เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 ดาบที่หนึ่ง

บทที่ 18 ดาบที่หนึ่ง

บทที่ 18 ดาบที่หนึ่ง


บทที่ 18 ดาบที่หนึ่ง

ชายสวมชุดสีเทาใบหน้าอมคล้ำเดินเข้ามาจากนอกประตู นับตั้งแต่ตอนที่เขาก้าวเข้ามาในห้องผ่าตัด ตี้จิ่วก็สัมผัสได้ถึงความเหี้ยมเกรียมนั้นทันที

"ผมไม่รู้จักคุณ" ตี้จิ่วกลับสงบสติอารมณ์ลง เขาสัมผัสได้ว่าคนคนนี้ต้องการจะฆ่าเขาจริงๆ

ก่อนที่จะมายังโลก ถึงเขาจะฝึกยุทธ์ไม่ได้แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยเห็นโลกกว้าง ประกอบกับตอนนี้เขาฝึกดาบที่หนึ่งของเจ็ดดาบสกุลตี้สำเร็จและก้าวเข้าสู่ระดับผู้ฝึกยุทธ์แล้ว เลือดลมในกายพลุ่งพล่าน ยิ่งทำให้เขามีความมั่นใจ ดังนั้นการที่อีกฝ่ายต้องการจะฆ่าเขา ตี้จิ่วจึงมีเพียงความไม่เข้าใจแต่ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย

เขานึกไปถึงผู้หญิงที่มาตามหาเขาก่อนหน้านี้ หมอนี่จะเป็นคนที่ตี้จื่อเหิงส่งมากำจัดเสี้ยนหนามอย่างเขาหรือเปล่านะ?

"จะให้แกลงนรกไปแบบตาสว่างก็แล้วกัน จำไว้ว่าคนที่ฆ่าแกคือเหอซาน แกถูกฆ่าเพราะแส่ไปช่วยคนที่ไม่ควรช่วย เกิดใหม่คราวหน้าก็อย่าไปยุ่งเรื่องชาวบ้านอีกล่ะ ถึงคนที่แกช่วยไว้เดี๋ยวฉันก็จะตามไปฆ่าทิ้งอยู่ดีก็เถอะ แต่แกต้องตายก่อน..." ชายชุดเทาพูดจบก็ก้าวไปข้างหน้า ยกมือขึ้นชกเข้าใส่ตี้จิ่วหนึ่งหมัด

ทั้งที่หมัดนั้นยังอยู่ห่างจากตี้จิ่วอีกตั้งไกล แต่ตี้จิ่วกลับสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่พุ่งทะลวงเข้าใส่หัวของเขา

หมัดนั้นพุ่งจากไกลเข้ามาใกล้ ตี้จิ่วรับรู้ถึงวิถีหมัดของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน กระทั่งสามารถสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของจิตสังหารเหล่านั้น

หมอนี่คือนักฆ่า และคงมีคนตายด้วยน้ำมือของมันมาไม่น้อยแล้ว ตี้จิ่วตัดสินใจไปตามสัญชาตญาณ จากนั้นเขาก็เบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วฟันมีดผ่าตัดในมือลงไป ดาบที่หนึ่งแห่งสกุลตี้

มีดผ่าตัดนั้นยาวแค่ไม่กี่นิ้ว แต่ตี้จิ่วกลับรู้สึกเหมือนตนเองกำลังถือดาบยาวหนึ่งเมตรฟันลงไป เขาถึงขั้นสัมผัสได้ถึงปราณดาบที่ฟันออกไปได้อย่างชัดเจน

ปราณดาบจากการฟันครั้งนี้ราวกับสามารถจับต้องได้ ตี้จิ่วรู้ดีว่าความรู้สึกนี้มันดูเกินจริงไปหน่อย เพราะมีดผ่าตัดของเขายาวแค่ไม่กี่นิ้วเท่านั้น แต่ที่น่าประหลาดคือหลังจากฟันออกไปแล้วมันกลับรู้สึกสมจริงอย่างมาก ตอนที่เขาฝึกดาบที่หนึ่งแห่งสกุลตี้ เขาไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเลย

"เป็นไปได้ยังไง?" หมัดของชายชุดเทาชะงักค้าง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดผวา ราวกับมีปราณดาบสีขาวสว่างวาบฟันลงมาที่กลางหว่างคิ้ว เขาอยากจะหลบหนีแต่ปราณดาบนั้นกลับล็อกเป้าหมายมาที่เขาอย่างแม่นยำ

ในสายตาของมัน หมัดที่ชกออกไปนี้ตี้จิ่วไม่มีทางหลบพ้น จากประสบการณ์การต่อสู้เสี่ยงตายหลายปีของมัน ด้วยไก่อ่อนอย่างตี้จิ่ว หมัดนี้จะต้องทำให้ตี้จิ่วตกใจกลัวจิตสังหารของมันจนทำอะไรไม่ถูก กระทั่งไม่มีโอกาสแม้แต่จะร้องขอความช่วยเหลือ และถูกมันฆ่าตายอย่างง่ายดาย

แต่ความจริงก็คือ หลังจากมันปล่อยหมัดออกไป ตี้จิ่วนอกจากจะหลบได้อย่างสบายๆแล้วยังฟันกลับมาอีกหนึ่งดาบ ไม่ถูกสิ ของที่ตี้จิ่วถืออยู่ในมือมันก็แค่มีดผ่าตัดยาวไม่กี่นิ้วชัดๆ

"ฉัวะ!" เสียงแผ่วเบาดังขึ้นพร้อมกับประกายเลือดที่หยุดนิ่ง กลางหว่างคิ้วของชายชุดเทาปรากฏรอยเลือดขึ้นสายหนึ่ง ก่อนที่ร่างของมันจะล้มพับลงไปกองกับพื้น

ทว่าตี้จิ่วกลับหลับตาลง มีดในมือยังคงค้างอยู่กลางอากาศ

วินาทีนี้มีบางอย่างระเบิดขึ้นในการรับรู้ของเขา ราวกับว่าเขากำลังจะคว้ามันไว้ได้

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ในที่สุดตี้จิ่วก็ลืมตาขึ้นมา จากนั้นเขาก็มองร่างของชายชุดเทาที่นอนกองอยู่บนพื้นด้วยความตกตะลึง

มีดผ่าตัดยังคงอยู่ในมือของเขา และมีเลือดไหลซึมออกมาจากจุดที่ชายชุดเทานอนอยู่ เห็นได้ชัดว่าเมื่อกี้ไม่ได้เป็นเพราะมีดผ่าตัดสั้นๆของเขาฟันโดนอีกฝ่าย แต่เป็นปราณดาบที่เขาฟันออกไปต่างหากที่สังหารมัน

หลังจากฟันดาบนั้นออกไปเขาก็บรรลุสัจธรรมบางอย่าง รอให้เขาฝึกเจ็ดดาบสกุลตี้ถึงดาบที่สี่เมื่อไหร่ เขาจะต้องไปดาวนางฟ้าให้ได้ เขาต้องการการต่อสู้จริง

ตี้จิ่วก้มลงมองมีดผ่าตัดในมือ เขามั่นใจว่าดาบที่หนึ่งของเจ็ดดาบสกุลตี้ไม่ได้ร้ายกาจขนาดนี้ ถึงเมื่อก่อนเขาจะฝึกยุทธ์ไม่ได้แต่ก็ใช่ว่าจะตาบอด เขาเคยเห็นศิษย์ตระกูลตี้ฟันดาบที่หนึ่งมานักต่อนักแล้ว ไม่มีดาบไหนจะเทียบกับดาบของเขาเมื่อครู่ได้เลย นี่ขนาดเขาใช้มีดผ่าตัดนะ ถ้าเขาใช้ดาบยาวของจริงล่ะมันจะรุนแรงขนาดไหน?

ทั้งที่เขาฝึกตามเจ็ดดาบสกุลตี้และฝึกดาบที่หนึ่งสำเร็จ แต่ดาบที่เขาฟันออกไปนี้กลับเหนือล้ำกว่าดาบที่หนึ่งของเจ็ดดาบสกุลตี้ไปไกล

จากนั้นเขาก็นึกถึงอันตรายเมื่อครู่ หลังจากที่เขาฟันดาบออกไปเขาก็เข้าสู่ภวังค์แห่งการหยั่งรู้ ภาวะการหยั่งรู้แบบนี้ตี้จิ่วรู้จักดี เขาเคยได้ยินมานานแล้วว่าผู้ฝึกยุทธ์ที่สามารถเข้าสู่ภาวะการหยั่งรู้ได้ แต่ละคนล้วนเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับสุดยอดที่หาตัวจับยาก ทั่วทั้งแคว้นจี้นานๆทีถึงจะโผล่มาสักคน

เขาลงมือต่อสู้เป็นครั้งแรกก็เข้าสู่ภาวะการหยั่งรู้ซะแล้ว ถ้าตอนที่เขาเข้าสู่ภาวะนั้นชายชุดเทายังไม่ตายล่ะ ผลลัพธ์มันจะเป็นยังไง?

ตี้จิ่วพลิกร่างของชายชุดเทาให้หงายขึ้นมา ก็เป็นอย่างที่คิดไว้ กลางหว่างคิ้วของมันมีรอยเลือดอยู่หนึ่งรอย และเลือดยังคงไหลออกมาไม่หยุด

ตี้จิ่วรู้ว่านี่เป็นผลจากปราณดาบของเขา ลำพังแค่รอยเลือดรอยเดียวน่าจะยังไม่ถึงขั้นทำให้อีกฝ่ายตายได้ ถึงเมื่อก่อนตี้จิ่วจะฝึกยุทธ์ไม่ได้แต่เขาก็มีความรู้เรื่องเส้นลมปราณในร่างกายมนุษย์เป็นอย่างดี ประกอบกับเขาเป็นถึงปรมาจารย์แพทย์ เขามั่นใจว่าสาเหตุที่ชายชุดเทาคนนี้ตาย น่าจะเป็นเพราะเส้นลมปราณหลายจุดถูกปราณดาบของเขาทำลายจนแหลกละเอียด

ตี้จิ่วถอนหายใจแล้วลุกขึ้นยืน เขารู้ตัวว่ากำลังแกว่งเท้าหาเสี้ยนเข้าให้แล้ว คนที่มาไม่ใช่คนที่น้องชายต่างสายเลือดของเขาส่งมาฆ่า เขาเป็นแค่พนักงานทำความสะอาดแท้ๆ ดันบังเอิญไปช่วยคนเข้า แถมค่ารักษาสักแดงเดียวก็ยังไม่ได้ แล้วยังต้องมาเจอเรื่องซวยๆแบบนี้อีก

เขาชอบโรงหมอถานซิ่งตังแห่งนี้มาก กว่าจะหาที่นี่เจอก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เขายังตั้งใจว่าจะฝึกเจ็ดดาบสกุลตี้ให้เชี่ยวชาญพอสมควร ซ่อมยานอวกาศของเขาให้เสร็จ แล้วค่อยไปเดินเล่นที่ดาวนางฟ้าสักหน่อย

แต่ไม่ว่าจะยังไง เรื่องมันก็เกิดขึ้นแล้ว เขาก็ทำได้เพียงเผชิญหน้ากับมัน ตี้จิ่วห่อศพของชายชุดเทาแล้วหิ้วออกไปจากโรงหมอถานซิ่งตังอย่างรวดเร็ว

ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง ตี้จิ่วก็นำศพของชายชุดเทาไปฝังไว้ในกองขยะที่ไม่มีใครสัญจรไปมา

กว่าตี้จิ่วจะกลับมาถึงโรงหมอถานซิ่งตังและทำลายร่องรอยทั้งหมดจนหมดจด ก็เป็นเวลาเกือบสามทุ่มแล้ว ในตอนนั้นเองก็มีคนมาเคาะประตูอีกครั้ง

ตี้จิ่วเปิดประตูออกไป ภาพที่เห็นกลับเป็นโหยวหูลี่ที่ไปสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยลั่วเป่ย

"หมาจิ้งจอก ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?" ตี้จิ่วเอ่ยถามด้วยความสงสัย ก่อนจะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของโหยวหูลี่

ไม่เจอกันเพียงไม่กี่วัน ทั่วทั้งร่างของโหยวหูลี่ก็ดูเปลี่ยนไป ตี้จิ่วมาจากทวีปอารันต์ที่วัฒนธรรมการฝึกยุทธ์เฟื่องฟู มีหรือที่เขาจะดูไม่ออกว่าโหยวหูลี่เริ่มฝึกยุทธ์แล้ว

"อาจิ่ว ขอบใจนายมากนะ ฉันได้เข้าเรียนที่คณะวิทยายุทธ์ลั่วต้าแล้วก็เริ่มฝึกยุทธ์แล้วด้วย คราวนี้ฉันปลีกตัวมาเยี่ยมนาย ถ้ากลับไปลั่วต้าอีกครั้ง คงอีกนานเลยกว่าจะได้ออกมา" น้ำเสียงของโหยวหูลี่ยังคงตื่นเต้น แต่ในขณะเดียวกันแววตาของเขาก็แฝงไปด้วยความรู้สึกผิด

โควตาเข้าเรียนคณะวิทยายุทธ์ลั่วต้าอันนี้เดิมทีเป็นของตี้จิ่ว ตอนนี้เขามาแย่งโควตานี้ไป นั่นก็หมายความว่าตี้จิ่วจะไม่มีโอกาสได้เข้าเรียนที่คณะวิทยายุทธ์ลั่วต้าอีก ต่อให้ตี้จิ่วจะบอกเองว่าไม่อยากไปเรียนที่นี่ เขาก็ยังรู้สึกผิดต่อตี้จิ่วอยู่ดี

ตี้จิ่วมองความคิดของโหยวหูลี่ออก เขาตบไหล่เพื่อนเบาๆ "หมาจิ้งจอก รอให้นายได้ดิบได้ดีที่ดาวนางฟ้าเมื่อไหร่ ค่อยพาฉันไปเปิดหูเปิดตาที่นั่นก็แล้วกัน ตอนนี้นายรีบกลับไปหาแฟนนายเถอะ ฉันอยู่ที่นี่ก็สบายดี ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก"

"ฉันรู้แล้วล่ะ แต่ก่อนหน้านั้นฉันมีเรื่องลับสุดยอดจะบอกนาย สาเหตุที่มหาวิทยาลัยลั่วเป่ยได้รับอนุมัติจากพันธมิตรให้เปิดคณะวิทยายุทธ์ได้ ก็เพราะว่าอาจารย์จานเจ๋อเฉินของลั่วต้าบังเอิญไปเจอเคล็ดวิชาฝึกยุทธ์บนดาวนางฟ้าเข้า มีข่าวลือมาว่า ตอนนี้นักศึกษาคนหนึ่งของมหาวิทยาลัยเยียนจิงฝึกจนบรรลุระดับปฐพีขั้นสูงสุดแล้ว แถมยังมีโอกาสทะลวงเข้าสู่ระดับก่อกำเนิดด้วยนะ..."

"เดี๋ยวก่อน..." ตี้จิ่วพูดแทรกโหยวหูลี่พลางถามด้วยความไม่เข้าใจ "ระดับปฐพีขั้นสูงสุดมันคือระดับพลังอะไร? แล้วระดับก่อกำเนิดนี่มันหมายความว่ายังไง?"

ในทวีปอารันต์ ระดับผู้ฝึกยุทธ์คือขั้นแรกเริ่มของการฝึกยุทธ์ อย่างที่เขาเป็นอยู่ในตอนนี้ หลังจากระดับผู้ฝึกยุทธ์ก็จะเป็นระดับนักรบยุทธ์ จากนั้นก็ยอดฝีมือยุทธ์ ปรมาจารย์ยุทธ์...

ระดับราชันยุทธ์คือเป้าหมายสูงสุดที่ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วทั้งแคว้นจี้ใฝ่ฝันหา ทว่าคนที่สามารถบรรลุระดับนี้ได้กลับมีเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้น

โหยวหูลี่ลดเสียงลง "นี่แหละคือเรื่องที่ฉันกลับมาเพื่อจะบอกนาย เคล็ดวิชาการต่อสู้ที่อาจารย์จานเจ๋อเฉินค้นพบนั้น แบ่งออกเป็นระดับเหลือง ระดับดำ ระดับปฐพี และระดับนภา ได้ยินมาว่าถ้าก้าวข้ามระดับนภาไปได้ก็มีโอกาสทะลวงเข้าสู่ระดับก่อกำเนิด ถ้าพวกเราอยากจะไปดาวนางฟ้า ก็ต้องฝึกให้ถึงระดับเหลืองให้ได้ซะก่อน"

ตี้จิ่วขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำไมมันถึงต่างจากการฝึกยุทธ์ในทวีปอารันต์นักล่ะ? เขาไม่ได้เอ่ยปากถามโหยวหูลี่ว่าทำไมถึงต่างกัน เพราะถึงถามไป โหยวหูลี่ก็คงไม่รู้อยู่ดี

จบบทที่ บทที่ 18 ดาบที่หนึ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว