- หน้าแรก
- โบกี้มรณะ ผมคือผู้ชายคนเดียวบนรถไฟสายนี้
- บทที่ 29: การแจกจ่ายตำราสกิล
บทที่ 29: การแจกจ่ายตำราสกิล
บทที่ 29: การแจกจ่ายตำราสกิล
หลิงเฉินจ้องมองรายการรางวัลบนหน้าต่างระบบ หัวใจเต้นระรัว
เหรียญรถไฟหนึ่งพันเหรียญ พื้นที่เก็บของหนึ่งพันหน่วย และตำราสกิลแบบเลือกได้อีกสามเล่ม
เขาสูดลมหายใจลึก บังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์
เหรียญรถไฟเก็บไว้ก่อน เอาไว้ใช้ตอนจำเป็น
พื้นที่เก็บของถือเป็นของดี การเพิ่มพื้นที่หนึ่งพันหน่วยจากเดิมที่มีอยู่ห้าร้อยหน่วย เท่ากับว่าตอนนี้เขามีโกดังเก็บของขนาดหนึ่งพันห้าร้อยหน่วยแล้ว
แต่ที่สำคัญที่สุดคือเอฟเฟกต์พิเศษที่แถมมาด้วยต่างหาก
【สมาชิกทุกคนสามารถเปิดคลังรถไฟจากที่ไหนก็ได้เพื่อเก็บทรัพยากร】
ดวงตาของหลิงเฉินเป็นประกายวาววับ
นั่นหมายความว่า ต่อไปเวลาออกไปหาเสบียง พวกเขาไม่ต้องพึ่งพาช่องเก็บของส่วนตัวอันน้อยนิดเพื่อขนของไปๆ มาๆ อีกแล้ว
เจออะไรก็ยัดใส่คลังรถไฟได้เลย แล้วค่อยเอาออกมาตอนที่ต้องการ
นี่แหละคือความสามารถหลักที่แท้จริง
หลิงเฉินคลิกเปิดหน้าต่างสถานะ แล้วมองดูแต้มสถานะอิสระยี่สิบแต้ม
เขาไม่ลังเลเลยที่จะเททั้งหมดลงไปที่ค่าพละกำลัง
【พละกำลัง: 47】
วินาทีที่ตัวเลขเปลี่ยนไป หลิงเฉินก็รู้สึกถึงกระแสความร้อนที่ไหลพล่านไปทั่วร่าง
กล้ามเนื้อของเขาตึงกระชับขึ้น กระดูกลั่นเสียงดังกรอบแกรบเบาๆ
เขาลองกำหมัด เสียงข้อต่อลั่นดังกร๊อบอย่างชัดเจน
ความรู้สึกเปี่ยมไปด้วยพละกำลังแบบนี้มันชวนให้เสพติดจริงๆ
สาเหตุที่หลิงเฉินไม่กระจายแต้มสถานะให้เท่าๆ กัน ก็เพราะโบนัสแค่ 10 แต้มมันไม่ค่อยเห็นผลชัดเจนนัก แต่การทุ่ม 20 แต้มไปที่ค่าใดค่าหนึ่ง จะทำให้เกิดการพัฒนาแบบก้าวกระโดดที่เห็นผลทันตา
สิ่งที่เขาต้องการคือความสามารถในการบดขยี้ศัตรูในด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะ
ด้วยพละกำลัง 47 แต้ม ตอนนี้ต่อให้เป็นคนที่มีสกิลสายพละกำลัง ก็คงไม่มีใครเทียบเขาติด
หลิงเฉินปิดหน้าต่างสถานะ สายตาเลื่อนไปหยุดที่ตำราสกิลสามเล่มในช่องเก็บของ
หน้ากระดาษสีทองเปล่งประกายเรืองรอง ดูล้ำค่าหาใดเปรียบ
เขาเอื้อมมือไปหยิบตำราทั้งสามเล่มออกมา
ทันทีที่ตำราปรากฏขึ้น สายตาทุกคู่ของสาวๆ ในตู้โดยสารก็หันขวับมามองเป็นจุดเดียว
"ตำราสกิล!"
"นั่นมันตำราสกิลแบบเลือกได้นี่นา!"
"อยากได้จัง..."
ดวงตาของสาวๆ เป็นประกายวิบวับ
หลิงเฉินกวาดสายตามองไปรอบๆ สัมผัสได้ถึงความปรารถนาในแววตาของพวกเธอ
เขาเข้าใจได้
สาวๆ ส่วนใหญ่ในนี้มีแค่สกิลเริ่มต้นระดับ D อย่างพวกเพิ่มความเร็วในการทำความสะอาด หรือเพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย ซึ่งแทบไม่มีประโยชน์ในการเอาชีวิตรอดเลย
แต่หลิงเฉินมีแผนในใจอยู่แล้ว
เขาไม่ได้ตั้งใจจะแจกตำราสกิลให้คนที่ไม่มีสกิลดีๆ หรอกนะ
ไม่ใช่ว่าเขาลำเอียง แต่ในสถานการณ์ที่ทรัพยากรมีจำกัด เขาต้องเลือกทางเลือกที่เกิดประโยชน์สูงสุด
เน้นคุณภาพ ไม่เน้นปริมาณ
แทนที่จะสร้างนักสู้ระดับกลางๆ สิบคน สู้ทุ่มทรัพยากรปั้นนักสู้ระดับท็อปสามคนยังจะดีกว่า
สามคนนี้จะต้องเป็นแกนหลักของทีม เป็นตัวแปรสำคัญที่สามารถพลิกสถานการณ์ในยามวิกฤตได้
หลิงเฉินหยิบตำราสกิลเล่มแรกขึ้นมา แล้วมองไปที่เซี่ยเหยียน
"เล่มนี้ของเธอ"
เซี่ยเหยียนชะงัก ชี้หน้าตัวเอง "ฉันเหรอ?"
"ใช่" หลิงเฉินพยักหน้า "เธอมีสกิล 'เชี่ยวชาญการต่อสู้' อยู่แล้ว ขาดก็แค่สกิลโจมตีแรงๆ ถ้ามีสกิลนี้ พลังรบของเธอจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัวเลย"
ตู้โดยสารเงียบกริบไปสองวินาที
โจวอันฉีพยักหน้าเป็นคนแรก "ฉันเห็นด้วยค่ะ"
"พี่เหยียนเหยียนเหมาะสมที่สุดแล้วล่ะ"
"ใช่ๆ พี่เขาเก่งเรื่องต่อสู้อยู่แล้วนี่นา"
สาวๆ ทยอยแสดงความเห็นด้วย
เซี่ยเหยียนรับตำราสกิลไป ใบหน้าปรากฏแววขัดเขินที่หาดูได้ยาก
เธออ้าปาก น้ำเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อย "เอ่อ... คือ... ขอบใจนะ"
หลิงเฉินยิ้ม "ไม่ต้องเกรงใจหรอก"
เขาหยิบตำราสกิลเล่มที่สองขึ้นมา แล้วเดินไปหาหลินเสี่ยวเสี่ยว
"เสี่ยวเสี่ยว เล่มนี้ของหนูนะ"
หลินเสี่ยวเสี่ยวเบิกตากว้าง "ของหนูเหรอคะ?"
"อื้อ"
หลิงเฉินย่อตัวลง สบตาเธอ "หนูคือคนที่สำคัญที่สุดของพวกเรานะ"
"'สัมผัสอันตราย' ช่วยชีวิตทุกคนไว้ได้ แต่หนูก็ต้องมีวิธีปกป้องตัวเองด้วย"
ขอบตาของหลินเสี่ยวเสี่ยวแดงเรื่อ เธอพยักหน้าแรงๆ
"หนู... หนูจะใช้มันให้ดีที่สุดค่ะ!"
สาวๆ คนอื่นไม่มีใครคัดค้าน
ทุกคนรู้ดีว่าหลินเสี่ยวเสี่ยวมีความสำคัญแค่ไหน
หลิงเฉินลุกขึ้นยืน หยิบตำราสกิลเล่มที่สามขึ้นมา
สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ซูชิงเหยา เพราะทุกคนรู้ดีว่าเธอคือแฟนของหลิงเฉิน
แต่วินาทีต่อมา หลิงเฉินกลับหันหลังเดินตรงไปหาไป๋เวยเวย
"ไป๋เวยเวย เล่มนี้ของเธอ"
ตู้โดยสารตกอยู่ในความเงียบงันทันที
ไป๋เวยเวยยืนอึ้ง ทำตัวไม่ถูก
เธอหันไปมองซูชิงเหยาโดยสัญชาตญาณ เมื่อเห็นว่าซูชิงเหยาไม่ได้มีสีหน้าผิดปกติอะไร เธอจึงรับตำราสกิลมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ
"ฉะ... ฉัน..." ไป๋เวยเวยอึกอัก "ชิงเหยา เธอ..."
"เวยเวยก็เป็นคนที่สำคัญที่สุดของพวกเราเหมือนกัน"
หลิงเฉินพูดแทรก "เธอมีสกิลรักษาระดับ S แต่เธอไม่ได้ออกไปสำรวจ ต้องอยู่เฝ้ารถไฟ"
"ถ้าศัตรูบุกเข้ามา เธอต้องมีสกิลโจมตีไว้ป้องกันตัวเองและปกป้องคนอื่นด้วย"
ไป๋เวยเวยกัดริมฝีปาก ขอบตาแดงก่ำ
"ขอบใจนะ..."
แม้สาวๆ คนอื่นจะรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร
ขนาดซูชิงเหยายังไม่ได้เลย แล้วพวกเธอจะเอาอะไรไปบ่นล่ะ?
หลิงเฉินปรบมือ "พวกเธอสามคนไปเลือกสกิลกันก่อนเถอะ พรุ่งนี้เช้าค่อยมาบอกฉันว่าเลือกอะไรไป"
เขาเหลือบมองเวลา
【01:23】
"ดึกมากแล้ว ทุกคนแยกย้ายกันไปนอนเถอะ"
สาวๆ พยักหน้าแล้วค่อยๆ สลายตัว
เซี่ยเหยียนเดินเข้ามาหาหลิงเฉิน กระซิบเสียงเบา "ขอบใจนะ"
หลิงเฉินยิ้ม "หน้าที่อยู่แล้ว"
เซี่ยเหยียนหันหลังเดินไปได้สองก้าว ก็เหลียวกลับมา "เรื่องของชิงเหยาน่ะ..."
"ฉันรู้ว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่" หลิงเฉินตอบเรียบๆ
เซี่ยเหยียนพยักหน้า ไม่ถามเซ้าซี้อีก
หลิงเฉินกลับเข้าไปในห้องคนขับ ปิดประตูล็อก
เขาเอนหลังพิงเบาะ เปิดหน้าต่างระบบขึ้นมา
【เหรียญรถไฟ: 882】
พอแล้วล่ะ
หลิงเฉินเปิด 'ร้านค้าสิ่งอำนวยความสะดวก' พิมพ์คำว่า "ปืนกล" ลงในช่องค้นหาทันที
ตัวเลือกแถวหนึ่งเด้งขึ้นมา
【ปืนกลป้องกันอัตโนมัติประจำรถไฟ: 200 เหรียญรถไฟ】
【ปืนกลหนักแกตลิง: 500 เหรียญรถไฟ】
【ป้อมปืนเลเซอร์ป้องกัน: 1000 เหรียญรถไฟ】
หลิงเฉินเลือกอันแรกโดยไม่ลังเล
【สั่งซื้อสำเร็จ เหรียญรถไฟ -200】
【เหรียญรถไฟคงเหลือ: 682】
วินาทีต่อมา กล่องโลหะขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นกลางห้องคนขับ
กล่องเปิดออกอัตโนมัติ เผยให้เห็นปืนกลแกตลิงแบบหกลำกล้องหน้าตาถมึงทึงนอนสงบนิ่งอยู่ภายใน
ลำกล้องปืนหนาเตอะส่องประกายเย็นเยียบ กล่องกระสุนสูงครึ่งตัวคน ปืนกลทั้งกระบอกแผ่รังสีแห่งความรุนแรงและป่าเถื่อน
หลิงเฉินเดินไปที่ฟังก์ชัน 【ระบบอาวุธ】 ที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาในห้องคนขับ แล้วคลิก 【ติดตั้งอาวุธ】
แผ่นเกราะบนหลังคารถไฟเปิดออกอัตโนมัติ แขนกลยื่นออกมายกปืนกลแกตลิงขึ้นไปติดตั้ง
เสียงดังกริ๊กๆ ดังขึ้นเป็นชุด ปืนกลถูกยึดติดกับหลังคารถไฟอย่างแน่นหนา
【ติดตั้งอาวุธสำเร็จ!】
【ตรวจพบว่าผู้บัญชาการมีสกิลระดับ SSS 'คลังแสงไร้ขีดจำกัด' ระบบอาวุธได้ทำการปรับเปลี่ยนอัตโนมัติ!】
【ปืนกลป้องกันอัตโนมัติประจำรถไฟ (เวอร์ชันคลังแสงไร้ขีดจำกัด): ไม่ต้องใช้กระสุน ไม่มีความเสียหายจากการใช้งาน ไม่มีความร้อนสะสม!】
ดวงตาของหลิงเฉินเปล่งประกาย
'คลังแสงไร้ขีดจำกัด' สามารถซิงค์กับระบบอาวุธได้จริงๆ ด้วย
ตอนนี้เขาไร้เทียมทานของแท้แล้ว
เขาเปิดหน้าต่าง 'ระบบอาวุธ' ภาพมุมมองจากปืนกลก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
เป้าเล็งสามารถหมุนได้ 360 องศา ปรับมุมยิงได้อย่างอิสระ
หลิงเฉินลองควบคุมดู ปืนกลหมุนตามคำสั่งของเขา เล็งเป้าไปในทิศทางต่างๆ อย่างคล่องแคล่ว
ระบบยังมีโหมดค้นหาศัตรูอัตโนมัติด้วย
เขาสามารถตั้งค่าเป้าหมายการโจมตีได้ เช่น โจมตีผู้ที่ไม่ใช่สมาชิกบนรถไฟ หรือโจมตีมอนสเตอร์อันตราย เป็นต้น
หลิงเฉินพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
มีเจ้านี่อยู่ ต่อไปเวลาออกไปสำรวจ เขาก็เบาใจไปได้เปลาะใหญ่เลย
ขณะที่เขากำลังจะปิดระบบ จู่ๆ สัญญาณเตือนสีแดงก็กะพริบวาบขึ้นบนหน้าจอ
【ตรวจพบสิ่งมีชีวิตกำลังเข้าใกล้จากด้านหน้า!】
หลิงเฉินชะงัก รีบสลับไปดูภาพจากกล้องภายนอก
บนทุ่งรกร้างเบื้องหน้ารถไฟ ฝูงสิ่งมีชีวิตกลุ่มหนึ่งกำลังวิ่งพุ่งตรงเข้ามา
พวกมันรูปร่างคล้ายไฮยีน่าแต่ตัวใหญ่กว่า มีหนามกระดูกแหลมคมงอกอยู่บนหลัง นัยน์ตาส่องประกายสีเขียววาววับในความมืด
หลิงเฉินลองกะด้วยสายตา น่าจะมีสักยี่สิบถึงสามสิบตัว
เขาไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
รถไฟในขณะเคลื่อนที่จะไม่เสียค่าความทนทาน ต่อให้พวกมอนสเตอร์พวกนี้วิ่งชนก็เปล่าประโยชน์
แต่วินาทีต่อมา ปืนกลบนหลังคารถก็หมุนขวับทันที
"ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง—"
ปากกระบอกปืนพ่นไฟแลบแปลบปลาบ กระสุนส่องวิถีพุ่งแหวกราตรี
กระสุนปืนกลหนักพุ่งเจาะทะลวงร่างพวกไฮยีน่ากลายพันธุ์จนขาดกระจุย
เลือดเนื้อสาดกระเซ็น เศษกระดูกปลิวว่อน
ไม่ถึงสิบวินาที ไฮยีน่ากลายพันธุ์ทั้งยี่สิบกว่าตัวก็กลายเป็นเศษเนื้อกองอยู่บนพื้น
【สังหารไฮยีน่ากลายพันธุ์ x 23 ได้รับ 23 เหรียญรถไฟ】
หลิงเฉินอึ้งไปสองวินาที ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะลั่น
มีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย?
ปืนกลค้นหาและจัดการศัตรูให้อัตโนมัติ เขาสามารถนอนรับเหรียญรถไฟชิลๆ ได้เลย?
นี่มันได้เงินมาฟรีๆ ชัดๆ
หลิงเฉินอารมณ์ดีสุดๆ กำลังจะล้มตัวลงนอน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
หลิงเฉินสะดุ้ง "ใครน่ะ?"
"ฉันเอง" เสียงซูชิงเหยาดังมาจากหลังประตู "ขอเข้าไปหน่อยได้ไหม?"