เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 39 สู้จนจบ

ตอนที่ 39 สู้จนจบ

ตอนที่ 39 สู้จนจบ


เหล่าหัวหน้าพ่อบ้านคือใครกัน?

เขามีอำนาจจัดการทุกเรื่องในตระกูล คนในตระกูลส่วนใหญ่จะไม่มีโอกาสได้เจอกับผู้อาวุโสสูงสุด หัวหน้าพ่อบ้านคือพระเจ้าที่กุมชะตากรรมของพวกเขาเอาไว้

หากพวกเขาสั่งให้ไปทางซ้ายจะไม่มีใครกล้าไปทางขวา

หัวหน้าพ่อบ้านสามารถทำให้คุณอยู่จุดสูงสุดบนโลกใบนี้และทำให้คุณเพลิดเพลินกับสิทธิพิเศษของตระกูล แต่พวกเขายังสามารถโยนคุณลงไปที่ก้นหลุมและทำงานในโรงงานผลิต

เฟิงหลางตกใจกับความกล้าของเฟิงหลินที่กล้าต่อต้านหัวหน้าพ่อบ้าน

คนพาลคนนี้ไม่รู้ถึงความสำคัญ เขาไม่คิดแก้ไขสถานการณ์

เมื่อคิดว่าเขากล้าตอแยแม้กระทั่งหัวหน้าพ่อบ้าน ทันใดนั้นเฟิงหลางก็เลิกคิดมากเรื่องเด็กนี่ มันไม่มีอะไรมาเปรียบกับเรื่องนี้

แต่เขาต้องบอกว่าเด็กต่ำต้อยคนนี้เป็นลูกผู้ชายจริงๆ!

สีหน้าของเฟิงหลางตกใจมาก

เฟิงหลินยังคงเผชิญหน้ากับหัวหน้าพ่อบ้าน เขาดูสงบและไม่มีเจตนาที่จะหนี

บางทีหัวหน้าพ่อบ้านคนนี้อาจเป็นเหมือนพระเจ้าสำหรับคนในตระกูลคนอื่นๆ แต่ไม่ใช่สำหรับเขา

เขากำลังจะได้รับมอบหมายให้ทำงานในโรงงานนรกของตระกูล ชะตากรรมที่กำหนดไว้ล่วงหน้าของเขานั้นน่าสังเวชมากเกินพอ การทำให้หัวหน้าพ่อบ้านขุ่นเคืองมันจะเลวร้ายแค่ไหนกันเชียว?

เมื่อไหร่ที่เขาควรจะสู้กับ'โชคชะตา'ถ้าไม่ใช่ตอนนี้?

เฟิงหลินคิดถึงเรื่องนี้มานานแล้ว

สู้ เขาจะต้องสู้จนกว่ามันจะจบ

ชะตากรรมที่น่าสังเวชรอเขาอยู่ข้างหน้า หากเขาไม่สู้ตอนนี้ เขาก็จะไม่มีวันหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้

คำว่า "ฉันปฏิเสธ" ของเฟิงหลินนั้นแน่วแน่ เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว

บรรยากาศมาคุขึ้นทันทีทันใดจนน่าอึดอัด

สีหน้าของหัวหน้าพอบ้านไม่พอใจอย่างชัดเจน ความโกรธของเขาเพิ่มขึ้นจนจะถึงขีดจำกัด

การกุมอำนาจของสมาชิกในตระกูลทำให้เขาเหนือสุด นอกจากผู้อาวุโสสูงสุด มันสามารถกล่าวได้ว่าเขาสามารถใช้มือเดียวบดบังท้องฟ้า

ตอนไหนกันที่มีคนกล้าคัดค้านเขา

และยังเป็นเพียงสมาชิกระดับต่ำ มันคือการกบฏ!

จะมีวินัยได้ยังไงถ้าเขาไม่ลงโทษคนแบบนี้? เขาจะเอาเกียรติของเขาไว้ที่ไหนในฐานะหัวหน้าพ่อบ้านถ้าเขาจัดการไม่ได้?

สายตามุ่งร้ายดั่งสายตาของเหยี่ยวเหมือนความตายกำลังจ้องมองเฟิงหลิน  มันแหลมคมราวกับมีด เหมือนกับว่าตาทั้งสองข้างสามารถหั่นเฟิงหลินออกเป็นชิ้นๆได้

มีพลังงานเย็นเฉียบในอากาศ ราวกับภูเขากดทับลงมา

เฟิงหลินยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อน เห็นได้ชัดว่าเขารู้สึกถึงแรงกดดันที่หนักอึ้งราวกับเนินเขามากดทับกระดูกสันหลัง บังคับให้เขาต้องพ่ายแพ้และคุกเข่าลงกับพื้น

ไม่!

สายตาของเขาร้อนเหมือนไฟที่ลุกโชน ไม่สะทกสะท้านกับสายตาของหัวหน้าพ่อบ้าน เฟิงหลินไม่ปล่อยให้กระดูกสันหลังโค้งงอแม้แต่น้อย เหมือนต้นสนที่ปักหลักโดดเดี่ยวบนยอดหน้าผา แม้มีลมพัดแรงและฝนซัดอย่างหนัก มันต้องเลือกว่าจะตายหรือจะหักงอ เขายอมตายมากกว่างอ

"คนจริง!" แม้เขาจะยอมรับในตัวเฟิงหลิน แต่เฟิงหลางก็กลัวความน่าเกรงขามของหัวหน้าพ่อบ้าน

ปฏิสัมพันธ์ที่ไม่มีรูปร่างระหว่างคนทั้งสองนั้นรุนแรง ในฐานะผู้ชมเฟิงหลางทำอะไรไม่ได้นอกจากตัวสั่น

หัวหน้าพ่อบ้านเป็นผู้บ่มเพาะระหว่างดวงดาว ถึงกระนั้นต่อหน้าตัวตนที่น่าเกรงขาม สมาชิกระดับต่ำของตระกูลกลับไม่ยอมแพ้และยืนหยัดอย่างต่อเนื่อง

โดยไม่คำนึงถึงศักยภาพของเขา ความจริงที่ว่าเขากล้าสู้กับหัวหน้าพ่อบ้านนั้นนับเป็นเรื่องที่น่านับถือ!

"อย่าแม้แต่จะคิด!" เมื่อเห็นว่าเขาไม่สามารถจัดการกับเฟิงหลินได้ง่ายๆ หัวหน้าพ่อบ้านก็ทำลายความเงียบ

ดวงตาของเฟิงหลางเป็นประกายแวววาว

ในฐานะผู้สืบทอดสายตรงของตระกูล เขาไม่ใช่คนแปลกหน้าของหัวหน้าพ่อบ้าน

แม้ภายนอกเขาจะดูสงบ แต่ภายในเขากำลังคุกกรุ่น

เด็กหนุ่มคนนี้กำลังจะเจอเรื่องร้าย!

"ทำไมถึงไม่?"แม้จะได้ยินคำถามของพ่อบ้าน เฟิงหลินก็ยังไม่ถอย

"ตระกูลเลี้ยงเธอขึ้นมา ดังนั้นทุกๆคนจึงมีหน้าที่ที่ต้องเติมเต็ม ในฐานะสมาชิกระดับต่ำที่ไม่สามารถเข้าวิทยาลัยได้ การมีส่วนร่วมในโรงงานของตระกูลคือหน้าที่และชะตากรรมของเธอ ต้องรู้ว่าตระกูลเราจะไม่ยอมให้อะไรเสียเปล่า หากมีคนตามืดบอดอย่างเธอและคัดค้านความรับผิดชอบ งั้นทุกสิ่งจะไม่วุ่นวายไปหมดรึยังไง?จะยังมีกฏไว้ทำไมกัน?”หัวหน้าพ่อบ้านกล่าว

“เพียงเพราะผมไม่สามารถเข้าวิทยาลัยได้ ผมจึงต้องมีส่วนร่วมในตระกูลใช่ไหม?” เฟิงหลินไม่ตื่นตระหนก เขายิ้มอย่างมั่นใจที่มุมปาก ก่อนจะถามอีกครั้ง "แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าปมสามารถเข้ามหาวิทยาลัยได้"

"ว่าไงนะ! มหาวิทยาลัย?พลังของแกเป็นเพียง0.4  อย่าฝันไปหน่อยเลย ... " หัวหน้าพ่อบ้านไม่ปิดบังสีหน้ารังเกียจ

เขาใช้นิ้วเรียกดูข้อมูลผลการสอบจากโรงเรียน

ในนั้นค่าสถานะพลังของเขาสูงถึง1.5 ข้อมูลจากโรงเรียนมัธยมโลกสามารถเรียกดูได้ตลอดเวลาและเปิดเผยสู่สาธารณะ

ข้อมูลคือผลสรุปและไม่สามารถปลอมแปลงได้

หัวหน้าพ่อบ้านพูดไม่ออก ใบหน้าของเขาเริ่มอ่อนลง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็จ้องเฟิงหลินหนักกว่าเดิม

เขาต้องทำตามกฎของตระกูล

เขาคือผู้ปกครองที่นี่ แต่เฟิงหลินกล้าขัดคำสั่งของตระกูลที่มีมากว่าหลายพันปีเพียงเพราะความสำเร็จเพียงเล็กน้อยนี้นะหรอ? สติหลุดไปแล้วหรือไง!

"พลังเพียง 1.5 จะไปทำอะไรได้" เขาเลิกสนใจข้อมูลของเฟิงหลิน และดูเหมือนจะไม่รู้สึกประทับใจเลย "โรงเรียนมัธยมโลกไม่ได้ต่างอะไรไปกับโรงเรียนขยะในเมืองฮั่วเซีย เทียบกับคนอื่น พลังชีวิตแกไม่ได้เหนือด้วยซ้ำ แกจะเข้ามหาวิทยาลัยได้ยังไง?!”

"ด้วยสถานะพลังเพียงเท่านี้ แกคิดว่าแกจะเป็นอิสระจากหน้าที่ต่อตระกูลอย่างงั้นหรือไง!แกควรรู้ว่ามีผู้บ่มเพาะระหว่างดวงดาวจำนวนมากในตระกูลของเราที่มีพลังมากกว่า10หน่วย  1.5 จะไปมีความหมายอะไร?"

คำพูดทุกคำล้วนดูหมิ่นผลคะแนนของเฟิงหลินและโรงเรียน

นี่เป็นสิ่งที่เฟิงหลินไม่สามารถยอมรับได้ เขาระงับความโกรธและความขุ่นมัวไว้ในใจ เฟิงหลินต้องการเปิดเผยความจริงว่าพลังของเขาตอนนี้คือ2.3 แต่ตอนนี้ดูเหมือนไม่จำเป็นแล้ว

ในที่สุดเฟิงหลินก็พบความจริง

หัวหน้าพ่อบ้านคนนี้ดูถูกเขา

ตระกูลเฟิงมีรากฐานที่แน่นแฟ้น บางทีผู้บ่มเพาะระหว่างดวงดาวเท่านั้นที่จะมีค่าในสายตาของหัวหน้าพ่อบ้าน

ไม่มีประโยชน์ที่เขาจะพูดอะไรอีก มันเพียงแต่จะกระตุ้นให้เกิดความรังเกียจและเยาะเย้ยมากขึ้นเท่านั้น

"เด็กน้อย อย่าทำอะไรที่มันเกินตัวไปหน่อยเลย หากเข้ามหาวิทยาลัยระหว่างดวงดาวไม่ได้ เธอก็ไม่มีสิทธิที่จะหนีหน้าที่ต่อตระกูลไปได้ ความสามารถและศักยภาพของเธอยังห่างไกลจากการเป็นข้อยกเว้นของตระกูล

ตอนนี้เธอมีทางเลือกเดียว คือทำตามกฎและเข้าฝึกงานที่โรงงานของตระกูลอย่างเชื่อฟัง มิฉะนั้นถ้าเธอไม่มีงาน ในอนาคต เธอจะถูกไล่ออกจากตระกูลและเป็นขอทานตามท้องถนน!"คำสั่งนั้นชัดเจน ในความเป็นจริงมันฟังดูเหมือนการข่มขู่

ฉันไม่รอถูกไล่หรอก!

สำหรับคนอื่นนี่อาจเป็นการเตือนจากหัวหน้าพ่อบ้าน แต่เฟิงหลินก็ไม่สนใจ

หากเขาต้องทำงานที่โรงงานของตระกูล เขาก็จะออกไป!

แต่ทว่า เว้นแต่มันจะจำเป็นจริงๆ เขาไม่อยากหนีไปอย่างผู้แพ้

เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยระหว่างดวงดาวอย่างงั้นหรอ?

เฟิงหลินต้องแข็งแกร่งมากกว่านี้ แต่เขาจะไม่ยอมแพ้

สู้ เขาต้องสู้!

สู้จนกว่าจะจบ อย่ายอมแพ้!

เฟิงหลินจะไม่ยอมให้คนอื่นมาจัดการชะตาชีวิตของเขาแบบนี้ เขากล่าวเสียงเบา"หัวหน้าพ่อบ้าน ผมจะไม่เข้าฝึกงานที่โรงงานของตระกูลอย่างแน่นอน แล้วทำไมเราไม่มาทำข้อตกลงกันล่ะ?"

"ข้อตกลงอะไร" หัวหน้าพ่อบ้าน ถามโดยสัญชาตญาณทันที

เฟิงหลินลดสายตาลง ตาของเขามืดดำ

นี่คือไม้ตายเขา!

เขารู้ว่าความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จนั้นน้อยมาก แต่หัวหน้าพ่อบ้านก็ไม่ยินดียินร้าย ทำให้เขามีโอกาสเล็กน้อย แต่เขาทำได้ทุกอย่าง เพื่ออนาคตของเขา

ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เขาจะไม่ยอมถูกไล่ออกตระกูล

สังคมที่นั่นโหดร้ายและปั่นป่วน

เขาไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่สำหรับตัวเอง แต่พ่อแม่และน้องๆของเขาล้วนเป็นคนธรรมดา หากเขาประมาท เขากลัวว่าผลที่ตามมาจะเลวร้าย ...

ตั้งแต่เฟิงหลินมาใช้ร่างนี้ เขาก็รับชะตากรรมของมันมาด้วย

เขาไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวที่จะละทิ้งครอบครัวของเขาในชีวิตนี้ไป

นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เขาพยายามสุดความสามารถ

"เราสามารถตกลงกันได้ ผมจะเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ถ้าผมสอบไม่ผ่าน ผมจะกลับมาตระกูลโดยไม่เรียกร้องอะไรอีก ผมจะทำหน้าที่อย่างเชื่อฟัง อย่างไรก็ตามถ้าผมเข้าเรียนที่นั่นได้ ผมจะไม่ต้องการอะไรเลย แค่อยากให้ครอบครัวพ้นจากข้อจำกัดของพวกเขาและอนุญาตให้ผม       ได้รับการฝึกฝนอย่างอิสระ!และตระกูลก็จะได้รับอัจฉริยะแท้จริงที่สามารถเข้ามหาวิทยาลัยได้อีกด้วย มันถือเป็นการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนมหาศาล คุณกล้าเสี่ยงกับมันไหม?”

เฟิงหลินหยุดและใช้สายตาแหลมคมดั่งมีดสบตากับหัวหน้าพ่อบ้าน

"เป็นยังไง?หัวหน้าพ่อบ้าน?”

จบบทที่ ตอนที่ 39 สู้จนจบ

คัดลอกลิงก์แล้ว