- หน้าแรก
- ยอดเซียนเทพทรู แอปพลิเคชันสวรรค์เปลี่ยนชีวิต
- บทที่ 75 ทำลายพระพุทธรูปโบราณ
บทที่ 75 ทำลายพระพุทธรูปโบราณ
บทที่ 75 ทำลายพระพุทธรูปโบราณ
บทที่ 75 ทำลายพระพุทธรูปโบราณ
ก่อนที่จะยืมกงล้อไฟมา จางเล่อได้ลองเอามาฝึกใช้ที่บ้านอยู่สองวันแล้ว เพราะของวิเศษระดับเทพแบบนี้ มันก็ต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยกันบ้าง ไม่อย่างนั้นคงบังคับไม่ได้ดั่งใจนึกหรอก
แต่ด้วยความที่เขามีพื้นฐานจากเคล็ดวิชาแปดเก้าเร้นลับ ทำให้เขาสามารถทรงตัวได้ดีเยี่ยม ประกอบกับมีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างนาจามาคอยสอนเทคนิคให้ด้วยตัวเอง เขาเลยเรียนรู้การบังคับกงล้อไฟได้อย่างรวดเร็ว
คราวนี้รถสองคันหน้าคงหนีไม่รอดแน่ๆ จางเล่อเหยียบกงล้อไฟเหาะตามไปติดๆ และพุ่งตามรถสองคันนั้นไปได้อย่างง่ายดาย แต่การแค่ไล่ตามทันมันยังไม่พอหรอก จางเล่อบังคับกงล้อไฟให้ไปหยุดอยู่บนหลังคารถคันแรกอย่างแผ่วเบา
นอกจากคนขับรถแล้ว ในรถคันนี้ยังมีคนคุ้มกันพระพุทธรูปนั่งมาด้วย แต่พวกเขากลับไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ามีคนแอบมาเกาะอยู่บนหลังคารถ
นั่นก็เป็นเพราะจางเล่อเคลื่อนไหวได้เงียบเชียบมากจนไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาเลย แถมคนขับรถก็กำลังเหยียบคันเร่งหนีอย่างสุดชีวิต สายตาก็มัวแต่มองกระจกหลังเพื่อดูว่ามีใครขับตามมาหรือเปล่า
ก็แหงล่ะ พวกนั้นคงคิดว่าถ้ามีคนสะกดรอยตามมา ก็ต้องขับรถตามมาอยู่แล้วสิ ใครจะไปคิดล่ะว่าจะมีคนเหาะเหินเดินอากาศมาเกาะอยู่บนหลังคารถแบบนี้!
จางเล่อเกาะหนึบอยู่บนหลังคารถอย่างมั่นคง เขารอจังหวะแล้วค่อยๆ ไต่ไปที่ประตูท้ายรถ แล้วล้วงกุญแจผีออกมาเสียบเข้าไปในรูกุญแจ
กุญแจผีดอกนี้สามารถสะเดาะกลอนได้ทุกชนิด และแม่กุญแจที่ล็อกประตูรถคันนี้ก็เป็นแค่แม่กุญแจนิรภัยธรรมดาๆ ที่ใช้กันทั่วไปในสมัยนี้
จางเล่อรู้สึกโล่งอกขึ้นมาทันที ถ้าเกิดมันเป็นแม่กุญแจแบบใส่รหัสล่ะก็ เขาคงต้องปวดหัวหาวิธีสะเดาะกลอนให้วุ่นวายแน่ๆ ไม่อย่างนั้นก็คงต้องใช้กำลังพังเข้าไปลูกเดียว
แต่ในเมื่อมันเป็นแค่แม่กุญแจธรรมดา แค่บิดกุญแจผีเบาๆ กริ๊กเดียว ประตูก็เปิดออกอย่างง่ายดาย
จางเล่อเปิดประตูท้ายรถ แล้วค่อยๆ คลานเข้าไปในตู้คอนเทนเนอร์อย่างเงียบเชียบ
กระบวนการทั้งหมดนี้ไม่มีใครในรถรู้ตัวเลยแม้แต่น้อย
และด้วยความที่รถคุ้มกันอีกห้าคันถูกจางเล่อสกัดไว้ด้วยกาวมหาอุดจนขยับไม่ได้ ทำให้ด้านหลังรถคันแรกว่างเปล่า ไม่มีรถคันไหนขับตามมาเลย จางเล่อก็เลยสามารถทำอะไรในรถบรรทุกคันนี้ได้ตามสบาย
อันที่จริง จางเล่อก็เคยคิดอยากจะขโมยพระพุทธรูปองค์นี้ไปเลยเหมือนกันนะ ถ้าถึงวันงานประมูลแล้วโรงประมูลเทียนหยาไม่มีพระพุทธรูปมาโชว์ พวกนั้นต้องหน้าแตกหมอรับเย็บแน่ๆ
แต่คิดไปคิดมา เขาก็ตัดสินใจไม่ทำแบบนั้น เพราะถ้าทำแบบนั้น โรงประมูลเทียนหยาก็จะรู้ทันทีว่าโดนโรงประมูลฮั่นไห่ลอบกัด
ถ้าพวกนั้นรู้ตัวและเตรียมการรับมือ แผนการขั้นต่อไปของจางเล่อก็คงจะยุ่งยากขึ้น เผลอๆ พวกนั้นอาจจะงัดแผนสำรองออกมาใช้ก็ได้
อย่างเช่น อาจจะประกาศยกเลิกงานประมูลกะทันหัน ซึ่งถึงแม้มันจะส่งผลกระทบอยู่บ้าง แต่มันก็คงไม่รุนแรงถึงขั้นทำให้ชื่อเสียงของโรงประมูลเทียนหยาป่นปี้หรอก
เพราะงั้น จางเล่อถึงได้เตรียมแผนการอื่นเอาไว้
จางเล่อล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเป้แล้วหยิบกล่องใบเล็กๆ ออกมา เขารู้สึกว่ากระเป๋าเป้ใบนี้มันชักจะเหมือนกระเป๋ามิติของโดราเอมอนเข้าไปทุกที มีของวิเศษให้หยิบใช้ได้สารพัดอย่าง แต่กระเป๋าใบนี้ก็ไม่ได้จุของได้ไม่จำกัดเหมือนของโดราเอมอนหรอกนะ มันจุของได้จำกัด แต่ของทุกชิ้นในกระเป๋าใบนี้ ล้วนเป็นไอเทมเด็ดที่จางเล่อคัดสรรมาเป็นอย่างดีแล้ว
ของวิเศษพวกนี้จะช่วยให้ภารกิจของจางเล่อสำเร็จลุล่วงไปได้อย่างสวยงาม
และกล่องใบนี้ ก็คืออาวุธลับที่จางเล่อเตรียมมาจัดการกับพระพุทธรูปโบราณองค์นี้โดยเฉพาะ
นี่เป็นครั้งแรกที่จางเล่อได้เห็นพระพุทธรูปองค์นี้ด้วยตาตัวเอง ของชิ้นนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
เขาลองลูบคลำดูเบาๆ สัมผัสได้เลยว่าพระพุทธรูปองค์นี้แกะสลักมาจากไม้จันทน์หอม ไม่น่าเชื่อเลยว่าบนโลกนี้จะมีไม้จันทน์หอมต้นใหญ่ขนาดนี้อยู่ด้วย น่าเสียดายที่พระพุทธรูปองค์นี้ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้
ที่บอกว่าน่าเสียดาย ก็เพราะสิ่งที่เขาตั้งใจจะทำต่อไปนี้ มันจะเป็นการทำลายพระพุทธรูปองค์นี้อย่างรุนแรง หรือพูดง่ายๆ ก็คือ พระพุทธรูปองค์นี้กำลังจะกลายเป็นของไร้ค่าในไม่ช้า
จางเล่อรู้สึกเสียดายของล้ำค่าชิ้นนี้จริงๆ แต่ก็ช่วยไม่ได้ เพื่อจะสั่งสอนโรงประมูลเทียนหยาให้หลาบจำ เขาจำเป็นต้องลงมือทำลายมัน ถ้าไม่ทำแบบนี้ ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นอาจจะมากมายมหาศาลกว่ามูลค่าของพระพุทธรูปองค์นี้ซะอีก
จางเล่อเปิดกล่องใบนั้นออก มันเป็นกล่องที่ประณีตงดงามมาก ดูเหมือนจะทำมาจากพลอยไพลิน แต่สิ่งที่ล้ำค่าที่สุด ไม่ใช่ตัวกล่องหรอก แต่เป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในต่างหาก
พอเปิดกล่องออก ก็เห็นแมลงตัวเล็กๆ หลายตัวกำลังคลานยั้วเยี้ยอยู่ข้างใน
นี่ไม่ใช่แมลงธรรมดาๆ นะ แต่มันคือแมลงที่สามารถกัดกินได้ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ ไม่เว้นแม้แต่ทองคำหรือเหล็กกล้า มันก็สามารถเคี้ยวกลืนลงท้องได้สบายๆ
มาถึงตรงนี้ ทุกคนคงจะเดาออกแล้วใช่ไหมว่า จางเล่อตั้งใจจะทำอะไรต่อไป
ใช่แล้ว จางเล่อตั้งใจจะปล่อยแมลงพวกนี้ไว้ใต้ฐานพระพุทธรูป เพื่อให้พวกมันค่อยๆ กัดกินเนื้อไม้จากข้างใน จนเหลือแต่เปลือกนอกที่กลวงโบ๋
เมื่อถึงเวลานั้น พระพุทธรูปองค์นี้ก็จะสูญเสียมูลค่าที่แท้จริงไปโดยสิ้นเชิง
จุดประสงค์ที่จางเล่อทำแบบนี้ ก็เพื่อให้โรงประมูลเทียนหยาตายใจ
เพราะตอนที่พระพุทธรูปองค์นี้ถูกส่งไปถึงโรงประมูลเทียนหยา รูปลักษณ์ภายนอกของมันจะยังคงดูปกติทุกอย่าง ไม่สามารถมองเห็นความผิดปกติอะไรได้เลย
แต่เมื่อถูกเก็บไว้ในโรงประมูลนานวันเข้า แมลงพวกนี้ก็จะค่อยๆ กัดกินเนื้อไม้จากข้างใน จนในที่สุดพระพุทธรูปก็จะกลายเป็นแค่เปลือกไม้กลวงๆ และความจริงก็จะถูกเปิดเผยในงานประมูล เมื่อมีคนมาตรวจสอบและพบความจริงเข้า ชื่อเสียงของโรงประมูลเทียนหยาก็ต้องป่นปี้ไม่มีชิ้นดีแน่ๆ
แผนการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อหลอกให้เริ่นเทียนหยาตายใจ กว่าเขาจะรู้ตัวว่ามีบางอย่างผิดปกติ มันก็สายเกินแก้ซะแล้ว
จางเล่อตั้งใจจะปิดประตูตีแมว ไม่ให้โรงประมูลเทียนหยาหาทางออกได้เลย
จางเล่อเปิดกล่อง ค่อยๆ เทแมลงตัวเล็กๆ พวกนั้นลงบนพื้นตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อให้พวกมันเริ่มแทะเนื้อไม้จากฐานของพระพุทธรูปขึ้นไป
จางเล่อมั่นใจว่าอีกไม่กี่วัน พระพุทธรูปไม้จันทน์หอมอันล้ำค่าองค์นี้จะต้องกลายเป็นเปลือกไม้กลวงๆ แน่นอน ถึงเวลานั้น มันก็คงไม่มีค่าอะไรอีกต่อไป
น่าเสียดายจริงๆ พระพุทธรูปที่งดงามและล้ำค่าขนาดนี้ ไม่รู้ว่าราคาค่างวดของมันจะสูงสักแค่ไหน เฮ้อ... ทำแบบนี้มันช่างเป็นการทำลายของมีค่าอย่างสูญเปล่าจริงๆ
จางเล่อคิดในใจว่า ทำเรื่องเลวทรามขนาดนี้ อนาคตเขาจะโดนสวรรค์ลงทัณฑ์ไหมเนี่ย จะโดนสาปแช่งให้มีลูกหลานพิการ หรือโดนเวรกรรมตามสนองอะไรบ้างไหมนะ
แต่เรื่องพวกนั้นมันยังเป็นเรื่องของอนาคตอันยาวไกล แถมที่เขาต้องทำแบบนี้ ก็เพราะเริ่นเทียนหยา เจ้าของโรงประมูลเทียนหยา เป็นฝ่ายเริ่มเล่นสกปรกโจมตีโรงประมูลฮั่นไห่ก่อน การกระทำของจางเล่อในครั้งนี้ ถ้าจะพูดให้ดูดีหน่อย ก็ถือเป็นการป้องกันตัวโดยชอบธรรมล่ะนะ ถึงแม้วิธีการมันจะดูรุนแรงไปสักนิดก็เถอะ
แต่การป้องกันตัวที่รุนแรง มันก็ยังถือเป็นการป้องกันตัวอยู่ดี ช่วยไม่ได้นะ เรื่องพวกนี้เป็นเพราะโรงประมูลเทียนหยารนหาที่เองทั้งนั้น จางเล่อคิดปลอบใจตัวเองให้รู้สึกสบายใจขึ้น
หลังจากปล่อยแมลงให้กัดกินพระพุทธรูปเสร็จสรรพ จางเล่อก็รีบออกจากรถบรรทุกคันนั้น สวมกงล้อไฟ ปิดประตูท้ายรถ แล้วเหาะหนีออกมาทันที
เขาแอบบินกลับไปดูรถห้าคันที่ถูกสกัดไว้ด้วยกาวมหาอุด ก็เห็นว่ามีรถพยาบาลและรถลากจอดอยู่เต็มไปหมด ดูเหมือนล้อรถพวกนั้นจะติดหนึบอยู่กับถนนจนแกะไม่ออก คงต้องใช้เครื่องตัดเหล็กมาตัดล้อรถทิ้งแล้วล่ะมั้งเนี่ย
ดูเหมือนว่ากาวมหาอุดขวดนี้จะมีอานุภาพร้ายกาจไร้เทียมทานจริงๆ แฮะ
จางเล่อเริ่มรู้สึกนับถือคนที่คิดค้นกาวมหาอุดนี่ขึ้นมาซะแล้วสิ สิ่งประดิษฐ์ที่สุดยอดขนาดนี้ ถ้าเอามาใช้ในโลกปัจจุบัน คงได้รับรางวัลโนเบลไปแล้วล่ะมั้งเนี่ย
แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าจะได้รางวัลสาขาไหน ฟิสิกส์ หรือว่า เคมี กันแน่?
จางเล่อคิดอะไรเพลินๆ พลางเดินกลับเข้าบ้าน พรุ่งนี้เขาต้องไปรายงานความคืบหน้าของเรื่องนี้ให้พวกผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฟัง
ในเมื่อจัดการเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็แค่รอเวลาดูว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง รอให้ถึงวันประมูล จะได้รู้กันไปเลยว่าเรื่องนี้จะทำให้โรงประมูลเทียนหยาถึงกับสิ้นเนื้อประดาตัวจนลุกไม่ขึ้นอีกเลยหรือเปล่า ทุกคนต่างก็เฝ้ารอดูจุดจบของพวกมันอย่างใจจดใจจ่อ
พอกลับมาถึงห้องพัก จางเล่อก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่หราบนเตียงทันที การทำภารกิจที่แสนอันตรายและตื่นเต้นแบบนี้ ทำเอาเขาเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจเลยทีเดียว
แต่ก่อนที่เขาจะหลับไป เขาต้องรีบเอากงล้อไฟไปคืนนาจาก่อน ขืนยืมของสำคัญแบบนี้มานานเกินไป นาจาคงเป็นห่วงแย่ แล้ววันหลังถ้าจะยืมอะไรอีก ก็คงจะยากแล้วล่ะ
อีกด้านหนึ่ง ขบวนรถขนส่งพระพุทธรูปของโรงประมูลเทียนหยา ก็ได้เดินทางมาถึงที่หมายอย่างปลอดภัย แม้ว่าจะเหลือรถแค่คันเดียวที่เดินทางมาถึง แต่ทุกคนในโรงประมูลเทียนหยาก็ต่างรู้สึกโล่งอก เพราะพระพุทธรูปองค์นี้ไม่ได้มีรอยขีดข่วนหรือได้รับความเสียหายใดๆ เลยแม้แต่น้อย
"เยี่ยมไปเลย! ดีจริงๆ!" เริ่นเทียนหยา เจ้าของโรงประมูลเทียนหยา นั่งเอนกายอย่างสบายอารมณ์บนโซฟาหนังแท้ พลางสูบซิการ์อย่างมีความสุข มุมปากของเขาเผยรอยยิ้มพึงพอใจ
"ไม่คิดเลยว่าโรงประมูลฮั่นไห่จะใช้วิธีลอบกัดมาโจมตีขบวนรถขนส่งของเราแบบนี้ ทุกอย่างเป็นไปตามที่ฉันคาดการณ์ไว้ไม่มีผิดเพี้ยนเลย" เริ่นเทียนหยานั่งพิงพนักเก้าอี้พลางพูดด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ
"เจ้านายช่างมีวิสัยทัศน์กว้างไกลจริงๆ ครับ ถึงแม้คราวนี้โรงประมูลฮั่นไห่จะเล่นงานรถของเราไปถึงห้าคัน แต่โชคดีที่พระพุทธรูปของเราถูกส่งมาถึงโรงประมูลเทียนหยาได้อย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนเลยครับ" ผู้ช่วยของเริ่นเทียนหยาที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบพูดประจบสอพลอทันที
พอรถขนส่งเดินทางมาถึงบริษัท พวกเขาก็รีบตรวจสอบสภาพของพระพุทธรูปทันที แล้วก็พบว่ามันไม่ได้มีร่องรอยความเสียหายอะไรเลย
ซึ่งนี่ก็คือสาเหตุที่ทำให้เริ่นเทียนหยาอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เพราะพระพุทธรูปองค์นี้เป็นตัวตัดสินชะตากรรมความอยู่รอดของโรงประมูลเทียนหยาเลยทีเดียว ถ้าพระพุทธรูปปลอดภัย งานประมูลก็จะสามารถจัดขึ้นได้ตามกำหนดการ ถึงตอนนั้นชื่อเสียงของโรงประมูลเทียนหยาก็จะยิ่งโด่งดังและมีอำนาจต่อรองกับโรงประมูลฮั่นไห่ได้สูสีมากขึ้น
ดังนั้น การที่รอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้มาได้ จึงทำให้เริ่นเทียนหยารู้สึกโล่งใจและดีใจมาก ถึงแม้ระหว่างทางพวกเขาจะถูกผู้ไม่หวังดีลอบโจมตี ซึ่งพวกเขาก็รู้ดีว่าผู้ไม่หวังดีที่ว่านั้นคือคนของโรงประมูลฮั่นไห่ แต่เพราะไม่มีหลักฐานมัดตัว ก็เลยทำได้แค่เรียกพวกนั้นว่า 'ผู้ไม่หวังดี' ไปก่อน
แต่ในเมื่อของประมูลชิ้นสำคัญไม่ได้เสียหายอะไร นี่ก็ถือเป็นโชคดีในความโชคร้าย และเป็นเหตุผลที่ทำให้เริ่นเทียนหยาอารมณ์ดีขนาดนี้
ก่อนหน้านี้ แผนการทั้งหมดที่เริ่นเทียนหยาวางไว้เพื่อเล่นงานโรงประมูลฮั่นไห่กลับล้มเหลวไม่เป็นท่า ทำให้เขารู้สึกหัวเสียเป็นอย่างมาก เขาจึงตัดสินใจจัดงานประมูลครั้งนี้ขึ้นมาเพื่อแก้แค้น และแล้วก็เป็นอย่างที่คิด โรงประมูลฮั่นไห่ก็ส่งคนมาลอบกัดพวกเขาจริงๆ แต่โชคดีที่พวกมันทำไม่สำเร็จ
เริ่นเทียนหยาตั้งใจไว้แล้วว่า หลังจากจบงานประมูลครั้งนี้ เขาจะต้องหาโอกาสสั่งสอนโรงประมูลฮั่นไห่ให้หลาบจำ ไม่อย่างนั้นเขาคงจะอึดอัดใจจนตายแน่ๆ
ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้ แต่มันยอมกันไม่ได้! ในเมื่อโรงประมูลเทียนหยาเป็นฝ่ายเริ่มหาเรื่องก่อน และโรงประมูลฮั่นไห่ก็ตอบโต้กลับมาแล้ว เริ่นเทียนหยาก็จะไม่มีทางยอมอ่อนข้อให้อย่างแน่นอน
สถานการณ์ตอนนี้ก็เหมือนกับการลั่นกลองรบอย่างเป็นทางการ ทั้งสองฝ่ายต่างก็ต้องงัดกลยุทธ์และเล่ห์เหลี่ยมต่างๆ ออกมาใช้ เพื่อดูว่าสุดท้ายแล้วใครจะเป็นผู้ชนะ
เริ่นเทียนหยาเอนตัวพิงโซฟาหนังแท้ อัดควันซิการ์เข้าปอดลึกๆ แล้วจมดิ่งลงสู่ห้วงความคิดอีกครั้ง