- หน้าแรก
- ระบบเช็คอินตระกูลไร้เทียมทาน
- 74.เช็คอินสำเร็จ “หมัดจักรพรรดินิรันดร์”!
74.เช็คอินสำเร็จ “หมัดจักรพรรดินิรันดร์”!
74.เช็คอินสำเร็จ “หมัดจักรพรรดินิรันดร์”!
“อะไรนะ?”
เย่ไคถึงกับตะลึงงันในใต้หล้านี้…ยังมีผู้ใดไม่เห็นค่าอาวุธจักรพรรดิอีกหรือ?
สมบัติระดับจักรพรรดิหากปรากฏสู่สายตาผู้คนย่อมก่อให้เกิดคลื่นโลหิตทั่วหล้าไม่รู้กี่ผู้ฝึกตนต้องลอบสังหารแย่งชิงจนฟ้าดินปั่นป่วนทว่าเบื้องหน้ากลับมีผู้อาวุโสผู้หนึ่งที่ไม่แม้แต่จะชายตามอง!
แต่ยิ่งเป็นเช่นนี้เขายิ่งจนปัญญา
ในเมื่อแม้แต่อาวุธจักรพรรดิก็มิอาจทำให้ท่านผู้นี้สะทกสะท้านแล้วตระกูลเย่จะยังมีสิ่งใดพอให้เขาเหลียวแลได้อีกเล่า?
“ถ้าเช่นนั้น…ผู้อาวุโสคัมภีร์จักรพรรดิล่ะขอรับ?”
เย่ไคกัดฟันถามอีกครั้ง
บรรพชนตระกูลเย่เคยมีจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ถือกำเนิดย่อมมีคัมภีร์จักรพรรดิสืบทอดอยู่เพียงแต่กาลเวลาผ่านไปเนิ่นนานคัมภีร์นั้นชำรุดไม่สมบูรณ์แล้ว
“ไร้ค่า”
เซียวเฉินส่ายหน้าเบาๆ
“หากพวกเจ้ามิอาจหยิบยื่นสิ่งที่ทำให้ข้าพอใจข้าย่อมไม่ลงมือช่วยเหลือ”
กล่าวโดยสรุปเขากับอีกฝ่ายมิใช่ญาติ มิใช่สหายเต๋า เหตุใดต้องเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์?
เย่ไคถึงกับหมดหนทางโดยสิ้นเชิง
อาวุธจักรพรรดิ…คัมภีร์จักรพรรดิ…ล้วนถูกปัดทิ้งเขายังจะมีสิ่งใดหยิบยื่นได้อีก?
ขณะนั้นเองเย่หรูเมิ่งเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง
“ผู้อาวุโส…หากเป็นพืชวิญญาณเล่า?”
“พืชวิญญาณ?”
ดวงตาเซียวเฉินพลันเป็นประกาย
“พืชวิญญาณชนิดใด?”
หากเป็นเรื่องนี้…เขากลับสนใจไม่น้อย!
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีท่าทีสนใจเย่หรูเมิ่งจึงกล่าวต่อ
“แม้ตระกูลเย่ของเราจะเสื่อมถอยแต่การสืบทอดยังนับว่ายาวนานพืชวิญญาณที่สะสมไว้มีไม่น้อยเช่น แอปเปิลหยกมรกต บัวน้ำแข็งเพลิง มันฝรั่งไหมสวรรค์ ส้มทางช้างเผือก…”
นางเอ่ยชื่อพืชวิญญาณติดๆกันหลายชนิดล้วนเป็นสายพันธุ์ที่แม้แต่เซียวเฉินก็ยังมิได้ครอบครอง
“ดี ตกลงตามนี้”
เซียวเฉินตัดสินใจในทันที
“ข้าจะช่วยพวกเจ้าค้นหาไข่มุกพิษส่วนพืชวิญญาณที่เจ้ากล่าวมาต้องมอบให้ข้าโดยไม่ขาดแม้แต่ชนิดเดียว”
ตั้งแต่ย้ายสู่เมืองเทพนิรันดร์เขาก็คิดจะสร้างสวนผลไม้วิญญาณของตนเองรวบรวมพืชวิญญาณทั่วหล้าปลูกไว้ในไร่วิญญาณของตนวันหน้าอยากกินสิ่งใดก็เพียงเด็ดกิน ช่างรื่นรมย์นัก!
เย่ไคยิ่งฟังยิ่งตะลึง
มองข้ามอาวุธจักรพรรดิ มองข้ามคัมภีร์จักรพรรดิ แต่กลับหลงใหลพืชวิญญาณเช่นนี้…
นี่หรือคือความชอบของผู้เร้นกายในโลก?
ไม่ธรรมดาจริงๆ!
เย่หรูเมิ่งกลับดีใจลึกๆ
คำพูดของผู้อาวุโสก่อนหน้านี้ไม่ผิดเลย—ตราบใดที่เกี่ยวข้องกับกินดื่มเที่ยวเล่นเขาล้วนมีความสนใจ
ผลของพืชวิญญาณไม่เพียงช่วยบ่มเพาะยังสนองรสนิยมแห่งลิ้นได้อีกด้วย
“แล้วพวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าไข่มุกพิษอยู่แห่งใด?”
เซียวเฉินถาม
เย่ไคฝืนยิ้ม
“เรียนตามตรง…พวกเราก็มิรู้ที่นี่คือดินแดนจักรพรรดิร่วงหล่นไม่มีผู้ใดทราบสภาพภายในแน่ชัดข้าเพียงมาลองเสี่ยงโชควาสนาเท่านั้น”
“แล้วเหตุใดจึงต้องตามหาไข่มุกพิษ?”
“เพื่อรักษาโรคร้ายของบุตรสาวคนเล็กของข้า”
เซียวเฉินพยักหน้า
“เช่นนั้นก็ลองค้นหาดูหากพบย่อมเป็นเรื่องดีหากหาไม่พบข้าจะลงมือถอนรากโรคนั้นเองแต่พืชวิญญาณที่เจ้าว่ามา ต้องไม่ขาดแม้ชนิดเดียว”
“ผู้อาวุโสโปรดวางใจ!”
“ดี เช่นนั้นก็ไปกัน”
เซียวเฉินเก็บราชรถศึกสำริดแล้วนำทางไปเบื้องหน้า
บริเวณที่พวกเขาอยู่ยังไม่ลึกนักด้วยพลังของเย่ไคย่อมมิอาจฝ่าลึกเข้าไปกว่านี้หาไม่แล้วคงกลายเป็นศพไร้วิญญาณไปนานแล้ว
ภายในดินแดนจักรพรรดิร่วงหล่นมีหมอกดำปกคลุมทั่วสารทิศ
แต่นี่มิใช่หมอกธรรมดา
ภายในแฝงไว้ด้วยกฎเกณฑ์ลึกลับผู้ฝึกตนระดับต่ำเพียงสัมผัสก็ถึงตาย
ทว่าครานี้มีเซียวเฉินนำทาง
ทุกย่างก้าวที่เขาเหยียบย่ำหมอกดำภายในรัศมีหลายจั้งล้วนถอยร่นราวเกรงกลัว
ภาพนั้นทำให้เย่ไคอ้าปากค้างจิตใจสั่นไหวมิอาจคาดเดาว่าผู้อาวุโสผู้นี้มีระดับพลังบ่มเพาะสูงส่งเพียงใด
“ผู้อาวุโสข้ามีข้อสงสัยท่านรู้ตำแหน่งที่บิดาข้าอยู่ได้อย่างไรทั้งที่หมอกนี้ตัดขาดจิตสัมผัส?”
เย่หรูเมิ่งถามด้วยความข้องใจ
“ก็แค่ใช้สายตา”
คำตอบเรียบง่ายของเซียวเฉินทำให้สองพ่อลูกพูดไม่ออก
หรือดวงตาของพวกเขาจะไร้ค่าไปแล้ว?
ทันใดนั้น—
【ระบบเช็คอินตระกูลไร้เทียมทานทำงานอัตโนมัติ เช็คอินสำเร็จ ขอแสดงความยินดีโฮสต์ได้รับวิชาศักสิทธิ์ระดับจักรพรรดิเทพนิรันดร์—หมัดจักรพรรดินิรันดร์!】
ฝีเท้าเซียวเฉินไม่ชะงักแต่ในใจกลับแปลกใจเล็กน้อย
เป็นวิชาศักสิทธิ์ระดับเดียวกับขอบเขตจักรพรรดิเทพนิรันดร์ของเขา!
หนึ่งหมัดเปิดสวรรค์
หนึ่งหมัดทำลายโลก
หนึ่งหมัดทำลายความโกลาหล
หนึ่งหมัดก่อกำเนิดความว่างเปล่า
แท้จริงแล้วเมื่อถึงระดับเขาเพียงยกมือก็คือวิชาศักสิทธิ์ทั้งหมดเพียงคิดหนึ่งคราก็สั่นสะเทือนเทพมารการเคลื่อนไหวทุกส่วนของร่างกายทั้งหมดล้วนหมายถึงเต๋าและสัจธรรม มองข้ามเหตุและผล กฎเกณฑ์ฟ้าดิน
ไม่จำเป็นต้องฝึกวิชาใดอีก
แต่ในเมื่อระบบเช็คอินมอบให้เขาย่อมไม่ปฏิเสธ
ระหว่างก้าวเดินเขาก็ซึมซับหมัดจักรพรรดินิรันดร์ไปด้วยอย่างไม่รีบร้อน
“ผู้อาวุโสหมอกดำเหล่านี้แท้จริงคือสิ่งใด?”
เย่ไคถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ที่นี่เคยทำให้จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ล้มตายแม้เดินตามหลังเซียวเฉินเขาก็มิกล้าประมาทแม้ครึ่งลมหายใจ
“กฎเกณฑ์”
เซียวเฉินเอ่ยอย่างสงบ
“หมอกดำนี้เรียกว่าหมอกวิญญาณภายในแฝงไว้ด้วยกฎเกณฑ์จากแดนยมโลกและยังเป็นกฎเกณฑ์เซียนต่อให้จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ก็ยากจะต้าน”
“กฎเกณฑ์จากแดนยมโลก? กฎเกณฑ์เซียน?”
เย่ไคได้ยินแล้วราวหลงทางในหมอกคำเหล่านี้เกินขอบเขตความเข้าใจของเขาโดยสิ้นเชิง
ทันใดนั้นเย่หรูเมิ่งชี้ไปเบื้องหน้า
“ผู้อาวุโสตรงนั้นมีบันได!”
เบื้องหน้าปรากฏขั้นบันไดแตกหักเห็นชัดว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างของมนุษย์แม้บัดนี้จะพังทลายกลายเป็นเศษซาก
ที่แห่งนี้…เคยมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่หรือ?
“ไม่ทราบ”
เซียวเฉินตอบเรียบๆแล้วก้าวต่อ
จู่ๆหมอกดำเบื้องหน้ากลับปั่นป่วนรุนแรงคล้ายมีบางสิ่งเคลื่อนไหวอยู่ภายใน
“ผู้อาวุโส ระวัง! เราอาจเข้าสู่เขตอันตรายแล้ว!”
เย่ไครีบเตือน
ในหมอกนี้มีสิ่งมีชีวิตลึกลับอาศัยอยู่หากล่วงล้ำเข้าใกล้จะถูกโจมตีเขาเองเคยเกือบสิ้นชีพด้วยเหตุนี้
ทว่าเซียวเฉินยังคงสีหน้าเรียบเฉย
หมอกดำค่อยๆแยกออก
เผยให้เห็นเงาร่างหนึ่ง—
รูปร่างมนุษย์
ร่างกายครบถ้วนหากแต่มิใช่มนุษย์ปกติผิวซีดขาวดุจผ้าศพกำลังโยกไหวช้าๆจนก่อให้เกิดกระแสหมอกดำ
“ที่นี่…มีมนุษย์อยู่ด้วยหรือ?”
เย่หรูเมิ่งตกตะลึง
“ระวังนั่นไม่ใช่มนุษย์!”
เย่ไคกล่าวเสียงต่ำสีหน้าตึงเครียดอย่างที่สุด