- หน้าแรก
- ปรมาจารย์แพทย์ทะลุมิติยุคดวงดาว
- บทที่ 48 หมอเทวดาที่โดนไล่ตะเพิด
บทที่ 48 หมอเทวดาที่โดนไล่ตะเพิด
บทที่ 48 หมอเทวดาที่โดนไล่ตะเพิด
บทที่ 48 หมอเทวดาที่โดนไล่ตะเพิด
ภายในห้องรับแขกของคฤหาสน์ตระกูลจี้บนเกาะไท่เยวี่ย นอกจากจี้ป่ายซ่านผู้เป็นเจ้าของบ้านแล้ว ยังมีคนอีกหกคนนั่งรวมกันอยู่
สีหน้าของจี้ป่ายซ่านดูเคร่งเครียด หัวคิ้วขมวดเข้าหากันแน่น
ผ่านไปเนิ่นนาน เขาถึงได้เอ่ยทำลายความเงียบ "ตามหามาเดือนกว่าแล้ว แต่ก็ยังไม่มีวี่แววของหมอเทวดาตี้เลย อาการของจี้เสี่ยวติงหลานฉันก็ยื้อมานานเกินไปแล้ว ถ้าหาหมอเทวดาตี้ไม่เจอภายในสองสามเดือนนี้... เฮ้อ... สงสัยสวรรค์คงลิขิตให้ตระกูลจี้ต้องไร้ทายาทสืบสกุลซะแล้วล่ะมั้ง..."
อวี๋เจี้ยนฟูเองก็รู้สึกหวาดหวั่นไม่แพ้กัน ตี้จิ่วคือคนที่เขาแนะนำให้ตระกูลจี้รู้จัก และตระกูลจี้ก็ตอบแทนเขาด้วยการแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลของตระกูล แต่ตอนนี้กลับตามหาตัวคนไม่เจอ แล้วจะเอาใครมารักษาจี้เสี่ยวติงได้ล่ะ?
"คุณหมอหลินคะ หมอเทวดาตี้เคยรักษาคนไข้ให้คุณดูถึงสองครั้ง คุณพอจะจดจำวิชาอะไรของเขามาช่วยชีวิตเสี่ยวติงลูกฉันได้บ้างไหมคะ?" หญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่ข้างๆ จี้ป่ายซ่านเอ่ยถามขึ้น เธอคือหลี่เสวี่ยฮว่า แม่ของจี้เสี่ยวติง สามีของเธอหายสาบสูญไปบนดาวนางฟ้า ส่วนลูกชายก็มาโดนพิษจนนอนไม่ได้สติ ความเครียดสะสมทำให้เริ่มมีผมหงอกแซมขึ้นมาที่ขมับทั้งสองข้าง
ถึงแม้จะรู้เต็มอกว่าหลินปัวไม่มีทางเรียนรู้วิชาของหมอเทวดาตี้มาได้ แต่เธอก็ยังอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากอ้อนวอน สำหรับหลี่เสวี่ยฮว่าในตอนนี้ อย่าว่าแต่ขอนไม้เลย ต่อให้เป็นแค่ฟางเส้นเดียว เธอก็พร้อมจะคว้าเอาไว้
หลินปัวหน้าแดงก่ำ ถ้าเขามีปัญญารักษาจี้เสี่ยวติงได้จริงๆ ป่านนี้เขาคงลงมือรักษาไปตั้งแต่ตอนที่ตระกูลจี้เชิญตัวมาแล้วล่ะ
"เสวี่ยฮว่า พิษในตัวเสี่ยวติงมันประหลาดมาก ต่อให้หมอเทวดาตี้มาเอง ก็ใช่ว่าจะถอนพิษได้หรอกนะ อีกแค่เดือนกว่าๆ ก็จะถึงงานประมูลของล้ำค่าจากดาวนางฟ้าแล้ว ถึงตอนนั้นเราค่อยไปดูเผื่อว่าจะมียาถอนพิษดีๆ โผล่มา..." ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่อีกด้านหนึ่งของจี้ป่ายซ่านอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากปลอบใจ ซึ่งคำพูดของเขาก็ช่วยกู้หน้าให้หลินปัวหลุดพ้นจากสถานการณ์น่าอึดอัดนี้ไปได้ด้วย
เขาคือจี้ทางเฟ่ย ลุงของจี้เสี่ยวติง และเป็นคนเดียวในตระกูลจี้ที่เล่นการเมือง
เมื่อได้ยินคำพูดของจี้ทางเฟ่ย หูเชียนหลี่ก็ขมวดคิ้วมุ่น ถ้าไม่ใช่เพราะจี้เสี่ยวติงกำลังนอนรอความตายอยู่ เขาคงลุกขึ้นเถียงฉอดๆ ไปแล้ว
อวี๋เจี้ยนฟูเป็นคนแนะนำตี้จิ่วให้ตระกูลจี้รู้จัก ส่วนเขาก็เป็นคนแนะนำตระกูลจี้ให้ตี้จิ่วรู้จัก หลักการมันก็เหมือนกันนั่นแหละ เขาเองก็เป็นคนที่ตระกูลจี้เชิญมาถามข่าวคราวของตี้จิ่ว เพียงแต่เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมป่านนี้ตี้จิ่วถึงยังไม่มาที่บ้านตระกูลจี้อีก
จี้ป่ายซ่านเป็นพวกอาบน้ำร้อนมาก่อน แค่กวาดสายตามองแวบเดียว เขาก็ดูออกว่าหูเชียนหลี่กำลังไม่พอใจ
เขายิ้มบางๆ แล้วหันไปพูดกับหูเชียนหลี่ว่า "เชียนหลี่ สมกับชื่อของนายจริงๆ ตระกูลจี้อุตส่าห์ดั้นด้นไปเชิญนายมาแต่ไกล ทำให้ต้องเสียการเสียงาน ฉันต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะ แล้วก็ขอบใจนายมากที่ช่วยแนะนำหมอเทวดาตี้มาให้ ตอนที่หมอเทวดาตี้บอกลานาย เขาได้บอกไว้รึเปล่าว่าจะไปที่ไหนต่อ?"
หูเชียนหลี่รีบตอบกลับอย่างถ่อมตัว ก่อนจะพยายามนึกทบทวนความทรงจำอยู่พักใหญ่ แล้วค่อยตอบว่า "ไม่ได้บอกครับ เขาแค่บอกว่าจะไปงานประมูล ฟังจากน้ำเสียงแล้ว ดูเหมือนเขาอยากจะไปดาวนางฟ้าน่ะครับ"
"สนามบินอวกาศพันธมิตรเยียนจิงน่ะ ฉันส่งคนไปดักรอไว้ตั้งนานแล้ว ถ้าหมอเทวดาตี้โผล่ไปที่นั่นเมื่อไหร่ ต้องมีคนมารายงานฉันแน่ๆ ที่ฉันกลัวก็คือ หมอเทวดาตี้อาจจะมาถึงแล้ว แต่โดนยามหน้าหมู่บ้านไล่ตะเพิดกลับไปน่ะสิ" จี้ป่ายซ่านถอนหายใจยาวๆ ครั้งหนึ่งเขาเคยออกคำสั่งเด็ดขาดไว้ว่า ไม่ว่าใครหน้าไหน ถ้าไม่ได้รับเชิญจากตระกูลจี้ ห้ามใช้ข้ออ้างเรื่องมารักษาคนไข้เพื่อขอเข้ามาในคฤหาสน์ตระกูลจี้เด็ดขาด
"คุณพ่อครับ เราก็เรียกยามพวกนั้นมาสอบถามดูสิครับ แค่นี้ก็สิ้นเรื่องแล้ว" จี้ทางเฟ่ยเสนอแนะ
จี้ป่ายซ่านส่ายหน้า "ไม่มีประโยชน์หรอก ฉันลองถามดูแล้ว ช่วงนี้มีพวกที่อ้างตัวว่าเป็นหมอเทวดาแห่กันมาที่บ้านตระกูลจี้ตั้งเกือบร้อยคนได้ ยามพวกนั้นจำหน้าใครไม่ได้หรอก..."
พูดถึงตรงนี้ จู่ๆ จี้ป่ายซ่านก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงหันไปหาหลินปัว "คุณหมอหลิน รบกวนคุณช่วยหารูปของหมอเทวดาตี้ให้ฉันสักใบได้ไหม? ฉันจะได้ให้คนเอาไปเทียบกับกล้องวงจรปิดหน้าหมู่บ้านดู"
หลินปัวตอบด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน "ผมไม่มีรูปของผู้อาวุโสหลอกครับ แต่ที่ฝ่ายบุคคลของโรงพยาบาลอ้ายปั๋วน่าจะมีสำเนาบัตรประชาชนของเขาเก็บไว้นะครับ"
"งั้นก็เอาตามนี้แหละ..." จี้ป่ายซ่านเพิ่งจะพูดได้แค่นั้น หญิงสาวผิวคล้ำคนหนึ่งก็เดินกะเผลกๆ เข้ามาโดยมีไม้ค้ำยันช่วยพยุง
เธอไม่ได้แค่ต้องใช้ไม้ค้ำยันเท่านั้น แต่ที่มือยังมีผ้าพันแผลสีขาวพันเอาไว้อีกด้วย
"เสี่ยวหรง แม่ว่าลูกเลิกเรียนที่วิทยาลัยยุทธ์เถอะนะ..." เมื่อเห็นหญิงสาวผิวคล้ำเดินเข้ามา หลี่เสวี่ยฮว่าก็รีบถลันเข้าไปประคองทันที
คนที่เพิ่งเดินเข้ามาก็คือจี้เสี่ยวหรง น้องสาวของจี้เสี่ยวติง และเป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของหลี่เสวี่ยฮว่านั่นเอง หลังจากที่จี้เสี่ยวติงโดนพิษ จี้ทางหงผู้เป็นสามีของหลี่เสวี่ยฮว่าก็เดินทางไปที่ดาวนางฟ้า แล้วก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย จี้เสี่ยวหรงจึงตัดสินใจไปเรียนที่วิทยาลัยยุทธ์เยียนต้า เพื่อหาทางไปช่วยพี่ชายและตามหาพ่อของเธอ แต่โชคร้ายที่เธอไม่มีพรสวรรค์ด้านวิทยายุทธ์เอาเสียเลย อุตส่าห์เรียนอยู่ที่เยียนต้ามาตั้งสองปี แต่ก็ยังไม่สามารถเลื่อนขึ้นชั้นก้าวหน้าได้ อย่าว่าแต่เรื่องไปดาวนางฟ้าเลย
ครั้งนี้จี้เสี่ยวหรงหักโหมฝึกฝนพละกำลังอย่างหนักจนร่างกายทนไม่ไหวและได้รับบาดเจ็บ สุดท้ายก็เลยต้องจำใจกลับมาพักฟื้นที่บ้าน
"หนูรู้แล้วค่ะแม่" แววตาของจี้เสี่ยวหรงหม่นหมองลง เธอรู้ตัวดีว่าเส้นทางในวิทยาลัยยุทธ์ของเธอคงต้องจบลงเพียงเท่านี้ เธอไม่ใช่คนที่มีพรสวรรค์ด้านนี้จริงๆ จนถึงตอนนี้ น้ำหนักหมัดของเธอก็ยังไม่ถึงร้อยสิบกิโลกรัมเลยด้วยซ้ำ
"ลูกขึ้นไปพักผ่อนเถอะ" หลี่เสวี่ยฮว่าไม่อยากให้ลูกสาวต้องมาเป็นอะไรไปอีกคน ขืนเป็นแบบนั้น ชีวิตที่เหลืออยู่ของเธอจะมีความหมายอะไรอีก?
