- หน้าแรก
- เกิดใหม่ร้อยชาติในนิกายมารศักดิ์สิทธิ์
- บทที่ 1290 ฉู่เซิ่ง
บทที่ 1290 ฉู่เซิ่ง
บทที่ 1290 ฉู่เซิ่ง
บทที่ 1290 ฉู่เซิ่ง
วินาทีนี้ จ้าววิถีทุกคนต่างเผยสีหน้าฮึกเหิมยินดี
บาดเจ็บแล้ว
โดยเฉพาะพระผู้เป็นเจ้าที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อม เมื่อสัมผัสได้ถึงเต้าเทียนฉีที่อยู่ไกลออกไปในอนาคตจนยากจะเอื้อมถึง ใบหน้าที่เปี่ยมเมตตาแบบพระโพธิสัตว์ก็เปลี่ยนเป็นใบหน้าพิโรธของท้าวจตุโลกบาลทันที
ในฝ่ามือพุทธะที่แทงทะลุร่างของฉู่เซิ่ง ไอแห่งความตายและหายนะอันไร้ที่สิ้นสุดหลั่งไหลออกมา หมายจะทำลายกายธรรมของฉู่เซิ่งให้ย่อยยับ หากทำสำเร็จ จ้าววิถีคนอื่นๆ จะกรูเข้ามาซ้ำเติมดุจรุมตีสุนัขตกน้ำ จะไม่ยอมให้ฉู่เซิ่งมีโอกาสตั้งหลักใหม่ได้อีกเป็นอันขาด!
ทว่าวินาทีถัดมา ฉู่เซิ่งกลับก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว
เพียงก้าวเดียว ร่างที่ถูกแทงทะลุอกและความอัศจรรย์ที่เสื่อมถอย ก็ถูกทิ้งไว้ใน [อดีต] ส่วนตัวเขาใน [ปัจจุบัน] กลับไร้รอยขีดข่วน มีเพียงกระแสพลังที่ลดทอนลงเล็กน้อยเท่านั้น
จากนั้น เขาก็หันไปมองพระผู้เป็นเจ้า
ไร้ซึ่งคำพูด มีเพียงความเย็นชาและเจตนาสังหาร ฉู่เซิ่งพ่นลมหายใจออกมาหนึ่งเฮือก พลังอำนาจอันกว้างใหญ่ไพศาลไร้ขอบเขตล้วนรวมศูนย์เป็นประกายแสงอยู่ในลมหายใจเฮือกนี้
"ตู้มมม!"
พระผู้เป็นเจ้าเป็นคนแรกที่รับเคราะห์ ร่างระเบิดออกทันที ถูกลมหายใจของฉู่เซิ่งกลืนกิน แสงแห่งพุทธะถูกแสงสว่างที่รุนแรงกว่ากลบจนมิด ดูเหมือนจะตกตายไปแล้ว
จนกระทั่งจุดแสงลึกลับปรากฏขึ้น
แรกเริ่มเป็นเพียงประกายไฟเล็กๆ แต่ชั่วพริบตาก็ลุกลามดุจไฟไหม้ฟาง พระผู้เป็นเจ้าที่ร่างชุ่มโชกไปด้วยเลือด ครึ่งร่างแหลกเหลว ร่วงหล่นออกมาจากแสงสว่างนั้น
[เคราะห์กรรม]!
มหันตภัยไม่อาจกล้ำกราย หายนะไม่อาจแตะต้อง หากเป็นพระผู้เป็นเจ้าที่ฝึกฝน [เหตุและผล] เมื่อก่อนหน้านี้ ย่อมถูกฉู่เซิ่งสังหารไปแล้วอย่างแน่นอน แต่ [เคราะห์กรรม] กลับช่วยรักษาชีวิตเอาไว้ได้!
"แค่กๆๆๆ..."
เห็นภาพนี้ แววตาของฉู่เซิ่งยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เพียงแต่ไอออกมาอีกครั้ง และคราวนี้ เขาได้กระอักเลือดออกมาจริงๆ!
ทันทีที่เลือดคำโตปรากฏ ทั่วทั้งแดนซวีหมิงราวกับถูกจุดไฟ อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย สีแดงฉานบาดตานั้นทำให้เหล่าจ้าววิถีฮึกเหิมถึงขีดสุด เพราะเมื่อคนคนหนึ่งสามารถบาดเจ็บได้ ย่อมหมายความว่าเขาไม่ได้ไร้เทียมทาน และสามารถถูกฆ่าได้เช่นกัน!
"ลุยต่อ! ฆ่ามัน!"
ลวี่หยางเปิดฉากตะโกนนำ กระบี่จูเทียนปรากฏขึ้นอีกครั้ง แสงกระบี่ที่มุ่งทำลายจิตวิญญาณดั้งเดิมและสังหารจิตใจแห่งมรรคผล ฟันฉับเข้าใส่ฉู่เซิ่งอย่างดุดัน เป่าแตรสัญญาณแห่งการบุกโจมตี
พริบตานั้น จ้าววิถีทุกคนลงมือพร้อมกัน!
"ครืนนน!"
แม่น้ำแห่งโชคชะตาถาโถมเข้ามา อักขระชะตาพลังลดทอนสถานะ แม่กุญแจใจสวรรค์, คัมภีร์สรรพวิชาดับสูญ, ไอเคราะห์กรรมกัดกินใจ ถล่มทับร่างของฉู่เซิ่งจนมิดในชั่วพริบตา!
"ฟู่ว..."
เสียงลมหายใจหนักๆ ดังสะท้อนในแดนซวีหมิง เหนื่อยล้า แต่หนักแน่นมั่นคง ไม่หวั่นไหวไปกับการโจมตีประสานของจ้าววิถีทั้งเจ็ดแม้แต่น้อย
ท่ามกลางแสงแห่งอำนาจที่ไร้สิ้นสุด ฉู่เซิ่งถือครองประกายแสงสายหนึ่งไว้ในมือ ขาวบริสุทธิ์ไร้มลทิน ไม่แปดเปื้อนสีสันอื่นใด เปรียบประดุจเขื่อนยักษ์ท่ามกลางกระแสน้ำหลาก ปล่อยให้เจ้ากระแทกกระทั้นเพียงใด ข้ายังคงตระหง่านไม่ไหวติง ความอัศจรรย์ทั้งมวลที่ตกกระทบร่างเขา ล้วนแตกสลาย กลายเป็นเพียงไอหมอกจางๆ
[ชะตากรรมที่ถูกกำหนด]!
จนถึงวินาทีนี้ ฉู่เซิ่งจึงยอมใช้วิชาแห่งมรรคผลของตนเองออกมา วงแสงกลมเกลียวหลังศีรษะที่แสดงถึงความสมบูรณ์ของสังขารและวิญญาณ เริ่มเกิดระลอกคลื่นสั่นไหว
ดูเผินๆ เหมือนเหล่าจ้าววิถีจะล้มเหลวในก้าวสุดท้าย
แต่เมื่อเห็นภาพนี้ ทุกคนกลับยิ้มออกมา ตรงกันข้ามกับฉู่เซิ่งที่ยืนหยัดมั่นคง แววตาอันเฉยชาเริ่มปรากฏรอยหม่นหมอง
สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว
เพราะเขาจำต้องใช้ [ชะตากรรมที่ถูกกำหนด] จ่ายค่าตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อรับมือเหล่าจ้าววิถี สถานะที่เคยสมบูรณ์แบบ ในที่สุดก็เริ่มเสื่อมถอยลง
หากวัดกันที่การประลองเวทเพียงอย่างเดียว เขาไม่ได้เกรงกลัวการรุมกินโต๊ะของเหล่าจ้าววิถีเลย ต่อให้มีเจ็ดคนก็ไม่เป็นไร เพราะตอนนี้เขามีระดับเทียบเท่าซือฉงในอดีต สูงกว่าขั้นโอสถทองคำสมบูรณ์หนึ่งขั้น ได้เปรียบเรื่องระดับพลังอยู่แล้ว จะต้องกลัวอะไร? แต่ในสายตาเขา คู่ต่อสู้ที่แท้จริงไม่ใช่พวกนี้
