เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 124 : อาจารย์ของมู่ซีเหยา

บทที่ 124 : อาจารย์ของมู่ซีเหยา

บทที่ 124 : อาจารย์ของมู่ซีเหยา


บทที่ 124 : อาจารย์ของมู่ซีเหยา

ขณะที่เย่หวู่ชางกำลังเตรียมที่จะเก็บตัว

ข่าวๆหนึ่งก็ทำให้เขาหยุดเเผนการเป็นการชั่วคราว

เพราะคนๆนี้เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องไปพบเจอ

………..

เมื่อเดินมาถึงห้องโถงต้อนรับของตระกูลเย่

เย่หวู่ชางก็เห็นสตรีที่สูงสง่าอยู่ตรงหน้าเขา

เธอมีรัศมีคล้ายดาบอยู่ระหว่างคิ้ว

หญิงสาวผู้นี้ไม่ได้ดูยิ่งใหญ่ แต่ท่วงท่าของนางแสดงออกถึงความสง่างามและความสูงส่งที่ไม่อาจดูแคลน

[ติ๊ง! ตรวจพบคู่ครองที่เข้ากันได้ โฮสต์ต้องการเริ่มต้นการตรวจสอบหรือไม่?]

เมื่อได้ยินเสียงนี้, เย่หวู่ชางก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ

จากนั้นสีหน้าของเขาก็แปลกไปเล็กน้อยเช่นกัน

เขาไม่ได้คาดหวังว่าระบบจะไร้ยางอายขนาดนี้

ถึงขนาดแจ้งเตือนว่าสตรีนางนี้เป็นคู่ครองของขาได้

เพราะสตรีผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวที่หนีรอดจากเงื้อมมือของราชาแห่งราตรีโลหิตในตอนที่เมืองโบราณชางหยวนถูกทำลาย

และนางก็มียังมีอีกตัวตนหนึ่ง, นั่นคือเป็นอาจารย์ของมู่ซีเหยา

ตันไท่หว่านเออร์, ชื่ออันอ่อนโยนซึ่งตรงกันข้ามกับท่วงท่าอันสง่างามเเละเย็นชา​ของเธอ

เมื่อพิจารณาจากรัศมีที่เธอปล่อยออกมา, นางน่าจะทะลุผ่านไปยังระดับจักรพรรดิแห่งอาณาจักรหยินหยางได้แล้ว

และระดับพลังของนางก็ไม่ต่ำ, ซึ่งบ่งชี้ว่านางอาจจะได้เผชิญกับโชคชะตา​บางอย่าง​โดยบังเอิญ

เเละในฐานะที่เธอเป็นอาจารย์ของมู่ซีเหยา, ลู่ชิง​ซวน​จึงไม่อาจมองความลับของนางผ่านดางตาเเห่งโชค​ชะตา​อย่างไร้มารยาทได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธอยังเป็นคู่ครองที่มีศักยภาพด้วยแล้ว

แต่สุดท้าย​

ลึกลงไปในใจเย่หวู่ชาง

สัตว์ร้ายที่ซ่อนอยู่ในใจของเขาก็อดไม่ได้ที่จะกระตุ้นดวงตาแห่งโชคชะตาขึ้นมา

[ตันไท่หว่านเออร์: อาณาจักรหยินหยางขั้นที่หก, การประเมินโชค: สีม่วง, การประเมินความถนัด:ร่างดาบไร้เทียมทาน, หัวใจดาบเย็นเยือกแห่งความภาคภูมิ]

สมกับเป็นอาจารย์ของมู่ซีเหยาโดยแท้, พรสวรรค์​นี้ช่างไม่ธรรมดาจริงๆ

ยิ่งกว่านั้นโอกาสที่อีกฝ่ายได้ประสบก็นับว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดา​

เห็นได้ว่าก่อนที่เมืองโบราณชางหยวนจะถูกทำลาย, เธอก็อยู่ในจุดสูงสุด​ของอาณาจักรราชาเท่านั้น

หลังจากนับเวลาอย่างถี่ถ้วน, ในเวลาเพียงสิบปี อีกฝ่ายก็กลายเป็นจักรพรรดิในอาณาจักรหยินหยางขั้นที่หกแล้ว

สามารถจินตนาการถึงความน่าสะพรึงกลัวของอีกฝ่ายได้โดยไม่ยาก

ยิ่งกว่านั้นนี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ, ประเด็นสำคัญคือเย่หวู่ชางสัมผัสได้ถึงเจตนาดาบที่มีอยู่ในตัวเธอ

ซึ่งมันได้มาถึงระดับความสมบูรณ์แบบอันยิ่งใหญ่ขั้นที่เจ็ดแล้ว, ห่างจากชั้นที่แปดเพียงก้าวเดียว

นอกจากนี้ ออร่าของเธอยังผสานเข้าด้วยกันโดยไม่มีการรั่วไหล

เห็นได้ชัดว่าเธอได้ฝึกฝนทักษะ​ระดับราชไปสู่ความสมบูรณ์แบบอันยิ่งใหญ่, จากนั้นจึงเปลี่ยนไปใช้ทักษะ​ระดับจักรพรรดิเรียบร้อย​แล้ว​

ความสำเร็จของเธอดูเหมือนจะไม่ต่ำเลยสักนิด

จากการสังเกตทั้งหมดเหล่านี้ การฝึกฝนของตันไท่หว่านเออร์ไม่ธรรมดา​ทั้งยังดูเหมือนว่าจะน่ากลัวเป็นพิเศษก็ตาม

ใต้ระดับศักดิ์สิทธิ์, แม้ว่าเธอจะไม่ใช่ผู้ทรงพลัง​ที่สุด แต่ก็สามารถเอาตัวรอด​ได้อย่างแน่นอน

เมื่อเห็นเย่หวู่ชางจ้องมองนาง, ตันไท่หว่านเออร์ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วมุ่น คล้ายค่อนข้างไม่พอใจ

“เจ้าคือเย่หวู่ซางใช่ไหม”

น้ำเสียงของนางดูกระโชกโฮกฮากทั้งยังดูไม่ค่อยสุภาพในเวลาเดียวกัน

เมื่อเห็นสิ่งนี้เย่หวู่ชางก็ไม่ได้โกรธเคือง​อะไร

เขารู้ดีว่าเมื่ออีกฝ่ายมาหาเขา, เธอต้องตรวจสอบความสัมพันธ์ของเขากับมู่ซีเหยาแล้ว

ดังนั้น, เขาจึงไม่คิดที่จะตำหนิผุ้ใด

"ใช่ เป็นข้าเอง!"

“งั้นข้าขอถามเจ้า, เด็กในท้องของซีเหยาเป็นทายาท​ของเจ้าใช่หรือเปล่า”

"เป็นของข้าเอง!"

เย่หวู่ชางยอมรับอย่างตรงไปตรงมา

เมื่อได้ยินคำตอบของเย่หวู่ชาง ตันไท่หว่านเออร์ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วด้วยความโกรธ

จากนั้น​เจตนาดาบอันทรงพลังพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า, กดลงบนร่างของเย่หวู่ชางอย่างหนักหน่​วง

เห็นได้ชัดว่าเธอโกรธมากจนไม่สามารถอดกลั้นไว้ได้

เเละเมื่อเห็นแรงกดดันที่เข้ามาใกล้ เย่หวู่ชางก็ขมวดคิ้วทันที

เขาประเมินความแข็งแกร่งของตันไท่หว่านเออร์ต่ำไป ท้ายที่สุดแล้วนางอยู่ขั้นที่ที่หกของอาณาจักรจักรพรรดิซึ่งสูงกว่าเขาหนึ่งอาณาจักรใหญ่​

หากเขาไม่ต้านทานเจตนาดาบอันทรงพลังนี้, เขาจะต้องได้รับบาดเจ็บอย่างเเน่นอน

เมื่อเห็นสิ่งนี้, เขาก็ไม่พูดให้มากความ

ออร่าในร่างกายของเขาพุ่งสูงขึ้น และพลังงานอันรุนแรงก็ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าไปจนถึงสรวงสวรรค์

บูมมม!

เจตนาดาบที่น่าสะพรึงกลัวปะทุขึ้น ตัดเจตนา​ดาบอันทรงพลังของอีกฝ่ายโดยตรง

เมื่อเห็น​เช่นนี้, ตันไท่หว่านเออร์ก็อดไม่ได้ที่หน้าเปลี่ยนสีและมองไปที่เย่หวู่ชางด้วยความประหลาดใจ

เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเย่หวู่ชางและมู่ซีเหยา, แต่อีกฝ่ายเป็นลูกศิษย์ของนาง

ก่อนหน้า​นี้, เธอสงสัยว่ามู่ซีเหยาจะคิดอย่างไรหากตนเผลอทำร้ายเขาอย่างไม่ตั้งใจ

อย่างไรก็ตาม, ก่อนที่เธอจะเสียใจ เย่หวู่ชางก็ปะทุพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ทำให้เธอต้องมองดูเขาด้วยความตกตะลึง

เจตนาดาบที่พุ่งขึ้นมาควบแน่นเป็นออร่าที่ดูแล้วน่าประทับใจ และตัดผ่าเจตนาดาบของเธอออก

เป็นที่รู้ว่าเธอเป็นผู้ฝึกฝนอาณาจักรหยินหยางขั้นที่หก, ในขณะที่อีกฝ่ายเป็นเพียงผู้ฝึกฝนระดับราชาเเห่งอาณาจักร​ดวงดาว​

ยามนี้, เธออดไม่ได้ที่จะคิดถึงตำนานเล่าขานเกี่ยวกับเย่หวู่ชางในทวีปเทียนหลัว

ทุกคน​กล่าวว่าเขาเป็นราชาคนเเรกในประวัติศาสตร์ของทวีปเทียนหลัว ซึ่งสามารถ​สังหารจักรพรรดิเผ่าปีศาจถึงสองคนได้

ในตอนแรกเธอสงสัยในความถูกต้องของเรื่องนี้

ในความเห็นของเธอ, การที่ราชาสามารถ​สังหารจักรพรรดิได้นั้นถือเป็นเรื่องเพ้อฝันอย่างไม่ต้องสงสัย

จนกระทั่งวันนี้, เธอได้เห็นความแข็งแกร่งของเย่หวู่ชางด้วยตาตนเอง

เธอจึงตระหนักว่าตำนานนี้ไม่ได้พูดเกินจริง

ชายอัจฉริยะ​ผู้ชั่วร้ายเช่นนี้, ไม่น่าแปลกใจเลยที่ลูกศิษย์ของเธอถูกปลุกเร้าและเต็มใจที่จะคลอดบุตรเพื่อเขา

แม้ครู่หนึ่งเมื่อมองดูใบหน้าที่หล่อเหลาของเย่หวู่ชางและออร่าของเขา, มันจะทำให้เธอก็รู้สึกหลงใหลอยู่ครู่หนึ่งก็ตาม

…………

เย่หวู่ชางไม่ได้โกรธเกี่ยวกับ​เรื่อง​นี้​

เขารู้ว่าอีกฝ่ายไม่สามารถควบคุมออร่าของตนเองได้, เขาจึงไม่คิดตำหนินาง

เเละเมื่อเห็นเย่หวู่ชางเช่นนี้, ความไม่พอใจในใจของตันไท่หว่านเออร์ก็ลดลงอย่างมาก

จากนั้น, เธอทำได้เพียงถามอย่างแข็งทื่อว่า

"ข้าถามเจ้าหน่อยตอนนี้ซีเหยาอยู่ที่ไหนกัน?"

เมื่อได้ยินสิ่งนี้, นัยน์ตาของความโศกเศร้าและการตำหนิตนเองก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของเย่หวู่ชาง

“ว่ากันตามตรง ข้าก็ตามหานางเช่นกัน ข้าค้นหาทั่วทวีปเทียนหลัวอยู่ตลอด, หากเเต่ไม่พบร่องรอยของเธอเลย”

“นอกจากนี้​ข้ายังเสนอเงื่อนไขที่ยอดเยี่ยมในฐานะผู้นำของตระกูลเย่แล้ว, แต่ข้าก็ยังไม่พบข่าวใดๆเกี่ยวกับนางสักนิด​”

เมื่อได้ยินสิ่ง, นี้ ความไม่พอใจของตันไท่หว่านเออร์ก็ลดลงอย่างมากเช่นกัน

เธอรู้เกี่ยวกับข้อมูลที่เย่หวู่ชางบอก

ใครก็ตามที่มีข่าวเกี่ยวกับมู่ซีเหยา จะสามารถรับทักษะ​ระดับจักรพรรดิหรือทักษะการต่อสู้พิเศษ​เป็นรางวัลจากตระกูล​เย่ได้

หากมีใครรู้ที่อยู่ของมู่ซีเหยา, เย่หวู่ชางจะทำทุกอย่างเพื่อพวกเขาโดยไม่มีเงื่อนไข

แม้ว่ามันจะหมายถึงการสังหารเมืองและทำลายล้างประเทศต่างๆก็ตาม

นอกจากนี้เงื่อนไขนี้ใช้ได้ตลอดชีวิต กองกำลังสำคัญๆจำนวนมากต่างจึงเคลื่อนไหว, และส่งผู้เชี่ยวชาญเพื่อค้นหาข่าวเกี่ยวกับมู่ซีเหยา

จะสังเกตว่าแม้ว่าการฝึกฝนของเย่หวู่ชางในปัจจุบันจะต่ำ แต่ความสามารถและพรสวรรค์ของเขาก็ไม่ธรรมดา และความแข็งแกร่งของเขาเองก็ยังน่ากลัวมากขึ้น​เรื่อย​ๆ

แม้ว่าความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขาจะไม่เป็นประโยชน์กับกองกำลังหลักๆมากมายนัก

แต่หลังจากที่ก้าวผ่านระดับจักรพรรดิ​หรือแม้แต่อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์แล้วล่ะ?

เมื่อถึงเวลานั้นพวกเขายังสามารถใช้โอกาสนี้เพื่อให้เย่หวู่ชางก่อตั้งกองกำลังในอาณาจักรสำคัญอื่นๆและยืนหยัดอย่างมั่นคงได้

พวกเขาซึ่งเป็นกองกำลัง​ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลโบราณในทวีปเทียนหลัว, หากพวกเขาต้องการพัฒนาในอาณาจักรสำคัญอื่นๆ พวกเขาจะต้องครอบครองดินแดนอันกว้างใหญ่

ในเวลานั้นย่อมเกิดข้อพิพาทกับกองกำลังท้องถิ่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และพวกเขาจะไม่สามารถแข่งขันกับอีกฝ่ายที่อยู่ในทวีปที่อุดมสมบูรณ์​กว่าได้

นี่คือเหตุผลว่า, แม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่าพลังวิญญาณในทวีปเทียนหลัวนั้นไม่ดี

ทำให้​ความน่าจะเป็นที่จะทะลุผ่านอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ได้นั้นลดลงอย่าง, แต่พวกเขาก็ยังคงไม่ออกไป

เนื่องจากดินแดนภายนอก​นั้นกว้างใหญ่, แม้ว่าคุณจะไปโดยปราศจากความกลัว แต่ก็ใช่ว่าคนอื่นจะยอมรับ

เพราะงั้น, มันจะเป็นเรื่องง่ายในการประสบความสูญเสียอย่างหนัก ณ ที่แห่งนั้นและต้องการกลับมา

อีกอย่าง

เผ่าโบราณในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้, เผ่าไหนบ้างที่ไม่มีศัตรูซ่อนเร้นรอให้พวกมันล้มกระทบซ้ำกัน?

แม้แต่เย่หวู่ชางก็เข้าใจดีว่าจะมีหมาจิ้งจอก หมาป่า และเสือดาวมากมายซ่อนตัว​อยู่รอบๆตระกูลเย่

เมื่อตระกูลเย่ถึงคราวล่มสลาย, พวกเขาคงจะปรากฏตัวและฉีกทึ้งตระกูล​เย่ซ้ำในทันที

เมื่อรู้ว่าเย่หวู่ชาง ได้กำหนดเงื่อนไขนี้แล้ว, ตันไท่หว่านเออร์ก็พยายามระงับโกรธของเธอลงอย่างสมบูรณ์และดูใจดีต่อเย่หวู่ชางมากขึ้น

“พูดตามตรง หลังจากที่ข้าออกจากการเก็บตัว ข้าก็ค้นหาที่อยู่ของซีเหยาหลายครั้งเช่นกัน แต่ข้าก็ไม่พบร่องรอยใดๆเช่นเดียวกับเจ้า”

“นั่นคือเหตุผลที่ข้าต้องมาที่นี่เพื่อสอบถาม!”

เย่ห​วู่​ชาง​พยักหน้า​รับ, เเละเอ่ยต่อ

“ว่ากันตามหลักเหตุผล หลังจากผ่านไปหลายปี, หากนางยังมีชีวิตอยู่จริงๆ นางก็ควรจะกลับมาหาข้าพร้อมลูกน้อย”

“ถึงตอนนั้นข้าคงขอโทษนางและปล่อยให้นางระบายความโกรธแค้นที่มี, แต่ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมนางถึงปฎิเสธที่นำเด็กกลับมาที่ตระกูลเย่!”

เมื่อได้ยินสิ่งนี้, ตันไท่หว่านเออร์ก็มีท่าทีตกตะลึง​เล็กน้อย​

คุณควรรู้ว่าลัทธิชายเป็นใหญ่ในโลกนิรันดร์ยังคงแข็งแกร่งมาก

สำหรับคนอย่างเย่หวู่ชาง ผู้เป็นอัจฉริยะและเป็นผู้นำตระกูล​

มันควรจะเป็นสิทธิ์ขาดของเขาในบ้าน และอำนาจของเขาไม่ควรถูกท้าทายจากใครก็ตาม

อย่างไรก็ตาม, เย่หวู่ชางพูดคำดังกล่าวกับคนนอกเช่นนางนั้น เป็นสิ่งที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน

ถึงขนาดที่บอกให้มู่ซีเหยาทุบตีและด่าทอเขาได้ตามใจ

เห็นได้ชัดว่าบุรุษผู้นี้มีเสน่ห์เฉพาะตัว

ไม่น่าแปลกใจเลยที่มู่ซีเหยาจะหวั่นไหว ไม่น่าแปลกใจที่เขาจะมีคนงามที่โดดเด่นมากมายอยู่​รอบๆตัวเขา

เธอสัมผัสได้ถึงเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของเย่หวู่ชางเป็นครั้งแรก

หลังจากได้ยินคำพูดของเย่หวู่ชาง เธอก็เงียบไปสักพักก่อนจะตอบ

“ถ้าข้าจำไม่ผิด ราชาแห่งเผ่าพันธุ์ปีศาจนั้นคงจะได้ปักเครื่องหมายพิเศษไว้บนตัวเธอ บังคับให้เธอต้องอยู่ในสถานที่บางแห่ง”

“หากเธอออกมา, ราชาปีศาจจะสัมผัสได้ในทันที นั่นคือเหตุผลที่เธอไม่มาหาเจ้า เพราะกลัวว่าจะนำหายนะมาสู่เจ้าและตระกูลเย่!”

ขณะที่เธอพูดสิ่งนี้ เธอก็แก้ต่างลูกศิษย์ของนางให้อีกฝ่ายฟังโดยไม่รู้ตัว

หลังจากฟังคำพูดของเธอแล้ว, เย่หวู่ชางก็พยักหน้าเห็นด้วย

“ข้าก็มีความคิดคล้ายๆกัน, ดังนั้นเมื่อข้าตามหานางก็เลยมุ่งไปทิศทางนั้นเป็นเสียส่วนใหญ่ แต่ก็ยังไม่พบเบาะแสอะไรเลย”

มีสถานที่หลายแห่งในทวีปเทียนหลัว ที่ไม่อาจติดตามร่องรอย​ได้

แม้แต่ในแต่ละอาณาจักรหลัก, ก็มีหลายร้อยถึงหลายสิบแห่ง

แม้แต่เย่หวู่ชางก็ไม่สามารถค้นหาได้ทั้งหมด, เพราะไม่มีใครสามารถคาดการณ์ถึงอันตรายที่เกิดขึ้นภายในนั้น

เนื่องจากสถานที่เหล่านี้วุ่นวายทั้งยังไรซึ่งกฎเระเบียบ

มีเพียงความเข้มแข็งเท่านั้น​ที่สามารถ​ทำให้เอาตัวรอด​ได้

เมื่อเห็นว่าเย่หวู่ชางไม่มีเบาะแส ตันไท่หว่านเออร์ก็ไม่มีความตั้งใจที่จะอยู่ต่อ

“ในเมื่อนางไม่ได้อยู่กับเจ้า, งั้นข้าจะออกไปก่อน”

“หากมีข่าวใดๆ ข้าหวังว่าเจ้าจะแจ้งให้ข้าทราบโดยเร็วที่สุด, ข้าเองก็เป็นห่วงนางมากเช่นกัน!”

“แน่นอน, ให้ข้าไปส่งท่านเถิด!”

การพบกันระหว่างพวกเขาทั้งสองครั้งนี้ยังคงไม่มีปัญหา​อะไร​

หลังจากที่เห็นเธอออกไปที่ประตู, เย่หวู่ชางก็มองเห็นแผ่นหลังของอีกฝ่าย

รูปร่างที่สมบูรณ์แบบเเละท่วงท่าอันสง่างามทำให้เขาสับสน​เล็กน้อย​

อาจารย์และลูกศิษย์คู่นี้ล้วนแต่มีพรสวรรค์​พิเศษ, แต่ดูเหมือนจะมีคนหนึ่งที่เหนือกว่าอีกคน!

อย่างไร​ก็ตาม, หากเขาสามารถครอบครองทั้งสองพร้อมกันได้...มันจะเป็นเช่นไรกันนะ!

เเต่ทันใดนั้น​, เย่หวู่ชางก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น

แต่ไม่นานเขาก็ตบหน้าเรียกสตื

ยังไม่ทันพบมู่ซีเหยา, ขากลับเริ่มสนใจอาจารย์ของนางแล้ว

นี่เขาเป็นอสูรร้ายหรือไรกัน!

หลังจากนั้น เขาก็ละทิ้งสิ่งรบกวนสมาธิทั้งหมดและกลับไปที่ห้องของตนเองเพื่อเริ่มการฝึกฝน

เขาจะต้องฝึกฝนและเพิ่มความแข็งแกร่งให้มากยิ่งขึ้น

เพื่อในอนาคต, มันจะได้สะดวกยิ่งขึ้นในการค้นหามู่ซีเหยา

ดังนั้น, เขาจึงไปที่ห้องแห่งกาลเวลาและเริ่มการเก็บตัวฝึกฝน​ทันที

คราวนี้ไม่มีใครรบกวนเขา

และการเก็บตัวในคราวนี้กินเวลานานถึงห้าปี!

…………….

จบบทที่ บทที่ 124 : อาจารย์ของมู่ซีเหยา

คัดลอกลิงก์แล้ว