เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1 ตำนานแห่งยีนโบราณ

ตอนที่ 1 ตำนานแห่งยีนโบราณ

ตอนที่ 1 ตำนานแห่งยีนโบราณ


“ทุกๆตำนานคือเส้นทางสู่การเป็นเทพ!ยีนของคุณดำรงอยู่ในตัวคุณ!”

“ความหลากหลายของสิ่งชีวิตดำรงอยู๋เพราะยีน พันธศาสตร์คือจุดกำนิดของชีวิต พวกมันดูเหมือนโมเลกุลขนาดใหญ่ที่เกิดจากนิวคลีโอไทด์ทั้ง4ประเภท แต่มันก็ยังประกอบไปด้วยข้อมูลของชีวิตทั้งหมด เมื่อพูดจากมุมมองขนาดใหญ่ มันกำหนดรูปแบบและการทำงานของอวัยวะทั้ง5และแขนขาทั้ง4 เมื่อพูดจากมุมมองขนาดเล็ก มันควบคุมขนทุกเส้นและรูขุมขนต่างๆบนร่างเรา บนดาวมนุษย์-โลก มันยากมากที่จะจินตนาการว่าในยุคดึกดำบรรพ์หลายล้านปีก่อน อารยธรรมโบราณน่าตื่นตาและเจริญรุ่งเรืองไกลเกินกว่ายุคสมัยใหม่มาก ในบรรดาสมัยโบราณ มีมนุษย์บางคนที่ครอบครองพลังเหนือธรรมชาติและถูกเรียกว่าเทพเจ้า  สำหรับยีนของเทพเจ้า มนุษย์ยุคใหม่เองก็ได้รับสืบทอดมา หากอยากกลายเป็นผู้บ่มเพาะดวงดาว สิ่งแรกที่ต้องทำคือการปลุกยีนบรรพกาลของเขาหรือเธอขึ้นและสืบทอดพลังเหนือธรรมชาติ...”

 

ในห้องเรียนที่เต็มไปด้วยความรู้ทางเทคโนโลยี กลุ่มนักศึกษาในเครื่องแบบได้เข้าเรียนชั้นทฤษฏีเกี่ยวกับยีนในตำนาน

ภาพโฮโลกราฟฟิกลอยต่อหน้าทุกคนและเนื้อหาของบทเรียนก็ไหลเข้าหัวพวกเขาเหมือนกระแสข้อมูล

แม้ชั้นเทียนทฤษฏีจะน่าเบื่อ แต่ทุกคนก็ตั้งใจฟัง

ข้อมูลเกี่ยวกับยีนในตำนานมีผลว่าพวกเขาจะสามารถเป็นผู้บ่มเพาะได้หรือไม่ ไม่มีใครกล้าขี้เกียจหรือประมาท

สายตาของอาจารย์หญิงบนเวทีดูเข้มงวด เธอกวาดตามองรอบๆและพยักหน้าเมื่อเธอเห็นว่านักเรียนเธอจริงจังแค่ไหน

 

“เอ๊ะ?”เงาร่างหนึ่งดึงดูดความสนใจเธอ

คนๆนี้แตกต่างจากนักเรียนคนอื่นที่ตั้งใจฟัง เขากำลังฟุบหน้าหลับกับโต๊ะและนอนโดยไม่สนใจสิ่งภายนอก

ในฝันเขา เขาพบเจอสิ่งน่ากลัวบางอย่าง คิ้วเขาขมวดและเหงื่อก็ชุ่มไปทั่วหน้าผาก เขานอนละเมอคำแปลกๆออกมา

 

“ปฏิทินดาราศาสตร์ปี9991 นี่....นี่คือยุคอะไร?”

“ทำไมชุดความทรงจำของคนอื่นถึงปรากฏในหัวฉัน...?”

“หรือฉันจะเผอิญข้ามไปยังมิติอื่นมา?!”

ระดับเสียงเขาต่ำมาก คำพูดเขาไม่ชัดเจน ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังพูดถึงอะไร

 

“เขานั่นเอง!นักเรียนอันดับสุดท้ายของห้อง17 เฟิงหลิน!”คิ้วของอาจารย์หญิงขมวดแน่นอย่างไม่พอใจและพร้อมระเบิดอารมณ์ แต่เมื่อเธอจำบางอย่างได้ ความโกรธเธอก็หมดไป เธอส่ายหัวและไม่สนใจเขาอีก

สงสารต่อความโชคร้าย โกรธสำหรับพวกขี้ขลาด!

เพื่อปลุกยีนในตำนานขึ้น พรสวรรค์คือสิ่งจำเป็น

แม้คนในยุคสมัยดวงดาวสามารถปลุกยีนได้ทุกคน มันก็ยังมีความแตกต่างระหว่างชุดยีนที่ตื่นขึ้น

มีบางยีนที่ไร้ประโยชน์และอาจมีผลข้างเคียงหลังตื่นขึ้น ตัวอย่างเช่น มนุษย์ที่มีหางลิง ขนดำ 6นิ้ว....มีความแปลกประหลาดอยู่ทุกประเภท ยีนเหล่านี้จะนำพามาซึ่งอันตรายหากตื่นขึ้นมา

และสำหรับบางยีน มนุษย์จะเริ่มก้าวข้ามตัวเองเมื่อยีนตื่นขึ้น พวกเขาจะสามารถควบคุมลม ฝน สายฟ้า สนามแม่เหล็กและแรงโน้มถ่วง...พวกเขาจะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถควบคุมพลังงานลึกลับได้ สำหรับยีนเหล่านี้ที่จะเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ พวกมันรู้จักกันในฐานะยีนในตำนาน

ไม่ต้องสงสัย ยีนเป็นพรสวรรค์ของมนุษยชาติ

เฟิงหลินผู้นี้ปลุกยีนระดับต่ำสุดและเป็นยีนพื้นฐานสุดอย่างยีนลิง เร็วๆนี้ มีข่าวลือว่าเขาปลุกยีนขึ้นมาอีกชุดก่อนสอบเข้าวิทยาลัย ยีนชุดสองที่เขาปลุกเองก็เป็นหนึ่งในยีนชั้นต่ำสุดและพื้นฐานสุดอย่างยีนหิน

ตามการวิจัยปัจจุบัน ยังไม่มีข้อมูลใดว่ายีนลิงและยีนหินจะสามารถวิวัฒนาการเป็นชุดยีนชั้นสูงได้ กล่าวอีกนัยหนึ่ง มันคือยีนขยะ

ตอนนี้ ค่าพลังของเฟิงหลินอยู่แค่0.4 ยังไม่ถึง1ด้วยซ้ำ เขาเป็นพี่ใหญ่และกำลังจะจบการศึกษาระดับมัธยม แต่ก็ไม่มีคุณสมบัติสอบเข้าวิทยาลัย

ศักยภาพของเฟิงหลินเป็นเช่นนั้น!

จากปัจจุบัน เขาดูไร้อนาคต

ในชั่วพริบตา อาจารย์หญิงก็ตัดสินใจให้เฟิงหลินเป็นขยะ

ในยุคสมัยดวงดาว มันเป็นความโชคร้ายครั้งใหญ่สำหรับมนุษย์ผู้ไร้พรสวรรค์ด้านยีน

เฟิงหลินผู้นี้เหมือนคนพิการ ทำได้แค่นอนไปวันๆ ไม่พยายามฝึกฝน แต่แน่นอน มันย่อมไร้ประโยชน์ต่อให้ฝึกฝนอย่างหนัก

พรสวรรค์ไม่ใช่สิ่งที่จะได้รับจากการฝึกฝนอย่างหนัก ตอนนี้ ดูเหมือนว่าเฟิงหลินจะยอมแพ้ในตัวเองและกลายเป็นขยะโดยสมบูรณ์

อาจารย์หญิงละสายตา ไม่คิดมองเฟิงหลินให้เสียสายตา

บทเรียนนี้จบอย่างรวดเร็ว และนักเรียนก็ออกไปทีละคน ไม่มีใครคิดมองเฟิงหลิน ไม่มีใครแม้แต่จะปลุกเขา

ไม่นานห้องเรียนก็ว่างเปล่า

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนก่อนชายหนุ่มจะยกหัวหนักขึ้น เขากวาดตามองห้องเรียนที่แปลกตาและไม่คุ้นเคย

ฉันเป็นใคร?ฉันมาจากไหน?สถานที่นี้คืออะไร...?

ห้องเรียนเต็มไปด้วยโฮโลแกรมและเทคโนโลยีในอนาคต มีแม้กระทั่งรถที่กำลังบินผ่านหน้าต่างห้องเรียน นี่คือความฝันใช่ไหม แต่มันดูสมจริงมาก

หรือจะเป็นหนังไซไฟ?

โดยไม่มีเวลาให้ไตร่ตรอง ความทรงจำก็หลั่งใหลเข้ามา

ความเจ็บปวดกระจายไปทั่ว

สีหน้าของเฟิงหลินบิดเบี้ยว เขาทำได้แค่สูดลมหายใจหลังผ่านไปนาน แต่ตอนนี้ สีหน้าเขากลับกลายเป็นอึ้ง

งั้น มันก็กลับกลายเป็นว่า ฉันมาอยู่ปี9991 ปฏิทินดวงดาว หลังเขาจบจากมหาวิทยาลัย เขาก็ดื่มจนเมาและมีแค่พระเจ้าที่รู้ว่าทำไมเขาถึงตื่นมาในยุคสมัยนี้

จักรวาลคู่ขนานงั้นหรอ?หรือโลกเขาในอนาคต?

แต่ความจริงอาจไม่ถือว่าสำคัญต่อเฟิงหลิน เขาได้ข้ามมายังอีกโลกและมีโอกาสสูงที่เขาจะกลับไปไม่ได้

ตามประวัติของดวงดาว ในปีคริสต์ศักราช 2160 มนุษย์ได้ออกจากขอบเขตของโลกและเริ่มตั้งอาณานิคมของระบบสุริยะ

เพื่อเป็นการระลึกถึงโอกาสครั้งใหญ่ มนุษย์จึงเปลี่ยนปฏิทิน พวกเขาละทิ้งปฏิทินเดิมและผลักดันปฏิทินด้วยคอมพิมเตอร์ควอนตัมให้สอดคล้องกับเวลาของจักรวาล

นั่นเป็นปีแรกของปฏิทินดวงดาว

ตอนนี้ผ่านไป9991ปีแล้ว

นั่นหมายความว่านับจากปีค.ศ.2018 จากช่วงเวลาที่เขาข้ามมามันก็ผ่านมากว่าหมื่นปีแล้ว

นี่เป็นความฝันใช่ไหม?

ในช่วงเวลาหนึ่ง เฟิงหลินกลับตกอยู่ในภวังค์

การก้าวสู่ยุคสมัยดวงดาว การพัฒนาของเทคโนโลยีมนุษย์รวดเร็วและไม่น่าเชื่อ

ปฏิทินดวงดาวปี3628 มนุษย์ได้พิชิตระบบสุริยะอย่างสมบูรณ์ ดาวเคราะห์ทุกดวงภายในระบบสุริยะเป็นของมนุษย์

ดาวอังคารแสนแห้งแล้งถูกดัดแปลงเป็นดาวเคราะห์เขียวขจี สามารถดำรงชีวิตได้ สถานีอวกาศลอยอยู่เหนือดาวพฤหัสขนาดใหญ่ยักษ์ แถบดาวเคราะห์น้อยระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสเต็มไปด้วยยานอวกาศสำหรับขุดแร่และดาวพลูโตที่อยู่ปลายสุดของระบบสุริยะก็กลายเป็นดาวเคราะห์สำหรับให้มนุษย์ไปเที่ยววันหยุดพักผ่อน ....รอยเท้าของมนุษยชาติแพร่ไปทั่วทุกมุมของระบบสุริยะ แต่มนุษยชาติก็ถูกขังอยู่เช่นกัน

เทคโนโลยีของมนุษย์พัฒนาจนถึงขีดสุดและพบกับปัญหาคอขวด

นอกระบบสุริยะเป็นวังวนมืดของจักรวาล หลายสิบปีแสงคืออุปสรรคที่มนุษย์ไม่อาจก้าวข้าม

กว่า3พันปีต่อมา นักวิทยาศาสตร์จำนวนนับไม่ถ้วนยังคงทำงานวิจัยและวิทยาศาสตร์กับเทคโนโลยีของมนุษย์ก็เผชิญกับการพัฒนาครั้งใหญ่ พวกเขามีเทคโนโลยีรูหนานซึ่งทำให้มนุษยชาติก้าวออกจากระบบสุริยะได้

ในพื้นที่ไร้สิ้นสุดของห้วงอวกาศ สมบัติมีอยู่ทุกที่ ขุมพลังงานมากมาย

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ฝันอันสวยงามของมนุษย์จะเริ่มขึ้น ฝันก็ดับลงซะก่อน ฝันร้ายที่แท้จริงอุบัติขึ้น

มนุษย์ค้นพบว่าระบบสุริยะไม่ใช่แค่คุกสำหรับพวกเขา มันยังเป็นร่มป้องกันพวกเขาอีกด้วย

สัตว์ประหลาดของดาวเคราะห์อื่น สิ่งมีชีวิตต่างดาวหลายล้านสายพันธ์และหายนะระดับจักรวาลที่ทำลายสวรรค์และโลก...พวกมันปรากฏขึ้น

มนุษยชาติถูกทำลายทันที

แต่ทว่า ท่ามกลางการต่อสู้ มนุษย์ก็วิวัฒนาการขึ้น และในขณะนี้ มนุษย์ก็ค้นพบความสุขและความโศรกเศร้าเมื่อเทียบกับห้วงจักรวาลไร้ขอบเขต มนุษย์นั่นแหละคือสมบัติที่ยิ่งใหญ่สุด

ย้อนไปในยุคโบราณ ตำนานเหล่านั้นเกี่ยวกับเทพเจ้าที่ถูกหักล้างและลดทอนความเชื่อ แต่ในยุคดวงดาว มนุษย์ค้นพบว่าตำนานของเหล่าเทพเป็นเรื่องจริง

พวกเขามีจริง!

ตัวละครในตำนานล้วนแต่มีอยู่จริงในอารยธรรมโบราณ ตามการคำนวณทางวิทยาศาสตร์และการจำลองทางคอมพิวเตอร์ ตัวตนในอดีตได้รับการเคารพในฐานะเทพเพราะพวกเขามีพลังพิเศษ

ด้วยการล่มสลายของอารยธรรม ตำนานเหล่านี้จึงหายไป อย่างไรก็ตาม ยีนพวกเขายังดำรงอยู่ในกลุ่มพันธุกรรมของมนุษย์

มนุษย์สามารถปลุกยีนพวกเขาได้ผ่านการบ่มเพาะและได้รับพลังเหนือธรรมชาติ ดังนั้น กลุ่มยีนพวกนี้จึงเป็นที่รู้จักกันในนามยีนในตำนาน

ร่างมนุษย์ก็เหมือนจักรวาลขนาดเล็ก ทุกยีนเหมือนดวงดาวในท้องฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วน

วิธีบ่มเพาะโบราณตอบสนองต่อศักยภาพซ่อนเร้นของมนุษย์

ทุกๆตนานคือเส้นทางสู่การเป็นเทพ

 

“เส้นทางสู่การเป็นเทพ?”เฟิงหลินพึมพำ เขาสามารถสัมผัสได้ถึงความหมายลึกลับข้างใน

ร่างนี้เองก็มีชื่อว่าเฟิงหลิน เขาเป็นเด็กชั้นปีสุดท้ายและเป็นนักเรียนธรรมดามาก แม้กระทั่งรูปร่างหน้าตาก็ค่อนข้างเหมือนกับเขาในอดีต

หลังพัฒนามากว่าหมื่นปี หลังมนุษยชาติเคยประสบกับสงครามโลกสามครั้ง สงครามดาวเคราะห์สองครั้ง สงครามดวงดาว5ครั้งและการล่มสลายของอารยธรรมมากมาย มันก็ไม่มีใครให้ความสนใจกับตำนานของยุคโลกโบราณ มีแค่ตำนานส่วนน้อยที่ยังหลงเหลือ และก็มีแค่หนึ่งหรือสองคำ ข้อมูลไม่สมบูรณ์และผสมปนเปกันจนมั่ว

มนุษย์ของโลกโบราณได้ละทิ้งดาวต้นกำเนิดมาเพื่อขุดค้นและวิจัย ทุกวันนี้พวกเขากำลังสำรวจร่องรอยของตำนานอยู๋

แม้มนุษย์จะรู้ถึงการดำรงอยู่ของตำนานเหล่านี้ แต่การสืบทอดก็ถูกตัดขาดมานาน พวกเขาไม่มีทางถอดรหัสยีนพวกเขาได้

เส้นทางการเป็นเทพถูกลืมเลือน มนุษย์ต้องทนทุกข์ภายใต้กรรมของตนและต้องค้นหาเส้นทางโบราณที่เต็มไปด้วยขวากหนามอีกครั้ง

แต่ทว่า เฟิงหลินกลับค้นพบว่าความรู้เขากลายเป็นข้อได้เปรียบครั้งใหญ่

เดิมที ในฐานะคนสมัยใหม่ของศตวรรษ21ที่ถูกส่งข้ามโลกมา ความรู้กละกระบวนการความคิดเขาย่อมห่างไกลกับคนยุคนี้

เดิมทีเขายังกังวลว่าเขาไม่มีทางสร้างตัวในโลกนี้ได้ แต่สิ่งต่างๆก็แตกต่างออกไป!

ยุคสมัยดวงดาวได้เริ่มกำหนดทฤษฏีการปลุกยีนในตำนาน แต่น่าเศร้า เวลาได้ผ่านมานาน ตำนานได้เลือนหายไปจนเกือบหมด

หากเป็นเช่นนั้นก็ดี เพราะเขามาจากอดีต เฟิงหลินมีความรู้เกี่ยวกับตำนานของโลกอยู่มาก

ทุกๆตำนานคือเส้นทางสู่การเป็นเทพ

หากนี่เป็นจริง มันก็หมายความว่าเขายืนอยู่บนเส้นทางสู่การเป็นเทพจำนวนมากไม่ใช่งั้นหรอ?

เทพสงครามฮั่วเซี่ย เทพสามตาเอ๋อหลาง มหาเทพเทียมฟ้าซุนหงอคง จอมปีศาจแห่งแดนเหนือ...

นักบุญตะวันตก พระเยซู จอมมาร ซาตาน บรรพบุรุษแห่งแวมไพร์...

จอมเทพแห่งกรีก ซูส เทพแห่งแสง อพอลโล่ มารดาแห่งโลก ไกอา....

โอดินแห่งยุโรปเหนือ เทพแห่งความตายของอียิปต์ อนูบิส เทพแห่งการทำลายล้างของอินเดีย ศิวะเทพ...

ตำนานเทพทั้งหมดถูกลืมเลือนไปจนเกือบหมดแล้ว

เฟิงหลุนสูดหายใจลึก สำหรับเขา นี่เป็นยุคที่ดีสุดอย่างแน่นอน!

จบบทที่ ตอนที่ 1 ตำนานแห่งยีนโบราณ

คัดลอกลิงก์แล้ว