จี้เสี่ยวหรงส่ายหน้า "ไม่ค่ะ หนูยังพอช่วยทำอะไรได้บ้าง คุณปู่กับทุกคนกำลังตามหาหมอเทวดาอยู่ไม่ใช่เหรอคะ? เดี๋ยวหนูเอาข้อมูลของหมอเทวดาคนนั้นไปโพสต์ลงเน็ตให้ รับรองว่าต้องมีคนหาตัวเขาเจอแน่ๆ"
"อย่าทำแบบนั้นเด็ดขาดเลยนะครับ ผู้อาวุโสตี้เป็นคนเก็บตัว ไม่ชอบทำตัวเด่นดัง ถ้าเอาข้อมูลของผู้อาวุโสตี้ไปโพสต์ลงเน็ต รับรองว่าเขาไม่มีทางมาที่นี่แน่ๆ" หลินปัวรีบผุดลุกขึ้นยืนห้ามปรามความคิดแผลงๆ ของจี้เสี่ยวหรงทันที
"ผู้อาวุโสตี้เหรอคะ?" จู่ๆ จี้เสี่ยวหรงก็นึกถึงไอ้หมอผีจอมลวงโลกที่เคยไปหาเธอที่เยียนต้าขึ้นมาได้ "เขาชื่ออะไรนะคะ?"
"ผู้อาวุโสตี้ชื่อตี้จิ่วครับ..."
"ตี้จิ่ว?!" เมื่อได้ยินชื่อนี้อีกครั้ง จี้เสี่ยวหรงก็อดไม่ได้ที่จะร้องอุทานออกมาเสียงหลงจนขัดจังหวะคำพูดของหลินปัว
แค่ฟังจากน้ำเสียงของหลานสาว จี้ป่ายซ่านก็รู้ทันทีว่าเธอต้องเคยเจอตัวตี้จิ่วมาแน่ๆ เขาจึงรีบถามว่า "เสี่ยวหรง หลานเคยเจอหมอเทวดาตี้เหรอ?"
จี้เสี่ยวหรงเริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีขึ้นมาตงิดๆ แต่ก็ยังตอบไปตามความจริงว่า "ใช่ค่ะ หนูเคยเจอคนที่ชื่อตี้จิ่ว เขาไปหาหนูที่วิทยาลัยยุทธ์เยียนต้า แล้วก็บอกว่ามีวิธีรักษาอาการป่วยของพี่ชายหนู แต่หนูรู้ทันว่าเขาเป็นแค่พวกต้มตุ๋น ก็เลย..."
"เสี่ยวหรง ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?!" จี้ป่ายซ่านผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความตื่นเต้น
เขาพอจะเดาออกว่าทำไมจี้เสี่ยวหรงถึงคิดว่าตี้จิ่วเป็นพวกต้มตุ๋น ก็เพราะหลินปัวกับหูเชียนหลี่เคยเล่าให้ฟังแล้วไงล่ะว่า ตี้จิ่วดูภายนอกไม่ได้มีมาดของหมอเทวดาเลยสักนิด สาเหตุก็เป็นเพราะเขาอายุน้อยเกินไปนั่นเอง
หูเชียนหลี่เองก็ลุกพรวดขึ้นยืนเช่นกัน สีหน้าของเขาดูไม่สบอารมณ์นัก "วิชาแพทย์ของหมอเทวดาตี้คือสุดยอดวิชาที่ผมไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนในชีวิต ถ้าไม่ได้เขา ป่านนี้ลูกชายผมคงยังต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคร้าย หรือไม่ก็คงตายไปแล้ว เรื่องอื่นผมไม่รู้ และขอไม่ออกความเห็น แต่การที่คุณมากล่าวหาว่าหมอเทวดาตี้เป็นพวกต้มตุ๋น ผมยอมรับไม่ได้จริงๆ"
หลี่เสวี่ยฮว่าเองก็มีสีหน้าตื่นเต้นไม่แพ้กัน เธอรีบเอ่ยปากขอโทษหูเชียนหลี่ "ฉันต้องขอโทษแทนลูกสาวด้วยนะคะ เสี่ยวหรงคงไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้นหรอก เสี่ยวหรง รีบบอกมาสิลูกว่าหมอเทวดาตี้อยู่ที่ไหน?"
