- หน้าแรก
- อัจฉริยะตัวน้อยกับระบบยอดนักเรียน
- บทที่ 611 คุณน้าสาว ผมไม่เคยบอกเหรอครับว่า ซาวด์เบาท์คือสินค้าของบริษัทที่ผมลงทุนไว้
บทที่ 611 คุณน้าสาว ผมไม่เคยบอกเหรอครับว่า ซาวด์เบาท์คือสินค้าของบริษัทที่ผมลงทุนไว้
บทที่ 611 คุณน้าสาว ผมไม่เคยบอกเหรอครับว่า ซาวด์เบาท์คือสินค้าของบริษัทที่ผมลงทุนไว้
ค่าส่วนแบ่งสิทธิบัตรปีละหลายล้านดอลลาร์ แถมยังเป็นรายได้ระยะยาวอีกต่างหาก อย่าว่าแต่ครอบครัวของเฉาช่านเลย แม้แต่ทายาทรุ่นที่สองที่มีผลงานอย่างเฉากวางและเฉาอิงฮุยยังอิจฉาตาร้อนกันเป็นแถว เฉาเต๋อฮว๋ามองหลานชายคนนี้แล้วก็แอบคิดในใจว่า อยากจะได้ลูกชายที่เก่งแบบหลี่อันเล่อบ้างจัง
ลองหันกลับมามองลูกชายลูกสาวของตัวเองเป็นโขยง แต่กลับไม่มีใครได้เรื่องเลยสักคน คนที่พอจะเก่งหน่อยอย่างเฉาฮว๋าก็ดันหัวรั้น ชอบท้าทายอำนาจของเขา จนต้องถูกไล่ออกจากบ้านและตัดสิทธิ์รับมรดกไป ส่วนพวกรุ่นหลานที่อายุไล่เลี่ยกับหลี่อันเล่อ ก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ดูจากทรงแล้ว ความสามารถยังห่างชั้นจากหลี่อันเล่ออีกเป็นร้อยเป็นพันโยชน์
น่าเสียดายที่เด็กคนนี้ไม่ได้ใช้แซ่เฉา ไม่อย่างนั้นเฉาเต๋อฮว๋าคงจะพิจารณาให้หลี่อันเล่อมาเป็นผู้จัดการดูแลธุรกิจของตระกูลเฉาไปแล้ว แน่นอนว่าเรื่องสืบทอดมรดกคงเป็นไปไม่ได้ เพราะยังไงหลานตาก็เป็นแค่หลานตา ไม่ใช่สายเลือดสายตรง
"ดึกมากแล้ว"
เฉาเต๋อฮว๋าเอ่ยขึ้น "พวกแกกลับกันไปได้แล้ว อันเล่อ พรุ่งนี้ถ้าหลานว่าง ก็แวะมาที่บ้านตาหน่อยนะ เรามีเรื่องต้องคุยกัน" พูดจบก็ตบไหล่หลี่อันเล่อเบาๆ ท่าทางดูใจดีและรักใคร่หลานชายคนนี้มาก หลี่อันเล่อก็พยักหน้ารับคำ ก่อนจะเดินออกไปส่งทุกคนที่หน้าประตู
"อันเล่อ..."
เฉาฮว๋าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็อดพูดไม่ได้ "พรุ่งนี้ที่คุณตาเรียกพบ ถ้าหลานรู้สึกลำบากใจ ก็ไม่ต้องไปก็ได้นะ"
"ไม่ลำบากใจหรอกครับ"
หลี่อันเล่อตอบยิ้มๆ "คุณน้าสาวครับ คุณตาคงไม่ทำให้ผมลำบากใจหรอกมั้งครับ"
เฉาฮว๋าแอบคิดในใจว่า คุณตาของหลานเป็นคนยังไง ทำไมเธอจะไม่รู้ "ถ้ามีอะไรลำบากใจ ก็โทรหาน้านะ"
"เข้าใจแล้วครับ คุณน้า"
หลังจากส่งแขกกลับไปหมดแล้ว หลี่อันเล่อก็เห็นว่าหลี่กั๋วสี่กับสือฉินดูเหนื่อยล้ามาก "พ่อครับ แม่ครับ ไปพักผ่อนกันเถอะครับ เดี๋ยวให้คนรับใช้จัดการเก็บกวาดเองครับ"
"ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ถ้าลูกเหนื่อยก็ไปนอนก่อนเถอะ"
สือฉินยิ้ม "แม่กับพ่อช่วยกันเก็บแป๊บเดียวเดี๋ยวก็เสร็จ ลูกไม่ต้องห่วงหรอก"
"เมื่อคืนลูกก็ดื่มไวน์ไปเยอะ รีบไปพักผ่อนเถอะ"
"ครับ"
หลี่อันเล่อบรรลุนิติภาวะแล้ว การดื่มไวน์ในงานเลี้ยงสังสรรค์บ้างก็เป็นเรื่องปกติ เขาอาบน้ำแล้วก็เข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ เช้าวันรุ่งขึ้น หลี่อันเล่อเพิ่งจะกินข้าวเช้าเสร็จ พ่อบ้านของเฉาเต๋อฮว๋าก็มารอรับแล้ว หลี่อันเล่อคิดในใจว่าคงมีเรื่องสำคัญจริงๆ ถึงได้ส่งคนมารับถึงที่
แต่ธุรกิจหลักของตระกูลเฉาคือสิ่งทอและร้านอาหาร ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับสิ่งที่เขาทำอยู่เลยนะ พอมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเฉา พ่อบ้านก็พาหลี่อันเล่อเดินไปที่ห้องหนังสือของเฉาเต๋อฮว๋า
"คุณตา คุณลุงรอง คุณน้าสี่"
หลี่อันเล่อคิดในใจว่า โอ้โห มากันครบเลยนะเนี่ย ตัวหลักๆ ของตระกูลเฉามากันพร้อมหน้า สงสัยจะมีเรื่องจะคุยกับเขาจริงๆ แฮะ
"อันเล่อ มานั่งนี่สิ"
เฉาอิงฮุยยิ้มแย้มกวักมือเรียก
"ผมหาที่นั่งเองได้ครับ คุณน้าสี่"
หลี่อันเล่อแอบคิดในใจว่า หมอนี่มาทำดีด้วยแบบนี้ สงสัยจะมีเรื่องอะไรแอบแฝงแน่ๆ "คุณตาครับ มีเรื่องอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ?"
"เรื่องนี้น่ะ เดี๋ยวให้ลุงรองของหลานเป็นคนอธิบายก็แล้วกัน"
เฉาเต๋อฮว๋าในฐานะผู้อาวุโสและผู้นำตระกูล จะให้มาพูดเรื่องแบบนี้เองก็คงไม่เหมาะ ก็เลยต้องโยนให้ลูกชายเป็นคนพูดแทน เฉากวางแอบคิดในใจว่า สมกับเป็นพ่อจริงๆ พอมีเรื่องที่พูดยากก็โยนมาให้เขาตลอด
"คืออย่างนี้นะ..."
เฉากวางเริ่มเล่าเรื่องที่ตระกูลเฉากำลังจะขยายธุรกิจไปสู่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ แต่ก็เจอกับอุปสรรคบ้างเล็กน้อย เฉากวางคิดว่าหลานชายคนนี้ฉลาดเป็นกรด คงจะเข้าใจความหมายที่เขาต้องการจะสื่อได้ไม่ยาก หลี่อันเล่อแอบแปลกใจ ไม่คิดเลยว่าตระกูลเฉาจะมีวิสัยทัศน์กว้างไกลขนาดนี้
ถึงจะเข้ามาในวงการนี้ช้าไปหน่อย แต่ก็ยังไม่สายเกินไป ยิ่งถ้าเริ่มจากการรับจ้างผลิตชิ้นส่วนง่ายๆ ที่ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมากนัก ก็ถือว่าพอเป็นไปได้ "ผมว่าก็ดีนะครับ ถึงจะเริ่มช้าไปหน่อย แต่ก็ยังทันเวลา ถ้าตั้งใจบริหารดีๆ ก็น่าจะรุ่งอยู่นะครับ"
ส่วนความหมายแฝงที่เฉากวางต้องการจะสื่อ หลี่อันเล่อก็พอจะเดาออกแหละว่าอยากจะให้เขาช่วยเป็นคนกลางแนะนำให้รู้จักกับทางโซนี่ แต่ปัญหาคือ โซนี่เขามีโรงงานผลิตเป็นของตัวเองอยู่แล้ว พวกญี่ปุ่นน่ะงกจะตาย อยากจะเก็บกำไรไว้กินเองคนเดียวทั้งนั้นแหละ
อีกอย่าง เทคโนโลยีของพวกคุณที่เพิ่งจะเข้ามาใหม่ จะไปสู้ของเขาได้ยังไง ทำไมเขาถึงต้องมาซื้อสินค้าของพวกคุณล่ะ หลี่อันเล่อคิดว่าเฉาเต๋อฮว๋าและลูกชายทั้งสองคนมองโลกในแง่ดีเกินไปหน่อยแล้ว
อ้าว เงียบไปเลย เฉากวางคิดในใจว่า หรือหลานจะฟังไม่เข้าใจ เมื่อกี้ก็อุตส่าห์ใบ้ให้ตั้งเยอะแล้วนะ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย
"อะแฮ่มๆ"
"อันเล่อ หลานพอจะช่วยแนะนำให้พวกเราได้รู้จักกับประธานมิยาตะ ชินอิจิ แห่งโซนี่หน่อยได้ไหม?"
เฉาอิงฮุยเห็นท่าไม่ดีก็เลยรีบพูดขึ้นมา พี่รองนะพี่รอง มัวแต่ห่วงหน้าตา ไม่ยอมพูดตรงๆ งั้นฉันพูดเองก็แล้วกัน งานนี้อย่างน้อยความดีความชอบครึ่งนึงก็ต้องตกเป็นของฉันล่ะนะ
"แน่นอนครับ ไม่มีปัญหา"
หลี่อันเล่อยิ้ม "เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เองครับคุณน้าสี่ ไว้ถ้ามีโอกาส ผมจะแนะนำให้รู้จักกับประธานมิยาตะ ชินอิจิแน่นอนครับ"
คำพูดนี้ของหลี่อันเล่อทำเอาเฉาอิงฮุยรู้สึกคุ้นๆ แฮะ แค่แนะนำให้รู้จักเฉยๆ มันคงไม่พอมั้ง "แล้วพอจะมีโอกาสให้พวกเราได้ร่วมงานกับประธานมิยาตะ ชินอิจิบ้างไหมล่ะ?"
"คุณน้าสี่ครับ เรื่องนี้คงต้องไปถามประธานมิยาตะเอาเองแล้วล่ะครับ"
หลี่อันเล่อแอบคิดในใจว่า เรื่องร่วมงานกันน่ะ ไปคุยกับมิยาตะ ชินอิจิเองสิ มาถามผมแล้วจะได้อะไร
"ก็หลานมีสัญญาให้สิทธิ์ใช้สิทธิบัตรกับโซนี่อยู่นี่นา"
หลี่อันเล่อชะงักไปครู่หนึ่ง คิดในใจว่า แหม... ช่างคิดได้นะเนี่ย ล้อเล่นหรือเปล่า แค่แนะนำให้รู้จักยังไม่พอ นี่ยังจะให้เอาเรื่องสิทธิบัตรของผมไปผูกมัดกับการร่วมงานของพวกคุณอีกเหรอ "คุณน้าสี่ครับ เรื่องนั้นมันคนละเรื่องกันเลยนะครับ"
"จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะ"
เฉาอิงฮุยยิ้ม "บริษัทใหม่ของเราน่ะ ถ้าอันเล่อสนใจจะมาร่วมหุ้นด้วย พวกเราก็ยินดีจะแบ่งหุ้นให้ 5% เลยนะ"
"หุ้น 5% เหรอครับ?"
หลี่อันเล่อคิดในใจว่า ต่อให้ให้หุ้นผม 50% ผมก็ไม่เอาหรอก บริษัทอิเล็กทรอนิกส์หรงอันของผมก็มีทั้งผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ครบวงจรอยู่แล้ว คล้ายๆ กับโซนี่นั่นแหละ
"คงต้องขอผ่านครับ"
"ผมคงไม่เข้าไปยุ่งดีกว่า"
การที่เสนอหุ้น 5% ให้ก็แปลว่าจะให้หลี่อันเล่อเอาเรื่องสิทธิบัตรไปเป็นข้อต่อรอง เพื่อดึงบริษัทเปิดใหม่นี้เข้าไปร่วมงานด้วยนั่นแหละ ล้อเล่นระดับชาติชัดๆ ไม่ต้องพูดถึงว่าเขามีบริษัทอิเล็กทรอนิกส์หรงอันอยู่แล้วนะ ต่อให้ไม่มี หุ้นแค่นี้หลี่อันเล่อก็ไม่ชายตามองหรอก
มูลค่าอย่างมากก็แค่ไม่กี่แสนดอลลาร์ พอเห็นว่าหลี่อันเล่อดูจะไม่ค่อยสนใจ เฉากวางที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็ขมวดคิ้วแน่น
"ให้ 10% ไปเลย"
"ถือว่าเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่คนหนึ่งเลยนะ"
"พ่อครับ..."
เฉากวางคิดว่า 10% มันเยอะเกินไปแล้ว บริษัทนี้ลงทุนไปตั้งกว่า 20 ล้านดอลลาร์ การให้หุ้น 10% ก็เท่ากับให้เงินเปล่าๆ ไปเลย 2 ล้านดอลลาร์เชียวนะ
"เอาตามนี้แหละ"
"อันเล่อ หลานหาเวลาพาคุณลุงรองกับคุณน้าสี่ไปทำความรู้จักกับคุณมิยาตะหน่อยนะ แล้วก็คุยเรื่องร่วมธุรกิจกันด้วยล่ะ"
เฉาเต๋อฮว๋าพูดพลางจ้องหน้าหลี่อันเล่อ
ทำเอาหลี่อันเล่อถึงกับพูดไม่ออก คุณตานี่ทำตัวเป็นเผด็จการในบ้านเกินไปแล้วนะ อีกอย่าง พวกคุณคงยังไม่รู้นิสัยผมสินะ คิดจะมาบงการชีวิตผมเนี่ย อย่างน้อยพวกคุณก็ยังไม่มีสิทธิ์หรอกนะ หลี่อันเล่อยิ้ม "คุณตาครับ ผมไม่ค่อยรู้เรื่องหุ้นอะไรพวกนี้หรอกครับ อีกอย่าง ผมก็ไม่ได้อยู่อเมริกาบ่อยๆ จะเอาหุ้นพวกนี้ไปทำอะไรล่ะครับ ขนาดหุ้นในบริษัทการลงทุนก่อนหน้านี้ ผมยังยกให้คุณน้าสาวเป็นคนดูแลแทนเลย"
"เอาเป็นว่าขอผ่านดีกว่าครับ"
หลี่อันเล่อบอก "ถ้าคุณลุงรองกับคุณน้าสี่อยากจะทำความรู้จักกับประธานมิยาตะ ชินอิจิ อันนี้ไม่มีปัญหาครับ เดี๋ยวผมแนะนำให้ แต่เรื่องร่วมธุรกิจนี่คงต้องขอผ่านครับ"
"ขอผ่านงั้นเหรอ?"
เฉาเต๋อฮว๋าไม่คิดเลยว่าหลี่อันเล่อจะปฏิเสธกันตรงๆ แบบนี้ เขาจ้องหน้าหลี่อันเล่อเขม็ง หลี่อันเล่อก็ยิ้มตอบเฉาเต๋อฮว๋า "คุณตา คุณลุงรอง คุณน้าสี่ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ พอดีเดี๋ยวมีธุระต้องไปทำต่อครับ"
"แก..."
ไอ้เด็กนี่มันร้ายจริงๆ เฉาเต๋อฮว๋ามองแผ่นหลังของหลี่อันเล่อที่เดินจากไปอย่างไม่ไยดี โดยไม่แม้แต่จะเสียเวลาคิดทบทวนข้อเสนอของเขาเลยสักนิด
"ปัง!"
"อายุอานามก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้ว หัดระงับอารมณ์ซะบ้างเถอะ เดี๋ยวเส้นเลือดในสมองแตกขึ้นมาจะยุ่งเอา"
หลี่อันเล่อพึมพำเบาๆ คิดในใจว่าเดี๋ยวกลับไปเอายาลูกกลอนอานกงหนิวหวงให้แม่เอามาให้คุณตาสัก 2-3 กล่องดีกว่า จะได้ไม่ต้องโมโหจนเสียสุขภาพ ในขณะเดียวกัน ที่ห้องหนังสือ เฉากวางกับเฉาอิงฮุยต่างก็อึ้งไปตามๆ กัน ปฏิเสธไปแล้วเหรอเนี่ย โอกาสที่จะได้เงินมาฟรีๆ ถึง 2 ล้านดอลลาร์กลับถูกปฏิเสธไปง่ายๆ แบบนี้เลย
เด็กคนนั้นดูไม่มีท่าทีเสียดายเงิน 2 ล้านดอลลาร์เลยสักนิด ในวินาทีนี้ ทั้งสองคนมองหน้าเฉาเต๋อฮว๋า พ่อคงจะประเมินเด็กคนนี้ผิดไปจริงๆ เขาไม่สนเรื่องหุ้นพวกนี้เลยด้วยซ้ำ ส่วนเรื่องความผูกพันทางสายเลือดที่พ่อกะจะเอามาเป็นข้อต่อรองน่ะเหรอ เหอะ เพิ่งจะเจอกันได้ไม่กี่วัน จะมีความผูกพันอะไรกันนักหนา
ความจริงแล้วเฉาอิงฮุยคิดว่าพ่อทำพลาดมาตั้งแต่แรกแล้ว ไม่ควรมองว่าเขาเป็นแค่เด็ก และไม่ควรประเมินเด็กคนนี้ต่ำเกินไป จู่ๆ เฉาอิงฮุยก็นึกอะไรขึ้นมาได้ หลานชายคนนี้เหมือนจะเป็นที่ปรึกษาในรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งนี่นา เรื่องนี้เขาเหมือนจะยังไม่ได้บอกพ่อเลย ทำให้พ่อประเมินความสามารถของหลี่อันเล่อผิดไปถนัดตา
จู่ๆ หน้าของเฉาอิงฮุยก็ซีดเผือด เขาทำเรื่องโง่ๆ ลงไปอีกแล้ว ถ้าพ่อรู้เรื่องนี้เข้า มีหวังโดนด่าเปิงแน่ๆ
"อะแฮ่มๆ"
หลี่อันเล่อบ่นอุบอิบ คุณตานี่ชอบสูบซิการ์จริงๆ กลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปหมด
"เดินทางปลอดภัยนะครับคุณชายน้อย"
พอเดินออกจากคฤหาสน์ตระกูลเฉา หลี่อันเล่อก็เดินกลับมาที่บ้านของตัวเอง เพิ่งจะนั่งลงได้แป๊บเดียว สือฉินก็เดินเข้ามาหา "อันเล่อ เมื่อกี้คุณน้าสาวโทรมาถามหาลูกน่ะ บอกว่าให้ลูกรอเธออยู่ที่นี่ก่อนนะ"
"คุณน้าสาวเหรอครับ?"
