เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 174 : สวรรค์, ยมโลก, พุทธศาสนา

บทที่ 174 : สวรรค์, ยมโลก, พุทธศาสนา

บทที่ 174 : สวรรค์, ยมโลก, พุทธศาสนา


บทที่ 174 : สวรรค์, ยมโลก, พุทธศาสนา

"ท่านลุง, ท่านเห็นวิธีการลงมือของเขาหรือไม่"

ผู้นำนิกายอดไม่ได้ที่จะหันไปมองผู้เชี่ยวชาญระดับราชันย์​ศักดิ์​สิทธ์​ที่อยู่ข้างๆและถามขึ้น

เมื่อได้ยินดังนั้น, คนอื่นๆก็หันมามองเช่นกัน

เมื่อได้ยินคำถาม ผู้เชี่ยวชาญระดับราชันย์​ศักดิ์​สิทธ์​ก็เงียบไปครู่หนึ่ง…ก่อนจะส่ายหัวอย่างละอายใจ

"พูดตามตรง ข้าเองก็ดูไม่ออก, แต่ข้ารู้สึกว่าร่างอวตารของเขามีพลังที่น่าตกตะลึง…แม้แต่ข้าถ้าอยู่ในสถานการณ์นั้นก็คงไม่รอด"

ฟู่ว~!

เมื่อได้ยินดังนั้น, ทุกคนก็ตกตะลึงอีกครั้ง

เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่ได้คาดคิดว่าแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญระดับ​ราชันย์​ศักดิ์​สิทธ์​ก็ยังดูไม่ออกว่าเย่หวู่ชางลงมืออย่างไร

"เอาล่ะ, ผู้อาวุโสจางเฉิง…ครั้งนี้ท่านจะเป็นตัวแทนของนิกายประตู​สวรรค์​ซิ​ง​เหอของเรา”

“จงไปยังตระกูลเย่ในแคว้นชางหลานเพื่อแสดงความขอบคุณ!”

ผู้นำนิกาย​มองไปที่ผู้อาวุโสคนหนึ่งและพูดอย่างเคร่งขรึม

ผู้อาวุโสผู้นี้ติดอันดับท็อปสามในแง่ของความแข็งแกร่งโดยรวมในนิกายประตู​สวรรค์​ซิ​ง​เหอ

การที่เขาไปด้วยตนเอง…จะแสดงให้เห็นถึงความจริงใจของพวกเขา

จากนั้นเขาก็หยุดไปครู่หนึ่ง, ก่อนจะ พูดต่อ

"ไปเปิดห้องสมบัติและนำสมบัติหกในสิบไปเป็นของกำนัลให้ตระกูล​เย่!"

เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างตกตะลึงและมองผู้นำนิกาย​ด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

"ท่านผู้​นำนิกาย​ นี่มันมากเกินไปหรือเปล่า"

ผู้อาวุโสระดับเทพสวรรค์คนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมา…ทั่วทั้งใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

แต่ผู้​นำนิกายกลับ​ส่ายหัว

"ตระกูลเย่เป็นมิตรได้ แต่เป็นศัตรูไม่ได้, หากเราไม่สามารถทำให้พวกเขาพอใจได้ ข้าเกรงว่าวันข้างหน้าของพวกเราคงจะไม่ดีแน่ๆ!"

"อย่าลืมว่าภายในตระกูลเย่ไม่ได้มีแค่เย่หวู่ชางที่แข็งแกร่ง, ซูเสี่ยวเซียว ภรรยาของเขาก็อยู่ในระดับจักรพรรดิ​ศักดิ์​สิทธ์​แล้ว”

“นอกจากนี้พวกเขา​ยังมี, เย่เจิ้น, มู่ซีเหยา, เย่ว์​รู​่​ช​วง, และเซี่ยจือซวน….ซึ่งทั้งหมดล้วนอยู่ในระดับราชันย์​ศักดิ์​สิทธ์​”

“โดยเฉพาะเซี่ยจื่อซวนที่อยู่ในระดับสูงสุดของราชันย์​ศักดิ์​สิทธ์เเล้ว…​เธอไม่ควรถูกมองข้ามเลย!”

"นอกจากนี้ยังมีเทพสวรรค์อีกมากมาย”

“ถึงแม้ว่าตระกูลเย่จะเป็นกองกำลัง​ใหม่ที่เพิ่งผงาดขึ้นมา, แต่พวกเขาก็ไม่ใช่คนที่เราจะประมาทได้อีกต่อไป”

“หากข่าวแพร่ออกไปว่าตระกูลเย่ไม่พอใจกับของกำนัลนี้ แม้ว่า​พวกเขาจะไม่ลงมือเอง…ข้าเกรงว่ากองกำลังอื่นๆก็คงจะมาสร้างปัญหาให้กับพวกเราเพื่อเอาใจตระกูลเย่เป็นเเน่!”

หลังจากได้ยินคำอธิบายนี้ ทุกคนก็เงียบลงอีกครั้ง

เห็นได้ชัดว่าพวกเขารู้ดีว่าสิ่งที่ผู้​นำนิกาย​พูดนั้นถูกต้องเเล้ว

ในที่สุด, ราชันย์​ศักดิ์​สิทธ์​ที่อยู่ด้านข้างอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ

"พวกเจ้าทุกคน, จง​อย่าลืมว่าเขาช่วยเราเปิดโปงคนทรยศ…สำหรับนิกายของเรานี่ถือเป็นผลประโยชน์มหาศาล!"

"ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาสามารถกำจัดนิกายประตู​สวรรค์​ซิ​ง​เหอของเรา และยึดสมบัติทั้งหมดเพื่อเเก้​เเค้นได้”

“การที่พวกเขาไว้ชีวิตพวกเรา, ถือว่าเป็นความเมตตามากแล้ว!”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ในที่สุดทุกคนก็เข้าใจและพยักหน้าเห็นด้วย

…………..

หลังจาก​นั้น​ไม่นาน

ผู้อาวุโส​จางเฉินของนิกายประตูสวรรค์​ซิงเหอก็ได้นำของกำนัล​ไปมอบให้ตระกูล​เย่

เเละเเน่นอนว่าตระกูลเย่ได้ทำให้ผู้อาวุโสจางเฉิงได้เห็นถึงความน่าสะพรึงกลัวที่เเท้จริง

ขณะเดียวกันเขาก็แอบดีใจกับการตัดสินใจที่ถูกต้องของผู้​นำนิกาย​

อัจฉริยะ​ที่หยิ่งผยอง, และแข็งแกร่งนับไม่ถ้วนสามารถพบเห็นได้ทั่วไปในตระกูล​นี้

ยิ่งลูกหลานของเย่หวู่ชางก็ยิ่งน่ากลัวเป็นพิเศษ…ไม่มีใครที่เป็นคนธรรมดาเลยสักคน

นอกจากนี้, โชคดีที่ตระกูลเย่พอใจกับของกำนัลในครั้งนี้…เขาจึงสามารถ​ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

เเละเมื่อเขากลับไป, ความบาดหมางระหว่างนิกายประตู​สวรรค์​ซิ​ง​เหอ และตระกูลเย่ก็สิ้นสุดลง

……………….

[ติ๊ง~! ตรวจพบทายาทรุ่นที่สามของท่านกำลังเกิด, กำลังทำการทดสอบพรสวรรค์ การทดสอบเสร็จสิ้น มอบรางวัลตอบแทน: พลังโชคลาภ​ 10 คะแนน​!]

เมื่อเห็นดังนั้น เย่หวู่ชางก็อดไม่ได้ที่จะตะลึง

พลังโชคลาภ​ 10 คะแนน, เทียบเท่ากับคะแนน​โชคลาภ​ 1 เเสนล้าน

ดูเหมือนว่าเด็กที่เกิดใหม่คนนี้จะไม่ธรรมดา….เขาอาจจะเป็นถึงอัจฉริยะระดับสูง​สุด​ก็ได้

อย่างไร​ก็ตาม, ปัจจุบันลูกหลานของเขามีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

รุ่นที่สาม รุ่นที่สี่ และอื่นๆก็เริ่มปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว

เเต่เขาไม่ได้สนใจมากนัก, ที่เขาพุ่งเป้าคือการพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเองต่อไปเพื่อเตรียม​ความพร้อม​รับมือกับสถานการณ์​พลังวิญญาณ​หวนคืน​

จากนั้น​ร้อยปีผ่านไปในพริบตา, ระดับพลังของเขาก็ทะลุผ่านขั้นเล็กๆ ไปถึงขั้นที่เจ็ดของอาณาจักร​ศักดิ์​สิทธ์​

สำหรับ​ครอบครัว​ของเขา, เซี่ยจื่อซวนได้ก้าวเข้าสู่อาณาจักร​ศั​ก​ดิ์สิทธิ์​ระดับจักรพรรดิ​ศักดิ์​สิทธ์​ได้สำเร็จ

เย่ว์รู่ชวง มู่ซีเหยา และ คนอื่นๆ ก็ตามมาติดๆ….พวกเธอไปถึงจุดสูงสุดของระดับราชันย์​ศักดิ์​สิทธ์เเล้ว

แม้แต่คนที่พรสวรรค์น้อยที่สุดในบรรดาพวกเธออย่างโม่ซีจุนและจ้าวชิงเกอ…ก็มาถึงอาณาจักร​ศั​ก​ดิ์สิทธิ์​ระดับเทพสวรรค์แล้ว

ในช่วงร้อยปีที่ผ่านมา, เขามีลูกเพิ่มขึ้นอีกหลายคน​ และจำนวนลูกของเขาก็ใกล้จะถึงห้าสิบคนแล้ว

เขามีลางสังหรณ์ว่าเมื่อใดก็ตามที่เขามีลูกครบห้าสิบคน, รางวัลทายาททุกๆสิบคนที่เขาจะได้รับนั้นจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน​ (อยากเห็นตอนร้อยคนมากกว่า​ อิอิ)​

ครู่หนึ่งเขาก็รอคอยอย่างใจจดใจจ่อ

เเต่สาเหตุที่ทำให้มีลูกน้อยลงในช่วงร้อยปี​ที่ผ่านมา​เป็นเพราะความแข็งแกร่งของทุกคนเพิ่มขึ้นอย่างมาก และขอบเขตของพวกเขาก็น่ากลัวอย่างยิ่ง

ด้วยสิ่งนี้, แม้แต่ความสามารถในการสืบพันธุ์อันแข็งแกร่งของเย่หวู่ชางก็ไม่แข็งแกร่งเท่าเดิม

แน่นอนว่าอีกสาเหตุหนึ่งก็คือการให้กำเนิดแต่ละครั้งนั้นสร้างความเสียหายให้กับรากฐานของเหล่าภรรยา​

ทุกครั้งที่ให้กำเนิด, พวกเขาจึงต้องใช้เวลาหลายปีหรือแม้แต่หลายสิบปีในการฟื้นฟูรากฐาน

อย่างไรก็ตาม, ด้วยการกำเนิดของหลานรุ่นที่สาม และ เหลนรุ่นที่สี่….เขาก็ยังคงได้รับพลังโชคลาภ​เป็นจำนวนมาก

ตอนนี้เขาแทบจะไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของตระกูลเย่แล้ว

เพราลูกๆของเขาก็เติบโตขึ้นจนถึงระดับที่สามารถข่มขวัญผู้อื่นได้แล้ว

เย่ซินชิงและเย่เฟิงถิงนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าใคร…พวกเขา​สมเป็นบุตรเเห่งโชคชะตา, ระดับพลังของพวกเขานั้นเหนือกว่าคนทั่วไปอย่างมาก

ทั้งคู่ต่างก้าวเข้าสู่ระดับจักรพรรดิ​ศักดิ์​สิทธ์​แล้ว และพลังต่อสู้ก็น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง….แม้แต่ซูเสี่ยวเซียวก็ยังด้วยกว่าทั้งสอง

ถัดมาคือเย่เทียนหวง เย่จื่อหลาน และคนอื่นๆที่ไปถึงจุดสูงสุดของระดับราชันย์​ศักดิ์​สิทธ์,​ พลังต่อสู้ของพวกเขาใกล้เคียงกับระดับจักรพรรดิ​ศักดิ์​สิทธ์​มาก

ส่วนเย่หวู่ชาง, แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ขีดจำกัดพลังของตัวเอง

เเต่เขารู้สึกได้อย่างเลือนลางว่า​ แม้เขาจะขึ้นไปที่เก้าแคว้นใจกลาง…เขาก็ยังคงมีพลังพอที่จะป้องกันตัวเองได้

เเละเมื่อเห็นว่าพลังโชคลาภ​ของเขามีเพียงพอแล้ว, เย่ห​วู่​ชาง​ก็ไม่พูดอะไรมากและเลื่อนขั้นสู่ขอบเขตขั้นที่แปดของอาณาจักร​ศั​ก​ดิ์สิทธิ์​โดยตรง

เมื่อระดับพลังของเขาเพิ่มขึ้น, เย่หวู่ชางก็ยิ่งรู้สึกถึงความลึกลับ และความผันผวนระหว่างสวรรค์และโลกของทวีปเทียน​หยวนมากยิ่งขึ้น

เขารู้สึกเลือนลางว่าหายนะครั้งใหญ่นั้นกำลังใกล้​เข้ามา​

แรงกดดันมหาศาลได้กระตุ้นให้เขาพยายาม​พัฒนาความแข็งแกร่งโดยเร็วที่สุด

……………..

อีกด้านหนึ่ง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้, มันเริ่มมีข่าวลือแพร่สะพัดออกมามากขึ้นเรื่อยๆ

ภายในเก้าแคว้นใจกลาง, เมื่อโอสถอมตะปรากฏขึ้น…การต่อสู้ก็ย่อมปะทุขึ้นจนเป็นเรื่องปกติ​

ผู้เชี่ยวชาญระดับผู้ทรงเกียรติ​นับไม่ถ้วนเข้าร่วมการต่อสู้, พลังของการต่อสู้นั้นน่ากลัวอย่างถึงที่สุด​

เเต่ในขณะที่ทุกคนกำลังคาดเดาเกี่ยวกับเจ้าของโอสถอมตะนี้

ผู้เชี่ยวชาญผู้สวมหน้ากากลึกลับ​ก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน

เขาต่อสู้กับผู้เชี่ยวชาญอาณาจักร​ผู้ทรงเกียรติ​ระดับสวรรค์​หลายสิบคนเพียงลำพังและในท้ายที่สุดเขาก็จากไปพร้อมกับโอสถอมตะ (อาณาจักร​ผู้​ทรงเกียรติ​ เเบ่งเป็น,​ ธรรมดา, สูงสุด, สวรรค์, สวรรค์​สูงสุด)​

ทิ้งไว้เพียงเสื้อคลุมสีดำสนิท และ หน้ากากซึ่งทำให้เกิดการคาดเดากันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ไม่นานก็มีคนปล่อยข่าวออกมาว่านี่คือการปรากฏตัวอีกครั้งของกองกำลังจากยุคก่อน

กองกำลังนี้มีชื่อว่า "ยมโลก"

พวกเขาสวมหน้ากากและอ้างว่าเป็นตัวแทน​ของเทพเจ้า, พวกเขาได้รับพลังมาจากเทพเจ้า…จนมีพรสวรรค์ที่น่าสะพรึงกลัวและมีพลังต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม

ผู้เชี่ยวชาญทุกคนจากยมโลกนั้นล้วนน่ากลัวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

นอกจากนี้,​ การสวมหน้ากากและเสื้อคลุมแบบพิเศษทำให้พวกเขาสามารถปกปิดร่องรอยและเงื่อนงำทั้งหมดได้

แม้แต่ศาลากลไก​สวรรค์​ก็ไม่สามารถตรวจจับพวกเขา​ได้

ยังเล่ากันอีกว่าหน้ากากนั้นมีวิชาและ ศิลปะการต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์, ช่วยให้พวกเขาสามารถแปลงพลังของตนเองให้เป็นพลังของยมโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ!

เเละเมื่อพวกเขาถอดหน้ากากออก, พวกเขาก็ไม่ต่างจากคนทั่วไป…แม้ว่าจะนั่งอยู่ข้างๆ, คนข้างๆก็ไม่อาจรู้ตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาได้

และสุดท้าย, มันก็มีข่าวลือว่าผู้เชี่ยวชาญจากยมโลกที่แย่งชิงโอสถอมตะไปในครั้งนี้…เป็นจักรพรรดิเฟิงตูผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาดาบยมโลก

ในอดีต, เขาเคยฆ่าจนโลกนี้ต้องหลั่งเลือด….ทำให้สรรพสิ่งถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นผง

อย่างไร​ก็ตาม, การต่อสู้นี้เผยให้เห็นถึงความน่ากลัวของยมโลก

เเต่นอกจากการปรากฏตัวของยมโลกแล้ว, ยังมีกองกำลังที่เกี่ยวข้องอีกกองกำลังหนึ่งปรากฏตัวขึ้น

นั่นคือกองกำลัง​ "สวรรค์"

พวกเขาเกือบจะเหมือนกับยมโลก ยกเว้นความแตกต่างของเสื้อคลุม และหน้ากาก

การปรากฏตัวของพวกเขาส่งผลให้ตระกูลโบราณที่สืบทอดมายาวนานในเก้าทวีปใจกลางนับล้านปีถูกทำลายล้าง

ซึ่งกองกำลัง​ที่ถูกกวาดล้าง​นี้มีอาณาจักร​ผู้ทรงเกียรติ​ระดับสวรรค์​สี่คน, ผู้ทรงเกียรติ​ระดับ​สูงสุด​กว่าสิบคน, ผู้ทรงเกียรติ​ธรรมดาเกือบร้อยคน….และผู้เชี่ยวชาญระดับราชันย์​ศักดิ์​สิทธ์​อีกนับหมื่นคน

พลังเช่นนี้, แม้จะอยู่ในเก้าแคว้นใจกลาง…เเม้จะไม่ถึงระดับผู้ปกครองแคว้น แต่ก็เป็นหนึ่งในสุดยอดกองกำลัง​

แต่ถึงอย่างนั้น, พวกเขา​ก็ถูกทำลายล้างโดยคนคนเดียว​

ยิ่งไปกว่านั้น, ความเร็วในการทำลายล้างนั้นรวดเร็วมาก…เมื่อผู้เชี่ยวชาญของกองกำลัง​อื่นๆมาถึงการต่อสู้ก็จบลงแล้ว

บางคนเห็นเพียงร่างสูงใหญ่สวมเสื้อคลุมสีขาวและหน้ากากลึกลับที่จากไปอย่างเงียบๆ

ต่อมาผู้เชี่ยวชาญที่ศึกษาของโบราณวัตถุจากยุคก่อน….ได้เปิดเผยตัวตนของบุคคลผู้นี้จากคำบอกเล่า

เขาคือจอมพลเทียนเผิงแห่งกองกำลัง(สวรรค์)​!

ชั่วขณะหนึ่ง, กองกำลัง​ในเก้าแคว้นใจกลางต่างก็ตกอยู่ในความหวาดกลัว

ตระกูลโบราณที่สืบทอดกันมานับล้านปีกลับกลายเป็นเถ้าถ่านในชั่วข้ามคืน

ชีวิต​นับไม่ถ้วนในเก้าทวีปใจกลาง​ล้วนรู้สึกตกอยู่ในอันตราย

…………..

อย่างไรก็ตาม, ในช่วงวิกฤตินี้…มันก็มีข่าวใหม่แพร่สะพัดออกมา

ภายในพุทธศาสนา ผู้เชี่ยวชาญหลายคนได้กลับชาติมาเกิดและตื่นขึ้นพร้อมกับความทรงจำที่สมบูรณ์

ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ล้วนบรรลุระดับวัชระในชาติที่แล้ว และหนึ่งในนั้นยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าสิบแปดอรหันต์ในตำนานเพียงเล็กน้อย

ทั้งนี้, สิบแปดอรหันต์เปรียบเสมือนหน้าตาของพุทธศาสนา แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ในระดับอรหันต์….แต่ว่ากันว่าผู้แข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเขานั้นมีพลังเทียบเท่ากับพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์สิบพระองค์

ดังนั้น, การกลับชาติมาเกิดของอรหันต์ที่อยู่ในระดับต่ำกว่าสิบแปดอรหันต์เพียงเล็กน้อย…ย่อมสร้างความตื่นตะลึงไปทั่วทั้งพุทธศาสนา

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง, การต่อสู้ที่ผิดปกติที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ในเก้าแคว้นใจกลางได้สั่นสะเทือนไปทั่วโลกนิรันดร์

บุคคลที่อยู่ในระดับต่ำกว่าสิบแปดอรหันต์เพียงเล็กน้อย ซึ่งตอนนี้คือพระจิงกวงได้ปรากฏตัวขึ้น และต่อสู้กับผู้เชี่ยวชาญ​แห่งกองกำลังสวรรค์….สร้างความตกตะลึงให้กับโลกด้วยการต่อสู้เพียงครั้งเดียว

พระจิงกวงปราบปรามฝ่ายตรงข้ามตลอดการต่อสู้

แม้แต่หลังจากที่ปลดปล่อยกฎแห่งอรหันต์ออกมาแล้ว, เขาก็ยังทำให้ผู้เชี่ยวชาญ​เเห่งกองกำลังสวรรค์​กระอักเลือดอย่างต่อเนื่อง

ในท้ายที่สุด, ผู้เชี่ยวชาญอีกหกคนจากกองกำลังสวรรค์ก็มาถึงและต่อสู้กับเขา

เเต่สุดท้ายพระจิงกวงก็ได้รับชัยชนะ

เขาเอาชนะทั้งเจ็ดคนได้ด้วยตัวคนเดียว…ทำให้อีกฝ่ายต้องล่าถอยไปด้วยความพ่ายแพ้และสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองในวันเดียว

บางคนถึงกับเรียกเขาว่าผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในเก้าทวีปใจกลาง

นอกจากนี้, ยังมีข่าวลือว่าเกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ในพลังโบราณต่างๆ

ตามข้อมูลของศาลากลไก​สวรรค์, พวกเขาสงสัยว่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่จากยุคก่อนได้กลับชาติมาเกิดแล้ว

"ช่างเป็นยุคที่วุ่นวายอะไรเช่นนี้!"

แม้แต่เย่หวู่ชางก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเมื่อได้รับข่าวนี้

………………..

จบบทที่ บทที่ 174 : สวรรค์, ยมโลก, พุทธศาสนา

คัดลอกลิงก์แล้ว