- หน้าแรก
- เจ้าหนูจอมป่วน แม่ของฉันคือราชินี
- บทที่ 91: จู่ ๆ ก็รู้สึกโชคดีจังเลย ทำยังไงดี
บทที่ 91: จู่ ๆ ก็รู้สึกโชคดีจังเลย ทำยังไงดี
บทที่ 91: จู่ ๆ ก็รู้สึกโชคดีจังเลย ทำยังไงดี
บทที่ 91: จู่ ๆ ก็รู้สึกโชคดีจังเลย ทำยังไงดี
"หม่ามี้ฮะ เบบี๋มีธุระต้องออกไปข้างนอกหน่อย... ถ้าหม่ามี้เบื่อ ก็ลงไปเดินเล่นกับคุณเหยียนได้นะฮะ เดี๋ยวเบบี๋จะรีบกลับมาอยู่เป็นเพื่อนหม่ามี้ฮะ"
ทานมื้อเย็นเสร็จ โต้วโต้วก็จัดการเก็บโต๊ะอาหารอย่างคล่องแคล่ว แล้วยังยกจานผลไม้ที่หั่นเรียบร้อยแล้วมาเสิร์ฟให้ซูเสี่ยวเนี่ยน จากนั้นถึงได้กอดซูเสี่ยวเนี่ยนหอมแก้มฟอดใหญ่ แล้วพูดด้วยท่าทางจริงจัง
ซูเสี่ยวเนี่ยนอึ้งไปครู่หนึ่ง "โต้วโต้ว ดึกป่านนี้แล้ว ลูกจะไปไหน ? "
เหยียนเหวยหานก็เงยหน้าขึ้นมาเช่นกัน ใช้สายตาถามว่าจะไปไหน...
อืม เรื่องที่ว่าลูกชายคนนี้เป็นลูกแท้ๆ แม้จะยังไม่ได้เปิดอกคุยกันให้ชัดเจน แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อความเป็นห่วงที่เขามีให้เจ้าตัวเล็กนี่
โต้วโต้วจนใจ "หม่ามี้ฮะ เพิ่งจะหกโมงเย็นเอง ฟ้ายังสว่างอยู่เลย"
ซูเสี่ยวเนี่ยน: ...
แป่ว !
รู้สึกเหมือนกับว่าความรู้สึกเรื่องเวลาของลูกชายกับของเธอ จะไม่ได้อยู่บนมาตรฐานเดียวกันซะแล้ว
มุมปากกระตุก เธอเลยตัดสินใจไหลตามน้ำแก้เก้อไปว่า "เอาเถอะ ถึงจะยังไม่ดึก... แต่ว่า มีธุระอะไรที่ต้องออกไปเวลานี้ด้วยเหรอ ? "
ช่วยไม่ได้นี่นา !
ต่อให้ลูกชายสุดที่รักจะอัจฉริยะแค่ไหน ก็ยังเป็นแค่เด็กน้อยวัยห้าขวบ
ถึงแม้เด็กบ้านอื่นในวัยนี้อาจจะยังร้องไห้งอแงกินนมอยู่ แต่บ้านเธอแม้จะเลี้ยงง่ายหายห่วง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีคนเลวมาจ้องจะเล่นงานนี่นา
เกิดโดนคนเลวจับตัวไปจะทำยังไง ?
ซูเสี่ยวเนี่ยนกลัดกลุ้มใจมาก อื้ม เธอเป็นคุณแม่ที่ได้มาตรฐานจริง ๆ
"ไปไหน ? ให้ฉันขับรถไปส่งไหม ? "
เหยียนเหวยหานรับลูกต่อ เขาแค่ทนเห็นเจ้าตัวเล็กนี่ทำให้เนี่ยนเนี่ยนของเขาต้องเป็นห่วงสารพัดไม่ไหวนั่นแหละ
โต้วโต้ว: ...
ล้อเล่นน่า !
จะให้เหยียนเหวยหานไปส่งได้ยังไง ?
ขืนทำงั้นความลับของเขาก็แตกหมดสิ !
เขาทำสีหน้านิ่งสงบแล้วพูดว่า "สบายมากฮะ ! ไม่ต้องรบกวนคุณเหยียนหรอกฮะ..."
แล้วหันไปพูดกับซูเสี่ยวเนี่ยนว่า "วางใจเถอะฮะหม่ามี้ หุ้นส่วนที่ร่วมงานกับผมคราวที่แล้วมาถึงพอดี มีธุระจะนัดผมออกไปคุยหน่อยน่ะฮะ..."
โต้วโต้วหอมแก้มหม่ามี้ ปลอบโยนด้วยความอ่อนโยนสารพัด แล้วกลัวซูเสี่ยวเนี่ยนจะไม่วางใจ เลยกดโทรศัพท์ออกไปสายหนึ่ง พูดด้วยน้ำเสียงใสแจ๋วกับปลายสายว่า "รบกวนคุณหน่อยนะ ช่วยกะพริบไฟหน้ารถสามที"
ซูเสี่ยวเนี่ยน: ...
หน้าขึ้นสีดำคล้ำ
กะพริบสามทีหมายความว่าไง ?
"หม่ามี้ มาดูนี่สิฮะ เห็นรถข้างล่างคันนั้นไหม ? เขามารับผมฮะ"
โต้วโต้วซอยขาสั้นป้อมอย่างรวดเร็ว ลากซูเสี่ยวเนี่ยนมาที่ริมหน้าต่างมองลงไปข้างล่าง... ก็เห็นจริงดังว่า บนถนนในหมู่บ้านข้างล่าง มีรถเก๋งสีดำคันหนึ่งจอดอยู่ ไกลเกินไปจนมองโลโก้รถไม่ชัด แต่ไฟหน้ารถกะพริบสามครั้งจริง ๆ
เหยียนเหวยหานเดินตามมาดูด้วย อดไม่ได้ที่มุมปากจะกระตุก
สรุปแล้วลูกชายเขามีฐานะอะไรกันแน่ ?
ซูเสี่ยวเนี่ยน: ...
จู่ ๆ ก็พูดไม่ออกบอกไม่ถูก
เจ้าตัวเล็กนี่ อย่าเห็นว่าเป็นเด็กนะ แต่เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวเหลือเกิน...
เพิ่งจะบ่นว่ากลัวเขาออกไปเองจะไม่ปลอดภัย เขาก็วางแผนการเดินทางของตัวเองไว้อย่างรัดกุมขนาดนี้
มุมปากกระตุกยิก ๆ ซูเสี่ยวเนี่ยนยกมือลูบหัวเล็ก ๆ ของโต้วโต้ว "ก็ได้จ้ะ ! ในเมื่อเป็นหุ้นส่วนของลูก งั้นก็ต้องเป็นคนที่ไว้ใจได้ ไปเถอะ แต่ต้องระวังตัวด้วยนะ มีเรื่องอะไรต้องโทรหาหม่ามี้ โอเคไหม ? "
เหยียนเหวยหานยิ้มออกมานิดหนึ่ง ยกมือโอบไหล่ซูเสี่ยวเนี่ยน แต่ปากกลับพูดกับโต้วโต้วว่า "ถ้าไม่สะดวก จะโทรหาฉันก็ได้นะ"
"โอเคฮะ ! "
โต้วโต้วรีบกลับเข้าไปในห้องหนังสือหยิบเป้สะพายหลังออกมา ก่อนไปก็หันกลับมามองเหยียนเหวยหานแวบหนึ่ง แล้วพูดอย่างมีมารยาทว่า "คุณเหยียนฮะ คราวนี้ต้องดูแลหม่ามี้ให้ดีๆ นะฮะ ! "
ความนัยก็คือ ถ้าคราวนี้ดูแลไม่ดีอีกล่ะก็ อย่าหาว่าเบบี๋ไม่เกรงใจก็แล้วกัน
เหยียนเหวยหาน: ...
เขาถึงกับอ่านคำขู่ในแววตาของไอ้เด็กแสบนี่ออก !
แววตาเป็นประกายวูบหนึ่ง เหยียนเหวยหานเลิกคิ้วรับคำ "รีบกลับบ้านล่ะ"
"ทราบแล้วฮะ"
โต้วโต้วยกมือทำท่า "โอเค" อีกครั้ง แล้วเปิดประตูออกไป
ข้างล่าง ฉู่เฟิงที่เพิ่งกะพริบไฟรถไปสามที กำลังทำหน้าเอ๋อรับประทานบวกกับสมองแฮงก์ไปชั่วขณะ !
อุ๊ย !
เมื่อกี้เขาได้ยินอะไรนะ ?
ท่าน Eric ถึงกับใช้คำสุภาพกับเขาว่า : รบกวนคุณ ?
อ๊ากกก !
จู่ ๆ ก็รู้สึกโชคดีจังเลย ทำยังไงดี ?
"ปัง ! "