เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

88.ความตะลึงของผู้อาวุโสกุ่ย

88.ความตะลึงของผู้อาวุโสกุ่ย

88.ความตะลึงของผู้อาวุโสกุ่ย


แผ่นศิลาโบราณนั้นตั้งตระหง่านอยู่ภายในขุมอำนาจอันยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งมีผู้ฝึกตนขอบเขตนักบุญคอยพิทักษ์อย่างแน่นหนา

ไม่นานเซียวเฉินก็ทอดสายตาไปยังถ้อยคำคัมภีร์ที่สลักอยู่บนแผ่นศิลา

ครั้นได้เห็นเนื้อความเขาก็เผยสีหน้าครุ่นคิด

“มีอันใดหรือ?” เซียวหลิงเทียนเอ่ยถาม

เซียวเฉินยิ้มบาง “ข้ากลับรู้สึกว่าคัมภีร์บทนี้อาจใช้เป็นเครื่องมือขัดเกลาคนในตระกูลได้”

“หมายความว่าอย่างไร?”

“คัมภีร์นี้น่าสนใจยิ่งหลังฝึกส่วนแรกสำเร็จจะสามารถรับรู้ตำแหน่งของส่วนกลางได้จากนั้นก็ส่วนปลายและที่แปลกยิ่งกว่านั้นคือหนึ่งยุคสมัยมีเพียงหนึ่งผู้ฝึกตนเท่านั้นที่สามารถบรรลุสำเร็จได้ส่วนผู้อื่น…ล้วนกลายเป็นเพียงบันไดให้ผู้ชนะก้าวขึ้นสูง”

นี่แตกต่างจากคัมภีร์ที่เซียวเฉินเคยสร้างออกมาเพราะระดับของเขาเหนือกว่าผู้สร้างคัมภีร์นี้อย่างสิ้นเชิง

คัมภีร์ที่เขาผลักดันออกมาสามารถฝึกไปถึงขอบเขตสูงส่งยิ่งกว่า

ทว่าเมื่อรวมถ้อยคำจากแผ่นศิลาทั้งหมดเข้าด้วยกันเขากลับพบว่าคัมภีร์นี้มีข้อจำกัดบางประการ

“ดังนั้นความคิดของเจ้าคือ?” เซียวหลิงเทียนถามอย่างฉงน

เซียวเฉินกล่าวช้าๆ “ช่วงนี้มีกองกำลังจากดินแดนภายนอกจำนวนมากเข้าสู่ดินแดนดาราไท่ชูอีกไม่นานนักดาวดวงนี้จะเต็มไปด้วยอัจฉริยะแห่งสวรรค์หากให้คนรุ่นเยาว์ของตระกูลเซียวและอัจฉริยะจากขุมอำนาจเหล่านั้นฝึกคัมภีร์เดียวกันและแข่งขันเข่นฆ่ากันเองท่านพ่อคิดว่า…จะมิเป็นการขัดเกลาที่ดีกว่าหรือ?”

“คัดเลือกผู้แข็งแกร่ง กำจัดผู้อ่อนแอ?”

เซียวหลิงเทียนพยักหน้า “มิเลวเลยผู้ที่หลอมขึ้นจากวิธีนี้ ย่อมมีพลังต่อสู้ท้าทายสวรรค์”

“ดี เช่นนั้นก็ปล่อยให้พวกเขาแย่งชิงกันเองตระกูลเพียงเป็นหลังพิงให้ก็พอ”

เซียวเฉินยิ้มพราย “อีกไม่นานข้าจะพาคนรุ่นเยาว์ของตระกูลไปยังราชวงศ์ต้าเซียสักคราดูว่าใครมีวาสนาจะเข้าใจคัมภีร์นี้ได้”

เขานึกถึงแผ่นศิลาส่วนกลางที่ตนเคยนำกลับมาหากนำไปวางยังสถานที่ใหม่พร้อมเพิ่มบททดสอบบางอย่าง…

ยิ่งคิดยิ่งสนุก

“อ้อ ท่านพ่อข้าได้นำคัมภีร์จักรพรรดิฉบับสมบูรณ์ใส่ไว้ในหอคัมภีร์แล้วว่างเมื่อใดท่านลองไปดูจะช่วยให้ท่านควบคุมพลังของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ขั้นสูงสุดได้ดียิ่งขึ้น”

“ดี ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”

เซียวหลิงเทียนเหาะไปยังหอคัมภีร์

หลังจากย้ายเข้าสู่เมืองเทพนิรันดร์ตระกูลก็แบ่งพื้นที่เก็บทรัพยากรอย่างเป็นระเบียบ คัมภีร์อยู่หอคัมภีร์ วิชาศักดิ์สิทธิ์อยู่หอวิชาศักสิทธิ์ ยังมีหออาวุธวิญญาณ หอโอสถ ห้องหลอมโอสถ ห้องหลอมอาวุธ ห้องค่ายกล พื้นที่แจกจ่ายทรัพยากรและห้องบ่มเพาะที่อัดแน่นด้วยพลังปราณวิญญาณ

แม้บางแห่งยังมิได้ใช้งานเต็มที่แต่เขตแดนล้วนถูกกำหนดเรียบร้อย

ยามนี้ภายในห้องหลอมโอสถ

ผู้อาวุโสกุ่ยกำลังถ่ายทอดวิชาหลอมโอสถให้เซียวเหยียน

หลังร่างกายถูกสร้างขึ้นใหม่เขามิได้จากไปกลับรับตำแหน่งผู้นำห้องหลอมโอสถของตระกูลเซียวถ่ายทอดวิชาให้คนรุ่นหลัง

ทว่าศิษย์ของเขามีเพียงเซียวเหยียนเพราะผู้อื่นไร้พรสวรรค์ด้านนี้

“ไม่เลวเจ้าเริ่มหลอมโอสถระดับสามได้สำเร็จแล้ว”

ผู้อาวุโสกุ่ยพยักหน้าอย่างพอใจ

“ล้วนเพราะท่านอาจารย์ชี้แนะ” เซียวเหยียนประสานหมัด

“ฮ่าๆ นั่นเพราะเจ้ามีพรสวรรค์คนอื่นต่อให้ข้าอยากสอนก็ไร้รากฐาน!”

จากนั้นสีหน้าของเขากลายเป็นจริงจัง “ได้ยินว่าไม่กี่วันก่อนพวกเจ้าจับวิญญาณหยินในเมืองจิ่วจี๋ได้?”

“ขอรับท่านอาจารย์ก็รู้จักวิญญาณหยินหรือ?”

“รู้สิ! ไม่เพียงรู้ยังเคยปะทะและเกือบเอาชีวิตไม่รอดพวกมันคือสิ่งอัปมงคลหากดินแดนดาราใดปรากฏวิญญาณหยินไม่นานจะกลายเป็นดินแดนแห่งความตายสิ่งมีชีวิตหากไม่หนีจะถูกดูดกลืนพลังชีวิตจนสิ้น”

ในมหาจักรวาลมีดินแดนดารามากมายที่ถูกรุกรานจนกลายเป็นดินแดนแห่งความตายที่อยู่อาศัยของหมื่นเผ่าพันธุ์ลดน้อยลงทุกที

ผู้อาวุโสกุ่ยมั่นใจแล้วว่าประมุขตระกูลเซียวคือผู้ครองอันดับหนึ่งแห่งรายชื่อทองคำแห่งเต๋าสวรรค์ตราบใดที่เขาอยู่ที่นั่นย่อมปลอดภัยที่สุด

แต่การปรากฏของวิญญาณหยินทำให้เขาอดกังวลมิได้

“ท่านประมุขกล่าวว่าจะสร้างวิชาเนตรและเคล็ดวิชาจิตศักสิทธิ์ที่มองเห็นวิญญาณหยินได้และสั่งว่าหากพบแล้วสังหารทันที”

เซียวเหยียนตอบ

ผู้อาวุโสกุ่ยสะดุ้ง

วิชาเนตรและเคล็ดวิชาจิตศักสิทธิ์ที่มองเห็นวิญญาณหยิน?

หากสร้างได้จริงการต่อสู้จะไม่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอีก

“อ้อ ได้ยินว่าก่อนหน้านี้มีการประลองในหมู่คนรุ่นเยาว์เจ้าได้อันดับเท่าใด?ด้วยฝีมือเจ้าน่าจะหนึ่งแน่นอน?”

เซียวเหยียนหัวเราะฝืด “หากไม่ใช้เปลวเพลิงจักรพรรดิมังกรทองและสู้ในระดับเดียวกันข้าได้เพียงอันดับสาม”

“อะไรนะ!”

เสียงผู้อาวุโสกุ่ยแหลมขึ้นด้วยความตกตะลึง

“อันดับหนึ่งและสองคือเซียวหลางกับเซียวเทียนมิใช่เพราะวิชาหากเพราะร่างกายของพวกเขาแข็งแกร่งเกินไปสามารถกดข่มร่างเซียนจักรพรรดิเพลิงของข้าโดยตรง”

เขาเอ่ยอย่างซื่อตรงร่างของทั้งสองคือร่างเทพสูงสุดส่วนของเขาและเซียวหรานเป็นเพียงร่างเซียนสูงสุด

ทว่าผู้อาวุโสกุ่ยกลับตะลึงยิ่งกว่าเดิม

ตระกูลเล็กเพียงไม่กี่พันคนเหตุใดจึงมีอัจฉริยะสั่นสะท้านยุคมากมายเช่นนี้?

ทันใดนั้นเขาก็สะท้านใจ “อย่าบอกนะว่า…เป็นฝีมือของประมุข?”

“ถูกต้องร่างของเซียวหลางคือสิ่งที่ท่านประมุขมอบให้ส่วนเซียวเทียนหากไร้ประมุขร่างของเขาไม่มีวันตื่น”

ผู้อาวุโสกุ่ยเงียบงันหัวใจปั่นป่วนดั่งคลื่นมหาสมุทร

จบบทที่ 88.ความตะลึงของผู้อาวุโสกุ่ย

คัดลอกลิงก์แล้ว