เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 320 สัตว์ประหลาดบุก (ฟรี)

บทที่ 320 สัตว์ประหลาดบุก (ฟรี)

บทที่ 320 สัตว์ประหลาดบุก (ฟรี)


"เฮ้อ~"

ลู่เหยานั่งอยู่บนยอดตึกระฟ้า ถอนหายใจยาว จริงๆ เขาอยากจะบอกว่าอีกนิดเดียวเขาก็จะเลื่อนขั้นได้แล้วนะ

เพราะศึกก่อนหน้านี้ เขากินเข้าไปเยอะมากจนยังมีพลังตกค้างอยู่ ย่อยยังไม่หมดเลยด้วยซ้ำ

แต่ท่านบรรพชนไม่ฟังใครเลย พูดแทรกตัดบทเขาไปซะดื้อๆ

นี่สินะวิถีของคนใหญ่คนโต นอกจากจะรวยและทรงอิทธิพลแล้ว ยังเป็นคนตรงไปตรงมาสุดๆ

"ป๊ะป๋า ข้าต้องไปประชุมแล้ว ไว้ค่อยคุยกันนะ"

ปู้ไป่หอบเอกสารกองโตเดินมาข้างหลังลู่เหยา

ลู่เหยาหันไปมองปู้ไป่ที่ใส่สูทตัวโคร่ง ดูไม่ค่อยเข้ากับตัวเท่าไหร่ แล้วพยักหน้า

"ไปเถอะ"

"บ๊ายบายครับป๊ะป๋า~"

โบกมือลาเสร็จ ปู้ไป่ก็หอบเอกสารเดินลงไปข้างล่าง ตอนนี้มันดำรงตำแหน่งประธานสภาคนแรกของสหพันธรัฐมนุษย์ วันๆ มีเรื่องให้จัดการเยอะแยะ

แถมหลังจากผนึกพลังการบำเพ็ญเพียรแล้ว จะทำอะไรก็ไม่ค่อยสะดวกเหมือนก่อน

"เฮ้อ~"

ลู่เหยาถอนหายใจอีกครั้ง แผ่นหลังดูอ้างว้างชอบกล

ลูกโตแล้วก็แบบนี้ มีหน้าที่การงานเป็นของตัวเอง คนเป็นพ่ออย่างเขาคงแก่แล้วจริงๆ สินะ?

แต่ก็เป็นเรื่องปกติ ปู้ไป่ไม่ใช่หุ่นยนต์ ย่อมมีความคิดเป็นของตัวเอง ขอแค่เติบโตอย่างแข็งแรงและมีความสุข แค่นั้นก็พอแล้ว

"ประกาศเตือนภัย! สัตว์อสูรกระดูกวิปริตกำลังโจมตีเมือง! ขอให้ประชาชนหลบภัยทันที!"

"ประกาศเตือนภัย! ขอให้หลบภัยทันที!"

เสียงสัญญาณเตือนภัยแหลมสูงดังขึ้น ม่านพลังป้องกันสีฟ้าถูกกางออกครอบคลุมทั่วน่านฟ้าเมืองทันที

แม้ประกาศจะบอกให้หลบภัย แต่ผู้คนบนท้องถนนกลับวิ่งกรูกันไปที่ขอบเมือง เสื้อผ้าธรรมดากลายสภาพเป็น 'เกราะยุทธ์' หลากสีสันสวมทับร่างในพริบตา

ทุกคนรู้ดีว่าไม่มีที่ให้หลบภัยหรอก ถ้าเมืองแตกจริงๆ ไม่มีใครรอดแน่

"โอ้ พิเศษใส่ไข่ใช้ได้แฮะ"

ลู่เหยานั่งห้อยขาอยู่ขอบตึก มองดูผู้คนที่กำลังตึงเครียดและวุ่นวายอยู่ไกลๆ

โดยปราศจากการแทรกแซงจากภายนอก ผู้คนในโลกนี้ได้พัฒนาระบบพลังเหนือธรรมชาติในแบบของตัวเอง

'วิถีเกราะยุทธ์': เมื่อมนุษย์บรรลุนิติภาวะ จะปลุกพลังเกราะยุทธ์ประจำตัวขึ้นมา ซึ่งมีคุณสมบัติ ความสามารถ และพรสวรรค์แตกต่างกันไป

ในสภาวะสวมเกราะยุทธ์ พละกำลังจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

นี่คือต้นทุนที่แท้จริงที่ทำให้มนุษยชาติยังคงยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดได้

"ฟ่อ! ฟ่อ!"

