- หน้าแรก
- ระบบเช็คอินตระกูลไร้เทียมทาน
- 60.การตัดสินใจของราชวงศ์ต้าเซีย
60.การตัดสินใจของราชวงศ์ต้าเซีย
60.การตัดสินใจของราชวงศ์ต้าเซีย
ทันทีที่เขาพูดจบลำแสงสายหนึ่งพลันพุ่งทะลุหว่างคิ้ว
“คราวก่อนที่ตระกูลเซียวเจ้าก็พูดเช่นนี้!”
ผู้อาวุโสใหญ่แค่นเสียงเย็นชา
เมื่อเซียวหรานปลุกร่างพิเศษสำเร็จสำนักหลิงหยุนก็หมดคุณค่าในสายตาตระกูลเซียวทรัพยากรทั้งหมดภายในสำนักถูกกวาดล้างจนสิ้นแม้แต่ผู้อาวุโสและสมาชิกระดับสูงก็ล้วนสิ้นชีพไม่มีผู้ใดรอดชีวิต
เพียงแต่เห็นแก่หน้าเซียวหรานตระกูลเซียวจึงมิได้ลงมือกับศิษย์ธรรมดา—คนเหล่านั้นมิอาจเป็นภัยต่อพวกเขาได้
ขณะเดียวกัน
ในช่วงที่สำนักหลิงหยุนถูกทำลายผู้ตรวจการถังกวนและองค์ชายเก้าเซี่ยหลีกลับถึงเมืองหลวงของราชวงศ์ต้าเซียอย่างทุลักทุเล
ด้วยความเร็วของพวกเขาเดิมควรกลับถึงตั้งนานแล้วทว่าเทือกเขาจิ่วจี๋เกิดความโกลาหลอสูรจำนวนมากแย่งชิงตำแหน่งราชันอสูรหลายครั้งพวกเขาเกือบเอาชีวิตไม่รอด
เมื่อถังกวนรายงานเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเมืองจิ่วจี๋
ราชสำนักทั้งหมกก็ระเบิดเป็นเสียงฮือฮา
“เจ้าว่าอย่างไรนะ? ตระกูลเซียวไม่เพียงฉีกพระราชโองการจักรพรรดิมนุษย์แต่ยังสังหารศิษย์สำนักลั่วเซี่ยถึงสองคนและหนึ่งในนั้นเป็นศิษย์สายตรงของผู้อาวุโส?”
เรื่องนี้ใหญ่หลวงเกินไปหากจัดการพลาดราชวงศ์ต้าเซียอาจถึงคราวล่มสลาย!
จักรพรรดิเซี่ยหยางเทียนประทับนั่งบนบัลลังก์มังกรทองสายหนึ่งหมุนวนรอบกายแผ่อำนาจเกรียงไกรไม่สิ้นสุด ทว่าขณะนี้ใบหน้ากลับมืดหม่น
“ท่านทั้งหลายคิดว่าเรื่องนี้ควรจัดการอย่างไร?”
มหาเสนาบดีซุนเจิ้งก้าวออกมาประสานมือ
“ฝ่าบาทไม่มีสิ่งใดต้องลังเลควรยกทัพปราบปรามตระกูลเซียวโดยเด็ดขาดและตามที่องค์ชายเก้ากล่าวต้องส่งมอบตระกูลเซียวให้สำนักลั่วเซี่ยเพื่อสงบโทสะมิฉะนั้นเราจะรับความโกรธไม่ไหว!”
ขุนนางผู้ทรงอำนาจอีกผู้หนึ่งกล่าวเสริมแม้ปกติไม่ลงรอยกับมหาเสนาบดีทว่าในเรื่องนี้กลับเห็นพ้องต้องกัน
ศิษย์ออกฝึกฝนแล้วตายถือเป็นเรื่องปกติในโลกนี้
แต่สำนักลั่วเซี่ยหาใช่สำนักธรรมดาไม่ชีวิตของศิษย์พวกเขามีค่ามากกว่าผู้ใดและผู้ที่ตายยังเป็นศิษย์สายตรงของผู้อาวุโสมิใช่ศิษย์ทั่วไป!
หากจัดการไม่ดีราชวงศ์ต้าเซียต้องรับโทสะจากสำนักลั่วเซี่ยอย่างแน่นอน
ทั่วทั้งราชสำนักเห็นพ้องต้องกัน—ต้องจัดการตระกูลเซียว แล้วส่งตัวให้สำนักลั่วเซี่ย
ถังกวนรีบกล่าวเตือน “เรียนฝ่าบาทตระกูลเซียวมิใช่ตระกูลธรรมดาหากจะส่งคนไปต้องเลือกผู้แข็งแกร่งอย่างยิ่งตอนนั้นเพียงเสียงตวาดเบาๆก็ทำลายพระราชโองการจักรพรรดิมนุษย์และทำร้ายพวกข้าที่อยู่ในขอบเขตตำหนักวิญญาณได้—ฝีมือเช่นนี้ไม่อาจดูแคลน!”
องค์ชายเก้าเซี่ยหลีก็กล่าวเสริม “ท่านพ่อโปรดอย่าได้ประมาท”
เซี่ยหยางเทียนพยักหน้า
“แม่ทัพใหญ่ผู้พิทักษ์เซี่ยชางอยู่ที่ใด!”
บุรุษร่างกำยำสวมเกราะทองคำก้าวออกมา “ข้าน้อยอยู่นี้ขอรับ!”
“ข้าสั่งให้เจ้าคุมทัพห้าพันทหารมังกรทองถือกระบี่เทพพิทักษ์ไปจัดการตระกูลเซียวหากล้มเหลวจงนำศีรษะตนมาถวาย!”
เสียงกึกก้องสะเทือนท้องพระโรง
เหล่าขุนนางล้วนพยักหน้าเห็นด้วย
ทหารมังกรทองคือกองกำลังองครักษ์ส่วนพระองค์แต่ละคนแข็งแกร่งยิ่งส่วนใหญ่ล้วนอยู่ขอบเขตตำหนักวิญญาณ
กระบี่เทพพิทักษ์ยังเป็นอาวุธวิญญาณระดับห้าหนึ่งในอาวุธทรงพลังที่สุดของราชวงศ์ต้าเซีย
ยิ่งไปกว่านั้นแม่ทัพใหญ่เซี่ยชางคือหนึ่งในผู้แข็งแกร่งขอบเขตชีพจรวิญญาณเพียงไม่กี่คนผ่านศึกใหญ่น้อยนับครั้งไม่ถ้วน
ครั้งนี้มีเขานำทัพถือกระบี่เทพพิทักษ์ย่อมต้องกลับมาพร้อมชัยชนะ!
คำเตือนของถังกวน—ไม่มีผู้ใดใส่ใจ
“ข้าน้อยรับคำสั่ง!”
เซี่ยชางคำนับก่อนหมุนกายจากไปอย่างสง่างาม
......
ริมสระน้ำในจวน
เซียวหลิงเทียนเอ่ยถาม “เซียวเฉินร่างของเซียวหรานคืออะไรกันแน่ข้ารู้สึกว่าเมื่อเขาใช้ร่างพิเศษแล้วเขากลายเป็นคนกระหายเลือดอย่างยิ่งวิธีสังหารโหดเหี้ยมจนข้าหวั่นว่าเขาจะควบคุมตนเองไม่ได้”
เซียวเฉินจิบสุราอย่างสงบ
“นั่นคือร่างพิเศษระดับสูงยิ่ง ชื่อว่า ‘ร่างสังหารวิถีสูงสุด’ อยู่ระดับเดียวกับร่างเซียนจักรพรรดิเพลิงของเซียวเหยียน”
“ตามชื่อ—เป็นร่างแห่งการสังหารบริสุทธิ์เมื่อใช้งานจะเยือกเย็นและเด็ดขาดคิดคำนวณหาวิธีสังหารศัตรูให้รวดเร็วที่สุดจึงดูโหดเหี้ยมแต่ไม่เสียสติไม่คลุ้มคลั่ง”
เขาโยนสายเบ็ดลงสระก่อนหยิบเมล็ดเพลิงป้อนให้นกสีแดงที่เกาะบนไหล่
นกตัวนั้นมาอาศัยในลานจวนของเขาและได้รับการหล่อเลี้ยงจากสถานที่นี้เพียงไม่กี่วันก็มีสติปัญญา
มันสร้างรังบนต้นหม่อนและตั้งรกรากอยู่ที่นี่
เซียวเฉินกล่าวต่อ “ในโลกอันโหดร้ายผู้ใดก้าวถึงจุดสูงสุดมือใครเล่าไม่เปื้อนเลือดบางคนคร่าชีวิตเป็นล้านล้าน เพียงเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย”
เซียวหลิงเทียนพยักหน้า
โลกนี้…ผู้ใดอยู่รอดจนสุดท้ายผู้นั้นคือผู้ชนะ
“ตอนนี้เซียวหรานปลุกร่างนั้นแล้วเราควรออกจากเมืองจิ่วจี๋หรือยัง?”
“ยังไม่รีบข้ากำลังรอสิ่งหนึ่ง”
“สิ่งใด?”
“โรงเตี๊ยมเฟิ่งอู๋หยวน”
เซียวหลิงเทียนอึ้ง “ห๊า? รออาหาร?”
เซียวเฉินยิ้ม “ใช่ ข้าเฝ้ารอมานานแล้ว”
เขาเคยได้ยินผู้อาวุโสกล่าวว่าอาหารและสุราของโรงเตี๊ยมเฟิ่งอู๋หยวนคือที่สุดแห่งเมืองจิ่วจี๋
เซียวหลิงเทียนถอนหายใจ
บุตรชายแข็งแกร่งถึงเพียงนี้จะเสพสุขบ้างจะเป็นไร?
ทันใดนั้น
สายตาเซียวเฉินพลันหันไปยังที่พักของเซียวเหยียน
เซียวหลิงเทียนมองตาม—
พลังกลิ่นอายไม่ธรรมดากำลังแผ่ขยายออกมาอย่างช้าๆ
บางสิ่ง…กำลังจะตื่นขึ้นแล้ว