- หน้าแรก
- เกิดใหม่ร้อยชาติในนิกายมารศักดิ์สิทธิ์
- บทที่ 1200 เมี่ยวเล่อ
บทที่ 1200 เมี่ยวเล่อ
บทที่ 1200 เมี่ยวเล่อ
บทที่ 1200 เมี่ยวเล่อ
ภูเขาหลิงซาน เจียงซี
ในประวัติศาสตร์จริง ที่นี่คือประตูภูผาของแดนสุขาวดีวัดมหาอัสนีบาต สถานที่หมื่นพุทธะมาชุมนุม ส่วนในประวัติศาสตร์เทียม ที่นี่กลับเป็นดินแดนสุดท้ายของวิถีโบราณ
มองจากระยะไกล เห็นพระราชวังสูงเสียดฟ้า ยี่สิบสี่ชั้น หลังคามุงกระเบื้องหลากสี ประตูเปิดหกทิศ ตั้งตระหง่านอยู่เหนือยอดเขาหลิงซาน คอยดูดกลืนพลังฟ้าดิน ปรับสมดุลหยินหยาง แต่เมื่อเข้าไปใกล้ กลับพบว่าพระราชวังอันยิ่งใหญ่นี้ แท้จริงแล้วเป็นเพียงภาพวาดอันวิจิตรบรรจงม้วนหนึ่ง
แผนภาพเทียนฮุนสยบมรรคผล
หลังศึกจ้าววิถี เหล่าผู้บำเพ็ญวิถีโบราณแห่งสามรากฐานต่างรวมตัวกันที่นี่ เฝ้าคิดจะโต้กลับวิถีถ้ำสวรรค์ สู้ตายกับเจ้ามารร้ายให้รู้ดำรู้แดง
ในขณะนั้นเอง บนยอดพระราชวัง
ชายรูปลักษณ์หยาบกร้าน แต่งกายดุจคนป่า มือถือขวานรบ เดินลงมาตามขั้นบันได ก่อนจะพบชายในชุดนักพรตที่เดินสวนเข้ามา
“ศิษย์พี่ใหญ่!”
ชายในชุดนักพรตเอ่ยขึ้นทันทีว่า “ข้าเพิ่งเสี่ยงทายมา เจินจวินแห่งอัคคีบนยอดเขาผู้นี้ ต่อพวกเราอาจมิใช่เรื่องร้าย”
ผานหวงได้ยินดังนั้น คิ้วก็คลายลงเล็กน้อย พลางยิ้มกล่าวว่า “ในเมื่อเป็นการคำนวณของเจ้าซีหวัง เช่นนั้นก็คงไม่ผิด”
“เฮ้อ อย่าเอ่ยถึงเลย”
ซีหวังถอนหายใจยาว “คราวก่อนข้าคำนวณได้ลางมหาเคราะห์ บัดนี้ก็ยังไม่อาจไขปริศนาออกมาได้ ไม่รู้ว่าพลาดตรงไหนกันแน่”
ในบรรดามหาเจินจวินแห่งวิถีแห่งกายธรรม ซีหวังถือเป็นพวกผ่าเหล่า แม้จะฝึกกายธรรม แต่กลับเชี่ยวชาญวิชาพยากรณ์ล่วงรู้ชะตาสวรรค์ มิถนัดการประมือ และเมื่อสามเดือนก่อน เขากลับคำนวณพบลางมหาเคราะห์กะทันหัน บ่งชี้ว่าสามรากฐานกำลังจะประสบภัยใหญ่ครั้งหนึ่ง
แต่เป็นภัยใดกันแน่ กลับไม่อาจคำนวณออกมาได้
“พอเถิด เจ้าอย่าได้คิดมากนัก”
เห็นซีหวังสีหน้าหนักใจ ผานหวงจึงปลอบว่า “ทหารมาก็เอาขุนพลต้าน น้ำมาก็เอาดินกั้น ขอแค่พี่น้องเราร่วมแรงร่วมใจ ไม่มีอุปสรรคใดที่ข้ามไม่พ้น”
ซีหวังได้ยินแล้วก็กลอกตาทันที
“สมเป็นวิถีแห่งกายธรรมจริงๆ”
"มิน่าเล่า ตอนอาจารย์สอน ศิษย์พี่ใหญ่ถึงนั่งแถวหน้า”
ผานหวง “...??”