เสียงคำรามต่ำแหลมดังขึ้น ร่างมหึมาสูงหลายร้อยเมตรเริ่มพุ่งชนม่านพลังป้องกันเมือง

ทุกครั้งที่กรงเล็บยักษ์อันดุร้ายกระแทกม่านพลัง จะเกิดระลอกคลื่นกระเพื่อมเหมือนน้ำกระเซ็น และของเหลวที่เป็นกรดหยดจากปากมัน กัดกร่อนพื้นดินจนเป็นหลุมลึก

"ไอ้เดรัจฉาน ไสหัวไปซะ!"

ยอดฝีมือระดับสูงหลายคนพุ่งสวนออกไป ระดมโจมตีใส่มัน แต่ทำได้แค่ทำให้มันเซถลา ไม่มีผลอะไรมากนัก

"บ้าเอ๊ย เฒ่าโอว เรามารวมพลังฆ่าไอ้ยักษ์นี่ก่อน!"

หนึ่งในเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ลู่เหยาเคยเห็นในสภา สวมเกราะยุทธ์สีดำสนิท พุ่งเข้าใส่ 'ราชันย์อสูรกระดูกวิปริต' ทันที

คนที่เหลือก็ทยอยออกไปนอกเมือง เริ่มกวาดล้างอสูรกระดูกวิปริตตัวเล็กๆ ที่กำลังกระแทกม่านพลัง

สัตว์ประหลาดพวกนี้เพิ่งปรากฏตัวเมื่อร้อยปีก่อน แตกต่างจากศัตรูเก่าที่เคยเจอมาทั้งหมด

นอกจากสติปัญญาแล้ว พวกมันคือเครื่องจักรสังหารที่สมบูรณ์แบบ พละกำลังมหาศาล เกล็ดหนาเตอะ และกระดูกแหลมคมที่งอกออกมาจากตัวได้ทุกเมื่อ ทำให้พวกมันได้รับฉายาว่า 'ภัยพิบัติเดินดิน'

ปกติแล้ว ต้องใช้ผู้ใช้เกราะยุทธ์ระดับเดียวกันถึง 3-4 คน ถึงจะพอยันอสูรกระดูกวิปริตได้ตัวนึง

"ฟ่อ! ฟ่อ!"

ดูเหมือนจะเจ็บจากการโจมตี ราชันย์อสูรกระดูกวิปริตละความสนใจจาก 'กระป๋องยักษ์' ตรงหน้า หันมาคำรามใส่พวกมดปลวกตัวจิ๋ว

การต่อสู้จวนเจียนจะระเบิด ก่อให้เกิดแรงกดดันมหาศาลรอบบริเวณ สิ่งมีชีวิตใดที่กล้าเข้าใกล้จะถูกบดขยี้จนกลายเป็นเลือดเหลวทันที

ภายใต้การล่อหลอกของยอดฝีมือระดับสูง สนามรบค่อยๆ เคลื่อนห่างออกไปจากตัวเมือง

พวกเขาได้ขอกำลังเสริมจากเมืองใกล้เคียงแล้ว ขอแค่ยื้อเวลาไว้ อย่าให้ไอ้ยักษ์นี่พังเมืองเข้ามาได้ก็พอ

"ฆ่ามันให้หมด!"

เสียงตะโกนดังระงม การจากไปของราชันย์อสูรไม่ได้ทำให้สนามรบตรงนี้ง่ายขึ้นเลย

ตรงกันข้าม พอขาโหดหายไปสามคน แรงกดดันของคนที่เหลือก็เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

โครงสร้างสังคมของอสูรกระดูกวิปริตคือปลาใหญ่กินปลาเล็ก ผู้อ่อนแอสยบยอมต่อผู้แข็งแกร่ง

ดังนั้นนอกจากราชันย์อสูรที่จากไปแล้ว ยังมีพวกระดับรองลงมาเหลืออยู่อีกเพียบ

การจัดการแค่ตัวเดียวต้องใช้คนรุมกินโต๊ะหลายคน ทำให้กำลังคนตึงมือสุดๆ

แต่โชคดีที่ยังพอยันไหว รอแค่กำลังเสริม...