ดังนั้นการต่อสู้ครั้งนี้ เขาจึงออมมือมาตั้งแต่ต้น
ตั้งแต่ต้นจนจบ แม้แต่ตอนจัดการกับเต้าเทียนฉี เขาก็ใช้เพียง [กาลเวลา] ไม่ได้กระตุ้น [ชะตากรรมที่ถูกกำหนด] ย่อมมีเหตุผล
เขาจำเป็นต้องออมแรงไว้รับมือซือฉง
เขารู้ดีว่า ในขณะนี้ ซือฉงต้องกำลังจับตาดูการต่อสู้ระหว่างเขากับเหล่าจ้าววิถี เพื่อหาจุดอ่อนของเขา นี่คือภัยซ่อนเร้นที่ใหญ่หลวงนัก
เขาจึงต้องออมมือ
จุดนี้รวมถึงลวี่หยาง และเหล่าจ้าววิถีทุกคนต่างก็รู้ดี ดังนั้นเป้าหมายของพวกเขาตั้งแต่ต้นจึงไม่ใช่การสังหารฉู่เซิ่ง เพราะนั่นมันเพ้อฝันเกินไป
เป้าหมายของพวกเขาคือการลองเชิงและตัดกำลัง
บีบให้ฉู่เซิ่งต้องใช้ [ชะตากรรมที่ถูกกำหนด] ทำลายสภาวะสมบูรณ์ของเขา หยั่งดูความตื้นลึกหนาบาง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปิดฉากเมื่อซือฉงปรากฏตัว
โดยสรุปแล้ว พวกเขาทำสำเร็จงดงาม
ฉู่เซิ่งดูเหมือนจะถูกพวกเขาลากลงโคลนตมทีละน้อย [ชะตากรรมที่ถูกกำหนด] ที่เคยไร้เทียมทาน บัดนี้เริ่มติดขัด
ทางตันกำลังก่อตัวขึ้นช้าๆ
ทว่าเมื่อมองดูฉากนี้ ลวี่หยางกลับเริ่มขมวดคิ้ว: แค่นี้หรือ? แผนสำรองของฉู่เซิ่งล่ะ? ทำไมป่านนี้ยังไม่ใช้ออกมา?
หรือว่าเขาจะไม่เคยคาดคิดมาก่อน?
เขาคืออันดับหนึ่งในใต้หล้า ตามทฤษฎีแล้วเขาย่อมต้องคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ที่จะถูกจ้าววิถีรุมกินโต๊ะ ลวี่หยางมั่นใจว่าถ้าเป็นตัวเอง จะไม่มีทางมองข้ามความเป็นไปได้นี้เด็ดขาด
ฉู่เซิ่งยิ่งไม่มีทางมองข้าม...
ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ไพ่ตายที่เขาเตรียมไว้อยู่ที่ไหน?
หรือว่ายังไม่ถึงเวลา?
คิดถึงตรงนี้ ลวี่หยางยิ่งระแวดระวังตัวมากขึ้น แต่ไม่ว่าเขาจะระวังเพียงใด ฉู่เซิ่งกลับทำราวกับหมดปัญญาแล้วจริงๆ ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เพิ่มเติม
ภายใต้แสงสีระยิบระยับ ฉู่เซิ่งถูกเหล่าจ้าววิถีไล่ต้อนจนตกเป็นรอง ต้องใช้ [ชะตากรรมที่ถูกกำหนด] ถี่ขึ้นเรื่อยๆ ผลกระทบที่ได้รับก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมที่ป้องกันได้ทุกวิชา ช่วงหลังเริ่มมีบาดแผลเล็กน้อยปรากฏ ความอัศจรรย์ของ [ชะตากรรมที่ถูกกำหนด] เสียหายไปกว่าครึ่ง!
วินาทีนี้ ฉู่เซิ่งกลับปลดปล่อยตัวเอง
แม่น้ำแห่งกาลเวลากู่ร้อง เงาร่างของเขาโลดแล่นไปมาระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคต บางครั้งแยกเงาหลอกล่อจ้าววิถี บางครั้งสลัดทิ้งอาการบาดเจ็บ
ความบ้าคลั่งเช่นนี้ พลิกภาพลักษณ์เซียนผู้สูงส่งในตอนแรกไปอย่างสิ้นเชิง
ในระหว่างกระบวนการนี้ เหล่าจ้าววิถีย่อมหนีไม่พ้นการบาดเจ็บ แทบทุกคนต่างบอบช้ำ กระอักเลือดกันถ้วนหน้า รู้สึกขนลุกซู่ไปถึงขั้วหัวใจ
นี่กะจะแลกชีวิตกันเลยเหรอ? ไม่มั้ง?
จะชนะได้จริงหรือ?
คิดถึงตรงนี้ แม้แต่พระผู้เป็นเจ้าก็ยังไม่อยากจะเชื่อ ไม่คาดคิดเลยว่าการล้อมปราบฉู่เซิ่งครั้งนี้ จะได้เห็นแสงสว่างแห่งชัยชนะจริงๆ
แต่ทว่าวินาทีนี้ ลวี่หยางกลับพบความผิดปกติ
ในมือของเขา แสงสีแดงฉานที่รวมตัวกันเป็น [ปฏิวัติลิขิต] พลันสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับสัมผัสบางอย่างได้ มันชี้ตรงไปยังตำแหน่งของฉู่เซิ่ง
ที่ตรงนั้น ฉู่เซิ่งอยู่ในสภาพสะบักสะบอม มีเพียงดวงตาอันเฉยชาคู่นั้นที่ยังคงสว่างไสว และในมือของเขา แสงสีที่เปรียบดั่ง [ชะตากรรมที่ถูกกำหนด] ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงหลังจากเสียหายอย่างหนัก ลวี่หยางสัมผัสได้ลางๆ ถึง ภาพลักษณ์ ที่คล้ายคลึงกับ [ปฏิวัติลิขิต] เป็นอย่างยิ่ง!
นั่นคือ…[ตัวแปร]!
"[ชะตากรรมที่ถูกกำหนด] มีข้อบกพร่อง จึงก่อเกิดความเปลี่ยนแปลง!"
พริบตานั้น ลวี่หยางเข้าใจแจ้งทันที:
"มันจงใจ! มันกำลังใช้การต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาขัดเกลามหามรรค เอาตัวรอดในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง ฉวยโอกาสทำความเข้าใจ [ตัวแปร] พยายามผนวกมันเข้ากับตนเอง!"
ผิด ผิดหมดเลย
ไม่ใช่ว่าฉู่เซิ่งไม่ได้เตรียมการ เพียงแต่การเตรียมการของเขาไม่ได้อยู่ที่ของนอกกายเหล่านั้น เพราะของพวกนั้นไม่อยู่ในการควบคุม มีโอกาสเกิดปัญหา
แม้ความน่าจะเป็นจะต่ำมาก แต่เขาจะไม่ยอมเสี่ยงเดิมพันกับโอกาสเล็กน้อยนั้น
เขา... เชื่อมั่นแค่ตัวเอง!
จ้าววิถีผู้ก่อตั้งนิกายศักดิ์สิทธิ์ด้วยมือเปล่า วางรากฐานแนวทางของนิกายมาโดยตลอด ในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้ เขาก็ยังคงพึ่งพาแค่ตัวเองเท่านั้น!