หลี่อันเล่อคิดในใจ มิน่าล่ะถึงได้โทรมาหา สงสัยคงจะเดาออกแน่ๆ ว่าเขาอาจจะเกรงใจจนเผลอรับปากไป ถึงคุณน้าสาวจะคิดมากไปหน่อย แต่ก็แสดงให้เห็นว่าเธอเป็นห่วงและเห็นเขาเป็นคนในครอบครัวจริงๆ
"พอดีเลย ผมมีเรื่องอยากให้คุณน้าช่วยพอดี"
หลี่อันเล่อต้องไปคุยเรื่องอุปกรณ์กับเฉินเจ๋อเฮิง แล้วก็ต้องคุยเรื่องการเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องเล่นเกมพกพารุ่นขาวดำในแคลิฟอร์เนียด้วย นอกจากนี้ก็ต้องไปคุยเรื่องช่องทางการจัดจำหน่ายกับโซนี่ ซึ่งเป็นข้อตกลงที่โซนี่เคยให้ไว้ตอนที่เซ็นสัญญาเรื่องซาวด์เบาท์ งานนี้ก็เลยต้องมีทนายความไปด้วย ตอนแรกเขากะจะจ้างทนายเกามาช่วยจัดการ
แต่ในเมื่อตอนนี้มีคุณน้าสาวอยู่แล้ว ให้คนในครอบครัวจัดการน่าจะไว้ใจได้มากกว่า หลี่อันเล่อก็เลยตั้งใจจะให้คุณน้าสาวเฉาฮว๋าไปเป็นทนายความให้เขา
"อันเล่อ"
เฉาฮว๋ามาถึงอย่างรวดเร็ว เธอเดินจ้ำอ้าวเข้ามาในห้องรับแขก "หลานไม่ได้ตกลงไปใช่ไหม?"
"ไม่ได้ตกลงครับ"
หลี่อันเล่อยิ้ม "คุณน้าสาว ผมไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะครับ อีกอย่าง ข้อเสนอของคุณตาก็ดูถูกกันเกินไปหน่อย แค่ 2 ล้านดอลลาร์ สู้ผมไปเขียนหนังสือสัก 2 เล่มยังจะได้เงินเยอะกว่านี้อีก ถ้าสัก 20 ล้านดอลลาร์ ผมอาจจะพิจารณาดูใหม่ก็ได้นะครับ"
เฉาฮว๋าคิดว่าหลี่อันเล่อคงแค่พูดเล่น เด็กคนนี้นี่ 20 ล้านดอลลาร์ถึงจะยอมพิจารณา พูดจาใหญ่โตจริงๆ "ไม่ได้ตกลงก็ดีแล้ว ไม่คิดเลยว่าคุณตาของหลานจะเอาหลานมาเป็นเครื่องมือแบบนี้"
"จริงๆ แล้วมันก็เป็นเรื่องปกตินะครับ"
หลี่อันเล่อบอก "นักธุรกิจน่ะครับ ยังไงก็ต้องเห็นแก่ผลประโยชน์มาก่อนเป็นธรรมดา"
"เฮ้อ"
เฉาฮว๋าถอนหายใจ พอได้ยินหลี่อันเล่อพูดแบบนี้ ก็รู้เลยว่าเขาไม่ได้มองเฉาเต๋อฮว๋าเป็นญาติผู้ใหญ่ที่เคารพรักเลยสักนิด คราวนี้พ่อคงจะคำนวณพลาดไปซะแล้ว คิดว่าอันเล่อจะหัวอ่อนหลอกง่ายเหมือนพี่รอง ที่จะยอมทำตามทุกอย่าง เด็กคนนี้ก็คงเป็นพวกไม่ยอมเสียเปรียบใครง่ายๆ เหมือนกันสินะ เฉาฮว๋าคิดในใจว่า เด็กคนนี้นี่แหละที่นิสัยเหมือนพ่อที่สุดแล้ว
"คุณน้าครับ"
"มีอะไรเหรอ?"
"คือว่า ผมมีธุระต้องไปทำนิดหน่อยน่ะครับ พอดีต้องใช้ทนายความด้วย ถ้าคุณน้าพอจะมีเวลาว่าง ช่วยไปเป็นทนายให้ผมหน่อยได้ไหมครับ" หลี่อันเล่อขอร้อง
"นึกว่าเรื่องอะไรซะอีก"
เฉาฮว๋าตอบรับอย่างว่างง่าย "จะไปเมื่อไหร่ล่ะจ๊ะ?"