จี้เสี่ยวหรงเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติ เธอพยายามอธิบายว่า "วันนั้นหมอนั่น... เอ้ย ตี้จิ่ว ไปหาหนูที่ลานฝึกซ้อม พอเจอหน้าปุ๊บ เขาก็บอกเลยว่าสามารถรักษาอาการป่วยของพี่ชายได้ เห็นเขาดูอายุน้อย หนูอุตส่าห์ยอมหยุดฟังที่เขาพูด แต่พอหนูลองภูมิถามสรรพคุณของไม้หอมซูเหอดู เขาดันตอบไม่ได้ หนูถึงได้มั่นใจว่าเขาเป็นพวกต้มตุ๋นไงคะ"
คราวนี้หลินปัวขมวดคิ้วมุ่นบ้างแล้ว ถึงไม้หอมซูเหอจะไม่ได้เป็นที่รู้จักแพร่หลายนัก แต่มันก็ไม่ใช่ของแปลกพิสดารอะไร ขนาดเขายังรู้เลยว่าไม้หอมซูเหอมีรสหวานอมอุ่น มีฤทธิ์ทะลวงเส้นลมปราณ ขับไล่ความชื้นและไอเย็น แก้อาการอุดตัน และสามารถถอนพิษบางชนิดที่สะสมอยู่ภายในร่างกายได้
การที่จี้เสี่ยวหรงจะรู้จักไม้หอมซูเหอก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะมีความเป็นไปได้สูงว่าพิษที่จี้เสี่ยวติงโดนเข้าไปอาจจะเป็นพิษเย็นชนิดหนึ่ง แต่การที่ตี้จิ่วไม่รู้จักไม้หอมซูเหอมันผิดปกติเกินไปแล้ว หรือว่าคนที่ไปหาจี้เสี่ยวหรงจะไม่ใช่หมอเทวดาตี้ตัวจริง?
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินปัวก็รีบถามต่อทันที "น้องเสี่ยวหรง แล้วตี้จิ่วคนนั้นได้บอกหรือเปล่าครับว่าเขามาจากไหน?"
จี้เสี่ยวหรงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ "เขาบอกว่าเคยช่วยชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกงูพิษกัดที่เทือกเขาสิ้นทรงจำ ชื่ออะไรนะ อวี๋มู่ ใช่ๆ อวี๋มู่ แล้วยังบอกอีกว่าเคยช่วยคนตายฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ที่ห้องดับจิตของโรงพยาบาลอ้ายปั๋วด้วย นี่มันเรื่องแต่งชัดๆ คนตายไปอยู่ในห้องดับจิตแล้ว จะฟื้นขึ้นมาได้ยัง..."
จี้เสี่ยวหรงยังพูดไม่ทันจบ เธอก็ชะงักไปเสียก่อน เพราะเธอเริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ ทุกคนในห้องกำลังจ้องมองมาที่เธอเป็นตาเดียว แถมสายตาแต่ละคนก็ดูแปลกๆ ไปหมด
"เสี่ยวหรง คนที่ชื่อตี้จิ่วที่ไปหาลูกนั่นแหละ คือหมอเทวดาตี้ตัวจริงเสียงจริงที่เรากำลังตามหาอยู่ ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน? เราต้องรีบไปเชิญตัวเขามาเดี๋ยวนี้เลย" จี้ป่ายซ่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังและเคร่งเครียด
"หา..." แขนของจี้เสี่ยวหรงอ่อนแรงจนทำไม้ค้ำยันหลุดมือร่วงลงไปกองกับพื้น ตอนนี้เธอเข้าใจแล้วแจ่มแจ้งแล้ว ไอ้คนที่เธอเพิ่งจะไล่ตะเพิดให้ 'ไสหัวไป' เมื่อไม่กี่วันก่อน ก็คือหมอเทวดาที่ตระกูลจี้กำลังพลิกแผ่นดินตามหาอยู่นั่นเอง