เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 : วิกฤติกำลังมา

บทที่ 11 : วิกฤติกำลังมา

บทที่ 11 : วิกฤติกำลังมา


บทที่ 11 : วิกฤติกำลังมา

“ตระกูลเย่ว์งั้นรึ, ตอนนี้พวกเขายังต้อง​กระเสือกกระสนเพื่อป้องกันตัวเองกันอยู่เลย”

เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ผู้นำตระกูลหวังและผู้นำตระกูล​เจียงก็จ้องมองมาที่ผู้นำตระกูล​ชูอย่างสงสัย

เมื่อเห็นสิ่งนี้, หัวหน้าตระกูลชูก็แสดงท่าทีดูถูกเหยียดหยามทั้งสองคน

พวกเขาช่างไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยจริงๆ….เเม่เเต่สถานการณ์​ในปัจจุบัน พวกเขายังไม่​รู้เรื่อง​เลย

"งั้นข้าจะบอกตามตรงเลยล่ะกัน…..ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันใกล้สวรรคตแล้ว!"

เมื่อได้ยินดังนั้นทั้งสองก็ตกตะลึงอย่างมาก….​แต่เมื่อครุ่นคิด​เล็กน้อย, พวกเขาก็ตระหนักได้กว่าฮ่องเต้องค์ปัจจุบันจะได้ขึ้นสู่บัลลังก์ เขาก็ชรามากแล้ว

นอกจากนี้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขาก็ย่ามใจมากเกินไป….จนทำให้การฝึกตน​ของ​เขารุดหน้าช้ามาก

จนถึง​ปัจจุบัน​ เขายังไม่มี​วี่แวว​ว่าจะสามารถ​ก้าวไปสู่อาณาจักรปราการสวรรค์ได้เลย

เท่าที่สังเกตุดู, อายุขัยของใครหลายคนในอาณาจักรทะเลศักดิ์สิทธิ์อยู่​ที่ประมาณ​สี่ร้อยปีเท่านั้น และเขาเองก็มีอายุมากกว่าสามร้อยปีในตอนที่เขาขึ้นสู่บัลลังก์

ตอนนี้เขาต้องกินยาเพื่อยืดอายุ….แต่อย่างไรเสียมันก็ใกล้ถึงขีดจำกัดเต็มที่แล้ว​

อย่างไรก็ตาม ข่าวนี้มันเกี่ยวข้องกับพวกเขาอย่างไรกัน?

เมื่อเห็นสีหน้าสับสนของคนทั้งสอง….หัวหน้าตระกูลชูก็เริ่ม​อธิบายต่อไป

“ทุกวันนี้ในเมืองหลวง, การแข่งขันระหว่างเหล่าองค์ชายนับวันยิ่งรุนแรงมากขึ้น​”

“น้องสาวของหัวหน้าตระกูลเย่ว์เองก็มีบุตรชายอยู่คนหนึ่ง….ซึ่งเขาเองก็ย่อมมีส่วนร่วมในการต่อสู้เพื่อชิงบัลลังและแน่นอนว่าตระกูลเย่ว์ย่อมให้การสนับสนุนเขาเป็นแน่!”

“เเต่น่าเสียดาย, แม้ว่าเจ้าชายผู้นี้จะได้รับความโปรดปราน….แต่พัฒนาการของเขายังน้อยเกินไป ช้ากว่าเหล่าเจ้าชาย​คนอื่นๆอยู่​มากโข!”

“แม้ว่าตระกูลเย่ว์จะแข็งแกร่ง แต่เขาเองก็อยู่ใจกลางราชวงศ์เเละใจกลางเมืองหลวง”

“ความแข็งแกร่งของเขาถือว่าอยู่ในระดับธรรมดาสามัญ, อีกทั้งยามนี้ตระกูลเย่ว์ยังกำลังถูกจับตามองโดยเหล่ากองกำลังมากมาย…..ตระกูลจึงจำเป็นต้อง​อยู่อย่างสงบเสงี่ยม​เจียมตัว!”

“อีกอย่าง, นิกายดาบสังหารวารีนั้นเป็นกองกำลังที่เป็นกลาง….ดังนั้นพวกเขา​จึงเป็นที่ต้องการของหลายฝ่าย”

“หากตระกูลเย่ทำให้พวกเขาขุ่นเคืองจนพวกเขาไปเข้าร่วม​กับศัตรู…..มันก็นับได้ว่า​เป็น​การสูญเสียที่ไม่คุ้มเลย​!”

“นอกจากนี้, การที่ตระกูลเย่ว์ให้เย่ว์รู่ชวงมาแต่งงานเข้าตระกูลเย่….มันก็แสดงให้เห็นเเล้ว​ว่าพวกเขาไม่ได้สนใจตระกูลเย่จริงๆ มันเป็นเพียงวิธีการตอบแทนบุญคุณ​เท่านั้น!”

“ตอนนี้ตระกูล​เย่ว์กำลังประสบปัญหา….พวกเขาจึงไม่มีเวลามาสนใจตระกูลเย่อีกต่อไป”

“อีก​อย่าง, ถึงเเม้ว่าเย่ว์รู่ชวงจะได้ชื่อว่าเป็นนักบุญ…..เเเเต่ความ​เป็น​จริงในตอนนี้ นางเป็นเพียงคนไร้ประโยชน์ที่ถูกตระกูลทอดทิ้ง​เท่านั้น​!”

"ดังนั้น, ยามที่เราต้องลงมือ​จัดการตระกูลเย่…..พวกเราไม่จำเป็นต้องสนใจท่าทีตระกูลเย่ว์แต่อย่างใด!"

เมื่อได้ยินดังนี้, ผู้นำตระกูลหวังและตระกูล​เจียงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

อย่างไรก็ตาม, พวกเขายังคงมีความลังเลอยู่ในใจ

ท้ายที่สุดแล้วตระกูลเย่คือตระกูล​ที่รอดชีวิตมาจากศึกชิงบัลลังก์ครั้งก่อนและมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน….ใครจะรู้ว่าพวกเขาอาจจะมีไพ่ตายใดๆซ่อนอยู่อีกมาก!

เมื่อเห็นทั้งสองยังคงกังวล​ใจ, หัวหน้าตระกูลชูก็เริ่มรู้สึกรำคาญเล็กน้อย

เขาไม่ได้คาดหวังว่าผู้นำ​ตระะกูลทั้งสองจะขี้ขลาดและระมัดระวังถึงขนาดนี้

ทั้งๆเมื่อสองปีก่อน ยามเมื่อพวกเขาแก่งแย่งทรัพยากรของตระกูลเย่ว….พวกเขาแตกต่างจากตอนนี้อย่างสิ้นเชิง!

เมื่อเห็นเช่นนี้, เขาจึงจำต้องงัดไพ่ตายออกมา!

“พวกเจ้าไม่ต้องกังวลไป, นิกายดาบสังหารวารีจะส่งผู้อาวุโสลำดับที่ 2 มาเป็นผู้นำในภารกิจ​นี้…..รับรองว่าจะไม่มีใครในตระกูลเย่ยที่สามารถ​หลีกหนีไปได้!”

“เมื่อถึงเวลานั้น หากพวกเจ้าทำได้ดี พวกเจ้าอาจจะได้คำชื่นชมหรืออาจจะถึงขั้นได้คบหาเป็นมิตรสหายกับผู้ยิ่งใหญ่​ด้วยซ้ำไป!”

เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ดวงตาของผู้นำตระกูลทั้งสองก็สว่างวาบทันที​

ผู้อาวุโสคนลำดับที่ 2 ของนิกายดาบสังหารวารีเป็นผู้ฝึกตนในอาณาจักรปราการสวรรค์….ผู้ซึ่งสร้างชื่อให้ตัวเองในราชวงศ์ต้าเซี่ยเมื่อร้อยปีก่อน!

หากพวกเขาสามารถสารสัมพันธ์กับผู้อาวุโสคนนี้ได้….มันย่อมเป็นประโยชน์ต่อความก้าวหน้าของตระกูลพวกเขาอย่างไม่ต้องสงสัย

ยิ่งไปกว่านั้น, พวกเขาเองต่างก็มีความแค้นต่อตระกูลเย่มานานแล้ว

ในยามนี้มีตระกูลชูเป็นผู้นำภารกิจ…..ทำไมพวกเขาจะไม่คว้าโอกาสนี้ไว้ล่ะ?

…….

ในขณะที่ทั้งสองกำลังครุ่นคิด​อยู่นั้น

ทันใดนั้นผู้อาวุโสตระกูลชูก็รู้สึกว่าแหวนมิติของเขาได้สั่นไหวไปมาถึงสองสามครั้ง

ไม่ต้องคิดมาก….เขาได้นำแท่งหยกสื่อสาร​เเท่งหนึ่งออกมาเเละมันก็ส่งเสียงเเจ้งเตือน​ทันที​

“ตระกูลเย่ได้พบเหมืองศิลาวิญญาณที่มีความยาวถึงสามพันลี้!”

เมื่อข่าวนี้ออกมา, ดวงตาของผู้นำตระกูลทั้ง​สามก็รุกวาวทันที

เหมืองศิลาวิญญาณ, หากพวกเขาสามารถได้มันมาอยู่ในครอบครอง…..ตะกูลของพวกเขาจะต้องพุ่งทะยานขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

เเละด้วยสิ่งนี้, ผู้นำตระกูลหวังและตระกูล​เจียงต่างก็พูดโดยไม่ลังเลอีกต่อไป

“พี่ชูมั่นใจได้….พวกเราจะไม่ลังเลตอนที่จัดการตระกูลเย่อย่างแน่นอน”

“ว่าเเต่….นิกายดาบสังหารวารีจะไม่ต้องการเหมืองศิลาวิญญาณอย่างนั้นเหรอ?”

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้, ดวงตาของผู้นำตระกูลชูก็กะพริบน้อย…..จากนั้นเขาก็ฉีกยิ้มแล้วพูดว่า

"วางใจได้เลย, นิกายดาบสังหารวารีไม่สนใจเหมืองศิลาวิญญาณอย่างแน่นอน….เเละหลังจาก​จัดการ​ตระกูล​เย่ได้, เราจะแบ่งมันตามการมีส่วนร่วมของแต่ละตระกูล…พวกเจ้าเห็นด้วย​ใหม?"

"เยี่ยมมาก!" ผู้นำตระกูล​ทั้งสองแสดงออกถึงความพึงพอใจในทันที

เเละหลังจากหารือกันต่ออีกเล็กน้อย…..ทั้ง 3 ฝ่ายก็แยกย้ายกันไปในที่สุด​

ยามมองดูแผ่นหลังของผู้นำตระกูล​ทั้งสองที่จากไป…..รอยยิ้มที่ผู้นำตระกูล​ชูพยายามกลั้นไว้ก็ฉายชัดออกมา

สายตาของเขากลายเป็น​เย็นเยียบเเละรอยยิ้ม​เยาะเย้ยก็ปรากฏบนริมฝีปากของเขา​

“ฮ่าฮ่า พวกเจ้าคิดว่าพวกเจ้าสมควรที่จะได้ครอบครองเหมืองศิลาวิญญาณงั้นรึ?”

เห็นได้ชัดว่าผู้อาวุโสตระกูลชูผู้นี้มีความทะเยอทะยานและไม่ได้ตั้งใจที่จะแบ่งปันผลประโยชน์​กับผู้ใด

ยิ่งไปกว่านั้น, เขายังมุ่งมั่นที่จะทำให้ตระกูลชูกลายเป็นกละกูลอันดับหนึ่งในมณฆลเมฆาอัศนี….เเล้วเเบบนี้เขาจะปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไปได้อย่างไร?

“เหมืองศิลาวิญญาณ, ข้าสามารถใช้โอกาสนี้เพื่อสร้างสัมพันธ์กับผู้อาวุโสลำดับที่ 2 และช่วยให้ตระกูลชูมั่นคงในฐานะตระกูลอันดับหนึ่งในมณฆลเมฆาอัศนีได้!”

นอกจากนี้เขายังรู้ด้วยว่าการพึ่งพาตระกูลชู เพียงอย่างเดียวในการกลืน​กินตระกูลเย่, หวัง และ เจียง นั้นเป็นเรื่องยที่เป็น​ไปไม่ได้

แต่หากมีผู้ฝึกตนอาณาจักรปราการสวรรค์มาช่วย…..นั่นย่อมไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

หลังจากกลั่นกรอง​ทุกอย่าง​แล้ว เขาก็ออกจากห้องโถงและมาที่ลานบ้านของตระกูลชู

จากนั้น เขาก็โค้งคำนับด้วยความเคารพและกล่าวว่า

"ข้าน้อยชูเหรินซิน จากตระกูลชู…..ขอเข้าพบผู้อาวุโสลำดับที่ 2!"

"เข้ามา!"

……

วันต่อมา​

ปกติ​เเล้วอุณหภูมิในเดือนมิถุนายนมักจะร้อนเป็นพิเศษ และแม้แต่ผู้ฝึกตนก็ยังรู้สึกรำคาญ

เเละมณฆลเมฆาอัศนีในยามนี้ดูเหมือนจะรกร้างกว่าปกติ มีตลาดขนาดใหญ่และสมาคมการค้าหลายแห่งที่ปิดตัวลงกะทันหัน (ได้ข่าววงในมาว่าคนจะตีกัน)​

เหล่าผู้สังเกตการณ์​ทั้งหลายต่างรู้สึกได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ…พวกเขาจึงรีบกลับบ้านเเละปิดประตูอย่างแน่นหนา

พวกคนทั้งหมดในมณฆลเมฆาอัศนี รับรู้ได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติไป

แน่นอนว่าไม่นานหลังจากนั้น เสียงคำรามก็ดังก้องกังวานไปทั่วทั้งมณฑลจากคฤหาสน์​ของตระกูลเย่

บูม~~!

“ชูเหรินซิน พวกเจ้าสามตระกูลหลักทำเเบบนี้หมายความว่าอย่างไร?”

“นี่พวกเจ้าต้องการที่จะทำสงครามกับตระกูลเย่อย่างเต็มรูปแบบใช่รึไม่?”

…………..

จบบทที่ บทที่ 11 : วิกฤติกำลังมา

คัดลอกลิงก์แล้ว