- หน้าแรก
- ส่งด่วนข้ามเวลา เป็นเศรษฐีด้วยของต่างยุค
- บทที่ 641 สวมบทจอมยุทธ์หญิงสักครั้ง
บทที่ 641 สวมบทจอมยุทธ์หญิงสักครั้ง
บทที่ 641 สวมบทจอมยุทธ์หญิงสักครั้ง
อาจจะเป็นเพราะตอนเที่ยง แถมสถานที่อย่างสถานีตำรวจก็มักจะทำให้คนรู้สึกเกรงขามจนไม่อยากเฉียดใกล้ สรุปคือหน้าสถานีตำรวจประตูเฉียนเหมินตอนนี้เงียบสงัดไร้ผู้คน
ลู่ชิงย่องเข้าไปใกล้ประตูสถานีตำรวจอย่างระมัดระวัง เงยหน้ามองเหนือประตูและตามซอกมุมกำแพงด้วยความเคยชิน
ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ายุคนี้ยังไม่มีกล้องวงจรปิด! ความกล้าของเธอก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
ประตูเหล็กบานใหญ่ของสถานีตำรวจเปิดกว้างอยู่ มองทะลุเข้าไปเห็นเงาคนเดินไปมาอยู่ในห้องทำงานลางๆ แต่ลานด้านหน้ากลับว่างเปล่าไม่มีใครเลย
ลู่ชิงหันซ้ายหันขวาอีกรอบ เมื่อแน่ใจว่าปลอดคน เธอก็รีบเอาตัว 'หมาบ้า' กับพรรคพวกรวม 4 คน ออกมาจากถุงเฉียนคุนทันที
ร่างทั้งสี่กองสุมกันเป็นเหมืองกองขยะเปียกอยู่หน้าประตูสถานีตำรวจ บนหน้าผากของแต่ละคนถูกแปะกระดาษประจานไว้หรา
เสียงลมหายใจรวยรินยืนยันว่าทั้งสี่ยังมีชีวิตอยู่ ลู่ชิงกลัวคนจะมาเห็น พอทิ้งคนเสร็จ เธอก็สับตีนแตกเผ่นแน่บทันที
เธอวิ่งไปหลบมุมตึกที่ไม่ไกลนัก สายตาจับจ้องไปที่ประตูสถานีตำรวจเขม็ง เธอต้องมั่นใจว่าไอ้พวกสวะนี่โดนตำรวจรวบตัวไปจริงๆ ถึงจะวางใจ
รออยู่สิบนาที ก็มีคุณป้าคนหนึ่งเดินผ่านมาหน้าสถานีตำรวจ
พอเห็นร่างคนนอนกองอยู่บนพื้น คุณป้าก็ตกใจ รีบชะโงกหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ
อาจจะเป็นเพราะสภาพอันน่าสมเพชของพวกมัน หรือไม่ก็ข้อความบนกระดาษที่แปะประจานอยู่บนหน้าผาก ลู่ชิงก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของคุณป้าดังลั่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น โกรธแค้น และหวาดกลัวปะปนกัน
"ช่วยด้วย! จับผู้ร้ายเร็ว! มีผู้ร้ายอยู่ตรงนี้!"
ดูจากหน้าตา คุณป้าน่าจะอายุเยอะแล้ว แต่พลังปอดเหลือเฟือ เสียงแหลมปรี๊ดทะลุทะลวงสุดๆ
ไม่ถึงนาที ตำรวจในเครื่องแบบหลายนายก็วิ่งกรูออกมาจากสถานีตำรวจ
ส่วนชาวบ้านละแวกนั้นที่ได้ยินเสียงเอะอะ ก็พากันวิ่งกรูกันเข้ามาดูเหตุการณ์
พวกตำรวจรีบเข้าไปตรวจดูสภาพของหมาบ้า และพรรคพวก ตำรวจตาไวคนหนึ่งสังเกตเห็นกระดาษที่แปะอยู่บนหน้าผากของพวกมัน สีหน้าของเขาก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที
คุณป้ายืนยืดอกคุยโวอยู่ข้างๆ "ฉันเป็นคนเจอไอ้พวกนี้เองแหละจ้ะ ตอนแรกก็นึกว่าพวกขี้เมา แต่พออ่านป้ายบนหน้าผาก ถึงได้รู้ว่าเป็นพวกโจรชั่ว!"
ชาวบ้านที่มุงดูเริ่มซุบซิบนินทากันเซ็งแซ่
"ไอ้พวกนี้ใครกันเนี่ย? ทำไมมานอนแอ้งแม้งอยู่หน้าโรงพักล่ะ?"
"ฉันว่าไปมีเรื่องกับคู่อริมาแหงๆ ดูสิ โดนซ้อมซะน่วมเลย"
"จริงด้วย โดนอัดจนสลบเหมือดไปเลย ป่านนี้ยังไม่ฟื้นเลยเนี่ย"
"ชู่ว... เงียบก่อน รอดูว่าตำรวจจะว่ายังไง"
พวกตำรวจก็สังเกตเห็นความผิดปกติ ตำรวจหนุ่มคนหนึ่งตบหน้าหมาบ้าเบาๆ เพื่อเรียกสติ แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเลย
คุณป้ารีบเสนอตัว "คุณตำรวจจ๊ะ ตบหน้าไม่ฟื้นหรอก ต้องหยิกตรงร่องจมูกสิ!"
พูดพลาง คุณป้าก็ย่อตัวลง เอานิ้วกลางหยิกจิกตรงร่องจมูกของหมาบ้าอย่างแรง
ตำรวจคนอื่นๆ ก็ทำตาม ลองหยิกร่องจมูกของอีกสามคนที่เหลือดูบ้าง
ลู่ชิงเขยิบตัวเข้ามาเนียนๆ อยู่ขอบนอกของวงล้อม เขย่งปลายเท้ามองดูเหตุการณ์ อดขำไม่ได้
คุณป้าคนนี้ช่างเป็นพลเมืองดีที่กระตือรือร้นจริงๆ กล้าสั่งการตำรวจซะด้วย
เธอคิดว่าเรื่องน่าจะเรียบร้อยแล้ว เลยเตรียมตัวจะค่อยๆ ปลีกตัวเดินหนีไป
แต่จังหวะที่กำลังจะหันหลังกลับ ก็ได้ยินเสียงคนในวงล้อมตะโกนขึ้นมา "เฮ้ย! ไอ้พวกนี้มันแก๊งอันธพาลตัวเอ้แถวๆ นี้นี่หว่า! ไอ้ตัวนั้นน่าจะชื่อ หมาบ้า มันชอบรีดไถชาวบ้านประจำเลย วันนี้ไปทำอีท่าไหนถึงสภาพดูไม่จืดแบบนี้เนี่ย?"
อีกคนรีบผสมโรง "นายพูดแบบนี้ฉันก็เริ่มคุ้นหน้ามันแล้วล่ะ ใช่พวกมันจริงๆ ด้วย ปกติเห็นกร่างอยู่แถวตงจื่อเหมิน ใครไปสั่งสอนพวกมันจนสภาพเป็นหมาหงอยแบบนี้ได้เนี่ย สะใจชะมัด!"
"นายไม่อ่านป้ายบนหน้าผากพวกมันเหรอ? ข่มขืนเอย ปล้นทรัพย์เอย ไม่รู้ก่อคดีมาเยอะขนาดไหน เผลอๆ อาจจะไปกระตุกหนวดเสือ ไปเจอจอมยุทธ์เข้าให้แล้วมั้ง"
"นายดูหนังกำลังภายในเยอะไปป่าวเนี่ย จอมยุทธ์ที่ไหนจะมาเดินเพ่นพ่าน เราต้องเชื่อมั่นในตัวคุณตำรวจสิ"
ลู่ชิงฟังเสียงวิจารณ์ของชาวบ้านแล้วก็แอบอมยิ้มที่มุมปาก
เธอรู้แล้วว่า ไอ้พวกสวะพวกนี้คงไม่รอดเงื้อมมือกฎหมายไปได้แน่ๆ
หลังจากโดนตำรวจทั้งหยิกทั้งตบ ในที่สุดพวกหมาบ้าก็เริ่มได้สติ แต่ตอนนี้ตาทั้งสองข้างของพวกมันบวมเป่งเป็นลูกมะนาว ลืมตาไม่ขึ้น มองอะไรไม่เห็นสักอย่าง
แถมตรงเป้ากางเกงยังปวดร้าวระบมไปหมด สมองก็ยังเบลอๆ มึนๆ จากการโดนเครื่องช็อตไฟฟ้า
ในใจพวกมันตอนนี้มีแต่ความหวาดกลัวสุดขีด ยังไม่ทันที่ตำรวจจะอ้าปากถาม พวกมันก็ชิงแหกปากร้องขอชีวิตเสียงหลง "เจ๊จ๋า! ไว้ชีวิตพวกเราด้วยเถอะ! พวกเราไม่กล้าแล้ว ปล่อยพวกเราไปเถอะนะ!"
จบกัน! นี่มันสารภาพบาปชัดๆ!
พวกตำรวจสบตากันอย่างรู้ทัน ไม่รอช้า ชักกุญแจมือออกมาสับเข้าที่ข้อมือของทั้ง 4 คนทันที
จากนั้นก็หันไปบอกชาวบ้าน "ทุกคนช่วยถอยหน่อยนะครับ เราจะคุมตัวผู้ต้องสงสัยกลุ่มนี้เข้าไปสอบปากคำก่อน หากมีความคืบหน้า เราจะชี้แจงให้ทราบในภายหลังครับ"
ตอนนี้ชาวบ้านเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้แล้ว ไอ้พวกนี้คงไปดักปล้นผู้หญิงสักคน แต่ดันแจ็คพอตแตก โดนผู้หญิงอัดซะน่วม แล้วลากมาทิ้งไว้หน้าโรงพัก
ทุกคนรีบหลีกทางให้ตำรวจพร้อมตะโกนสนับสนุน "คุณตำรวจ! ไอ้พวกนี้หน้าตามันก็บอกยี่ห้อโจรแล้ว เค้นคอถามมันให้หนักๆ เลยนะ อย่าปล่อยให้มันออกมาก่อกวนชาวบ้านอีก!"
"ใช่ๆ เอาให้หนักเลย!"
"พวกมันร้องสารภาพซะขนาดนั้น เผลอๆ อาจจะมีคดีชั่วๆ หมกเม็ดไว้อีกเพียบแน่ๆ"
...
ลู่ชิงฟังแล้วก็ได้แต่ทึ่ง คนยุคนี้ช่างซื่อสัตย์และเกลียดความอยุติธรรมเข้าไส้จริงๆ แถมยังช่วยชี้เบาะแสให้ตำรวจอีกต่างหาก
พวกตำรวจก็ไม่ได้โกรธเคืองที่โดนชาวบ้านสอนงาน กลับตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ทุกคนวางใจได้ครับ เราไม่จับคนผิดมาลงโทษแน่นอน แต่เราก็จะไม่ปล่อยคนชั่วลอยนวลไปง่ายๆ เหมือนกัน"
พูดจบก็คุมตัวหมาบ้าและลูกสมุนทั้งสี่คนเข้าไปในสถานีตำรวจ
เมื่อไม่มีอะไรให้ดูแล้ว ชาวบ้านก็ค่อยๆ สลายตัวกันไป
ลู่ชิงก็เดินเนียนๆ ปะปนไปกับฝูงชน ไม่มีใครรู้เลยว่าเธอนี่แหละคือต้นเหตุของความวุ่นวายทั้งหมดในวันนี้
แต่สิ่งที่เธอคาดไม่ถึงก็คือ หลังจากนั้นไม่กี่วัน ทั่วทั้งปักกิ่งก็มีข่าวลือเรื่องจอมยุทธ์หญิงลึกลับแพร่สะพัดไปทั่ว
ลือกันว่าจอมยุทธ์หญิงคนนี้มีวรยุทธ์ล้ำเลิศ ชอบปรากฏตัวมาสั่งสอนพวกอันธพาลที่ทำตัวกร่าง
เธอจะโผล่มาตรงหน้าคนร้ายแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย อัดพวกมันจนหมอบกระแต จากนั้นก็ใช้น้ำยาสลายวิญญาณสาดใส่ตาจนตาบอด แล้วตีจนสลบ ก่อนจะลากไปทิ้งไว้หน้าสถานีตำรวจ
ผู้คนต่างตื่นเต้นและยกย่องจอมยุทธ์หญิงคนนี้ กลายเป็นหัวข้อสนทนายอดฮิตตามสภากาแฟและตรอกซอกซอย
แม้แต่พวกนักเลงหัวไม้ก็พลอยสงบเสงี่ยมเจียมตัวไปพักใหญ่ เพราะกลัวว่าจะแจ็คพอตไปเจอจอมยุทธ์หญิงคนนี้เข้า
ถึงข่าวลือจะฟังดูหลุดโลกไปหน่อย แต่มันก็มีความจริงซ่อนอยู่อย่างหนึ่ง
เพราะหลังจากนั้นไม่นาน สถานีตำรวจประตูเฉียนเหมินก็ออกแถลงการณ์ว่า แก๊งของ หมาบ้าทั้ง 4 คน มีความผิดข้อหาลักทรัพย์ ก่อกวนความสงบ ปล้นทรัพย์ และยังมีส่วนพัวพันกับคดีฆาตกรรม ศาลจึงตัดสินประหารชีวิต และได้ทำการประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าไปเรียบร้อยแล้ว ในวันที่โดนประหาร ตาของพวกมันทั้งสี่คนก็บอดสนิทไปแล้วจริงๆ เพราะไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีนั่นเอง
แต่สำหรับพวกสวะแบบนี้ ตาบอดน่ะดีแล้ว จะได้ไม่ต้องไปก่อกรรมทำเข็ญในปรโลกอีก
แน่นอนว่าลู่ชิงไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย พอกลับมาถึงบ้านสี่เหลี่ยม เธอก็ทำบะหมี่ง่ายๆ กินรองท้อง แล้วเอนตัวลงนอนพักบนเตียงไม้แกะสลักในห้องปีกตะวันตก
เตียงนี้ปูด้วยฟูกหนานุ่ม นอนสบายสุดๆ
ตอนนี้ลู่ชิงถึงเพิ่งจะรู้สึกใจสั่น นี่เธอใจกล้าบ้าบิ่นขนาดไหนเนี่ย ผู้หญิงตัวคนเดียวรับมือกับโจรตั้ง 4 คน ถ้าเกิดพลาดพลั้งขึ้นมานิดเดียว ชีวิตเธอคงจบเห่แน่ๆ
ตอนเกิดเหตุมันอาจจะชาๆ ไม่รู้สึกอะไร แต่ตอนนี้เธอเริ่มปวดเมื่อยไปทั้งตัว แขนขาหมดแรง หนังตาก็หนักอึ้งจนลืมไม่ขึ้น แล้วเธอก็ผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว