- หน้าแรก
- ระบบเช็คอินตระกูลไร้เทียมทาน
- 76.ต้นท้อสวรรค์ที่เหี่ยวแห้ง
76.ต้นท้อสวรรค์ที่เหี่ยวแห้ง
76.ต้นท้อสวรรค์ที่เหี่ยวแห้ง
“ต้นท้อสวรรค์?”
ดวงตาของเซียวเฉินพลันเปล่งประกายวาววับหากเป็นของจริงนั่นย่อมเป็นสมบัติสวรรค์ประทานอย่างแท้จริง!
ส่วนคัมภีร์อะไรนั้นเขาไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย
เซียวเฉินรักษาคำมั่นไม่สังหารวิญญาณหยินทั้งสามแล้วพาเย่ไคกับเย่หรูเมิ่งจากไป
แต่ทันทีที่พวกเขาเดินลับสายตาเสียงหัวเราะเย็นเยียบก็ดังขึ้นจากเงามืด
หนึ่งในนั้นกล่าวเสียงต่ำว่า “สถานที่ตั้งศิลาคือเขตแกนกลางบุรุษผู้นั้นมิได้อ่อนแอหากเขาสามารถเปิดผนึกศิลาได้ที่นี่ก็จะกลายเป็นทางผ่านระหว่างแดนยมโลกกับโลกมนุษย์โดยสมบูรณ์!”
อีกตนส่ายหน้า “แต่เขาจะทำได้จริงหรือผนึกนั้นเป็นฝีมือจักรพรรดิเซียนเว้นเสียแต่เป็นจักรพรรดิเซียนเช่นเดียวกันจึงจะคลายผนึกได้ผู้อื่นไร้หนทางโดยสิ้นเชิงเจ้าคิดว่าเขาเป็นจักรพรรดิเซียนหรือ?ข้ามองอย่างไรก็ไม่เหมือน!”
“ฮึ หากไม่ใช่จักรพรรดิเซียนก็มีเพียงความตายรออยู่เบื้องหน้าภายในนั้นมีตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวไม่น้อยแม้แต่มหาเซียนโบราณก็มีถึงสอง!”
…
อีกด้านหนึ่ง
ทันทีที่เซียวเฉินก้าวเท้าออกไปแผ่นดินใต้ฝ่าเท้าพลันปรากฏอักขระเต๋านับไม่ถ้วนส่องประกายเจิดจ้า
ชั่วพริบตาแสงศักดิ์สิทธิ์นับหมื่นสายระเบิดออกมาจากอักขระเหล่านั้นพุ่งแทงขึ้นราวกระบี่เทพหมายปลิดชีวิตผู้เหยียบย่าง
หัวใจของเย่ไคแทบทะลุออกจากอกนี่คือหนึ่งในเขตอันตรายของดินแดนจักรพรรดิร่วงหล่นพลังที่อักขระเต๋าปลดปล่อยออกมาสามารถกวาดล้างทุกสิ่งบนผืนดินให้มลายหายสิ้น
ที่ร้ายกาจยิ่งกว่านั้นคือพลังนี้รวดเร็วประหนึ่งกับดักค่ายกล ไม่มีโอกาสให้ตอบสนองก่อนจะถูกบดขยี้เป็นธุลี
ทว่าในวินาทีถัดมาเขากลับรู้สึกว่าความกังวลของตนนั้นช่างไร้สาระ
แม้อักขระเต๋าจะตื่นขึ้นและแผ่พลังอันยิ่งใหญ่ไร้ขอบเขตทว่าบริเวณใต้เท้าพวกเขากลับสงบนิ่งดุจผิวน้ำไร้คลื่น
อักขระฟื้นคืนทว่ามิได้ปลดปล่อยพลังออกมาแม้แต่น้อย
หรือจะกล่าวว่าพลังทั้งหมดถูกผู้อาวุโสเบื้องหน้าผู้นี้กดทับไว้โดยสิ้นเชิง!
ภายใต้การนำของเซียวเฉินพวกเขาเหยียบย่างผ่านอักขระเต๋าฝ่าฝูงวิญญาณหยินดุจเดินอยู่ในสวนหลังบ้าน
ผู้ใดฟังคำเตือน เขาไว้ชีวิต
ผู้ใดดื้อรั้น เขาสังหารในกระบวนท่าเดียว
เรียบง่ายและตรงไปตรงมา
ไม่นานเซียวเฉินก็มาถึงเบื้องหน้าต้นท้อสวรรค์ในตำนาน
ต้นไม้โบราณมหึมาตั้งตระหง่านลำต้นหนาใหญ่ชูสูงค้ำยันฟ้าดิน
ทว่า—
“นี่คือต้นท้อสวรรค์ที่วิญญาณหยินกล่าวถึงหรือเหตุใดจึงกลายเป็นต้นไม้แห้งเช่นนี้?”
เย่หรูเมิ่งเอ่ยด้วยความสงสัย
ใช่แล้วต้นท้อสวรรค์เบื้องหน้าขนาดใหญ่นั้นเหี่ยวแห้งสิ้นชีพแล้ว
เปลือกไม้แห้งกรังราวถูกไฟเผากลายเป็นสีดำสนิท
กิ่งก้านไร้ใบ
ไร้ผล
ไร้แม้เศษเสี้ยวแห่งชีวิต
เซียวเฉินยกมือวางลงบนลำต้นแห้งเหี่ยว
จิตสำนึกของเขาไหลย้อนผ่านแม่น้ำแห่งกาลเวลาย้อนกลับไปยังอดีตกาลอันไกลโพ้น…
ไม่รู้ผ่านมากี่หมื่นปี
เขาเห็นต้นไม้โบราณเขียวชอุ่มยืนหยัดบนผืนดินแห่งนี้กิ่งก้านแผ่กว้างผลท้อสีชมพูอวบอิ่มห้อยระย้าเต็มต้น
รอบข้างคือหมู่ตำหนักโอ่อ่าสูงเสียดฟ้าศาลาเรือนแก้ว สะพานโค้งเหนือน้ำใส ปราณเซียนอบอวล วิหควิญญาณและอสูรศักดิ์สิทธิ์บินวนทั่วฟ้า
ผู้ฝึกตนวิถีเซียนจำนวนมากทะยานขึ้นกลางอากาศกลิ่นอายแข็งแกร่งสะเทือนสวรรค์
“เป็นต้นท้อสวรรค์โดยไม่ต้องสงสัย”
เซียวเฉินลืมตาเขาไม่สนใจว่าที่นี่เคยเป็นขุมอำนาจฝ่ายใด สิ่งที่เขาใส่ใจมีเพียงต้นไม้นี้คือของจริง
“แต่มันตายแล้วแม้เป็นต้นท้อสวรรค์ก็ไร้ประโยชน์มิใช่หรือ?”
เย่หรูเมิ่งถอนหายใจ
เซียวเฉินยิ้มบาง “มันตายแล้วก็จริงแต่ข้าทำให้มันฟื้นคืนชีพได้”
ต้นไม้ต้นนี้มิได้ถูกทำลายเพียงไม่อาจทนสภาพแวดล้อมของแดนยมโลกจนสิ้นชีพ
ตราบใดที่ยังเหลือรากแม้เพียงเส้นเดียวเขาก็สามารถทำให้มันกลับมาเบ่งบานได้อีกครั้ง
ต่อให้ต้องสร้างสิ่งมีชีวิตหรือพืชวิญญาณสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมาก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้เพียงแต่ไม่จำเป็นเท่านั้น
กล่าวจบเขาสะบัดแขนเสื้อเก็บต้นท้อสวรรค์เข้าไปเตรียมนำกลับไปฟื้นฟูภายหลัง
เย่ไคถอนใจ “จนบัดนี้ยังไม่พบร่องรอยไข่มุกพิษเลยหรือแม้แต่ที่นี่ก็ไม่มี?”
“โอกาสมีน้อย” เซียวเฉินกล่าวเรียบเฉย “ไข่มุกพิษต้องถือกำเนิดในแดนพิษหมื่นกาลแม้ที่นี่จะมีพลังหยินของแดนยมโลกแต่มิใช่พิษอย่าคาดหวังมากเกินไป”
เย่ไคกัดฟัน “ผู้อาวุโสท่านมั่นใจหรือว่าไม่ต้องอาศัยไข่มุกพิษก็รักษาบุตรสาวข้าได้?”
เซียวเฉินมิได้หันกลับ “ต่อให้นางตายข้าก็ฉุดกลับจากยมโลกได้”
มุมปากเย่ไคกระตุกทว่ามิกล้าโต้แย้ง
บัดนี้ความหวังทั้งหมดอยู่ในมือบุรุษผู้นี้
หลังเก็บต้นท้อสวรรค์เซียวเฉินครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังศิลาจารึก
หากมีคัมภีร์ใดเข้าตาเก็บไว้ก็มิใช่เรื่องเสียหาย
เมื่อบีบบังคับสอบถามวิญญาณหยินตนหนึ่งเขาก็ออกเดินทางต่อ
ยิ่งลึกเข้าไปวิญญาณหยินยิ่งมากขึ้นทั้งแข็งแกร่งและหนาแน่น
“ผู้อาวุโสเหตุใดที่นี่จึงมีวิญญาณหยินมากเพียงนี้?”
เย่หรูเมิ่งรู้สึกหนังศีรษะชา
หมอกวิญญาณสีดำถูกพลังจากเซียวเฉินผลักแหวกเผยให้เห็นร่างซีดขาวนับไม่ถ้วนใบหน้าไร้เลือดฝาดดวงตาหม่นหมองไร้แวว
พวกมันทั้งหมดจ้องมองทั้งสามไม่กะพริบ
หากไร้พลังที่แผ่ออกมาจากร่างเซียวเฉินพวกเขาคงถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นๆไปแล้ว
“ที่นี่เคยเป็นที่ตั้งของขุมอำนาจอันยิ่งใหญ่มีผู้ฝึกตนวิถีเซียนจำนวนมาก” เซียวเฉินกล่าว
แต่ที่น่าสงสัยคือศพมากมายกลับกำเนิดเป็นวิญญาณหยินทั้งหมดเว้นแต่จะมีสิ่งใดช่วยกระตุ้นการกำเนิด
เย่ไคถามด้วยความไม่เข้าใจ “หากที่นี่เคยยิ่งใหญ่เหตุใดจึงถูกทำลาย?และศพเหล่านี้ไร้บาดแผลราวกับล้มตายโดยไร้การต่อต้านนี่เกิดสิ่งใดกันแน่?”
เซียวเฉินหัวเราะเบา “ขุมอำนาจใดจะไม่มีผู้ไร้เทียมทานค้ำจุนแต่ก็ย่อมมีวันพินาศส่วนสาเหตุ…ดูจากร่างซีดไร้โลหิตนั้นสิพวกเขาถูกดูดกลืนพลังหยางจนสิ้นชีวิต”
“ดูดพลังหยาง?”
เย่หรูเมิ่งงุนงงแม้สตรีก็มีไม่น้อยแล้วพลังหยางมาจากไหน?
ยังมิทันได้คิดลึกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเบื้องหน้า
“ผู้ใดบังอาจล่วงล้ำเข้ามา!”
ร่างกำยำตนหนึ่งยืนขวางทางเสียงตวาดดังก้อง
เซียวเฉินหรี่ตาเล็กน้อย
“ไสหัวไป”
แรงกดดันจากร่างเขาระเบิดออกในพริบตา
ร่างนั้นถูกซัดกระเด็นปลิวหายไปในหมอกวิญญาณทันที
บรรยากาศรอบด้านเงียบงันลงในชั่วอึดใจ
แต่แรงกดดัน…กลับทวีคูณขึ้นอย่างเงียบงัน