เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

76.ต้นท้อสวรรค์ที่เหี่ยวแห้ง

76.ต้นท้อสวรรค์ที่เหี่ยวแห้ง

76.ต้นท้อสวรรค์ที่เหี่ยวแห้ง


“ต้นท้อสวรรค์?”

ดวงตาของเซียวเฉินพลันเปล่งประกายวาววับหากเป็นของจริงนั่นย่อมเป็นสมบัติสวรรค์ประทานอย่างแท้จริง!

ส่วนคัมภีร์อะไรนั้นเขาไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย

เซียวเฉินรักษาคำมั่นไม่สังหารวิญญาณหยินทั้งสามแล้วพาเย่ไคกับเย่หรูเมิ่งจากไป

แต่ทันทีที่พวกเขาเดินลับสายตาเสียงหัวเราะเย็นเยียบก็ดังขึ้นจากเงามืด

หนึ่งในนั้นกล่าวเสียงต่ำว่า “สถานที่ตั้งศิลาคือเขตแกนกลางบุรุษผู้นั้นมิได้อ่อนแอหากเขาสามารถเปิดผนึกศิลาได้ที่นี่ก็จะกลายเป็นทางผ่านระหว่างแดนยมโลกกับโลกมนุษย์โดยสมบูรณ์!”

อีกตนส่ายหน้า “แต่เขาจะทำได้จริงหรือผนึกนั้นเป็นฝีมือจักรพรรดิเซียนเว้นเสียแต่เป็นจักรพรรดิเซียนเช่นเดียวกันจึงจะคลายผนึกได้ผู้อื่นไร้หนทางโดยสิ้นเชิงเจ้าคิดว่าเขาเป็นจักรพรรดิเซียนหรือ?ข้ามองอย่างไรก็ไม่เหมือน!”

“ฮึ หากไม่ใช่จักรพรรดิเซียนก็มีเพียงความตายรออยู่เบื้องหน้าภายในนั้นมีตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวไม่น้อยแม้แต่มหาเซียนโบราณก็มีถึงสอง!”

อีกด้านหนึ่ง

ทันทีที่เซียวเฉินก้าวเท้าออกไปแผ่นดินใต้ฝ่าเท้าพลันปรากฏอักขระเต๋านับไม่ถ้วนส่องประกายเจิดจ้า

ชั่วพริบตาแสงศักดิ์สิทธิ์นับหมื่นสายระเบิดออกมาจากอักขระเหล่านั้นพุ่งแทงขึ้นราวกระบี่เทพหมายปลิดชีวิตผู้เหยียบย่าง

หัวใจของเย่ไคแทบทะลุออกจากอกนี่คือหนึ่งในเขตอันตรายของดินแดนจักรพรรดิร่วงหล่นพลังที่อักขระเต๋าปลดปล่อยออกมาสามารถกวาดล้างทุกสิ่งบนผืนดินให้มลายหายสิ้น

ที่ร้ายกาจยิ่งกว่านั้นคือพลังนี้รวดเร็วประหนึ่งกับดักค่ายกล ไม่มีโอกาสให้ตอบสนองก่อนจะถูกบดขยี้เป็นธุลี

ทว่าในวินาทีถัดมาเขากลับรู้สึกว่าความกังวลของตนนั้นช่างไร้สาระ

แม้อักขระเต๋าจะตื่นขึ้นและแผ่พลังอันยิ่งใหญ่ไร้ขอบเขตทว่าบริเวณใต้เท้าพวกเขากลับสงบนิ่งดุจผิวน้ำไร้คลื่น

อักขระฟื้นคืนทว่ามิได้ปลดปล่อยพลังออกมาแม้แต่น้อย

หรือจะกล่าวว่าพลังทั้งหมดถูกผู้อาวุโสเบื้องหน้าผู้นี้กดทับไว้โดยสิ้นเชิง!

ภายใต้การนำของเซียวเฉินพวกเขาเหยียบย่างผ่านอักขระเต๋าฝ่าฝูงวิญญาณหยินดุจเดินอยู่ในสวนหลังบ้าน

ผู้ใดฟังคำเตือน เขาไว้ชีวิต

ผู้ใดดื้อรั้น เขาสังหารในกระบวนท่าเดียว

เรียบง่ายและตรงไปตรงมา

ไม่นานเซียวเฉินก็มาถึงเบื้องหน้าต้นท้อสวรรค์ในตำนาน

ต้นไม้โบราณมหึมาตั้งตระหง่านลำต้นหนาใหญ่ชูสูงค้ำยันฟ้าดิน

ทว่า—

“นี่คือต้นท้อสวรรค์ที่วิญญาณหยินกล่าวถึงหรือเหตุใดจึงกลายเป็นต้นไม้แห้งเช่นนี้?”

เย่หรูเมิ่งเอ่ยด้วยความสงสัย

ใช่แล้วต้นท้อสวรรค์เบื้องหน้าขนาดใหญ่นั้นเหี่ยวแห้งสิ้นชีพแล้ว

เปลือกไม้แห้งกรังราวถูกไฟเผากลายเป็นสีดำสนิท

กิ่งก้านไร้ใบ

ไร้ผล

ไร้แม้เศษเสี้ยวแห่งชีวิต

เซียวเฉินยกมือวางลงบนลำต้นแห้งเหี่ยว

จิตสำนึกของเขาไหลย้อนผ่านแม่น้ำแห่งกาลเวลาย้อนกลับไปยังอดีตกาลอันไกลโพ้น…

ไม่รู้ผ่านมากี่หมื่นปี

เขาเห็นต้นไม้โบราณเขียวชอุ่มยืนหยัดบนผืนดินแห่งนี้กิ่งก้านแผ่กว้างผลท้อสีชมพูอวบอิ่มห้อยระย้าเต็มต้น

รอบข้างคือหมู่ตำหนักโอ่อ่าสูงเสียดฟ้าศาลาเรือนแก้ว สะพานโค้งเหนือน้ำใส ปราณเซียนอบอวล วิหควิญญาณและอสูรศักดิ์สิทธิ์บินวนทั่วฟ้า

ผู้ฝึกตนวิถีเซียนจำนวนมากทะยานขึ้นกลางอากาศกลิ่นอายแข็งแกร่งสะเทือนสวรรค์

“เป็นต้นท้อสวรรค์โดยไม่ต้องสงสัย”

เซียวเฉินลืมตาเขาไม่สนใจว่าที่นี่เคยเป็นขุมอำนาจฝ่ายใด สิ่งที่เขาใส่ใจมีเพียงต้นไม้นี้คือของจริง

“แต่มันตายแล้วแม้เป็นต้นท้อสวรรค์ก็ไร้ประโยชน์มิใช่หรือ?”

เย่หรูเมิ่งถอนหายใจ

เซียวเฉินยิ้มบาง “มันตายแล้วก็จริงแต่ข้าทำให้มันฟื้นคืนชีพได้”

ต้นไม้ต้นนี้มิได้ถูกทำลายเพียงไม่อาจทนสภาพแวดล้อมของแดนยมโลกจนสิ้นชีพ

ตราบใดที่ยังเหลือรากแม้เพียงเส้นเดียวเขาก็สามารถทำให้มันกลับมาเบ่งบานได้อีกครั้ง

ต่อให้ต้องสร้างสิ่งมีชีวิตหรือพืชวิญญาณสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมาก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้เพียงแต่ไม่จำเป็นเท่านั้น

กล่าวจบเขาสะบัดแขนเสื้อเก็บต้นท้อสวรรค์เข้าไปเตรียมนำกลับไปฟื้นฟูภายหลัง

เย่ไคถอนใจ “จนบัดนี้ยังไม่พบร่องรอยไข่มุกพิษเลยหรือแม้แต่ที่นี่ก็ไม่มี?”

“โอกาสมีน้อย” เซียวเฉินกล่าวเรียบเฉย “ไข่มุกพิษต้องถือกำเนิดในแดนพิษหมื่นกาลแม้ที่นี่จะมีพลังหยินของแดนยมโลกแต่มิใช่พิษอย่าคาดหวังมากเกินไป”

เย่ไคกัดฟัน “ผู้อาวุโสท่านมั่นใจหรือว่าไม่ต้องอาศัยไข่มุกพิษก็รักษาบุตรสาวข้าได้?”

เซียวเฉินมิได้หันกลับ “ต่อให้นางตายข้าก็ฉุดกลับจากยมโลกได้”

มุมปากเย่ไคกระตุกทว่ามิกล้าโต้แย้ง

บัดนี้ความหวังทั้งหมดอยู่ในมือบุรุษผู้นี้

หลังเก็บต้นท้อสวรรค์เซียวเฉินครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังศิลาจารึก

หากมีคัมภีร์ใดเข้าตาเก็บไว้ก็มิใช่เรื่องเสียหาย

เมื่อบีบบังคับสอบถามวิญญาณหยินตนหนึ่งเขาก็ออกเดินทางต่อ

ยิ่งลึกเข้าไปวิญญาณหยินยิ่งมากขึ้นทั้งแข็งแกร่งและหนาแน่น

“ผู้อาวุโสเหตุใดที่นี่จึงมีวิญญาณหยินมากเพียงนี้?”

เย่หรูเมิ่งรู้สึกหนังศีรษะชา

หมอกวิญญาณสีดำถูกพลังจากเซียวเฉินผลักแหวกเผยให้เห็นร่างซีดขาวนับไม่ถ้วนใบหน้าไร้เลือดฝาดดวงตาหม่นหมองไร้แวว

พวกมันทั้งหมดจ้องมองทั้งสามไม่กะพริบ

หากไร้พลังที่แผ่ออกมาจากร่างเซียวเฉินพวกเขาคงถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นๆไปแล้ว

“ที่นี่เคยเป็นที่ตั้งของขุมอำนาจอันยิ่งใหญ่มีผู้ฝึกตนวิถีเซียนจำนวนมาก” เซียวเฉินกล่าว

แต่ที่น่าสงสัยคือศพมากมายกลับกำเนิดเป็นวิญญาณหยินทั้งหมดเว้นแต่จะมีสิ่งใดช่วยกระตุ้นการกำเนิด

เย่ไคถามด้วยความไม่เข้าใจ “หากที่นี่เคยยิ่งใหญ่เหตุใดจึงถูกทำลาย?และศพเหล่านี้ไร้บาดแผลราวกับล้มตายโดยไร้การต่อต้านนี่เกิดสิ่งใดกันแน่?”

เซียวเฉินหัวเราะเบา “ขุมอำนาจใดจะไม่มีผู้ไร้เทียมทานค้ำจุนแต่ก็ย่อมมีวันพินาศส่วนสาเหตุ…ดูจากร่างซีดไร้โลหิตนั้นสิพวกเขาถูกดูดกลืนพลังหยางจนสิ้นชีวิต”

“ดูดพลังหยาง?”

เย่หรูเมิ่งงุนงงแม้สตรีก็มีไม่น้อยแล้วพลังหยางมาจากไหน?

ยังมิทันได้คิดลึกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเบื้องหน้า

“ผู้ใดบังอาจล่วงล้ำเข้ามา!”

ร่างกำยำตนหนึ่งยืนขวางทางเสียงตวาดดังก้อง

เซียวเฉินหรี่ตาเล็กน้อย

“ไสหัวไป”

แรงกดดันจากร่างเขาระเบิดออกในพริบตา

ร่างนั้นถูกซัดกระเด็นปลิวหายไปในหมอกวิญญาณทันที

บรรยากาศรอบด้านเงียบงันลงในชั่วอึดใจ

แต่แรงกดดัน…กลับทวีคูณขึ้นอย่างเงียบงัน

จบบทที่ 76.ต้นท้อสวรรค์ที่เหี่ยวแห้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว