เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 – กุมไพ่เหนือกว่า

บทที่ 23 – กุมไพ่เหนือกว่า

บทที่ 23 – กุมไพ่เหนือกว่า


บทที่ 23 – กุมไพ่เหนือกว่า

"วิชาภาษาจีน คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ โชคดีที่สามวิชานี้คือจุดแข็งที่ไร้เทียมทานของฉัน"

"ไม่อย่างนั้น ต่อให้ฉันพยายามหนักแค่ไหน ก็คงไม่มีทางสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับซูถงได้แน่..."

ฉู่เทียนเกอพึมพำกับตัวเอง

จากนั้น เขาก็ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือต่อไปอย่างขยันขันแข็ง

เซียงหลานและฉู่เจิ้งสยงกำลังยืนเงียบๆ อยู่ที่หน้าประตู

"เหล่าฉู่ คุณคิดว่าลูกชายเราไปเจอเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจอะไรมาหรือเปล่า"

"หลายปีมานี้เขาไม่เคยตั้งใจเรียนเลยนะ"

"ทำไมจู่ๆ ถึงลุกขึ้นมาขยันเอาป่านนี้ล่ะ"

เซียงหลานเอ่ยถาม

ตอนแรก เธอรู้สึกดีใจมากที่เห็นฉู่เทียนเกอตั้งใจอ่านหนังสือ

แต่พอตั้งสติได้ เธอก็อดรู้สึกไม่ได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ

แม้ว่าปากเธอจะพร่ำบอกทุกวันว่าอยากให้ลูกชายสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ได้

แต่ลึกๆ ในใจแล้ว เธอแค่หวังให้ลูกเติบโตมาอย่างแข็งแรงและมีความสุขก็พอ

ผลการเรียนจะดีหรือไม่นั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญเลย

สุขภาพกายและสุขภาพใจของฉู่เทียนเกอต่างหากที่เธอเป็นห่วงอย่างแท้จริง

"เลิกคิดมากได้แล้วน่า!"

"ทำใจให้สบายเถอะ ลูกเราไม่ได้เป็นอะไรหรอก"

"พวกเราก็แค่คอยสนับสนุนเขาอยู่เงียบๆ ข้างหลังก็พอแล้ว"

ฉู่เจิ้งสยงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"สนับสนุนบ้าบออะไรกัน!"

"ช่วงนี้คุณก็เพลาๆ เรื่องสูบบุหรี่ลงหน่อยก็แล้วกัน"

"ฝุ่นควันในโรงงานของคุณมันก็แย่พออยู่แล้ว"

"ขืนคุณยังสูบหนักขนาดนี้แล้วเป็นมะเร็งปอดหรือมะเร็งตับขึ้นมา จะกลายเป็นเรื่องใหญ่เอานะ"

เซียงหลานบ่น

"เอาล่ะๆ เข้าใจแล้วน่า!"

ฉู่เจิ้งสยงตอบรับ

ทว่าเขากลับไม่ได้เก็บเอาคำเตือนนั้นมาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย...

วันรุ่งขึ้น

ฉู่เทียนเกอกินมื้อเที่ยงจนเสร็จ

เขาไปยืมกล่องใบหนึ่งมา แล้วจัดการบรรจุผลไม้รวมมิตรที่เตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวานลงไปจนหมด

เขายังนำก้อนน้ำแข็งที่แช่แข็งไว้ใส่ลงในถังเหล็กด้วย

เขารวบรวมอุปกรณ์ทั้งหมดแล้วรีบออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว

ไม่นานนัก เขาก็มาถึงสวนสาธารณะริมทะเลเพื่อตามนัดหมายกับอวี๋เทียน

"อวี๋เทียน นายเอาของที่ฉันขอมาด้วยหรือเปล่า"

ฉู่เทียนเกอเอ่ยถาม

"ไม่ต้องห่วง ฉันเอามาครบทุกอย่าง"

"แต่เทียนเกอ!"

"นายให้ฉันเอาของพวกนี้มาทำไมเนี่ย"

"มาถึงขนาดนี้แล้ว ไม่ต้องอมพะนำอีกต่อไปแล้วมั้ง!"

อวี๋เทียนหยิบกระดานดำบานเล็กกับลูกเต๋าสองชุดลงมาจากจักรยาน

เขายังคงไม่เข้าใจอยู่ดีว่าฉู่เทียนเกอต้องการของสองอย่างนี้ไปทำอะไร

เมื่อเห็นว่าของที่ต้องการมาถึงแล้ว ฉู่เทียนเกอก็ไม่ได้อธิบายอะไรให้มากความ

เขารับกระดานดำมาจากอวี๋เทียน แล้วใช้ชอล์กเขียนตัวหนังสือขนาดใหญ่ลงไปหนึ่งบรรทัด

"ผลไม้รวมมิตร: ทอยลูกเต๋า ชนะกินฟรี"

"แพ้จ่ายห้าหยวนซื้อผลไม้หนึ่งกล่อง!"

ฉู่เทียนเกอจงใจเขียนคำว่า 'ฟรี' ให้มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ

"ดูเอาเองแล้วกัน!"

อวี๋เทียนชะโงกหน้าเข้าไปอ่านข้อความนั้นซ้ำอยู่หลายรอบ

จากนั้น สีหน้าประหลาดใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา

"นี่คือ 'วิธีขายผลไม้แบบไม่เหมือนใคร' ที่นายบอกฉันเมื่อวานงั้นเหรอ"

"วิธีนี้ดูสร้างสรรค์ดีนะ"

"แต่คนคงจะไม่มาซื้อกันเยอะขนาดนั้นหรอกมั้ง"

"ประเด็นคือผลไม้ที่เราเอามาขายก็ไม่ได้หายากอะไร"

"ฉันไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรดึงดูดใจเป็นพิเศษตรงไหนเลย!"

"เรื่องนี้มัน..."

อวี๋เทียนเอ่ย

เขารู้สึกว่าวิธีของฉู่เทียนเกออาจจะขายผลไม้รวมมิตรไม่ได้อย่างที่คิด

"ไอ้น้องเอ๊ย วิสัยทัศน์นายมันคับแคบเกินไปแล้ว"

"ฟังนะ ฉันขอถามคำถามที่อิงจากความเป็นจริงกับนายก่อน"

"ในสังคมทุกวันนี้ คนประเภทไหนมีเยอะที่สุด"

ฉู่เทียนเกอเอ่ยถาม

เมื่อได้ยินดังนั้น อวี๋เทียนก็ชะงักไปครู่หนึ่ง

"ก็น่าจะเป็นพวกคนรวย ไม่ใช่เหรอ"

"ผิดถนัด!"

"ไม่ใช่คนรวยหรอก แต่เป็นพวกที่ชอบของฟรีของถูกต่างหากล่ะ!"

"ข้อแรก ผลไม้รวมมิตรไม่ใช่จุดขายหลัก"

"แต่การได้กินผลไม้รวมมิตร 'ฟรี' ต่างหากคือจุดขาย"

"นายเห็นตัวหนังสือคำว่าฟรีตัวเบ้อเริ่มนั่นแล้วใช่ไหม!"

"ข้อสอง อย่างที่ฉันเพิ่งบอกไป คนส่วนใหญ่คือพวกที่ชอบของถูก"

"คนที่เดินผ่านไปมาแค่มองแวบเดียวก็จะเห็นคำว่า 'ฟรี' บนกระดานดำ"

"พวกเขาจะเกิดความอยากรู้ว่าเงื่อนไขการกินฟรีคืออะไร"

"ก็แค่ทอยลูกเต๋าไม่ใช่หรือไง"

"พอทอยชนะ พวกเขาก็จะได้ผลไม้กล่องใหญ่ไปกินฟรีๆ"

"เพราะงั้น พวกเขาต้องไม่ลังเลที่จะมาทอยลูกเต๋ากับฉันแน่"

"ต่อให้ทอยแพ้ พวกเขาก็แค่เสียเงินห้าหยวนซื้อผลไม้รวมมิตรกล่องนึงเท่านั้น"

"ไม่ว่าจะคิดคำนวณยังไง พวกเขาก็ไม่รู้สึกว่าตัวเองเสียเปรียบหรอก"

"ที่สำคัญคือ พวกเขามีโอกาสได้กินผลไม้ฟรีสูงมาก"

"พูดง่ายๆ ก็คือ คนส่วนใหญ่จะอยากลองเสี่ยงดวงด้วยความคิดที่ว่า 'เผื่อจะฟลุก' ไงล่ะ"

เมื่อได้ฟังคำอธิบาย อวี๋เทียนก็ถึงบางอ้อทันที

"เทียนเกอ ฉันเข้าใจแล้ว!"

"เป้าหมายของนายก็คือการใช้ประโยชน์จากความชอบของถูกของผู้คนนี่เอง"

"เราใช้เงินต้นทุนทำผลไม้รวมมิตรกับกล่องสองร้อยใบไปทั้งหมดหนึ่งร้อยยี่สิบหยวน"

"ตอนนี้เราเอามาขายกล่องละห้าหยวน"

"ต่อให้เราทอยลูกเต๋าชนะแค่ร้อยครั้ง ก็ได้เงินตั้งห้าร้อยหยวนแล้ว"

"หักต้นทุนออก ก็ยังเหลือกำไรตั้งสามร้อยแปดสิบหยวนแหนะ!"

อวี๋เทียนกล่าว

ฉู่เทียนเกอมองเขาแล้วดีดนิ้วดังเป๊าะ

"ฉลาดมากไอ้น้อง"

"นั่นแหละคือหลักการของเราเป๊ะๆ!"

"เส้นทางหาเงินสายนี้มาถูกทางแล้วแน่นอน"

"แต่ทว่า ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ฉันยังไม่ได้บอกนาย..."

"ฝีมือการทอยลูกเต๋าของลูกพี่คนนี้น่ะอยู่ในระดับปรมาจารย์เลยนะ"

"ถ้าฉันบอกว่าตัวเองเป็นที่สองในเมืองนี้ ก็รับรองได้เลยว่าไม่มีใครกล้าอ้างตัวเป็นที่หนึ่งเด็ดขาด"

"ในโอกาสสองร้อยครั้ง ฉันสามารถทอยชนะได้อย่างน้อยร้อยห้าสิบครั้งก็แล้วกัน"

ฉู่เทียนเกอกล่าว

จากนั้นเขาก็โยนลูกเต๋าชุดหนึ่งไปตรงหน้าอวี๋เทียน

ความหมายของเขาชัดเจน เขาต้องการให้อวี๋เทียนลองเล่นกับเขาสักสองสามตาก่อน

"ไม่ต้องเล่นอะไรให้ซับซ้อน เรามาทอยเล่นสูงต่ำกันก็พอ"

"ใครได้แต้มเยอะกว่าคนนั้นชนะ"

"เชื่อไหมล่ะว่าถ้านายเล่นกับฉันห้าตา นายก็จะแพ้รวดทั้งห้าตาเลย"

"ใครๆ ก็ขี้โม้ได้ทั้งนั้นแหละ!"

"ต่อให้ฉันดวงซวยแค่ไหน อย่างน้อยก็ต้องชนะนายได้สักตาแหละน่า!"

"ฮ่าๆๆ!"

"ไอ้น้อง ฉันว่านายยังอ่อนหัดไปนะ..."

หลังจากหัวเราะร่วน ฉู่เทียนเกอก็เริ่มเขย่าลูกเต๋า

ในการดวลทั้งห้าตานั้น อวี๋เทียนแพ้เรียบทุกตาจริงๆ

อวี๋เทียนมองหน้าฉู่เทียนเกอด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ

"นี่... นี่มันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!"

"ฉันไม่ยอมรับหรอก"

"เทียนเกอ เอาใหม่อีกตา!"

อวี๋เทียนเอ่ยด้วยความตื่นเต้น

ในห้าตาต่อมา เขาเบิกตากว้างจ้องเขม็งไม่กะพริบ

แต่ฉู่เทียนเกอก็ยังคงชนะรวดทุกตาอยู่ดี

"ให้ตายเถอะ!"

"ผีหลอกกลางวันแสกๆ หรือไง!"

"เทียนเกอ บอกมานะ นายโกงใช่ไหม"

"ฉันเริ่มสงสัยอย่างจริงจังแล้วนะว่าลูกเต๋าพวกนี้มันมีปัญหา"

"ไม่งั้นนายจะชนะทุกตาได้ยังไง"

อวี๋เทียนเอ่ยอย่างไม่อยากจะเชื่อ

"จะด่าว่านายโง่เป็นหมูก็คงจะแรงไปหน่อย"

"นายจำไม่ได้เหรอว่าลูกเต๋าพวกนี้นายเพิ่งเป็นคนเอามาเองนะ"

"มีปัญหาหรือไม่มี นายเองก็น่าจะรู้ดีที่สุดไม่ใช่หรือไง"

"ฉันเป็นคนเอาลูกเต๋ามาเองน่ะใช่"

"แล้วนายทำได้ยังไงกันล่ะเนี่ย"

"มันเป็นเรื่องของเทคนิคน่ะ"

"ต่อให้ฉันอธิบายให้ฟังจนหมดเปลือก นายก็คงจะเรียนรู้ไม่ได้หรอก"

ในชาติที่แล้ว ฉู่เทียนเกอมักจะเล่นทอยลูกเต๋าดื่มเหล้ากับเพื่อนร่วมห้องอยู่บ่อยๆ

ตอนนั้น มีเพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งมาจากชนบทห่างไกลบนเขา

เขาคนนั้นชอบเล่นลูกเต๋ามาตั้งแต่เด็ก

ว่ากันว่าเขาเคยได้รับการชี้แนะจากปรมาจารย์ด้วยซ้ำ

ฉู่เทียนเกอไม่ได้เรียนรู้วิชาอะไรมามากมายนักหรอก

แต่ฝีมือการทอยลูกเต๋าของเขากลับพัฒนาไปจนถึงขั้นไร้เทียมทานดุจเทพเจ้า

เวลาไปบาร์หรือร้านคาราโอเกะ ไม่เคยมีใครเอาชนะเขาได้เลยสักคน

เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา ทุกคนก็เป็นได้แค่พวกกระจอกเท่านั้น

จบบทที่ บทที่ 23 – กุมไพ่เหนือกว่า

คัดลอกลิงก์แล้ว