- หน้าแรก
- เจ้าหนูจอมป่วน แม่ของฉันคือราชินี
- บทที่ 67: ไม่จัดการให้ตายแล้วจะรอถึงตรุษจีนเหรอ ?
บทที่ 67: ไม่จัดการให้ตายแล้วจะรอถึงตรุษจีนเหรอ ?
บทที่ 67: ไม่จัดการให้ตายแล้วจะรอถึงตรุษจีนเหรอ ?
เคอเวินโหรวชะงักไปครู่หนึ่ง สัญญาณเตือนภัยในใจดังสนิท แต่บนใบหน้ากลับยังคงแสดงท่าทางสงสัย "พวกคุณเป็นใครคะ ? สงสัยจะมาผิดบ้านแล้วล่ะ ที่นี่ไม่มีอธิบดีเคออะไรทั้งนั้น ! "
เธอพูดพลางทำท่าจะปิดประตูอย่างใจเย็น
ทว่าชายร่างสูงกลับยิ้มกว้างแล้วยื่นเท้าออกมาขวางประตูไว้ได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ เขายังคงพูดด้วยท่าทางใจดีว่า "คุณผู้หญิงครับ ต่อให้ที่นี่จะไม่มีอธิบดีเคอ แต่มันก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการที่เราจะขอเข้าไปดื่มน้ำสักแก้วหรอกจริงไหม ? "
ชายร่างเตี้ยไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาผลักประตูเปิดออกแล้วก้าวเท้าเข้าไปข้างในอย่างไม่เกรงใจ
เคอเวินโหรวเริ่มลนลาน เธอตะโกนด่าด้วยความโกรธ "นี่ ! พวกคุณเป็นใครกันแน่ กล้าดียังไงมาบุกรุกบ้านคนอื่น พวกคุณไม่เกรงกลัวกฎหมาย... อื้อ ! "
ยังพูดไม่ทันจบ ชายร่างสูงก็ยิ้มพลางเอามือปิดปากเธอไว้ แถมยังก้มลงกระซิบที่ข้างหูเธอด้วยท่าทางยียวนและดูสนิทสนมเกินควรว่า "ที่รัก... คุณหนูเคอแก้วตาดวงใจของอธิบดีเคอ คุณคิดว่าพวกเราตาบอดจนไม่รู้จริง ๆ เหรอว่าที่นี่คือที่ไหน ? "
ขอเข้าไปดื่มน้ำงั้นเหรอ ? คิดว่าพวกเขากระหายน้ำมากขนาดนั้นเลยหรือไง ?
ถ้าไม่ใช่เพราะ "เจ้าตัวเล็ก" ที่บ้านเจาะจงชื่อมาว่าต้องจัดการนังผู้หญิงแซ่เคอนี่ให้สาสมล่ะก็ พวกเขาคงไม่ยอมเสียเวลาถ่อมาถึงที่นี่หรอก !
"อื้อ ๆ ! พวกคุณ... เป็นใคร ? พวกคุณต้องการจะทำอะไรกันแน่ ? " ใบหน้าของเคอเวินโหรวซีดเผือดลงในพริบตา เธอพยายามดิ้นรนจะหนี ชายร่างสูงยอมปล่อยมือแต่โดยดี เธอหันกลับไปก็เห็นชายร่างเตี้ยก้าวเดินอย่างรวดเร็วเข้าไปในห้อง แล้วลากคออธิบดีเคอผู้ซึ่งผมขาวโพลนไปทั้งหัวและมีแววตาแห่งความสิ้นหวังออกมาจากห้องด้านใน
ชายร่างเตี้ยคนนี้หากเทียบกับชายร่างสูงแล้วเขาอาจจะดูเตี้ยกว่านิดหน่อย แต่จริง ๆ เขาก็ไม่ได้เตี้ยเลย เขาสูงกว่าเคอเจิ้นหลินตั้งหนึ่งช่วงหัวด้วยซ้ำ
ตอนนี้เคอเจิ้นหลินถูกชายร่างเตี้ยหิ้วคอเสื้อจนเท้าลอยเหนือพื้น ดิ้นรนขัดขืนไม่ได้แม้แต่น้อย... สภาพของเขาดูเหมือนนกกระทาหางกุดที่ทั้งน่าสงสารและเวทนา
"พ่อ ! " น้ำตาของเคอเวินโหรวพรั่งพรูออกมาทันที เธอพุ่งเข้าไปหาโดยไม่คิดชีวิต "พ่อ ! พ่อเป็นยังไงบ้าง ? พวกมันทำร้ายพ่อใช่ไหม ? พ่อคะ พูดกับหนูสิ ลืมตามามองหนูหน่อย หนูเวินโหรวเองค่ะ..."
"เฮ้ ๆ ๆ ! ผมว่าคุณหนูเคอพูดจาให้มันมีเหตุผลหน่อยได้ไหม ? ตาข้างไหนของคุณที่เห็นว่าพวกผมทำร้ายเขา ? ผมจะบอกให้นะ ถ้าคุณยังพูดจาส่งเดชแบบนี้อีก ผมจะฟ้องคุณข้อหาหมิ่นประมาทนะจะบอกให้ ! "
ชายร่างสูงทำหน้ามุ่ย พลางพูดด้วยท่าทางเหมือนถูกใส่ร้าย
นังผู้หญิงโง่คนนี้มันโง่ดักดานจริง ๆ ! สมองหมูชัด ๆ !
พวกเขาก็บุกมาถึงที่นี่ขนาดนี้แล้ว เธอยังจะกล้าแจ้งตำรวจอีกเหรอ ?
หึ ๆ ! ไม่จัดการให้ตายตอนนี้แล้วจะรอถึงตรุษจีนหรือไง ?
เคอเวินโหรวปาดน้ำตาอย่างแรง ตะโกนเสียงแหลม "พวกแกยังกล้าจะฟ้องฉันข้อหาหมิ่นประมาทอีกเหรอ ? หน้าด้านจริง ๆ ! บุกรุกเข้าบ้านคนอื่นในตอนกลางวันแสก ๆ แล้วยังมาจับคนมั่วซั่วอีก พวกแกเห็นกฎหมายอยู่ในสายตาบ้างไหม ? ไอ้พวกโจร ไอ้พวกสวะ... ฉันจะแจ้งตำรวจ ฉันจะให้ตำรวจมาลากคอพวกแกเข้าคุก ! "
เคอเวินโหรวทั้งลนลานทั้งทำอะไรไม่ถูก เธอรีบควานหาโทรศัพท์แล้วกดเบอร์ 110 ทันที
คราวนี้ชายร่างสูงกลับไม่โกรธแล้ว เขายืนมองเคอเวินโหรวกดเบอร์แจ้งตำรวจด้วยท่าทางขบขัน พลางพูดอย่างเกียจคร้านว่า "เชิญตามสบายครับคุณหนูเคอ... ตระกูลเคอนี่ผลิตแต่ยอดคนจริง ๆ ผมไม่เชื่อหรอกว่าตอนนี้คุณจะเรียกตำรวจมาที่นี่ได้... เอาอย่างนี้ไหมล่ะ ถ้าคุณเรียกตำรวจมาได้แม้แต่คนเดียว ผมจะยกเงินให้คุณหนึ่งร้อยล้านเลย เป็นไง ? "
ไอ้บ้าเอ๊ย ! จะไปยกเงินให้มันทำไม !
ชายร่างเตี้ยที่นิ่งเงียบมาตลอดตั้งแต่ก้าวเข้าบ้านเริ่มโมโห เขามองค้อนชายร่างสูงพลางด่า "แกมีเงินเหลือใช้จนอยากเผาทิ้งหรือไง ? "
เขาเอื้อมมือไปกดปุ่มบนกระดุมเสื้อเครื่องแบบเบา ๆ เครื่องตัดสัญญาณก็เริ่มทำงาน ทันใดนั้นสัญญาณมือถือทุกอย่างก็ถูกตัดขาด ทั้งโทรเข้าและโทรออกไม่ได้อีกต่อไป
ชายร่างสูงกลอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย "ไม่เห็นสนุกเลย ! "
เขาลุกขึ้นปัดฝุ่นที่ก้น (ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่มี) แล้วบ่นพึมพำด้วยความรำคาญ "ใช้มีดฆ่าโคมาฆ่าไก่ชัด ๆ ... กับอีแค่ขยะพวกนี้ ไม่เห็นต้องให้เราสองคนลงมือเองเลยสักนิด เอาเถอะ พาสองพ่อลูกนี่กลับไปส่งงานได้แล้ว ! "
เขาปัดมือตบเคอเวินโหรวไปด้านข้างทีหนึ่ง แล้วใช้เท้าเหยียบโทรศัพท์จนแตกละเอียด ก่อนจะฟาดฝ่ามือใส่เคอเวินโหรวที่เอาแต่กรีดร้องจนเธอสลบเหมือดไป จากนั้นก็นำถุงผ้ามาคลุมหัวแล้วลากตัวเธอพร้อมกับเคอเจิ้นหลินลงจากตึกไปโยนไว้ในรถ โดยที่ไม่เจอใครเลยแม้แต่คนเดียว ทุกอย่างราบรื่นอย่างไม่น่าเชื่อ
ดีมาก ห้องพักเล็ก ๆ ในย่านเสื่อมโทรมมันก็มีข้อดีของมันแบบนี้แหละ... ดูสิ จะทำเรื่องชั่ว ๆ ทั้งที ไม่ต้องเปลืองสมองเลยสักนิดเดียว