“ไอ้เด็กนี่ วอนโดนตบ”
ความวุ่นวายเล็กๆ น้อยๆ ที่แฝงความสงบสุข
แต่ในเวลาเดียวกัน ณ มุมอีกด้านหนึ่งของแผนภาพเทียนฮุนสยบมรรคผล ภายในห้องสงบที่ปิดตายแห่งหนึ่ง ชายผู้หนึ่งพลันลืมตาขึ้น
“…สามเดือนแล้ว”
เขาถอนหายใจยาว และบนร่างกายซึ่งเดิมทีสมบูรณ์กลับปรากฏอักขระหนาแน่นราวรอยแยก ปกคลุมแขนขาไปทั่ว
ถัดมา ร่างกายของชายผู้นั้นกลับระเบิดออกโดยตรง แปรเป็นสายแสงวิชาเวทนับไม่ถ้วน รวมตัวเป็นเมฆรุ้งอันงดงามตระการตา ส่องสว่างไปทั่วห้องสงบเช่นนี้อยู่นานถึงหนึ่งเค่อ ก่อนที่เมฆรุ้งจะค่อยๆรวมกลับ หล่อหลอมเลือดเนื้อ และประกอบขึ้นเป็นร่างใหม่อีกครั้ง
หลังการประกอบร่าง ชายผู้นั้นก็ไม่เหลือสิ่งผิดปกติแม้แต่น้อย
สำเร็จแล้ว
ยังดี ช่วงเวลานี้ของข้ามีเพียงระดับสะพานเซียน ด้วยพลังในยามนี้ย่อมสามารถกลืนกินและรวมเป็นหนึ่งได้สบาย ไม่งั้นคงยุ่งยากกว่านี้เยอะ
ผู้นี้ก็คือศิษย์เอกของจ้าววิถีแห่งวิชาเวท เมี่ยวเล่อ!
ลางมหาเคราะห์ที่ซีหวังคำนวณได้เมื่อสามเดือนก่อน ชี้เป้ามายังเขาโดยตรง เพียงแต่น่าเสียดายที่เขามาจากประวัติศาสตร์จริง ซีหวังจึงไม่อาจคำนวณหาต้นสายปลายเหตุได้
ถัดมา ก็เห็นว่าเขาค่อยๆแผ่ฝ่ามือออก
กลางฝ่ามือ แสงสว่างดุจฝันปรากฏขึ้น ภายในมองเห็นทิวทัศน์โลกมนุษย์ แดนเซียน สลับสับเปลี่ยนไปมาไม่หยุด
ความฝันหวงเหลียง!
นี่คือมิติสมบูรณ์เทียบชั้นขอบเขตวางรากฐาน เป็นผลสะสมตลอดหนึ่งแสนสองหมื่นเก้าพันหกร้อยปี เดิมทีตั้งใจใช้เพื่อพิสูจน์เคราะห์กรรม
ทว่าแผนกลับไม่ทันต่อความแปรเปลี่ยน บทสนทนาระหว่างเหล่าจ้าววิถีเขามิอาจล่วงรู้ ได้แต่ทราบว่าวันหนึ่ง จ้าววิถีแห่งวิชาเวทพลันมาหา บังคับให้เขาเปลี่ยนแผนพิสูจน์เคราะห์กรรม ให้มุ่งหน้าเข้าสู่ประวัติศาสตร์เทียม แล้วหาทางหลอมความฝันหวงเหลียงเข้ากับมัน เพื่อช่วยเหลือซือฉง
ต่อเรื่องนี้ เมี่ยวเล่อหาได้ประหลาดใจไม่
เพราะความฝันหวงเหลียงของเขาสามารถทำได้จริง มิติแห่งความฝันนี้ไม่เพียงดึงสรรพสิ่งเข้าสู่ฝัน แต่ยังสามารถเปลี่ยนสิ่งที่อยู่ในฝันให้กลายเป็นภาพลวงตาได้!
กล่าวโดยย่อ คือหลอมจริงให้กลายเป็นเท็จ
หากมันหลอมรวมเข้ากับประวัติศาสตร์เทียมได้จริง
ตราบใดที่ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น ประวัติศาสตร์เทียมย่อมแปรเป็นความว่างเปล่า ถูกความฝันหวงเหลียงแทนที่ เช่นนั้นการคืนชีพของซือฉงก็ไม่ต่างจากพลิกฝ่ามือ
นี่คือวิชาสลับเสาเปลี่ยนคาน
แต่ในระยะแรก เมี่ยวเล่อไม่เต็มใจยอมรับการจัดการเช่นนี้ เพราะเมื่อความฝันหวงเหลียงหลอมเข้ากับประวัติศาสตร์เทียม ก็ย่อมไม่อาจก่ออันตรายต่อโลกปัจจุบันได้เลย
เช่นนั้นแล้ว เคราะห์กรรมก็จะไม่ตอบสนอง
นั่นเท่ากับตัดเส้นทางมรรคผลของเขา!
ทว่าหลังจากจ้าววิถีแห่งวิชาเวทบอกเขาว่าประวัติศาสตร์เทียมครั้งนี้จะถูกย้อนกลับคืนสู่สายหลัก เมี่ยวเล่อก็เปลี่ยนใจ เห็นว่ายังพอเป็นไปได้
ยิ่งไปกว่านั้น
“ตู้มมม!”
กลางฝ่ามือของเมี่ยวเล่อ ภายในความฝันหวงเหลียงแสงสีวนเวียน ไม่นานก็ปรากฏเงาร่างหนึ่งซึ่งไม่อาจมองเห็นใบหน้า รูปร่างกลับสูงเพรียวตระหง่าน
จ้าววิถีไร้นาม
ท่วงท่าของเขาเหมือนกับที่หลิงเซียวเคยเห็นทุกประการ สรรพสิ่งในฟ้าดิน แสงสว่างไร้ที่สิ้นสุดรวมอยู่ที่เขา แต่กลับไม่มีกลิ่นอายใดๆ เล็ดลอดออกมา
เขาเป็นผู้ใดกันแน่
เมี่ยวเล่อครุ่นคิด ในที่สุดก็เป็นบทสนทนากับจ้าววิถีไร้นามผู้นี้ และข้อมูลที่อีกฝ่ายเปิดเผย ที่ทำให้เขาตัดสินใจเข้าสู่ประวัติศาสตร์เทียม
ทว่าเวลานี้ เขากลับลังเล เพราะเมื่อก้าวไปแล้ว ย่อมไม่มีทางหวนกลับ ความฝันหวงเหลียงหลอมรวมกับประวัติศาสตร์เทียม รากฐานทั้งหมดของเขาย่อมผูกติดกับมัน หากประวัติศาสตร์เทียมไม่อาจคืนสู่สายหลัก เช่นนั้นเขาก็เท่ากับถูกทำลาย ทั้งชีวิตไม่อาจพิสูจน์มรรคผลได้อีก
“...หึหึ”
ครั้นคิดถึงตรงนี้ เมี่ยวเล่อก็หัวเราะขึ้นฉับพลัน “ความลังเล ก็เป็นประสบการณ์แปลกใหม่ดี แต่เป็นอุปสรรคต่อเส้นทางมรรคผล ดูท่าจะเก็บไว้ไม่ได้แล้ว”
กล่าวจบ เขาหลับตาลง ครู่หนึ่งจึงลืมตาขึ้นอีกครั้ง ความลังเลเมื่อครู่สูญสิ้น เหลือเพียงความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่
“ถึงตาข้าขึ้นแท่นสักที”
“เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ให้ข้าทำดีกว่า”
ทั้งที่เป็นเสียงเดียวกันแท้ๆ แต่น้ำเสียงกลับต่างกันอย่างสิ้นเชิง ความเปลี่ยนแปลงเด่นชัดราวกับภายในถูกสลับเป็นอีกคนหนึ่ง ทำให้ผู้คนยามได้ยินพลันขนลุกเย็นวาบ
ถัดมา เมี่ยวเล่อพลิกฝ่ามือกดลง
“ตู้มมม!”
ชั่วพริบตา แสงฝันเลือนลางซึ่งแปรจากความฝันหวงเหลียงก็ถูกเขากดสู่ประวัติศาสตร์เทียมโดยตรง ก่อคลื่นมหาศาลในชั้นลึกที่มองไม่เห็น
แทบจะพร้อมกันนั้น เจินจวินทั้งหลายภายในเซียนซูแห่งประวัติศาสตร์เทียมต่างสะท้านใจ เงยหน้าขึ้น กวาดตามองรอบด้าน แต่กลับไม่พบสิ่งใดเลย รู้สึกเพียงว่ามีลมอุ่นสายหนึ่งพัดผ่าน จนเผลอหรี่ตาลงอย่างสบาย ทว่าครั้นเพ่งพินิจกลับหาไม่พบว่าลมอุ่นนั้นมาจากแห่งหนใด
ต่อเจินจวินแล้ว มันเป็นเพียงลมอุ่นสายหนึ่ง
ทว่าพัดใส่ผู้เป็นเจินเหรินในขอบเขตวางรากฐานกลับแปรเป็นความง่วงงุนและอ่อนล้าอย่างรุนแรง จำต้องเร่งกระตุ้นวิชาเทพจึงจะพอขจัดออกได้
ส่วนผู้บำเพ็ญเพียรในขั้นรวมลมปราณและสามัญชนที่อยู่ต่ำกว่านั้น กลับไร้พลังต้านทานโดยสิ้นเชิง
ระหว่างฟ้าดิน เหลือเพียงสุรเสียงเร้นลึกดังกังวานข้างหูเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรและสามัญชนที่ตกสู่ห้วงนิทรา ผลักพวกเขาเข้าสู่ความฝันที่ลึกยิ่งขึ้น
“เกิดมาจะสุขอันใด ตายไปจะทุกข์อันใด สุขทุกข์เศร้าโศก ล้วนคืนสู่ธุลีดิน”
“สำหรับพวกเจ้า ทุกสิ่งล้วนเป็นดั่งภาพลวงตา ความพยายามทั้งมวลล้วนสูญเปล่า วันนี้ข้าเปิดความฝันหวงเหลียง ขอให้สรรพชีวิตทั่วหล้า จากนี้หลับใหลยาวนานไม่รู้ตื่น”