- หน้าแรก
- ปรมาจารย์แพทย์ทะลุมิติยุคดวงดาว
- บทที่ 55 ได้เงินมาแล้ว
บทที่ 55 ได้เงินมาแล้ว
บทที่ 55 ได้เงินมาแล้ว
บทที่ 55 ได้เงินมาแล้ว
ถึงแม้ชายผิวขาวคนนี้จะเสียเวลาอ้ำอึ้งอยู่นาน แต่ตี้จิ่วก็ยังคงช่วยต่อข้อมือให้เขาอย่างใจเย็น นอกเหนือจากวิชาแพทย์อันล้ำเลิศของตี้จิ่วแล้ว ผงยาที่เขาปรุงขึ้นเองก็มีส่วนสำคัญอย่างมากในการช่วยสมานแผล
เมื่อเห็นตี้จิ่วสามารถต่อข้อมือที่ขาดไปนานแล้วให้กลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม แถมยังทำสำเร็จถึงสองเคสติดต่อกันภายในเวลาแค่ครึ่งชั่วโมง ทุกคนในที่นั้นก็เริ่มเชื่อแล้วว่า วิชาแพทย์ของตี้จิ่วอาจจะเป็นอันดับหนึ่งของโลกอย่างที่เขาคุยโวไว้จริงๆ
"ผู้อาวุโสครับ ผู้น้อยมาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีกองทหารรับจ้างอยู่กลุ่มหนึ่งที่นั่น ถ้าผู้อาวุโสมีเรื่องอะไรให้ผู้น้อยรับใช้ ผู้น้อยยินดีทุ่มเทสุดกำลังเลยครับ" หลังจากเห็นตี้จิ่วต่อข้อมือให้ชายผิวขาวเสร็จ ปู่ไท่ก็ลุกขึ้นยืนประสานมือคารวะตี้จิ่ว
"เลิกพล่ามเรื่องไร้สาระได้แล้ว ค่าลงชื่อของแกล่ะ?" ตี้จิ่วรู้ทันความหมายแฝงในคำพูดของอีกฝ่ายดี ถึงน้ำเสียงและท่าทางจะดูนอบน้อม แต่เห็นได้ชัดว่าไอ้หมอนี่จงใจจะเตือนเขาว่ามันมีกองทหารรับจ้างหนุนหลังอยู่ อย่าบีบคั้นมันให้มากนัก
แต่ตี้จิ่วไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าอีกฝ่ายจะมีกองทหารรับจ้างกี่กลุ่ม สมัยที่อยู่แคว้นจี้ ตระกูลตี้ของเขากุมอำนาจกองทัพส่วนใหญ่ของแคว้นไว้ด้วยซ้ำ แค่มีกองทหารรับจ้างกลุ่มเดียวแล้วจะทำไม? หรือว่ามันจะเกณฑ์ทหารรับจ้างมาปิดล้อมเขาที่นี่ได้ล่ะ?
"รับทราบครับ ผู้น้อยมีเงินอยู่หนึ่งร้อยล้านหยวน..."
ยังไม่ทันที่ปู่ไท่จะพูดจบ ตี้จิ่วก็พูดขัดขึ้นมากลางปล้อง เขาหันไปถามชายผิวขาวที่เพิ่งได้รับการต่อข้อมือว่า "ไอ้ปู่ไท่นี่มันทำธุรกิจอะไร?"
ชายผิวขาวเพิ่งจะโดนตี้จิ่วฟันข้อมือขาดกระจุยไปหมาดๆ มีหรือจะกล้าอิดออด เมื่อตี้จิ่วถามถึงปู่ไท่ เขาก็รีบลุกขึ้นตอบทันที "ปู่ไท่ทำธุรกิจค้าอาวุธ ยาเสพติด แล้วก็ค้ามนุษย์อยู่ทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครับ ช่วงนี้ก็รับจ้างปราบกบฏให้ประเทศเล็กๆ แถวนั้นด้วย... ฉายาของเขาคือ ยอดขุนพลไท่ ครับ..."
ตี้จิ่วพยักหน้า ก่อนจะหันไปสั่งปู่ไท่ "ก้าวออกมา"
ปู่ไท่รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่ทำตามคำสั่งของตี้จิ่ว ก้าวออกมาข้างหน้าอย่างกล้าๆ กลัวๆ
ทันทีที่ปู่ไท่ก้าวออกมา ตี้จิ่วก็ขว้างลูกไฟใส่เขาทันที ก่อนหน้านี้เขาเตือนไอ้คนร่างผอมเล็กนั่นเป็นตัวอย่างไปแล้ว แต่ปู่ไท่กลับไม่ดูตาม้าตาเรือ นอกจากจะขี้งกแล้ว ยังกล้ามาข่มขู่เขาอีก ถ้าเขาปล่อยให้ไอ้สวะแบบนี้รอดไปได้ก็แปลกแล้ว
ตี้จิ่วทำเป็นแค่เวทลูกไฟเท่านั้น พวกเวทกางม่านพลังเก็บเสียงอะไรเทือกนั้นเขาทำไม่เป็นหรอก
ทันทีที่ลูกไฟกระทบร่าง เสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังระงม ปู่ไท่ถูกเปลวเพลิงห่อหุ้มไปทั้งตัว ถึงแม้เขาอยากจะร้องขอชีวิตและยินดีจ่ายค่าลงชื่อให้มากกว่านี้ แต่ตอนนี้เขากลับร้องไม่ออกแม้แต่คำเดียว
เพียงชั่วพริบตา ร่างของปู่ไท่ก็ถูกเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าถ่านสีดำ กลิ่นเหม็นไหม้ประหลาดคละคลุ้งไปทั่วทั้งห้อง
ปู่ไท่ไม่ทันได้เอ่ยปากอธิบายอะไรด้วยซ้ำ ก็ถูกตี้จิ่วเผาเป็นตอตะโกไปเสียแล้ว บรรดามาเฟียระดับบิ๊กบอสในห้องเพิ่งจะตระหนักได้ว่า ชายหนุ่มตรงหน้าไม่ได้เป็นแค่หมอเทวดา แต่เป็นมัจจุราชที่พร้อมจะปลิดชีพคนได้ทุกเมื่อ
ชายร่างผอมเล็กที่ยอมจ่ายเงินแปดล้านเหรียญพันธมิตรแลกกับข้อมือขาดไปข้างหนึ่ง ยิ่งรู้สึกโชคดีที่รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด เขารู้ดีว่าเหตุผลที่ตี้จิ่วไว้ชีวิตเขาแต่กลับฆ่าปู่ไท่ ก็เป็นเพราะเขาไม่ได้เอ่ยปากข่มขู่ตี้จิ่วนั่นเอง ส่วนปู่ไท่ที่ทำตัวกร่างอยู่ตามชายแดนจนเคยตัว ดันไปข่มขู่มัจจุราชตรงหน้าเข้า ก็เลยต้องพบจุดจบแบบนี้
"ผู้อาวุโสครับ ผมมีเงินอยู่สี่ร้อยล้านเหรียญพันธมิตรครับ ผมขอลงชื่อกับผู้อาวุโสด้วยคนนะครับ" ยังไม่ทันที่ตี้จิ่วจะได้เอ่ยปาก ก็มีคนชิงลุกขึ้นขอลงชื่อก่อนแล้ว
หลังจากนั้นทุกอย่างก็ง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก เพียงเวลาไม่นาน แทบทุกคนในห้องก็ยอมจ่ายเงินเหรียญพันธมิตรเพื่อลงชื่อกับตี้จิ่ว บางคนถึงกับแอบขอบคุณตี้จิ่วที่ทำตามกฎเกณฑ์ อย่างน้อยตี้จิ่วก็ไม่ได้บังคับให้พวกเขาไปรวบรวมเงินมาเพิ่ม ต้องรู้ว่าสำหรับคนระดับพวกเขาแล้ว การจะหาเงินสักหลายร้อยล้านมาให้ได้ในเวลาอันสั้นนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ต้องใช้เวลา ซึ่งตี้จิ่วไม่ได้เรียกร้องให้พวกเขาทำแบบนั้น
"ผู้อาวุโสครับ เงินของผมไม่ได้ฝากไว้ที่ธนาคารสตาร์ครอส ถึงผมจะมีเงินสดอยู่สองร้อยล้านเหรียญพันธมิตร แต่ตอนนี้ผมไม่สามารถโอนให้ผู้อาวุโสได้ในคราวเดียวน่ะครับ..." ชายร่างกำยำคนหนึ่งลุกขึ้นยืนพูด ถึงแม้น้ำเสียงของเขาจะดูนิ่งสงบ แต่เหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่เกาะอยู่เต็มหน้าผาก ก็บ่งบอกให้เห็นถึงความหวาดกลัวที่ซ่อนอยู่ภายในใจได้อย่างชัดเจน
ชายหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่คนที่คุยด้วยง่ายๆ เลย ถ้าทำให้เขาไม่พอใจขึ้นมา อาจจะโดนปาลูกไฟใส่หน้าเอาได้ง่ายๆ
ยังไม่ทันที่ตี้จิ่วจะได้ตอบ ชายผมยาวที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็ชิงอธิบายขึ้นก่อน "ผู้อาวุโสครับ ตอนนี้การโอนเงินเหรียญพันธมิตรข้ามประเทศจำนวนหลักร้อยล้านขึ้นไป สามารถทำได้ผ่านธนาคารสตาร์ครอสเท่านั้นครับ ธนาคารสตาร์ครอสเป็นธนาคารที่กลุ่มประเทศพันธมิตรโลกจัดตั้งขึ้นหลังจากมีการค้นพบดาวนางฟ้า จุดประสงค์หลักก็เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงินสำหรับงานประมูลของดาวนางฟ้า และเพื่อให้หลุดพ้นจากข้อจำกัดทางกฎหมายของแต่ละประเทศด้วยครับ แต่การจะเปิดบัญชีกับธนาคารสตาร์ครอสนั้นยากมาก หยิ่นหู่ไม่ได้เปิดบัญชีกับธนาคารสตาร์ครอสเอาไว้ครับ และถึงแม้การถอนเงินจากธนาคารสตาร์ครอสจะทำได้ง่ายดาย แต่การฝากเงินจำนวนมากๆ เข้าไปก็ต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดเช่นกันครับ มีเพียงช่วงงานประมูลของล้ำค่าจากดาวนางฟ้าเท่านั้นแหละครับ ที่การโอนเงินไม่ต้องผ่านการตรวจสอบใดๆ เลย"
"ในเมื่อเป็นแบบนั้น แกก็จดเลขบัญชีของฉันไว้ พอออกไปจากที่นี่แล้ว ก็หาทางโอนเงินมาให้ฉันก็แล้วกัน" ตี้จิ่วไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มากนัก เขาแค่โบกมือไล่เป็นเชิงบอกให้ไอ้หมอนี่นั่งลงได้
คนที่รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิดรีบยกมือปาดเหงื่อบนหน้าผากตามสัญชาตญาณ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าต้องรีบจดเลขบัญชีที่ตี้จิ่วบอกเอาไว้
มีคนขอลงชื่อเกือบยี่สิบคน ตอนนี้ในบัญชีของเขามีเงินเหรียญพันธมิตรโอนเข้ามาถึงเจ็ดแปดพันล้านแล้ว คนที่โอนเงินให้เขาเยอะที่สุด โอนมาให้ทีเดียวเจ็ดร้อยล้านเหรียญพันธมิตรเลยทีเดียว ดูท่าหมอนั่นคงจะรักตัวกลัวตายสุดๆ ถึงได้กลัวว่าตี้จิ่วจะไม่พอใจแล้วส่งให้ไปเป็นเพื่อนปู่ไท่ในปรโลก
เจ็ดแปดพันล้านเหรียญพันธมิตร ถือว่าเป็นเงินก้อนโตมหาศาลเลยทีเดียว ตี้จิ่วรู้ดีว่าเงินจำนวนนี้น่าจะพอให้เขาไปสู้ราคาในงานประมูลได้อย่างสูสี
สายตาของเขาเลื่อนไปหยุดอยู่ที่หญิงสาวที่เข้ามารายงานข่าวให้เจี่ยเชียน "เธอละ ยังไม่ได้จ่ายค่าลงชื่อเลยนะ"
"ฉันไม่มีเงินหรอกค่ะ ฉันเป็นแค่เลขา..." หญิงสาวลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นตระหนก ขาทั้งสองข้างสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
ปกติแล้วเธอก็รู้ดีว่าเจี่ยเชียนแอบทำเรื่องชั่วร้ายมานับไม่ถ้วน และมือของเขาก็เปื้อนเลือดมานักต่อนัก แต่รู้ก็ส่วนรู้ เธอไม่เคยเห็นกับตาตัวเองสักครั้งเลยนี่นา เมื่อครู่นี้เธอเพิ่งจะได้เห็นความโหดเหี้ยมของตี้จิ่วกับตาตัวเอง ถ้าเธอหาเงินมาจ่ายค่าลงชื่อไม่ได้ล่ะก็ ผู้ชายคนนี้คงไม่ปล่อยเธอไว้แน่ ปู่ไท่ก็เป็นตัวอย่างให้เห็นอยู่ทนโท่
"ถ้าไม่มีเงิน ก็คงต้องมีจุดจบเดียวกับไอ้ปู่ไท่นั่นแหละ" ตี้จิ่วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
เขาไม่ได้คิดจะฆ่าผู้หญิงคนนี้หรอกนะ เขาเองก็เคยเป็นลูกคุณหนูมาก่อน รู้ดีว่าคนระดับเจี่ยเชียนไม่มีทางลงมือจัดการเรื่องเงินๆ ทองๆ ด้วยตัวเองแน่ ผู้หญิงคนที่สามารถเดินเข้ามารายงานข่าวให้เจี่ยเชียนถึงในห้องประชุมได้ ย่อมต้องเป็นคนสนิทของเจี่ยเชียน และต้องรู้ช่องทางการจัดการเรื่องเงินๆ ทองๆ ของเจี่ยเชียนเป็นอย่างดีแน่นอน
"ฉันรู้รหัสผ่านบัญชีธนาคารสตาร์ครอสทั้งสองบัญชีของท่านประธานเจี่ยค่ะ แต่ฉันไม่รู้ว่าในบัญชีมีเงินอยู่เท่าไหร่..." หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
เธอมักจะเป็นคนรับหน้าที่โอนเงินให้เจี่ยเชียนอยู่บ่อยๆ แต่เจี่ยเชียนมีเงินในบัญชีเท่าไหร่นั้น เธอไม่รู้จริงๆ
"โอนเงินทั้งหมดของเจี่ยเชียนเข้าบัญชีของฉันซะ" ตี้จิ่วสั่งการอย่างไม่แยแส
เลขาสาวของเจี่ยเชียนค่อยๆ ปลดนาฬิกาข้อมือของเจี่ยเชียนที่วางอยู่ตรงหน้ามาไว้ในมือ แล้วเริ่มพิมพ์รหัสบัญชีเพื่อทำการโอนเงิน ไม่นานนัก นาฬิกาข้อมือของเจี่ยเชียนก็มีข้อความเด้งขึ้นมาหลายข้อความ ตี้จิ่วที่ยืนดูอยู่ข้างๆ มองเห็นอย่างชัดเจนว่านั่นคือรหัสผ่าน OTP สำหรับการโอนเงิน
ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที หญิงสาวก็หยุดมือ แล้วหันมารายงานตี้จิ่วด้วยความเคารพว่า "โอนเงินทั้งหมดสองพันแปดร้อยล้านเหรียญพันธมิตรเข้าบัญชีของท่านเรียบร้อยแล้วค่ะ"
เมื่อได้ยินว่ามีเงินถึงสองพันแปดร้อยล้าน ตี้จิ่วก็ยิ้มหน้าบานด้วยความดีใจ เขาพูดอย่างพึงพอใจว่า "ทำได้ดีมาก ฉันขอรับรองความปลอดภัยให้เธอเอง"
พูดจบ ตี้จิ่วก็กวาดสายตามองทุกคนในห้องประชุม แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดันว่า "หวังว่าทุกคนจะช่วยดูแลความปลอดภัยให้เธอด้วยนะ ให้เธอรับช่วงต่อธุรกิจของเจี่ยเชียนไปเลย ถ้าเกิดเธอเป็นอะไรขึ้นมาล่ะก็ ฉันจะกลับมาคิดบัญชีกับพวกแกเรียงตัวเลยคอยดู"
ที่บอกให้เธอรับช่วงต่อธุรกิจของเจี่ยเชียนน่ะ เขาแค่พูดส่งเดชไปงั้นแหละ แต่ที่สั่งให้ดูแลความปลอดภัยของเธอน่ะ เขาพูดจริง เจี่ยเชียนถูกเขาฆ่าตายแล้ว ธุรกิจและผลประโยชน์ต่างๆ ของเจี่ยเชียนย่อมต้องตกเป็นเป้าหมายแย่งชิงของพวกมาเฟียหน้าเลือดพวกนี้แน่ๆ ในสถานการณ์แบบนั้น เลขาส่วนตัวของเจี่ยเชียนย่อมต้องตกเป็นเป้าหมายแรกในการถูกคุกคามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อได้ยินคำขู่ของตี้จิ่ว ทุกคนในห้องก็รีบลุกขึ้นรับปากเป็นเสียงเดียวกัน ไม่มีใครกล้าปฏิเสธแม้แต่คนเดียว ตอนนี้พวกเขาแค่หวังให้เรื่องบ้าๆ นี่จบลงซะที จะได้รีบเผ่นออกจากที่นี่ให้พ้นๆ ส่วนเรื่องที่เจี่ยเชียนเสนอให้ไปสร้างฐานที่มั่นบนดาวนางฟ้านั้น ใครอยากไปก็เชิญตามสบายเถอะ
แค่ตี้จิ่วคนเดียวก็ทำเอาพวกเขาขวัญผวาขนาดนี้แล้ว บนดาวนางฟ้ายังมีพวกที่เก่งกว่าตี้จิ่วอีกตั้งไม่รู้กี่คน ขืนเสนอหน้าไปดาวนางฟ้า ก็เท่ากับเอาชีวิตไปทิ้งชัดๆ สำหรับพวกเขาแล้ว เจี่ยเชียนตายไปซะได้ก็ดี บางทีพวกเขาอาจจะแอบสะใจลึกๆ ด้วยซ้ำที่เจี่ยเชียนโดนฆ่าตาย
ถ้าเจี่ยเชียนไม่ตายล่ะก็ วันหน้าพวกเขาอาจจะต้องไปตายบนดาวนางฟ้าแทนก็ได้
ตี้จิ่วชักมีดสั้นฉานน่าออกมาสับลงบนดาบยาวที่บิ่นจนไม่มีคมเหลืออยู่แล้วอย่างรวดเร็ว ไม่นานดาบยาวเล่มนั้นก็ถูกสับออกเป็นยี่สิบท่อน
ตี้จิ่วชี้ไปที่กองเศษดาบพวกนั้นแล้วพูดว่า "ทุกคนหยิบเศษดาบไปคนละชิ้นตามจำนวนเงินที่จ่ายค่าลงชื่อมาเลย ใครจ่ายเยอะก็เอาชิ้นใหญ่ไป ใครจ่ายน้อยก็เอาชิ้นเล็กไป วันหน้าถ้าพวกแกตามหาฉันเจอ ก็เอาเศษดาบพวกนี้มายืนยันตัวตน ขอให้ฉันช่วยรักษาโรคให้ได้คนละครั้งนะเว้ย"
ในเวลานี้ทุกคนต่างก็อยากจะรีบหนีไปให้พ้นๆ พอได้ยินคำสั่งของตี้จิ่ว พวกเขาก็รีบกรูกันเข้าไปหยิบเศษดาบกันคนละชิ้น แล้วจ้ำอ้าวออกจากห้องประชุมไปอย่างรวดเร็ว
ส่วนเรื่องที่จะเอาเศษดาบพวกนี้ไปให้ตี้จิ่วช่วยรักษาโรคนั้น ในตอนนี้น่าจะไม่มีใครคิดอยากจะทำแบบนั้นหรอกมั้ง