"ตอนนี้เลยครับ"
"งั้นเดี๋ยวขอโทรไปบอกที่สำนักงานก่อนนะ"
เฉาฮว๋าไม่ได้ถามว่ามีธุระอะไร พอโทรศัพท์เสร็จก็ขึ้นรถไปกับหลี่อันเล่อ รถคันนี้เป็นรถคาดิลแลคคันใหม่ที่บริษัทเพิ่งซื้อมา นั่งรถออกจากหมู่บ้านไปประมาณชั่วโมงนึงก็ถึงย่านออฟฟิศ
"คุณหลี่ ยินดีต้อนรับครับ"
"คุณเฉา ยินดีต้อนรับครับ"
"คุณเฉิน"
เมื่อวานเฉาฮว๋าเพิ่งจะได้รู้จักกับเฉินเจ๋อเฮิงผ่านการแนะนำของหลี่อันเล่อ
พอเดินเข้ามาในห้องทำงานและนั่งลงเรียบร้อย หลี่อันเล่อก็พูดขึ้นยิ้มๆ ว่า "คุณเฉิน คราวนี้คงต้องรบกวนคุณอีกแล้วนะครับ"
"คุณหลี่เกรงใจไปแล้วครับ"
เฉินเจ๋อเฮิงยิ้มตอบ "คุณเอาธุรกิจมาให้ผมทำ ผมต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอบคุณคุณ"
หลี่อันเล่อยื่นเอกสารสัญญาให้เฉาฮว๋าดู พอเฉาฮว๋ารับมาดูก็ถึงกับตกใจ นี่เป็นสัญญาซื้อขายอุปกรณ์ทดลองในห้องแล็บ แต่มูลค่ามันมหาศาลมาก มากกว่า 5 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว มันเยอะมากจริงๆ เฉาฮว๋าหันไปมองหลี่อันเล่อ
"คุณน้า ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมครับ?"
"มูลค่ามันสูงมากเลยนะ"
"ช่วยไม่ได้นี่ครับ โปรเจกต์มันจำเป็นต้องใช้น่ะครับ"
ความจริงหลี่อันเล่อก็เสียดายเงิน 5 ล้านดอลลาร์นี้เหมือนกัน แต่เพราะทางทีมวิจัยรายงานมาว่าโปรเจกต์มีความคืบหน้าไปมากแล้ว เขาถึงได้ยอมกัดฟันซื้อ "ส่วนอื่นๆ ไม่มีปัญหาใช่ไหมครับ?"
"ไม่มีปัญหาจ้ะ"
ตั้ง 5 ล้านดอลลาร์เชียวนะ เฉาฮว๋ามองหลี่อันเล่อเซ็นชื่อลงในสัญญา เพียงแค่ตวัดปากกา การเซ็นสัญญาซื้อขายมูลค่า 5 ล้านดอลลาร์ก็เสร็จสมบูรณ์
แต่สิ่งที่ทำให้เฉาฮว๋าประหลาดใจยิ่งกว่าก็คือ ดูเหมือนว่าสัญญานี้จะเป็นแค่ออเดิร์ฟเท่านั้น เพราะเรื่องที่ทั้งสองคนคุยกันต่อจากนี้ ยิ่งทำให้เฉาฮว๋างงเป็นไก่ตาแตกจนต้องหันไปมองหลี่อันเล่อ "อันเล่อ เครื่องเล่นเกมพกพารุ่นขาวดำคืออะไรเหรอ?"
"เป็นสินค้าตัวใหม่ของบริษัทน่ะครับ"
"ซาวด์เบาท์ก็เป็นสินค้าของบริษัทนี้เหมือนกันครับ"
หลี่อันเล่อพูดขึ้นมาลอยๆ "คุณน้าครับ ผมยังไม่ได้บอกคุณน้าใช่ไหมครับ ว่าผมเป็นคนลงทุนเปิดบริษัทนี้เอง"
"เคยบอกด้วยเหรอ?" สมองเฉาฮว๋าตื้อไปหมด ซาวด์เบาท์ก็เป็นสินค้าของบริษัทนี้ด้วยเหรอ เรื่องนี้เธอรู้นะว่ามันดังไปทั่วอเมริกาเลย แต่ไม่คิดเลยว่าซาวด์เบาท์ที่ฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมืองจะเป็นผลงานของบริษัทที่หลี่อันเล่อลงทุน ล้อเล่นกันหรือเปล่าเนี่ย