- หน้าแรก
- ระบบเทพเจ้าผู้สร้าง : กำเนิดใหม่ในโลกบรรพกาล
- บทที่ 910: สุดท้ายไม่มีใครที่ไม่คุกเข่าขอร้องฉัน (ตอนพิเศษ)
บทที่ 910: สุดท้ายไม่มีใครที่ไม่คุกเข่าขอร้องฉัน (ตอนพิเศษ)
บทที่ 910: สุดท้ายไม่มีใครที่ไม่คุกเข่าขอร้องฉัน (ตอนพิเศษ)
ชาวพื้นเมืองของโลกบรรพกาลไม่ถนัดเรื่องการต่อสู้
เหตุผลก็เพราะอาวุธศักดิ์สิทธิ์ เป็นสิ่งที่ทรงพลังเกินไป
ไม่ว่าจะเป็นคำสาป เวทมนตร์ ค่ายกล หรือศาสตร์อื่นๆ ต่อหน้าอาวุธศักดิ์สิทธิ์แล้วล้วนไร้ค่า
แทนที่จะเสียเวลาศึกษาทางลัดพวกนั้น สู้ขัดเกลาอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นยังจะดีกว่า
เมื่อหลายหมื่นปีก่อน เคยมีคนคิดค้นค่ายกลพิทักษ์เมืองขึ้นมา บอกว่าสามารถต้านทานสัตว์อสูรบุกเมืองได้
เรื่องนี้เคยจุดประกายความสนใจของผู้คนไม่น้อย
แต่หลังจากทดลองจริง ทุกคนกลับพบว่า พลังป้องกันของค่ายกลพิทักษ์เมืองธรรมดาเกินไป ปกป้องเมืองไม่ได้เลย สัตว์อสูรที่มีพลังหน่อยก็สามารถตบมันแตกได้ในทีเดียว
เมื่อเวลาผ่านไป ค่ายกลพิทักษ์เมืองก็ค่อยๆ ถูกลืมเลือน ไม่มีใครใส่ใจอีก
กระทั่งจักรพรรดิจุนถือกำเนิด ค่ายกลจึงกลับเข้าสู่สายตาของผู้คนอีกครั้ง
จักรพรรดิจุนอ่านหนังสือมานับไม่ถ้วน ประสบการณ์ล้ำลึกเหนือใคร
เขาใช้เวลาเพียงสองวันครึ่ง ก็รื้อโครงสร้างแกนหลักของค่ายกลพิทักษ์เมืองใหม่ ทำให้พลังป้องกันเพิ่มขึ้นหลายสิบเท่า
ในช่วงสามเดือนถัดมา จักรพรรดิจุนทุ่มเทศึกษาเรื่องค่ายกลอย่างลึกซึ้ง ปรับปรุงค่ายกลพิทักษ์เมืองซ้ำแล้วซ้ำเล่ากว่าสิบครั้ง
ไม่เพียงเพิ่มความสามารถในการป้องกัน แต่ยังเสริมระบบแรงโน้มถ่วงเข้าไป ทำให้มันมีศักยภาพโจมตีด้วย
นี่คือค่ายแรงโน้มถ่วงแห่งจักรพรรดิรุ่นแรก
หลังจากจักรพรรดิจุนขึ้นครองบัลลังก์ กลายเป็นจักรพรรดิรุ่นที่ 299 เขาก็ประกาศวิธีจัดวางค่ายแรงโน้มถ่วงแห่งจักรพรรดิสู่สาธารณะ ให้ทุกคนเรียนรู้ได้ฟรี
ทุกเมืองสามารถตั้งค่ายกลนี้เพื่อต้านสัตว์อสูรได้ แม้แต่เมืองของประเทศจันทร์เงินและประเทศวาเดก้าก็เช่นกัน
ในเวลานั้น มีข้าราชการของประเทศตะวันตกบางคนแอบบ่นว่า จักรพรรดิจุนไม่ควรแบ่งปันค่ายกลนี้ให้ประเทศอื่นฟรีๆ
เมื่อรู้เรื่องนี้ จักรพรรดิจุนเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อย
ในสายตาคนอื่น ค่ายแรงโน้มถ่วงแห่งจักรพรรดิทรงพลังมาก
แต่สำหรับจักรพรรดิจุน มันเป็นเพียงความสามารถชั้นต่ำเท่านั้น
ไม่ได้อยู่ในสายตาเขาเลย
…………
ภายในถ้ำใต้ดินเชิงเขา
หนานเฟิงมองค่ายแรงโน้มถ่วงแห่งจักรพรรดิตรงหน้าด้วยท่าทางสนใจเล็กน้อย
เห็นได้ชัดว่า ค่ายกลที่นี่ไม่ได้สร้างโดยจักรพรรดิจุน
ไม่เช่นนั้น ในวินาทีที่ค่ายกลทำงาน ซ่งเหอก็คงถูกแรงโน้มถ่วงมหาศาลบดขยี้กลายเป็นละอองเลือดไปแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น ค่ายแรงโน้มถ่วงแห่งจักรพรรดิที่นี่ก็ไม่ได้อ่อนแอ อย่างน้อยมันก็สามารถกดผู้แข็งแกร่งเลเวล 44 อย่างซ่งเหอจนขยับไม่ได้ในชั่วพริบตา
การสร้างค่ายกลขนาดนี้ ต้องใช้ทรัพยากรและแรงคนมหาศาลแน่นอน
"สร้างค่ายกลทรงพลังในที่ลับแบบนี้ ไม่น่าจะมีจุดประสงค์แค่ล่อซ่งเหอคนเดียวหรอกใช่ไหม?" :หนานเฟิงพอจะเดาอะไรบางอย่างได้ แต่ยังไม่แน่ใจนัก
ดูต่อไปก่อนแล้วกัน…
ภาพอดีตตรงหน้ายังคงดำเนินต่อ
ซ่งเหอถูกกดติดพื้น ขยับตัวไม่ได้ แม้แต่จะอ้าปากพูดยังลำบาก
ตรงขอบค่ายกล มีคนยืนล้อมดูอยู่กว่าสิบคน พวกเขาหัวเราะเสียงดัง บางคนมีแววตาชั่วร้าย
สายตาของหนานเฟิงเลื่อนผ่าน ใบหน้าของคนทั้งสิบกว่าคนนั้นถูกจดจำอย่างแม่นยำ
พวกมันต้องตาย!
"ซ่งเหอ…" :ในตอนนั้นเอง เสียงหวานๆ ดังขึ้น
ฝูงชนแหวกทางออก
จากนั้น ชายหนุ่มผิวคล้ำกล้ามแน่นที่ถือพัดพับค่อยๆ เดินออกมา และหยุดอยู่ที่ขอบค่ายกล
"เป็นเขาจริงๆ" :หนานเฟิงยิ้มเย็นชา
ก่อนหน้านี้ ตอนใช้มองย้อนสู่อดีตในเมืองอู่อิ๋น เขาเคยเห็นชายหนุ่มผิวคล้ำกล้ามแน่นคนนี้ผ่านๆ
ตอนนั้นเขาก็เดาไว้แล้วว่าการตายของซ่งเหอ น่าจะเกี่ยวข้องกับคนคนนี้ และตอนนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าเขาเดาถูก
ในภาพอดีต ชายหนุ่มผิวคล้ำกล้ามแน่นกางพัดพับในมือ พลางโบกเบาๆ แล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม: "ซ่งเหอ เธอรู้ไหม? ที่นี่ฉันวางกับดักฆ่าผู้ถูกเลือกไปแล้วทั้งหมด 26 คน เธอเป็นคนที่หลอกง่ายที่สุด ฉันยังไม่ทันใช้แผนอะไร เธอก็เดินเข้ามาเอง"
ซ่งเหอถลึงตา จ้องมองเขาอย่างเคียดแค้น
"หืม? ทำไมไม่พูดล่ะ?" :ชายหนุ่มผิวคล้ำกล้ามแน่นหัวเราะ
"ถ้าเธอขอร้องฉัน บางทีฉันอาจไว้ชีวิตเธอก็ได้นะ"
ซ่งเหอพยายามอ้าปาก แต่แรงกดดันมหาศาลบนร่างทำให้แทบเป็นไปไม่ได้
"อ้อ พูดไม่ได้สินะ" :ชายหนุ่มผิวคล้ำกล้ามแน่นแสร้งทำเป็นเข้าใจ
"ลดแรงโน้มถ่วงลงหน่อย ให้เธอพูดให้พวกเราขำหน่อย"
ไม่นาน ซ่งเหอก็รู้สึกว่าแรงกดบนร่างเบาลงเล็กน้อย
เธอพยายามลุกขึ้น แต่ยังทำไม่ได้
ร่างกายยังขยับไม่ได้เหมือนเดิม
ต่างกันแค่ว่า ตอนนี้เธอพูดได้แล้ว
ชายหนุ่มผิวคล้ำกล้ามแน่นย่อตัวลง มองซ่งเหอด้วยสายตาเยาะเย้ย: "เอ้า พูดอะไรให้ฉันพอใจหน่อยสิ"
ซ่งเหอมองเขาด้วยสาวตาแข็งกร้าว แล้วหัวเราะ: "ไอ้ตุ๊ด!"
สีหน้าของชายหนุ่มผิวคล้ำกล้ามแน่นเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที
ตั้งแต่เด็กจนโต เขาเกลียดที่สุดเวลาถูกเรียนแบบนั้น
เขาแค่เสียงหวานกว่าคนอื่นหน่อยเดียว
มันผิดตรงไหน?
เพื่อสลัดฉายานี้ เขาเริ่มออกกำลังกายตั้งแต่เด็ก ฝึกจนได้กล้ามเนื้อทั้งตัว แถมยังตากแดดจนผิวคล้ำ
เขาคิดว่าทำแบบนี้แล้วคนอื่นจะเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อเขา
แต่ไม่คิดเลยว่า…
ซ่งเหอที่เพิ่งเจอเขาแค่ครั้งเดียว จะเรียกฉายาที่เขาเกลียดที่สุดได้อย่างแม่นยำขนาดนี้
"คิดว่าตัวเองเก่งมากสินะ?" :ชายหนุ่มผิวคล้ำกล้ามแน่นสีหน้ามืดมน
"คนปากแข็งแบบเธอ ฉันเห็นมามากแล้ว แต่สุดท้ายไม่มีใครที่ไม่คุกเข่าขอร้องฉัน"
ซ่งเหอมองเขาอย่างเย็นชา แววตาเต็มไปด้วยความดูถูก
ชายหนุ่มผิวคล้ำกล้ามแน่นลุกขึ้น มือเขาเปล่งแสงวาบ ในมือมีแส้เหล็กที่เต็มไปด้วยหนามแหลมปรากฏขึ้น
ฟึ่บ!
เพี๊ยะ!
เสียงแส้แหวกอากาศดังสนั่น ตามด้วยเสียงแส้ฟาดลงบนหลังซ่งเหออย่างแรง
หนามบนแส้แทงทะลุเนื้อ กระชากเอาเลือดเนื้อออกมามากมาย
"อึก…" :ซ่งเหอกัดฟัน แต่ก็มีเสียงครางหลุดออกมา ความเจ็บปวดทำให้นิ้วมือของเธอจิกดินแน่น
เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!
ชายหนุ่มผิวคล้ำกล้ามแน่นฟาดแส้ซ้ำกว่าสิบครั้ง แผ่นหลังของซ่งเหอที่เคยเรียบเนียน กลายเป็นเศษเลือดเนื้อฉีกขาดเละเทะ
แต่เธอกัดฟันแน่น ไม่กรีดร้องโอดครวญแม้แต่ครั้งเดียว
"แค่นี้เองเหรอ?"
เมื่อชายหนุ่มผิวคล้ำกล้ามแน่นหยุดมือ ซ่งเหอก็เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองเขาด้วยแววตาเหยียดหยาม
ชายหนุ่มผิวคล้ำกล้ามแน่นหัวเราะ: "อย่าเพิ่งรีบ นี่ยังแค่เริ่มต้น เอาล่ะ พวกนาย เอาสมบัติล้ำค่าของฉันมา"
ผู้คนรอบข้างเริ่มส่งเสียงโห่ร้อง
ไม่นาน ก็มีชายร่างกำยำยกถังไม้ใบใหญ่เดินเข้ามา
ทุกคนในที่นั้นต่างยกมือปิดจมูก
ซ่งเหอขมวดคิ้ว เธอได้กลิ่นเหม็นรุนแรงโชยมา
"ฮ่าๆๆ" :ชายหนุ่มผิวคล้ำกล้ามแน่นหัวเราะ: "ซ่งเหอ เดาสิ นี่คืออะไร?"
ซ่งเหอขมวดคิ้ว เธอไม่ตอบ
ชายหนุ่มผิวคล้ำกล้ามแน่นพูดต่อ: "ถ้ำของเราไม่ค่อยสะดวกสบาย ไม่มีท่อระบายน้ำ ของเสียของพวกเราก็เลยต้องเก็บไว้ในถังพวกนี้"
"ลองคิดดูสิ ถ้าฉันสาดถังขี้กับฉี่ลงบนหลังที่มีแต่แผลเละๆ ของเธอ…"
"เธอจะยังทำเป็นใจเย็นแบบตอนนี้ได้ไหม?"
ร่างของซ่งเหอสั่นเล็กน้อย
ต่อหน้าสิ่งโสโครกเหม็นเน่าแบบนี้ เธอก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจริงๆ
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]
……………