- หน้าแรก
- ระบบสืบทอดสายเลือดศักดิ์สิทธ์, สร้างตระกูลจักรพรรดิอมตะ
- บทที่ 84 : ยอมจำนน!
บทที่ 84 : ยอมจำนน!
บทที่​ 84​ : ยอมจำนน!
บทที่​ 84​ : ยอมจำนน!
อีกด้าน​หนึ่ง​
ภายในพระราชวังของราชวงศ์ต้าเสวี่ย
ในขณะนี้กลุ่มของผู้​ฝึกตนระดับสูงกำลังนั่งตัวตรงเเละการแสดงออกของพวกเขาได้มาถึงจุดที่น่าอับอายสุดขีด
ปัจจุบัน, แม้แต่บรรพบุรุษอาณาจักรถ้ำสวรรค์ของราชวงศ์ต้าเสวี่ยก็ล้วนโผล่ออกมาจากการเก็บตัว
เเละในสายตาของพวกเขาตอนนี้, มันยังมีความจริงจังเป็นพิเศษ
สัญชาตญาณของพวกเขาบอกพวกเขาว่าราชวงศ์ต้าเสวี่ยจะไปได้อีกไม่ไกลเเล้ว
ตอนนี้, ต้าเซี่ยกําลังพุ่งมาอย่างก้าวร้าวและมีเสียงตอบรับ​ที่ดีมากในหมู่คนทั่วไป
ทุกคนรู้ดีว่านโยบายระดับชาติของ ต้าเซี่ยมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อสามัญชนคนธรรมดา….ดังนั้นการโจมตีทุกครั้งจึงได้รับความช่วยเหลือจากสามัญชนที่อยู่ตามทางทุกครั้ง
"เพียงสามเดือน เพียงสามเดือนสั้นๆ….ต้าเซี่ยก็ได้ครอบครองดินแดนสองในสามของราชวงศ์ต้าเสวี่ยของเราไปเเล้ว”
“พวกท่านพอจะมีแผนดีๆที่จะป้องกันส่วนที่เหลือ​บ้างไหม”
"เเผนดีเเค่ใหนก็ไม่มี​ประโยชน์​หรอก, เราไม่ได้คาดหวังเลยว่าพรสวรรค์​ของเซี่ยจือซวนจะสูงส่งขนาดนี้”
“เธอคนนี้ปลูกฝังศิลปะของจักรพรรดินี​และสามารถใช้โชคของประเทศ​เพื่อเสริมฐานการฝึกตนของตัวเองได้….พรสวรรค์​เเบบนี้มันยากที่จะรับมือจริงๆ”
"งั้นถ้าเป็นเเบบนี้, เราควรรีบส่งผู้​ฝึกตนอาณาจักรถ้ำสวรรค์เพื่อไปลอบสังหารเธอดีหรือไม่"
สมาชิกของราชวงศ์คนหนึ่งพูดอย่างระมัดระวัง….โดยแสดงคําแนะนําที่อยู่​ในใจของเขา
อย่างไรก็ตาม, ทันทีที่เขาพูดออกมา….เขาก็เห็นบรรพบุรุษอาณาจักรถ้ำสวรรค์รอบตัวมองมาที่เขาอย่างเยือกเย็นเป็นพิเศษ
ทันใดนั้นเขาก็ตกใจและรีบก้มศีรษะลงอย่างรวดเร็ว
"เจ้าโง่!"
บรรพบุรุษอาณาจักรถ้ำสวรรค์มองพวกเขาอย่างเฉยเมยและพูดอย่างดูถูกเหยียดหยาม
ส่งผู้​ฝึกตนอาณาจักรถ้ำสวรรค์เพื่อไปฆ่าเซี่ยจือซวน?
เเน่นอนว่าเรื่องนี้พวกเขาได้พิจารณาแล้ว….แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไม่กล้าทำอย่างนั้น
เเน่นอนว่าไม่มีใคร​ในอาณาจักร​ถ้ำ​สวรรค์​ที่กลัวเซี่ยจือซวน….เเต่สิ่งที่พวกเขา​กลัวคือเย่หวู่ชาง
หลังจากการโจมตีของต้าเซี่ย,​ พวกเขาก็ได้สอบสวนเรื่องราวของเซี่ยจือซวนและได้รู้โดยธรรมชาติเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเธอกับเย่หวู่ชาง
ลูกสองคนของเซี่ยจือซวนใช้นามสกุลเย่ไม่ใช่นามสกุล​เซี่ย
นอกจากนี้เย่หวู่ชางยังเข้าและออกจากพระราชวังของต้าเซี่อยู่​บ่อยครั้ง
ข้อมูล​ทั้งหมดนี้มีความหมายบางอย่าง, และพวกเขาไม่จําเป็นต้องคิดก็พอจะรู้ได้
หากเป็นปีที่แล้ว, แม้ว่าเย่หวู่ชางจะฆ่า ปรมาจารย์​ถงหยุนในอาณาจักร​ถ้ำ​สวรรค์….แต่พวกเขาก็ไม่ได้กลัวเย่หวู่ชางมากนัก​ (ถงหยุนเป็นอาณาจักร​ถ้ำ​สวรรค์​ที่อ่อนเเอที่สุดเพราะใช้ยาต้องห้าม)​
อย่างไรก็ตามา, หนึ่งปีต่อมาเมื่อข่าวที่เย่หวู่ชางฆ่าอ๋องเฟิงซินได้แพร่กระจายออกมา….พวกเขาทั้งหมดก็เริ่มกลัวเย่ห​วู่​ชาง​ในทันที​
แม้แต่อ๋องเฟิงซินซึ่งอยู่ขั้นที่หกของอาณาจักรถ้ำสวรรค์ยังถูกเย่ห​วู่​ชาง​ตัดศีรษะด้วยการฟันเพียงครั้งเดียว
เเละพวกเขาจะไปมีโอกาส​เป็นคู่ต่อสู้ของเย่ห​วู่​ชาง​ได้อย่างไร
ต้องบอกว่าด้วยฐานการฝึกตนอาณาจักร​สำแดง​กฎเกณฑ์​ของเย่หวู่ชาง…..เขาได้ข่มขู่กลุ่มผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรถ้ำสวรรค์ได้ทั้งหมด
"เป็นไปได้ไหมว่าเราจะละทิ้งมรดกที่สืบทอด​มาหลายพันปี…..เพียงเพราะกลัวรุ่นเยาว์​อาณาจักร​สำแดง​กฎเกณฑ์เนี่ยนะ?"
"ถูกต้องแล้ว บรรพบุรุษของเราทิ้งมรดกอันยิ่งใหญ่ไว้เบื้องหลัง….เราจะยอมเเพ้​ง่ายๆไม่ได้”
“และอีกอย่าง….หากผู้ฝึกตนอาณาจักรถ้ำสวรรค์ของเราร่วมมือกับผู้ฝึกตนอาณาจักรถ้ำสวรรค์จากอีกสามกองกําลัง….เราก็จะมีบุคคลผู้แข็งแกร่งมากมายที่น่าจะสามารถเผชิญหน้า​กับเขาได้”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของผู้ฝึก​ตน​อาณาจักรถ้ำสวรรค์หลายคนก็สว่างขึ้น….และความมุ่งมั่นก็เริ่มปรากฏขึ้นในดวงตาของพวกเขา
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาทั้งหมดถูกล่อลวงเล็กน้อย
หากพวกเขาทั้งหมดกลัวรุ่นเยาว์​อาณาจักร​สำแดง​กฎเกณฑ์​เพียงคนเดียว​จริงๆ….ทั้งชีวิตที่เหลือ​ของพวกเขาคงจะถูกทําเครื่องหมายไว้ด้วยความน่าอับอาย
เเต่อย่างไรก็ตาม, ในขณะนี้จู่ๆก็มีองครักษ์​คนหนึ่งเดินเข้ามา
"รายงานครับ, มีทูตจากราชวงศ์ต้าเซี่ยมาเเจ้งว่ามีเรื่องสําคัญที่ต้องหารือกับพวกท่าน!"
เมื่อได้ยินสิ่งนี้….ทุกคนต่างก็ตกตะลึงทันที
พวกเขามองหน้ากันและทันใดนั้น​ก็เห็นความสงสัยในสายตาของกันและกัน
จากนั้น, สมาชิกราชวงศ์อารมณ์ร้อนคนหนึ่งก็รีบยืนขึ้นโดยตรง
“ทั้งสองฝ่ายใกล้จะทำสงคราม​กันเเล้ว….เเต่พวกเขายังกล้าที่จะส่งใครมาอีกหรือ?”
“ฆ่ามันซะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น, คนอื่นๆก็รีบก้าวมาข้างหน้าเพื่อหยุดเรื่องนี้
"ไม่ต้องรีบร้อนไป, เรามาดูกันว่าเถอะ….ว่าเขามาพูดเรื่องอะไร”
“อย่างไร, พวกเขาก็ไม่ได้ฆ่าทูต​ของเราในช่วงสงคราม”
"ถูกต้อง, บางทีพวกเขาอาจไม่ต้องการทําลายเราเเล้ว….และอาจจะกำลังต้องการหารือเกี่ยวกับการสงบศึก​"
เมื่อได้ยินสิ่งนี้, ในที่สุดบุคคลนั้นก็ใจเย็น​ลงและหยุดพูด
จากนั้น, ในไม่ช้าชายคนหนึ่งในวัยห้าสิบผู้สวมเครื่องแต่งกายของราชวงศ์ต้าเซี่ยก็เดินเข้ามา
เเละชายคนนี้ก็คือผู้ฝึก​ตน​อาณาจักร​พระราชวัง​สีม่วง​ของต้าเซี่ย, เซี่ยหยุนเหยา
เซี่ยหยุนเหยาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าบรรพบุรุษของราชวงศ์ต้าเซี่ย ซึ่งได้รับการเคารพนับถืออย่างเขา, วันหนึ่งจะกลายเป็นเเค่ทูตคนหนึ่ง
แต่เขาก็ทําอะไรไม่ได้เช่นกัน, ไม่ว่าจะเป็นเซี่ยจือซวนหรือเย่หวู่ชาง…..พวกเขาทั้งคู่ปฏิบัติต่อบรรพบุรุษ​ของราชวงศ์ด้วยความเย็นชา​
ยิ่งไปกว่านั้น, ด้วยความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นของเซี่ยจือซวนและตระกูลเย่.. ..ราชวงศ์เซี่ยของพวกเขาต่างก็รู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก
หากพวกเขาไม่ออกมาเปิดเผยตัวตนของพวกเขา….ผู้คนในต้าเซี่ยอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่านามสกุลของราชวงศ์คือนามสกุล​เซี่ย
อย่างไร​ก็ตาม, พวกเขาไม่สามารถพาตัวเองไปเเทรระหว่าง​เย่หวู่ชางและ เซี่ยจือซวนได้
เพราะการดํารงอยู่ของทั้งสองคนเป็นการเสริมพลังของต้าเซี่ยอย่างชัดเจน….ยกตัวอย่างง่ายก็คือสงครามครั้งนี้
หากพวกเขาสามารถ​โค่นล้มราชวงศ์​ทั้งสี่ได้….ต้าเซี่ยก็จะก้าวไปสู่การเป็นหนึ่งในกองกําลังที่ทรงพลังที่สุดอย่างแน่นอน
แต่ถึงเเบบนั้น, ความจริงที่ว่าเด็กที่เกิดจากเซี่ยจือซวนต้องใช้นามสกุลเย่แทนที่จะเป็นเซี่ย….ก็ทําให้พวกเขาไม่มีความสุขมาก
อย่างไรก็ตาม, แม้จะไม่มีความสุข….แต่พวกเขาก็ไม่กล้าออกมาส่งเสียง​ใดๆ
เเค่ผู้ปกครองคนปัจจุบันอย่างเซี่ยจือซวนไม่ใช่นามสกุลเย่ก็ดีสำหรับ​พวกเขา​มากเเล้ว
ดเงะพวกเขายังเห็นว่าเย่หวู่ชางไม่สนใจตําแหน่งนี้….มิฉะนั้นพวกเขาอาจจะต้องปวดหัวมากอย่างเเน่นอน
……..
"ทําไมเซี่ยจือซวนถึงส่งเจ้ามา" สมาชิกราชวงศ์มองลงมาที่เซี่ยหยุนเหยาและเอ่ยปากถาม
เมื่อเห็นว่าทูตเป็นเเค่ผู้​ฝึก​ตน​อาณาจักรพระราชวังสีม่วง….พวกเขาก็ไม่ได้จริงจังกับเซี่ยหยุนเหยามากนัก
เเละเมื่อเห็นสิ่งนี้,​ เซี่ยหยุนเหยาก็อดไม่ได้ที่จะเยาะเย้ยในใจ
ประเทศนี้กําลังจะถูกทําลายอยู่​เเล้ว….แต่เจ้าพวกนี้ยังคงรักษาทัศนคติที่สูงส่งเช่นนี้
"ข้ามาที่นี่ในนามของจักรพรรดินี, เพื่อเกลี้ยกล่อมให้พวกเจ้ายอมจํานน"
ทันทีที่คําพูดเหล่านี้ถูกพูด….ออร่าที่น่าสะพรึงกลัวก็ปะทุขึ้นจากบุคคลที่ทรงพลังเหล่านี้ทันที​
"อวดดี!"
"ราชวงศ์ต้าเซี่ยของเจ้ามีสิทธิ์อะไรที่จะมาบอกให้จักรวรรดิต้าเสวี่ยอันยิ่งใหญ่ของพวกข้ายอมจํานน
"ใครทําให้เจ้ากล้าพูดกับเราแบบนี้"
"ไม่ต้องพูดอะไรกันเเล้ว, ฆ่าเขาและเอาหัวเขาเสียบประจาน​เพื่อแสดงทัศนคติที่เรามีต่อต้าเซี่ย"
เมื่อรู้สึกถึงออร่าอันน่าสะพรึงกลัวจากอีกฝ่าย, เซี่ยหยุนเหยาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดผวา​
ถ้าไม่ใช่เพราะเซี่ยจือซวนให้สมบัติแก่เขาไว้ป้องกันตัว​….เขาอาจจะนอนอยู่บนพื้นในสภาพที่น่าสมเพช​ไปนานเเล้ว
แต่ตอนนี้, เขายังคงสามารถ​รักษา​รอยยิ้มจางๆบนใบหน้าของเขาไว้ได้
"สุภาพบุรุษทั้งหลาย จักรพรรดินีของข้ามีของกำนัล​มามอบให้….ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะตัดสินใจให้ดีอีกครั้งหลังจากเห็นมัน"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ฝูงชนยังคงมองมาที่​เขาอย่างเย็นชาโดยไม่พูดอะไรมาก
ท้ายที่สุด, ผู้​ฝึกตนอาณาจักรถ้ำสวรรค์คนหนึ่งก็พูดอย่างเย็นชาว่า
"เอามันออกมา!"
เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้, เซี่ยหยุนเหยาก็หยิบใบหยกออกมาโดยตรงแล้วบดขยี้มันทันที​
ตูมมมม~~~~!
ในชั่วพริบตาที่ใบหยกถูกทำลาย​
ออร่าอันยิ่งใหญ่และอยู่ยงคงกระพันเหมือนภูเขาสวรรค์​สูงตระหง่านก็ปะทุขึ้น
ที่จุดสูงสุดของอาณาจักร​ต้าเสวี่น, ร่างอวตาร​ของชายชุดดําค่อยๆปรากฏตัวขึ้น
เขาหล่อเหลา, ทรงพลัง, และมีออร่าที่ดุร้าย
ดวงตาของเขาเปล่งประกายราวกับดวงดาว….มันเต็มไปด้วยแสงที่น่าหลงใหล​อันไม่รู้จบ
บูมมมม!
พัฟฟฟฟ!
ในพระราชต้าเสวี่ย, ผู้​ฝึกตนอาณาจักรสำแดงกฎเกณฑ์ทั้งหมดล้วนถูกกดขี่ด้วยออร่าของเขาจนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้
เเละแม้ว่าผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรถ้ำสวรรค์จะมีสภา​พที่ดีกว่าเล็กน้อย….แต่ผลของการต่อต้านของพวกเขาก็ทำให้พวกเขาได้รับบาดเจ็บจนเลือดใหลออกมาที่มุมปาก
แต่ในตอนนี้พวกเขาไม่สามารถสนใจอาการบาดเจ็บของพวกเขาได้
พวกเขารีบมองท้องฟ้าด้วยความกลัวและความกังวลใจ
เพียงแค่ออร่าของอวตาร​เพียงร่างเดียวกลับสามารถปลดปล่อยแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ออกมาได้
หากร่างที่แท้จริงของอีกฝ่ายปรากฏ​ตัวขึ้น…..พวกเขาจะเป็นคู่ต่อสู้ได้จริงๆหรือ
แม้ว่าพวกเขาจะรวมพลังของทั้งสี่ราชวงศ์…..มันก็อาอาจจะ​ไม่มีโอกาส​เลย
ในขณะนี้พวกเขาซึ่งเดิมวางแผนที่จะรวมพลังกัน….เริ่มรู้สึกถึงความไร้อํานาจที่จะต่อต้าน
อย่างไร​ก็ตาม​
ใน​ขณะนี้​ร่างอวตาร​ของเย่หวู่ชางเริ่มขยับตัว​เเล้ว
สายตาของทุกคนได้เห็นเขาโบกมือไปทางความว่างเปล่า
ครืนนนน~~~!
แสงวาบของดาบพุ่งออกมาจากมือของเขากลายเป็นคมดาบนับไม่ถ้วนเเละมุ่งหน้าไปยังทางไกล
ในที่สุด, ปราณดาบนี้ก็ตกลงบนภูเขา​สูงตระหง่านเเห่งหนึ่ง
อย่างไร​ก็ตาม, ภูเขา​นี้ไม่ใช่​ภูเขา​​ธรรมดา
เเต่มันเป็นภูเขา​​ที่ถูกสร้างขึ้นโดยหินเทียนเสวี่ย….และเป็นที่รู้จักในฐานะราชาที่ไม่แตกสลายภายใต้อาณาจักรดวงดาว
แต่วันนี้, หลังจากเย่หวู่ชางปลดปล่อยปราณดาบเเบบไม่ได้ใส่ใจ​
ตูมมมมม~~~~!
ปราณดาบนั้นได้หายไปในภูเขา​หิมะต้าเสวี่ยเเละมันตามด้วยเสียงที่เสียดเเก้​วหู
เมืองหลวงต้าเสวี่ยทั้งเมืองเเละสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนต่างหันมาสนใจต่อเสียงนี้
เเละพวกเขาก็เห็นว่าสัญลักษณ์แห่งศรัทธาที่ยืนหยัดมาหลายหมื่นปี…..สัญลักษณ์ของเมืองหลวงต้าเสวี่ยกำลังสั่นสะท้าน​และแตกสลาย​ในที่สุด​
มันไม่ให้เวลาพวกเขาได้ตอบสนอง
ภูเขา​หิมะต้าเสวี่ยได้กลายเป็นผงอณูและสลายไปอย่างรวดเร็ว​
ฉากนี้ทําให้ผู้คนนับไม่ถ้วน​ตกตะลึง
การล่มสลายของภูเขา​หิมะต้าเสวี่ยทําให้ความศรัทธาของผู้คนนับไม่ถ้วนในราชวงศ์​ต้าเสวี่ยหายไปเช่นกัน
เเละหลังจากทําทั้งหมดนี้เสร็จแล้ว…..อวตาร​ของเย่หวู่ชางก็เหลือบมองลงไปยังด้านล่างแล้วพูดอย่างใจเย็นชา​ว่า
"ผู้ที่ไม่ยอมจํานน….ก็จะต้องเป็นเหมือนภูเขา​ลูกนี้!"
หลังจากพูดร่างอวตาร​ก็หายไปโดยตรง
ใบหยกนี้ไม่ได้มีพลังของเย่หวู่ชาง สะสม​ไว้มากนัก
หลังจากพลังหมด, ร่างอวตาร​ของดขาจึงหายไปโดยธรรมชาติ
แต่ต้องบอกว่าการลงมือของร่างอวตาร​นี้ได้ข่มขู่ทุกคนในเมืองหลวงต้าเสวี่ยอย่างแท้จริง
เมื่อรู้สึกถึงพลังของเย่หวู่ชางอย่างใกล้ชิด….เซี่ยหยุนเหยาก็ตกตะลึง​ไม่เเพ้คนอื่น
แต่ที่สําคัญกว่านั้นความมั่นใจในหัวใจของเขาก็ยิ่งมีมากยิ่งขึ้น
จากนั้น, เขาก็ยืดหลังตรงและพูดอย่างภาคภูมิใจต่อหน้าผู้​ฝึกตนอาณาจักรสำแดงกฎเกณฑ์และผู้​ฝึกตนอาณาจักรถ้ำสวรรค์
"จักรพรรดินีตรัสในนามของต้าเซี่ย….ท่านจะรับประกันการยอมจํานนด้วยการรับรองความปลอดภัย ของสายเลือด​ของพวกเจ้า”
“และพวกเจ้าได้รับที่อยู่อาศัยสำหรับพัฒนาตระกูล​ของตนภายในดินแดนต้าเซี่ย”
"เเต่ถ้าต่อต้านอย่างดื้อรั้น, ในวันที่กองทัพ​ของจักรพรรดินี​มาถึง…..จะไม่มีเเม้เเต่คนเดียว​ที่มีนามสกุล 'เสวี่ย' จะได้รับการยกเว้น!"
หลังจากพูดจบ, เขาก็ไม่ได้มองคนเหล่านี้และเดินกลับไปที่ประตูโดยตรง
เเต่ก็​เป็น​อย่างที่เขาคาดไว้ใน….ในขณะนี้ผู้คนรอบๆไม่มีใครมีอารมณ์จะสนใจเขาเลย!
เเละหลังจากออกจากวัง….ในที่สุดเซี่ยหยุนเหยาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ในขณะนี้หลังของเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อเย็น
เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาแสดงท่าทีก้าวร้าวต่อหน้าผู้​ฝึกตนอาณาจักรสำแดงกฎเกณฑ์, และผู้​ฝึกตนอาณาจักรถ้ำสวรรค์
เขาเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผากและรีบออกจากสถานที่นี้อย่างรวดเร็ว
………
อย่างไร​ก็ตาม​
แม้ว่าเซี่ยหยุนเหยาจะจากไปเเล้ว….แต่คนอื่นๆก็ยังคงไม่ฟื้นคืนสติ
เเละหลังจากนั้นไม่นาน, ในที่สุดพวกเขาก็สงบสติอารมณ์ได้และเริ่มมองหน้ากัน
"เราควรจะทําอย่างไรต่อไป​ดี"
"ความแข็งแกร่งของเย่หวู่ชางนั้นทรงพลังมากเกินไป!"
"ใช่, แม้ว่านั่นจะเป็นเพียงร่างอวตาร….เเต่ต่อให้เราใช้ทรัพยากรทั้งหมดจนสุดตัว, เราก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้​ของร่างอวตาร​ของเขา!"
ทุกคนพูดกันทีละคำ, แต่ไม่มีใครพูดถึงความคิดที่จะยอมแพ้​ เพราะมันน่าอาย​มากเกินไป
เเละทันใดนั้น, ร่างหนึ่งก็เดินเข้ามาซึ่งเขาก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของราชวงศ์ต้าเสวี่ยด้วย
เขาถือใบหยกไว้ในมือซึ่งมันดูหนักหน่วงสำหรับ​เขามาก
"ลองดูข่าวนี้, เเล้วรีบตัดสินใจแต่เนิ่นๆ"
หลังจาก​พูดจบ, เขาก็ส่งต่อให้ทุกคน
เมื่อทุกคนรับมันและเริ่มตรวจสอบ…..จากนั้นพวกเขาก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกันทีละคน
"อาณาจักรเชื่อมโยงเทพเจ้าขั้นสูงสุด…..นี่มันเป็นไปได้อย่างไร!"
"นั่นสิ….ตระกูลเย่นี้มีขุมพลังอาณาจักรเชื่อมโยงเทพเจ้าจริงๆหรือ?"
"เเถมด้วยกําลังของคนเพียงคนเดียว …..พวกเขาสามารถปราบปรามตระกูลตงฟางที่โดดเด่นได้ มันช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ!"
ปรากฎว่าใบหยกมีข่าวการต่อสู้ระหว่างเย่เจิ้นและตงฟางหมิงคง
ข่าวการต่อสู้ครั้งนี้ได้มาถึงแคว้นชานหลานในที่สุด
เเละเมื่อพวกเขาเห็นว่า​นอกจากเย่หวู่ชางแล้ว….มันยังมีขุมพลังอาณาจักรเชื่อมโยงเทพเจ้าอีกคนในตระกูลเย่
พวกเขาก็ไม่มีการต่อต้านในใจอีกต่อไป
"เรายอมจํานนเถอะ​!"
หลังจากมีคนพูดเเบบนี้, ทุกคนก็ทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้
เเละนี่มันก็หมายความว่าราชวงศ์ต้าเสวี่ยได้เข้าสู่จุดจบในประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
***ตอนเรื่อยๆเเบบนี้จะปล่อยฟรีนะครับ
……………………..