"ฟ่อ~"

เสียงคำรามอีกสายหนึ่งดังขึ้นใกล้ๆ ทุกคนเงยหน้ามอง รูม่านตาหดเกร็งทันที

"ราชันย์อสูรกระดูกวิปริต?!"

"เป็นไปได้ไง? มันถูกล่อออกไปแล้วไม่ใช่เหรอ?"

"ไม่! ไม่ใช่ตัวนั้น!"

คนตาดีสังเกตเห็นว่าตัวนี้เล็กกว่าตัวเมื่อกี้หนึ่งเบอร์ และมีแผลเป็นรูปดาบบนเกล็ดที่กรามล่าง

นี่คือราชันย์ของอีกเผ่า!

"ฟ่อ! ฟ่อ!"

ท่ามกลางฝุ่นตลบ ทุกคนเห็นฝูงอสูรกระดูกวิปริตอีกโขยงใหญ่ตามหลังมันมา ถึงกับสูดหายใจเฮือก แค่กลุ่มเดียวยังแทบรากเลือด นี่มาอีกกลุ่ม?!

ถ้าถึงที่สุดจริงๆ คงต้องสละเมือง แล้วรอกำลังเสริมมาตีคืนทีหลัง

"ฟ่อ! ฟ่อ!"

ทันทีที่ราชันย์อสูรตัวใหม่มาถึง มันก็คำรามข่มขวัญฝูงอสูรกลุ่มเดิม หลายคนฉวยโอกาสตอนศัตรูชะงัก ลอบโจมตีสังหารไปได้บ้าง

ฝูงอสูรสองกลุ่มรวมตัวกัน ภายใต้การนำของราชันย์ตัวใหม่ พวกมันดาหน้าถล่มเมืองต่อ

"ทุกคน ถอย!"

เห็นท่าไม่ดี คนคุมสถานการณ์สั่งสละการป้องกันทันที ยังไงเป้าหมายของพวกมันก็ไม่ใช่คน

ฝูงชนอพยพหนีตาย หอบข้าวของที่เตรียมไว้ล่วงหน้า

ม่านพลังยื้อได้แค่ชั่วอึดใจก็แตกพ่าย สัตว์ประหลาดจำนวนมหาศาลกรูกันตามราชันย์เข้ามา ทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า

ราชันย์อสูรกระดูกวิปริตพุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่ง มุ่งตรงไปยังศูนย์พลังงานของเมืองอย่างมีเป้าหมาย

การปิดล้อมเมืองครั้งนี้ เพื่อแย่งชิง 'ก้อนพลังงานเข้มข้นสูง' ที่ใช้หล่อเลี้ยงเมืองทั้งเมือง

สิ่งนี้ไม่เพียงเป็นอาหารอันโอชะ แต่ยังเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นยอดสำหรับการวิวัฒนาการ ดีกว่าการกินสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนเสียอีก

"ฟ่อ! ฟ่อ!"

ขณะที่กำลังพุ่งไปข้างหน้า ร่างมหึมาของราชันย์อสูรจู่ๆ ก็ชะงักกึก

ที่ขอบตึกด้านหน้า ชายคนหนึ่งนั่งเอกเขนก มองมันด้วยความสนใจ

ความรู้สึกเหมือนถูกสัตว์ร้ายจ้องมองเล่นเอามันสั่นสะท้านไปทั้งตัว ขยับไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว

"มอนสเตอร์ยำรวมมิตรเหรอ? สวยดีนี่..."

นิ้วมือแตะเบาๆ ที่หน้าผาก ความรู้สึกง่วงงุนถาโถมเข้าใส่ทันที

ร่างยักษ์ของราชันย์อสูรกระดูกวิปริตเริ่มสลายกลายเป็นกลีบดอกไม้สีแดง จากจุดที่ถูกสัมผัส ลามไปเรื่อยๆ จนทั่วร่าง ปลิวว่อนไปตามสายลม กระจัดกระจายไปทั่วทุกมุมเมือง

"สมกับเป็นลูกชายข้า รสนิยมดีจริงๆ"

จบบทที่ บทที่ 320 สัตว์ประหลาดบุก (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว