- หน้าแรก
- ระบบเช็คอินตระกูลไร้เทียมทาน
- 88.ความตะลึงของผู้อาวุโสกุ่ย
88.ความตะลึงของผู้อาวุโสกุ่ย
88.ความตะลึงของผู้อาวุโสกุ่ย
แผ่นศิลาโบราณนั้นตั้งตระหง่านอยู่ภายในขุมอำนาจอันยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งมีผู้ฝึกตนขอบเขตนักบุญคอยพิทักษ์อย่างแน่นหนา
ไม่นานเซียวเฉินก็ทอดสายตาไปยังถ้อยคำคัมภีร์ที่สลักอยู่บนแผ่นศิลา
ครั้นได้เห็นเนื้อความเขาก็เผยสีหน้าครุ่นคิด
“มีอันใดหรือ?” เซียวหลิงเทียนเอ่ยถาม
เซียวเฉินยิ้มบาง “ข้ากลับรู้สึกว่าคัมภีร์บทนี้อาจใช้เป็นเครื่องมือขัดเกลาคนในตระกูลได้”
“หมายความว่าอย่างไร?”
“คัมภีร์นี้น่าสนใจยิ่งหลังฝึกส่วนแรกสำเร็จจะสามารถรับรู้ตำแหน่งของส่วนกลางได้จากนั้นก็ส่วนปลายและที่แปลกยิ่งกว่านั้นคือหนึ่งยุคสมัยมีเพียงหนึ่งผู้ฝึกตนเท่านั้นที่สามารถบรรลุสำเร็จได้ส่วนผู้อื่น…ล้วนกลายเป็นเพียงบันไดให้ผู้ชนะก้าวขึ้นสูง”
นี่แตกต่างจากคัมภีร์ที่เซียวเฉินเคยสร้างออกมาเพราะระดับของเขาเหนือกว่าผู้สร้างคัมภีร์นี้อย่างสิ้นเชิง
คัมภีร์ที่เขาผลักดันออกมาสามารถฝึกไปถึงขอบเขตสูงส่งยิ่งกว่า
ทว่าเมื่อรวมถ้อยคำจากแผ่นศิลาทั้งหมดเข้าด้วยกันเขากลับพบว่าคัมภีร์นี้มีข้อจำกัดบางประการ
“ดังนั้นความคิดของเจ้าคือ?” เซียวหลิงเทียนถามอย่างฉงน
เซียวเฉินกล่าวช้าๆ “ช่วงนี้มีกองกำลังจากดินแดนภายนอกจำนวนมากเข้าสู่ดินแดนดาราไท่ชูอีกไม่นานนักดาวดวงนี้จะเต็มไปด้วยอัจฉริยะแห่งสวรรค์หากให้คนรุ่นเยาว์ของตระกูลเซียวและอัจฉริยะจากขุมอำนาจเหล่านั้นฝึกคัมภีร์เดียวกันและแข่งขันเข่นฆ่ากันเองท่านพ่อคิดว่า…จะมิเป็นการขัดเกลาที่ดีกว่าหรือ?”
“คัดเลือกผู้แข็งแกร่ง กำจัดผู้อ่อนแอ?”
เซียวหลิงเทียนพยักหน้า “มิเลวเลยผู้ที่หลอมขึ้นจากวิธีนี้ ย่อมมีพลังต่อสู้ท้าทายสวรรค์”
“ดี เช่นนั้นก็ปล่อยให้พวกเขาแย่งชิงกันเองตระกูลเพียงเป็นหลังพิงให้ก็พอ”
เซียวเฉินยิ้มพราย “อีกไม่นานข้าจะพาคนรุ่นเยาว์ของตระกูลไปยังราชวงศ์ต้าเซียสักคราดูว่าใครมีวาสนาจะเข้าใจคัมภีร์นี้ได้”
เขานึกถึงแผ่นศิลาส่วนกลางที่ตนเคยนำกลับมาหากนำไปวางยังสถานที่ใหม่พร้อมเพิ่มบททดสอบบางอย่าง…
ยิ่งคิดยิ่งสนุก
“อ้อ ท่านพ่อข้าได้นำคัมภีร์จักรพรรดิฉบับสมบูรณ์ใส่ไว้ในหอคัมภีร์แล้วว่างเมื่อใดท่านลองไปดูจะช่วยให้ท่านควบคุมพลังของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ขั้นสูงสุดได้ดียิ่งขึ้น”
“ดี ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
เซียวหลิงเทียนเหาะไปยังหอคัมภีร์
หลังจากย้ายเข้าสู่เมืองเทพนิรันดร์ตระกูลก็แบ่งพื้นที่เก็บทรัพยากรอย่างเป็นระเบียบ คัมภีร์อยู่หอคัมภีร์ วิชาศักดิ์สิทธิ์อยู่หอวิชาศักสิทธิ์ ยังมีหออาวุธวิญญาณ หอโอสถ ห้องหลอมโอสถ ห้องหลอมอาวุธ ห้องค่ายกล พื้นที่แจกจ่ายทรัพยากรและห้องบ่มเพาะที่อัดแน่นด้วยพลังปราณวิญญาณ
แม้บางแห่งยังมิได้ใช้งานเต็มที่แต่เขตแดนล้วนถูกกำหนดเรียบร้อย
ยามนี้ภายในห้องหลอมโอสถ
ผู้อาวุโสกุ่ยกำลังถ่ายทอดวิชาหลอมโอสถให้เซียวเหยียน
หลังร่างกายถูกสร้างขึ้นใหม่เขามิได้จากไปกลับรับตำแหน่งผู้นำห้องหลอมโอสถของตระกูลเซียวถ่ายทอดวิชาให้คนรุ่นหลัง
ทว่าศิษย์ของเขามีเพียงเซียวเหยียนเพราะผู้อื่นไร้พรสวรรค์ด้านนี้
“ไม่เลวเจ้าเริ่มหลอมโอสถระดับสามได้สำเร็จแล้ว”
ผู้อาวุโสกุ่ยพยักหน้าอย่างพอใจ
“ล้วนเพราะท่านอาจารย์ชี้แนะ” เซียวเหยียนประสานหมัด
“ฮ่าๆ นั่นเพราะเจ้ามีพรสวรรค์คนอื่นต่อให้ข้าอยากสอนก็ไร้รากฐาน!”
จากนั้นสีหน้าของเขากลายเป็นจริงจัง “ได้ยินว่าไม่กี่วันก่อนพวกเจ้าจับวิญญาณหยินในเมืองจิ่วจี๋ได้?”
“ขอรับท่านอาจารย์ก็รู้จักวิญญาณหยินหรือ?”
“รู้สิ! ไม่เพียงรู้ยังเคยปะทะและเกือบเอาชีวิตไม่รอดพวกมันคือสิ่งอัปมงคลหากดินแดนดาราใดปรากฏวิญญาณหยินไม่นานจะกลายเป็นดินแดนแห่งความตายสิ่งมีชีวิตหากไม่หนีจะถูกดูดกลืนพลังชีวิตจนสิ้น”
ในมหาจักรวาลมีดินแดนดารามากมายที่ถูกรุกรานจนกลายเป็นดินแดนแห่งความตายที่อยู่อาศัยของหมื่นเผ่าพันธุ์ลดน้อยลงทุกที
ผู้อาวุโสกุ่ยมั่นใจแล้วว่าประมุขตระกูลเซียวคือผู้ครองอันดับหนึ่งแห่งรายชื่อทองคำแห่งเต๋าสวรรค์ตราบใดที่เขาอยู่ที่นั่นย่อมปลอดภัยที่สุด
แต่การปรากฏของวิญญาณหยินทำให้เขาอดกังวลมิได้
“ท่านประมุขกล่าวว่าจะสร้างวิชาเนตรและเคล็ดวิชาจิตศักสิทธิ์ที่มองเห็นวิญญาณหยินได้และสั่งว่าหากพบแล้วสังหารทันที”
เซียวเหยียนตอบ
ผู้อาวุโสกุ่ยสะดุ้ง
วิชาเนตรและเคล็ดวิชาจิตศักสิทธิ์ที่มองเห็นวิญญาณหยิน?
หากสร้างได้จริงการต่อสู้จะไม่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอีก
“อ้อ ได้ยินว่าก่อนหน้านี้มีการประลองในหมู่คนรุ่นเยาว์เจ้าได้อันดับเท่าใด?ด้วยฝีมือเจ้าน่าจะหนึ่งแน่นอน?”
เซียวเหยียนหัวเราะฝืด “หากไม่ใช้เปลวเพลิงจักรพรรดิมังกรทองและสู้ในระดับเดียวกันข้าได้เพียงอันดับสาม”
“อะไรนะ!”
เสียงผู้อาวุโสกุ่ยแหลมขึ้นด้วยความตกตะลึง
“อันดับหนึ่งและสองคือเซียวหลางกับเซียวเทียนมิใช่เพราะวิชาหากเพราะร่างกายของพวกเขาแข็งแกร่งเกินไปสามารถกดข่มร่างเซียนจักรพรรดิเพลิงของข้าโดยตรง”
เขาเอ่ยอย่างซื่อตรงร่างของทั้งสองคือร่างเทพสูงสุดส่วนของเขาและเซียวหรานเป็นเพียงร่างเซียนสูงสุด
ทว่าผู้อาวุโสกุ่ยกลับตะลึงยิ่งกว่าเดิม
ตระกูลเล็กเพียงไม่กี่พันคนเหตุใดจึงมีอัจฉริยะสั่นสะท้านยุคมากมายเช่นนี้?
ทันใดนั้นเขาก็สะท้านใจ “อย่าบอกนะว่า…เป็นฝีมือของประมุข?”
“ถูกต้องร่างของเซียวหลางคือสิ่งที่ท่านประมุขมอบให้ส่วนเซียวเทียนหากไร้ประมุขร่างของเขาไม่มีวันตื่น”
ผู้อาวุโสกุ่ยเงียบงันหัวใจปั่นป่วนดั่งคลื่นมหาสมุทร