เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 910: สุดท้ายไม่มีใครที่ไม่คุกเข่าขอร้องฉัน (ตอนพิเศษ)

บทที่ 910: สุดท้ายไม่มีใครที่ไม่คุกเข่าขอร้องฉัน (ตอนพิเศษ)

บทที่ 910: สุดท้ายไม่มีใครที่ไม่คุกเข่าขอร้องฉัน (ตอนพิเศษ)


ชาวพื้นเมืองของโลกบรรพกาลไม่ถนัดเรื่องการต่อสู้

เหตุผลก็เพราะอาวุธศักดิ์สิทธิ์ เป็นสิ่งที่ทรงพลังเกินไป

ไม่ว่าจะเป็นคำสาป เวทมนตร์ ค่ายกล หรือศาสตร์อื่นๆ ต่อหน้าอาวุธศักดิ์สิทธิ์แล้วล้วนไร้ค่า

แทนที่จะเสียเวลาศึกษาทางลัดพวกนั้น สู้ขัดเกลาอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นยังจะดีกว่า

เมื่อหลายหมื่นปีก่อน เคยมีคนคิดค้นค่ายกลพิทักษ์เมืองขึ้นมา บอกว่าสามารถต้านทานสัตว์อสูรบุกเมืองได้

เรื่องนี้เคยจุดประกายความสนใจของผู้คนไม่น้อย

แต่หลังจากทดลองจริง ทุกคนกลับพบว่า พลังป้องกันของค่ายกลพิทักษ์เมืองธรรมดาเกินไป ปกป้องเมืองไม่ได้เลย สัตว์อสูรที่มีพลังหน่อยก็สามารถตบมันแตกได้ในทีเดียว

เมื่อเวลาผ่านไป ค่ายกลพิทักษ์เมืองก็ค่อยๆ ถูกลืมเลือน ไม่มีใครใส่ใจอีก

กระทั่งจักรพรรดิจุนถือกำเนิด ค่ายกลจึงกลับเข้าสู่สายตาของผู้คนอีกครั้ง

จักรพรรดิจุนอ่านหนังสือมานับไม่ถ้วน ประสบการณ์ล้ำลึกเหนือใคร

เขาใช้เวลาเพียงสองวันครึ่ง ก็รื้อโครงสร้างแกนหลักของค่ายกลพิทักษ์เมืองใหม่ ทำให้พลังป้องกันเพิ่มขึ้นหลายสิบเท่า

ในช่วงสามเดือนถัดมา จักรพรรดิจุนทุ่มเทศึกษาเรื่องค่ายกลอย่างลึกซึ้ง ปรับปรุงค่ายกลพิทักษ์เมืองซ้ำแล้วซ้ำเล่ากว่าสิบครั้ง

ไม่เพียงเพิ่มความสามารถในการป้องกัน แต่ยังเสริมระบบแรงโน้มถ่วงเข้าไป ทำให้มันมีศักยภาพโจมตีด้วย

นี่คือค่ายแรงโน้มถ่วงแห่งจักรพรรดิรุ่นแรก

หลังจากจักรพรรดิจุนขึ้นครองบัลลังก์ กลายเป็นจักรพรรดิรุ่นที่ 299 เขาก็ประกาศวิธีจัดวางค่ายแรงโน้มถ่วงแห่งจักรพรรดิสู่สาธารณะ ให้ทุกคนเรียนรู้ได้ฟรี

ทุกเมืองสามารถตั้งค่ายกลนี้เพื่อต้านสัตว์อสูรได้ แม้แต่เมืองของประเทศจันทร์เงินและประเทศวาเดก้าก็เช่นกัน

ในเวลานั้น มีข้าราชการของประเทศตะวันตกบางคนแอบบ่นว่า จักรพรรดิจุนไม่ควรแบ่งปันค่ายกลนี้ให้ประเทศอื่นฟรีๆ

เมื่อรู้เรื่องนี้ จักรพรรดิจุนเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อย

ในสายตาคนอื่น ค่ายแรงโน้มถ่วงแห่งจักรพรรดิทรงพลังมาก

แต่สำหรับจักรพรรดิจุน มันเป็นเพียงความสามารถชั้นต่ำเท่านั้น

ไม่ได้อยู่ในสายตาเขาเลย

…………

ภายในถ้ำใต้ดินเชิงเขา

หนานเฟิงมองค่ายแรงโน้มถ่วงแห่งจักรพรรดิตรงหน้าด้วยท่าทางสนใจเล็กน้อย

เห็นได้ชัดว่า ค่ายกลที่นี่ไม่ได้สร้างโดยจักรพรรดิจุน

ไม่เช่นนั้น ในวินาทีที่ค่ายกลทำงาน ซ่งเหอก็คงถูกแรงโน้มถ่วงมหาศาลบดขยี้กลายเป็นละอองเลือดไปแล้ว

แต่ถึงอย่างนั้น ค่ายแรงโน้มถ่วงแห่งจักรพรรดิที่นี่ก็ไม่ได้อ่อนแอ อย่างน้อยมันก็สามารถกดผู้แข็งแกร่งเลเวล 44 อย่างซ่งเหอจนขยับไม่ได้ในชั่วพริบตา

การสร้างค่ายกลขนาดนี้ ต้องใช้ทรัพยากรและแรงคนมหาศาลแน่นอน

"สร้างค่ายกลทรงพลังในที่ลับแบบนี้ ไม่น่าจะมีจุดประสงค์แค่ล่อซ่งเหอคนเดียวหรอกใช่ไหม?" :หนานเฟิงพอจะเดาอะไรบางอย่างได้ แต่ยังไม่แน่ใจนัก

ดูต่อไปก่อนแล้วกัน…

ภาพอดีตตรงหน้ายังคงดำเนินต่อ

ซ่งเหอถูกกดติดพื้น ขยับตัวไม่ได้ แม้แต่จะอ้าปากพูดยังลำบาก

ตรงขอบค่ายกล มีคนยืนล้อมดูอยู่กว่าสิบคน พวกเขาหัวเราะเสียงดัง บางคนมีแววตาชั่วร้าย

สายตาของหนานเฟิงเลื่อนผ่าน ใบหน้าของคนทั้งสิบกว่าคนนั้นถูกจดจำอย่างแม่นยำ

พวกมันต้องตาย!

"ซ่งเหอ…" :ในตอนนั้นเอง เสียงหวานๆ ดังขึ้น

ฝูงชนแหวกทางออก

จากนั้น ชายหนุ่มผิวคล้ำกล้ามแน่นที่ถือพัดพับค่อยๆ เดินออกมา และหยุดอยู่ที่ขอบค่ายกล

"เป็นเขาจริงๆ" :หนานเฟิงยิ้มเย็นชา

ก่อนหน้านี้ ตอนใช้มองย้อนสู่อดีตในเมืองอู่อิ๋น เขาเคยเห็นชายหนุ่มผิวคล้ำกล้ามแน่นคนนี้ผ่านๆ

ตอนนั้นเขาก็เดาไว้แล้วว่าการตายของซ่งเหอ น่าจะเกี่ยวข้องกับคนคนนี้ และตอนนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าเขาเดาถูก

ในภาพอดีต ชายหนุ่มผิวคล้ำกล้ามแน่นกางพัดพับในมือ พลางโบกเบาๆ แล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม: "ซ่งเหอ เธอรู้ไหม? ที่นี่ฉันวางกับดักฆ่าผู้ถูกเลือกไปแล้วทั้งหมด 26 คน เธอเป็นคนที่หลอกง่ายที่สุด ฉันยังไม่ทันใช้แผนอะไร เธอก็เดินเข้ามาเอง"

ซ่งเหอถลึงตา จ้องมองเขาอย่างเคียดแค้น

"หืม? ทำไมไม่พูดล่ะ?" :ชายหนุ่มผิวคล้ำกล้ามแน่นหัวเราะ

"ถ้าเธอขอร้องฉัน บางทีฉันอาจไว้ชีวิตเธอก็ได้นะ"

ซ่งเหอพยายามอ้าปาก แต่แรงกดดันมหาศาลบนร่างทำให้แทบเป็นไปไม่ได้

"อ้อ พูดไม่ได้สินะ" :ชายหนุ่มผิวคล้ำกล้ามแน่นแสร้งทำเป็นเข้าใจ

"ลดแรงโน้มถ่วงลงหน่อย ให้เธอพูดให้พวกเราขำหน่อย"

ไม่นาน ซ่งเหอก็รู้สึกว่าแรงกดบนร่างเบาลงเล็กน้อย

เธอพยายามลุกขึ้น แต่ยังทำไม่ได้

ร่างกายยังขยับไม่ได้เหมือนเดิม

ต่างกันแค่ว่า ตอนนี้เธอพูดได้แล้ว

ชายหนุ่มผิวคล้ำกล้ามแน่นย่อตัวลง มองซ่งเหอด้วยสายตาเยาะเย้ย: "เอ้า พูดอะไรให้ฉันพอใจหน่อยสิ"

ซ่งเหอมองเขาด้วยสาวตาแข็งกร้าว แล้วหัวเราะ: "ไอ้ตุ๊ด!"

สีหน้าของชายหนุ่มผิวคล้ำกล้ามแน่นเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที

ตั้งแต่เด็กจนโต เขาเกลียดที่สุดเวลาถูกเรียนแบบนั้น

เขาแค่เสียงหวานกว่าคนอื่นหน่อยเดียว

มันผิดตรงไหน?

เพื่อสลัดฉายานี้ เขาเริ่มออกกำลังกายตั้งแต่เด็ก ฝึกจนได้กล้ามเนื้อทั้งตัว แถมยังตากแดดจนผิวคล้ำ

เขาคิดว่าทำแบบนี้แล้วคนอื่นจะเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อเขา

แต่ไม่คิดเลยว่า…

ซ่งเหอที่เพิ่งเจอเขาแค่ครั้งเดียว จะเรียกฉายาที่เขาเกลียดที่สุดได้อย่างแม่นยำขนาดนี้

"คิดว่าตัวเองเก่งมากสินะ?" :ชายหนุ่มผิวคล้ำกล้ามแน่นสีหน้ามืดมน

"คนปากแข็งแบบเธอ ฉันเห็นมามากแล้ว แต่สุดท้ายไม่มีใครที่ไม่คุกเข่าขอร้องฉัน"

ซ่งเหอมองเขาอย่างเย็นชา แววตาเต็มไปด้วยความดูถูก

ชายหนุ่มผิวคล้ำกล้ามแน่นลุกขึ้น มือเขาเปล่งแสงวาบ ในมือมีแส้เหล็กที่เต็มไปด้วยหนามแหลมปรากฏขึ้น

ฟึ่บ!

เพี๊ยะ!

เสียงแส้แหวกอากาศดังสนั่น ตามด้วยเสียงแส้ฟาดลงบนหลังซ่งเหออย่างแรง

หนามบนแส้แทงทะลุเนื้อ กระชากเอาเลือดเนื้อออกมามากมาย

"อึก…" :ซ่งเหอกัดฟัน แต่ก็มีเสียงครางหลุดออกมา ความเจ็บปวดทำให้นิ้วมือของเธอจิกดินแน่น

เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!

ชายหนุ่มผิวคล้ำกล้ามแน่นฟาดแส้ซ้ำกว่าสิบครั้ง แผ่นหลังของซ่งเหอที่เคยเรียบเนียน กลายเป็นเศษเลือดเนื้อฉีกขาดเละเทะ

แต่เธอกัดฟันแน่น ไม่กรีดร้องโอดครวญแม้แต่ครั้งเดียว

"แค่นี้เองเหรอ?"

เมื่อชายหนุ่มผิวคล้ำกล้ามแน่นหยุดมือ ซ่งเหอก็เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองเขาด้วยแววตาเหยียดหยาม

ชายหนุ่มผิวคล้ำกล้ามแน่นหัวเราะ: "อย่าเพิ่งรีบ นี่ยังแค่เริ่มต้น เอาล่ะ พวกนาย เอาสมบัติล้ำค่าของฉันมา"

ผู้คนรอบข้างเริ่มส่งเสียงโห่ร้อง

ไม่นาน ก็มีชายร่างกำยำยกถังไม้ใบใหญ่เดินเข้ามา

ทุกคนในที่นั้นต่างยกมือปิดจมูก

ซ่งเหอขมวดคิ้ว เธอได้กลิ่นเหม็นรุนแรงโชยมา

"ฮ่าๆๆ" :ชายหนุ่มผิวคล้ำกล้ามแน่นหัวเราะ: "ซ่งเหอ เดาสิ นี่คืออะไร?"

ซ่งเหอขมวดคิ้ว เธอไม่ตอบ

ชายหนุ่มผิวคล้ำกล้ามแน่นพูดต่อ: "ถ้ำของเราไม่ค่อยสะดวกสบาย ไม่มีท่อระบายน้ำ ของเสียของพวกเราก็เลยต้องเก็บไว้ในถังพวกนี้"

"ลองคิดดูสิ ถ้าฉันสาดถังขี้กับฉี่ลงบนหลังที่มีแต่แผลเละๆ ของเธอ…"

"เธอจะยังทำเป็นใจเย็นแบบตอนนี้ได้ไหม?"

ร่างของซ่งเหอสั่นเล็กน้อย

ต่อหน้าสิ่งโสโครกเหม็นเน่าแบบนี้ เธอก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจริงๆ

FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]

……………

จบบทที่ บทที่ 910: สุดท้ายไม่มีใครที่ไม่คุกเข่าขอร้องฉัน (ตอนพิเศษ)

คัดลอกลิงก์แล้ว