งดูความตื้นลึกหนาบาง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปิดฉากเมื่อซือฉงปรากฏตัว

โดยสรุปแล้ว พวกเขาทำสำเร็จงดงาม

ฉู่เซิ่งดูเหมือนจะถูกพวกเขาลากลงโคลนตมทีละน้อย [ชะตากรรมที่ถูกกำหนด] ที่เคยไร้เทียมทาน บัดนี้เริ่มติดขัด

ทางตันกำลังก่อตัวขึ้นช้าๆ

ทว่าเมื่อมองดูฉากนี้ ลวี่หยางกลับเริ่มขมวดคิ้ว: แค่นี้หรือ? แผนสำรองของฉู่เซิ่งล่ะ? ทำไมป่านนี้ยังไม่ใช้ออกมา?

หรือว่าเขาจะไม่เคยคาดคิดมาก่อน?

เขาคืออันดับหนึ่งในใต้หล้า ตามทฤษฎีแล้วเขาย่อมต้องคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ที่จะถูกจ้าววิถีรุมกินโต๊ะ ลวี่หยางมั่นใจว่าถ้าเป็นตัวเอง จะไม่มีทางมองข้ามความเป็นไปได้นี้เด็ดขาด

ฉู่เซิ่งยิ่งไม่มีทางมองข้าม...

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ไพ่ตายที่เขาเตรียมไว้อยู่ที่ไหน?

หรือว่ายังไม่ถึงเวลา?

คิดถึงตรงนี้ ลวี่หยางยิ่งระแวดระวังตัวมากขึ้น แต่ไม่ว่าเขาจะระวังเพียงใด ฉู่เซิ่งกลับทำราวกับหมดปัญญาแล้วจริงๆ ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เพิ่มเติม

ภายใต้แสงสีระยิบระยับ ฉู่เซิ่งถูกเหล่าจ้าววิถีไล่ต้อนจนตกเป็นรอง ต้องใช้ [ชะตากรรมที่ถูกกำหนด] ถี่ขึ้นเรื่อยๆ ผลกระทบที่ได้รับก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมที่ป้องกันได้ทุกวิชา ช่วงหลังเริ่มมีบาดแผลเล็กน้อยปรากฏ ความอัศจรรย์ของ [ชะตากรรมที่ถูกกำหนด] เสียหายไปกว่าครึ่ง!

วินาทีนี้ ฉู่เซิ่งกลับปลดปล่อยตัวเอง

แม่น้ำแห่งกาลเวลากู่ร้อง เงาร่างของเขาโลดแล่นไปมาระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคต บางครั้งแยกเงาหลอกล่อจ้าววิถี บางครั้งสลัดทิ้งอาการบาดเจ็บ

ความบ้าคลั่งเช่นนี้ พลิกภาพลักษณ์เซียนผู้สูงส่งในตอนแรกไปอย่างสิ้นเชิง

ในระหว่างกระบวนการนี้ เหล่าจ้าววิถีย่อมหนีไม่พ้นการบาดเจ็บ แทบทุกคนต่างบอบช้ำ กระอักเลือดกันถ้วนหน้า รู้สึกขนลุกซู่ไปถึงขั้วหัวใจ

นี่กะจะแลกชีวิตกันเลยเหรอ? ไม่มั้ง?

จะชนะได้จริงหรือ?

คิดถึงตรงนี้ แม้แต่พระผู้เป็นเจ้าก็ยังไม่อยากจะเชื่อ ไม่คาดคิดเลยว่าการล้อมปราบฉู่เซิ่งครั้งนี้ จะได้เห็นแสงสว่างแห่งชัยชนะจริงๆ

แต่ทว่าวินาทีนี้ ลวี่หยางกลับพบความผิดปกติ

ในมือของเขา แสงสีแดงฉานที่รวมตัวกันเป็น [ปฏิวัติลิขิต] พลันสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับสัมผัสบางอย่างได้ มันชี้ตรงไปยังตำแหน่งของฉู่เซิ่ง

ที่ตรงนั้น ฉู่เซิ่งอยู่ในสภาพสะบักสะบอม มีเพียงดวงตาอันเฉยชาคู่นั้นที่ยังคงสว่างไสว และในมือของเขา แสงสีที่เปรียบดั่ง [ชะตากรรมที่ถูกกำหนด] ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงหลังจากเสียหายอย่างหนัก ลวี่หยางสัมผัสได้ลางๆ ถึง ภาพลักษณ์ ที่คล้ายคลึงกับ [ปฏิวัติลิขิต] เป็นอย่างยิ่ง!

นั่นคือ…[ตัวแปร]!

"[ชะตากรรมที่ถูกกำหนด] มีข้อบกพร่อง จึงก่อเกิดความเปลี่ยนแปลง!"

พริบตานั้น ลวี่หยางเข้าใจแจ้งทันที:

"มันจงใจ! มันกำลังใช้การต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาขัดเกลามหามรรค เอาตัวรอดในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง ฉวยโอกาสทำความเข้าใจ [ตัวแปร] พยายามผนวกมันเข้ากับตนเอง!"

ผิด ผิดหมดเลย

ไม่ใช่ว่าฉู่เซิ่งไม่ได้เตรียมการ เพียงแต่การเตรียมการของเขาไม่ได้อยู่ที่ของนอกกายเหล่านั้น เพราะของพวกนั้นไม่อยู่ในการควบคุม มีโอกาสเกิดปัญหา

แม้ความน่าจะเป็นจะต่ำมาก แต่เขาจะไม่ยอมเสี่ยงเดิมพันกับโอกาสเล็กน้อยนั้น

เขา... เชื่อมั่นแค่ตัวเอง!

จ้าววิถีผู้ก่อตั้งนิกายศักดิ์สิทธิ์ด้วยมือเปล่า วางรากฐานแนวทางของนิกายมาโดยตลอด ในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้ เขาก็ยังคงพึ่งพาแค่ตัวเองเท่านั้น!

จบบทที่ บทที่ 1290 ฉู่เซิ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว