เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 70 พิชิตใจหญิงงาม

บทที่ 70 พิชิตใจหญิงงาม

บทที่ 70 พิชิตใจหญิงงาม


บทที่ 70 พิชิตใจหญิงงาม

พอได้ยินเสียงขงเมิ่งหานร้องตกใจ จางเล่อก็รีบถามด้วยความเป็นห่วง

"เธอไม่เป็นไรใช่ไหม เจ็บตรงไหนหรือเปล่า"

"ฉันแค่เจ็บนิดหน่อยที่ก้นน่ะ"

ขงเมิ่งหานเพิ่งสังเกตเห็นว่าแขนของจางเล่อมีเลือดไหลอาบ

"แขนของนายเลือดออกเยอะขนาดนี้ ทำไมไม่บอกฉันล่ะ ไม่เจ็บหรือไง"

"อ้อ สงสัยไปกระแทกโดนมุมโต๊ะตอนที่ล้มเมื่อกี้น่ะ ไม่เป็นไรหรอก แผลแค่นี้เอง"

"ไม่เป็นไรได้ยังไงล่ะ นายบ้าไปแล้วหรือไง ถึงได้กระแทกโต๊ะซะเลือดอาบขนาดนี้ แผลลึกขนาดนี้ยังจะบอกว่าไม่เป็นไรอีก รีบมานั่งนี่เร็วเข้า เดี๋ยวฉันจะทำแผลให้"

ถึงแม้ปากจะต่อว่าเขาว่าบ้า แต่ลึกๆ ในใจขงเมิ่งหานกลับรู้สึกอบอุ่นและดีใจอย่างบอกไม่ถูก ความดีใจของเธอไม่ได้เกิดจากการที่จางเล่อได้รับบาดเจ็บหรอกนะ แต่เกิดจากการที่เขายอมเจ็บตัวเพื่อปกป้องเธอต่างหากล่ะ

ความรู้สึกที่ว่ามีคนยอมเสียสละเพื่อปกป้องตัวเอง มันทำให้ขงเมิ่งหานลืมเลือนความหวาดกลัวและอันตรายที่เพิ่งเผชิญหน้ามาเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น ตอนนี้เธอไม่สนใจด้วยซ้ำว่าผู้หญิงคนเมื่อกี้เป็นใคร

ความอันตรายที่เพิ่งเกิดขึ้นถูกลบล้างไปจนหมดเกลี้ยง ทั้งๆ ที่เมื่อกี้ชีวิตของเธอยังแขวนอยู่บนเส้นด้ายในเงื้อมมือของคนอื่นแท้ๆ

แต่ตอนนี้ในหัวของเธอมีแต่ภาพของจางเล่อที่ได้รับบาดเจ็บ ในใจเธอคิดเพียงว่า เขาต้องเจ็บตัวก็เพราะเอาตัวเองเข้ามาปกป้องเธอ

ความรู้สึกแบบเดียวกับฉาก 'พระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยนางเอก' ที่เธอเคยเฝ้าฝันถึง มันก็คงจะเป็นความรู้สึกแบบนี้สินะ ขงเมิ่งหานคิดในใจพลางเผยรอยยิ้มหวานที่มีเสน่ห์ออกมา

รอยยิ้มนั้นยังคงประดับอยู่บนใบหน้าของเธอ แม้ในขณะที่เธอกำลังทำแผลให้เขา

"เป็นอะไรไปเนี่ย พันแผลไปยิ้มไป หรือว่าเห็นฉันเจ็บตัวแล้วมันน่าตลกนักหรือไง"

จางเล่อแกล้งพูดหยอกล้อ

"คนบ้า! ฉันไม่ใช่คนแบบนั้นซะหน่อย ฉันจะไปหัวเราะเยาะนายที่บาดเจ็บได้ยังไงเล่า"

ขงเมิ่งหานเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอายพลางตอบกลับ

อันที่จริงขงเมิ่งหานก็รู้สึกเขินอายนั่นแหละ เธอจะกล้าพูดออกไปตรงๆ ได้ยังไงล่ะว่า 'ที่ฉันยิ้มก็เพราะนายช่วยชีวิตฉันไว้ ฉันดีใจมากๆ เลย'

ตอนนี้ท่าทีของขงเมิ่งหานดูหวั่นไหวและสับสนไม่เบาเลยล่ะ

"อ้าว แล้วทำไมหน้าแดงแบบนั้นล่ะ"

จางเล่อยังคงหยอกล้อขงเมิ่งหานต่อไป

ที่จริงตอนแรกจางเล่อก็แค่ถามไปงั้นแหละว่าเธอยิ้มทำไม แต่ตอนที่ขงเมิ่งหานตอบคำถาม เขาบังเอิญสังเกตเห็นว่าหน้าของเธอแดงระเรื่อขึ้นมา

ท่าทางเขินอายหน้าแดงของขงเมิ่งหาน ทำให้จางเล่อรู้สึกแปลกใจสุดๆ

"หรือว่าเธอจะตกหลุมรักฉันเข้าให้แล้วล่ะเนี่ย แค่ฉันช่วยชีวิตเธอครั้งเดียว ก็ถึงกับใจอ่อนเลยเหรอฮะ"

"ใครจะไปชอบนายยะ! หลงตัวเองเกินไปแล้ว"

ขงเมิ่งหานทุบจางเล่อเบาๆ ไปหนึ่งที พอดีกับที่ทำแผลเสร็จพอดี เธอจึงรีบลุกหนีไปยืนอีกฝั่งหนึ่ง

"เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว ฉันก็แค่ตั้งใจจะทำแผลให้นายเฉยๆ ว่าแต่... ผู้หญิงคนเมื่อกี้เป็นใครกันน่ะ"

เพิ่งจะนึกขึ้นได้ก็ตอนนี้นี่แหละว่าผู้หญิงคนเมื่อกี้เป็นใคร นึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ มันช่างอันตรายจริงๆ

อันตรายแบบสุดๆ เลยล่ะ ถ้าไม่ได้จางเล่อมาช่วยไว้ ป่านนี้ขงเมิ่งหานคงกลายเป็นศพไปแล้ว ก่อนหน้านี้มัวแต่เป็นห่วงแผลของจางเล่อจนลืมเรื่องอื่นไปซะสนิท พอจางเล่อพูดจาหยอกล้อจนเธอทำตัวไม่ถูก เธอเลยต้องรีบเปลี่ยนเรื่องคุยด้วยการถามถึงผู้หญิงคนนั้น

"ผู้หญิงคนนั้นคือนักฆ่าที่โรงประมูลเทียนหยาจ้างมาเก็บฉันน่ะ"

จางเล่อตอบขงเมิ่งหานไปตามตรง ความจริงเรื่องพวกนี้เขาไม่ควรบอกเธอหรอก แต่ถ้าไม่บอก เกิดวันข้างหน้าเธอต้องเจอสถานการณ์แบบนี้อีก เธอจะได้ระวังตัวทัน ดีกว่าปล่อยให้เธอไม่รู้เรื่องอะไรเลย ซึ่งแบบนั้นมันอันตรายกว่ามาก

บอกให้รู้ไว้ล่วงหน้า เผื่อวันหน้าเจอเหตุการณ์แบบนี้อีก จะได้ไหวตัวทันและเตรียมรับมือได้ ไม่เหมือนครั้งนี้ที่โดนจู่โจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว

"โรงประมูลเทียนหยา? แล้วโรงประมูลเทียนหยาจะมาเล่นงานพวกเราทำไมล่ะ นายไปมีความแค้นอะไรกับพวกเขางั้นเหรอ"

ขงเมิ่งหานถามจางเล่อด้วยความสงสัย เพราะเธอยังไม่รู้ถึงความขัดแย้งระหว่างโรงประมูลฮั่นไห่กับโรงประมูลเทียนหยา

"ฉันไม่ได้มีความแค้นส่วนตัวกับโรงประมูลเทียนหยาหรอกนะ และเป้าหมายจริงๆ ของพวกเขาก็ไม่ใช่ฉันด้วย แต่เป็นโรงประมูลฮั่นไห่ต่างหาก ที่พวกมันพุ่งเป้ามาที่ฉัน คงเพราะเห็นว่าฉันเป็นแค่พนักงานธรรมดาๆ ที่จัดการง่ายล่ะมั้ง ส่วนที่พวกมันหันมาเล่นงานเธอก็คงเพราะเห็นว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้เหมือนกัน"

จางเล่ออธิบายให้ขงเมิ่งหานฟัง เรื่องที่น่าจะเครียดแท้ๆ แต่พอถูกเขาพูดออกมาแบบนี้ กลับฟังดูเหมือนเป็นเรื่องตลกไปซะงั้น

"นี่นายจริงจังหน่อยได้ไหม ผู้หญิงคนนั้นกะจะมาเอาชีวิตเราเลยนะ เรื่องคอขาดบาดตายขนาดนี้ ทำไมฉันถึงไม่เคยระแคะระคายมาก่อนเลยล่ะ"

"ก็เรื่องนี้มันเพิ่งจะแดงขึ้นมานี่นา ฉันก็ไม่คิดเหมือนกันว่าพวกมันจะเล่นสกปรกถึงขั้นลากคนไม่รู้อีโหน่อีเหน่เข้ามาเกี่ยวด้วย ดูท่าทางพวกโรงประมูลเทียนหยาจะเหิมเกริมเกินไปแล้ว เราคงต้องระวังตัวให้มากขึ้น ไม่อย่างนั้นสักวันคงได้ตกเป็นเหยื่อพวกมันแน่ๆ"

จางเล่อพูดกับขงเมิ่งหานด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"จริงด้วยสิ พี่ซ่งก็ไม่เคยปริปากเล่าเรื่องนี้ให้ฉันฟังเลย สรุปว่าฉันนี่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขาเลยสินะเนี่ย"

คำพูดของขงเมิ่งหานทำเอาจางเล่อรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที

ดูเหมือนว่าขงเมิ่งหานจะไม่รู้เรื่องอะไรเลยจริงๆ เธอคือผู้บริสุทธิ์อย่างแท้จริง

การที่นักฆ่าจากโรงประมูลเทียนหยาบุกมาหาเธอถึงที่บ้าน สาเหตุหลักๆ ก็มาจากจางเล่อล้วนๆ

พอคิดได้แบบนี้ จางเล่อก็รู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก

ถึงแม้เขาจะเป็นคนช่วยชีวิตขงเมิ่งหานไว้ แต่ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดนี้ก็มาจากตัวเขาเอง

ถ้าเกิดเขามาช่วยขงเมิ่งหานไม่ทัน แล้วปล่อยให้เธอได้รับบาดเจ็บหรือเป็นอะไรไป เขาคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตแน่ๆ

ดูเหมือนว่าพวกเขาต้องรีบแจ้งให้ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเตรียมพร้อมรับมือให้เร็วที่สุด ขืนชักช้าต่อไป พวกเขาอาจจะตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำได้

การกระทำของโรงประมูลเทียนหยาในครั้งนี้มันล้ำเส้นเกินไปแล้ว การใช้วิธีสกปรกแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันสร้างความเสียหายให้โรงประมูลฮั่นไห่อย่างประเมินค่าไม่ได้เลยทีเดียว

ความจริงจางเล่อก็อยากจะใช้กฎหมายจัดการเรื่องนี้ แต่ติดตรงที่เขายังไม่มีหลักฐานมัดตัวพวกมัน เขาก็เลยทำอะไรไม่ได้

"คราวหน้าถ้าจะเข้าไปช่วยใคร ก็หัดห่วงความปลอดภัยของตัวเองบ้างนะ อย่ามุทะลุทำอะไรบุ่มบ่ามแบบนี้อีก เข้าใจไหม"

ระหว่างที่จางเล่อกำลังใช้ความคิดหาวิธีรับมือกับโรงประมูลเทียนหยา จู่ๆ ขงเมิ่งหานก็เอ่ยปากขึ้นมาแบบนั้น

"เข้าใจแล้วครับผม" จางเล่อตอบรับขงเมิ่งหานส่งๆ ไป

"นี่นายรับปากฉันแบบขอไปทีนี่นา เรื่องนี้มันเกี่ยวพันถึงชีวิตของนายเลยนะ ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก นายต้องระวังตัวให้มากๆ นะ เข้าใจไหม แล้วนี่แขนยังเจ็บอยู่หรือเปล่า หิวไหม เดี๋ยวฉันทำอะไรให้กินเอาไหม คืนนี้ก็ไม่ต้องกลับไปแล้วนะ นอนที่โซฟาบ้านฉันนี่แหละ"

จางเล่อรู้สึกว่าท่าทีของขงเมิ่งหานที่มีต่อเขามันเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ปกติเธอจะชอบพูดจาประชดประชันและทำตัวห่างเหินกับเขา แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว

"วันนี้ทำไมถึงใจดีกับฉันนักล่ะ ปกติเห็นชอบทำท่ารังเกียจฉันตลอดเลยนี่นา"

"ฉันไปทำท่ารังเกียจนายตอนไหนฮะ ปกติฉันก็ดีกับนายแบบนี้ตลอดแหละ เราเป็นเพื่อนกันนะ ทำไมนายถึงชอบหาว่าฉันทำตัวไม่ดีกับนายล่ะ"

"แล้วทำไมจู่ๆ ถึงชวนให้ฉันนอนค้างที่บ้านเธออีกล่ะ หรือว่า... แอบคิดมิดีมิร้ายอะไรกับฉันหรือเปล่าจ๊ะ"

จางเล่อส่งยิ้มทะเล้นให้ขงเมิ่งหานพลางพูดแซว

คำพูดของเขาทำเอาขงเมิ่งหานเขินจนหน้าแดงอีกครั้ง

"อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลย ก็ที่ฉันให้นายนอนค้าง ก็เพราะนายพังประตูบ้านฉันจนพังยับเยินไง คืนนี้นายก็เลยต้องรับผิดชอบนอนเฝ้าประตูให้ฉัน"

"เหตุผลฟังไม่ขึ้นเลยนะ อ้อ แล้วคืนนี้แขนฉันเจ็บด้วย ถ้านอนค้างที่นี่ เธอคงไม่บังคับให้ฉันอาบน้ำอีกหรอกใช่ไหม"

จางเล่อเคยนอนค้างที่โซฟาบ้านขงเมิ่งหานมาสองคืนแล้ว และทุกครั้งขงเมิ่งหานก็มักจะบังคับให้เขาอาบน้ำก่อนนอนเสมอ

แต่วันนี้แขนเขาบาดเจ็บ ขืนต้องอาบน้ำคงทุลักทุเลน่าดู เขาเลยแกล้งลองหยั่งเชิงถามดู

"งั้นคืนนี้นายก็ไม่ต้องอาบน้ำหรอก แขนเจ็บแบบนี้คงไม่สะดวกเท่าไหร่"

จางเล่อไม่คิดเลยว่าขงเมิ่งหานจะยอมตกลงง่ายดายขนาดนี้ ถึงแขนเขาจะเจ็บจริงๆ ก็เถอะ แต่การที่ขงเมิ่งหานยอมโอนอ่อนผ่อนตามง่ายๆ แบบนี้ มันก็เหนือความคาดหมายของเขาอยู่เหมือนกัน

"ไม่รังเกียจว่าฉันสกปรกแล้วเหรอ ปกติเห็นบังคับให้ฉันอาบน้ำตลอดเลย ทำไมคราวนี้ถึงยอมง่ายๆ ล่ะ"

"ก็เพราะนายบาดเจ็บไงล่ะ เลิกพูดมากแล้วก็นอนไปซะ"

พูดจบขงเมิ่งหานก็เดินกลับเข้าไปในห้องนอน เพื่อเตรียมตัวอาบน้ำ จางเล่อคิดในใจว่า นี่เป็นคืนที่สามแล้วที่เขาได้มานอนค้างบนโซฟาบ้านขงเมิ่งหาน สองคืนแรกเขาตั้งใจจะแกล้งหลับเพื่อแอบดูว่าเธอจะทำอะไรหลังจากอาบน้ำเสร็จ แต่ก็ดันเผลอหลับไปก่อนทุกที

คืนนี้เขาต้องพยายามถ่างตาตื่นให้ได้ จะได้แอบดูให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยว่าขงเมิ่งหานจะทำอะไรหลังจากอาบน้ำเสร็จ

แต่คิดได้ไม่ทันไร ผ่านไปไม่ถึงนาที จางเล่อก็ดำดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างรวดเร็ว

แม้แต่ในความฝัน จางเล่อก็ยังรู้สึกแปลกใจตัวเอง ทำไมการจะถ่างตาแอบดูขงเมิ่งหานอาบน้ำมันถึงได้ยากเย็นขนาดนี้นะ

ทำไมเขามักจะหลับสนิทอย่างรวดเร็วทุกครั้งที่ล้มตัวลงนอนบนโซฟาบ้านเธอ ความจริงแล้ว จางเล่อแค่คิดมากไปเองต่างหาก ไม่ใช่แค่โซฟาบ้านขงเมิ่งหานหรอกนะที่ไม่ว่าจะนอนที่ไหนเขาก็หลับเป็นตายได้เหมือนกัน

เพียงแต่ทุกครั้งที่เขานอนบนโซฟาบ้านขงเมิ่งหาน เขาตั้งใจจะแอบดูเธออาบน้ำ ก็เลยรู้สึกว่าตัวเองหลับเร็วผิดปกติ

อาจจะเรียกได้ว่ามันเป็นแค่ความรู้สึกไปเองก็ได้

ก็แหม... จางเล่อเป็นคนรักการนอนเป็นชีวิตจิตใจ แถมยังมีพรสวรรค์เรื่องการหลับลึกอีกต่างหาก

เมื่อก่อนตอนที่ยังไม่ได้ทำงาน หรือยังไม่ได้มีเรื่องวุ่นวายให้ปวดหัวแบบนี้ วันหยุดสุดสัปดาห์ทีไร จางเล่อมักจะนอนตื่นสายตะวันโด่งเสมอ แถมเขายังชอบขลุกตัวอยู่แต่ในบ้านเพื่อเอาเวลานอนพักผ่อน ไม่ยอมออกไปไหนเลยด้วยซ้ำ

แต่ช่วงนี้บริษัทมีแต่ปัญหาถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน เวลานอนของเขาก็เลยลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ จนร่างกายอ่อนล้าและง่วงนอนมากกว่าปกติ พอหัวถึงหมอนปุ๊บก็เลยหลับเป็นตายปั๊บไงล่ะ

หลังจากขงเมิ่งหานหยิบเสื้อผ้าเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำเสร็จสรรพ พอเดินออกมา เธอก็พบว่าจางเล่อหลับปุ๋ยไปเรียบร้อยแล้ว แถมยังกรนเสียงดังลั่นอีกต่างหาก

เธอแอบคิดในใจว่า ผู้ชายคนนี้อุตส่าห์ยอมเสี่ยงตายรีบวิ่งจากบ้านมาช่วยเธอ แถมยังได้รับบาดเจ็บที่แขนแต่ก็ไม่ได้ปริปากบ่นสักคำ ผู้ชายแบบนี้ก็น่ารักดีเหมือนกันนะเนี่ย

แถมเขายังทำอาหารเก่ง แล้วก็ยังยอมสวมรอยเป็นแฟนกำมะลอเพื่อช่วยเธออีก เธอเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังตกหลุมรักผู้ชายคนนี้เข้าให้แล้วสิ

บางทีเธออาจจะอยากสารภาพความรู้สึกในใจให้เขารู้ แต่เธอก็ยังไม่กล้าพอ เพราะตอนนี้พวกเขาสองคนก็สนิทกันมากในฐานะเพื่อน

ขืนสารภาพรักไป แล้วเกิดเขาไม่ได้คิดแบบเดียวกัน เธออาจจะเสียเพื่อนดีๆ แบบเขาไปเลยก็ได้ แถมยังอาจจะแห้วไม่ได้เขาเป็นแฟนด้วย แค่คิดเธอก็รู้สึกลังเลและตัดสินใจไม่ถูกแล้ว คนเราก็มักจะเป็นแบบนี้แหละ มักจะพอใจในสิ่งที่มีอยู่ และไม่กล้าที่จะเสี่ยงทำอะไรใหม่ๆ

ใครจะไปรู้ สักวันหนึ่งเธออาจจะกล้าสารภาพรักกับเขาก็ได้นะ แต่ถ้าวันนั้นมาถึง เขาอาจจะมีคนที่ชอบไปแล้ว และอาจจะไม่ได้ชอบเธอก็ได้

อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน เราควรจะทะนุถนอมสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบันให้ดีที่สุด ถ้าชอบใครก็ควรจะบอกให้เขารู้ ไม่อย่างนั้นถ้าอีกฝ่ายไม่เคยรับรู้ความรู้สึกของเราเลย มันก็คงเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดใจน่าดู

ขงเมิ่งหานได้แต่คิดว้าวุ่นอยู่ในใจ เธอไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกนี้ยังไงดี ได้แต่เดินกลับเข้าห้องนอนไปอย่างเงียบๆ และในคืนนั้นเธอก็หลับสนิทแถมยังฝันดีอีกด้วย

จบบทที่ บทที่ 70 พิชิตใจหญิงงาม

คัดลอกลิงก์แล้ว