- หน้าแรก
- เขี่ยพระเอกขยะทิ้งไป แล้วพวกเรามาเดินเคียงข้างกันเถอะ
- บทที่ 18 นี่มันเป็นการทำบุญสุนทานชัดๆ
บทที่ 18 นี่มันเป็นการทำบุญสุนทานชัดๆ
บทที่ 18 นี่มันเป็นการทำบุญสุนทานชัดๆ
บทที่ 18 นี่มันเป็นการทำบุญสุนทานชัดๆ
"เราก็เป็นผู้หญิงด้วยกันทั้งคู่ อาบน้ำด้วยกันก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาไม่ใช่เหรอ?"
"แล้วตกลงใครกันแน่ที่คิดอกุศลน่ะ หืม?"
"ไป๋เจิ้นอวี่ เธอนี่หลอกฉันได้ซะสนิทเลยนะ ฉันอุตส่าห์คิดว่าจิตใจของเธอจะบริสุทธิ์ผุดผ่องเหมือนหน้าตาซะอีก"
เจียงหนิงที่จัดการเปลื้องผ้าของตัวเองออกอย่างรวดเร็วและกำลังนอนเอนกายอยู่ขอบอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ยกนิ้วชี้หน้าไป๋เจิ้นอวี่
วันนี้เป็นครั้งแรกที่ไป๋เจิ้นอวี่ได้ประจักษ์ถึงทักษะการพลิกดำเป็นขาวของเจียงหนิงอย่างแท้จริง
เธอสู้ไม่ได้จริงๆ เธอไม่มีทางสู้ยัยนี่ได้เลย!
แต่ถ้าจะให้พูดอย่างยุติธรรมแล้ว ไป๋เจิ้นอวี่ค่อนข้างชอบการตกแต่งของห้องน้ำห้องนี้เอามากๆ โดยเฉพาะอ่างอาบน้ำขนาดมหึมาที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งทำเอาเธอรู้สึกอิจฉาตาร้อนสุดๆ
ภายในอ่างอาบน้ำเต็มไปด้วยกลีบกุหลาบหอมกรุ่น และกลิ่นหอมจางๆ ของมันก็ช่วยปลอบประโลมจิตใจที่ว้าวุ่นได้อย่างยอดเยี่ยม
ถ้าเธอได้ลงไปแช่ตัวในอ่างอาบน้ำแบบนี้ ตัวเธอคงจะหอมฟุ้งไปอย่างน้อยสามวันเลยใช่ไหมนะ?
ยิ่งไปกว่านั้น ไป๋เจิ้นอวี่ยังสังเกตเห็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ครีมอาบน้ำ แชมพู และน้ำหอมราคาแพงหูฉี่ที่วางเรียงรายอยู่ริมขอบอ่าง...
ของพวกนั้นมันแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์ที่เธอเคยเห็นแต่ในเน็ตทั้งนั้นเลยนะ!
ทว่าตอนนี้ ของเหล่านั้นกลับดูเหมือนอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือ
ถ้าเพียงแต่เธอจะได้ลองสูดดมกลิ่นของมันดูสักครั้ง!
เดาได้เลยว่ากลิ่นของผลิตภัณฑ์ระดับไฮเอนด์พวกนี้จะต้องแตกต่างจากของราคาถูกที่เธอซื้อมาใช้อย่างสิ้นเชิงแน่ๆ ใช่ไหม?
แต่ทว่า...
เพื่อที่จะได้เพลิดเพลินกับสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด เธอจำต้องยอมรับข้อเสนอการอาบน้ำด้วยกันของเจียงหนิง
ทันทีที่นึกถึงสายตาอันเร่าร้อนและพละกำลังที่เกินเบอร์ไปสักหน่อยของเจียงหนิง ไป๋เจิ้นอวี่ก็หมดอารมณ์อยากจะสุนทรีย์ใดๆ ทั้งสิ้น
"ฉันไม่อยากอาบน้ำ ฉันจะกลับบ้านแล้ว"
ใบหน้าของไป๋เจิ้นอวี่ยังคงดื้อดึง
"เจียงหนิง อย่าบังคับฉันเลยนะ? ฉันขอร้องล่ะ"
เจียงหนิงไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา
เธอเพียงแค่จ้องมองไป๋เจิ้นอวี่ด้วยรอยยิ้มแฝงความนัย
เวลาผ่านไปราวๆ ห้านาที
มือของไป๋เจิ้นอวี่ที่กำคอเสื้อเอาไว้แน่นก็ค่อยๆ คลายออกอย่างยอมจำนน
"ถ้าฉันไม่อาบน้ำที่นี่ เธอคงไม่ยอมไปส่งฉันกลับบ้านใช่ไหม?"
"อื้อฮึ ดีใจนะที่รู้ตัว"
เจียงหนิงนี่มันหน้าหนาไร้ยางอายจริงๆ
อันที่จริง เธอไม่ชอบใช้ความรุนแรงกับเด็กสาวที่ทั้งสวยและบอบบางแบบนี้เลยสักนิด
ถ้าไป๋เจิ้นอวี่ยอมรับความจริงได้ นั่นก็ถือเป็นเรื่องดีที่สุด และเธอก็ยินดีที่จะอ่อนโยนกับไป๋เจิ้นอวี่ให้มากขึ้น
แต่ถ้าไป๋เจิ้นอวี่ยังดึงดันที่จะต่อต้านเธอ เธอก็คงช่วยไม่ได้
คนอย่างเธอ เจียงหนิง ไม่ใช่คุณหนูบอบบางที่ไหน เธอมีทั้งพละกำลังและลูกไม้แพรวพราวเหลือเฟือ
...
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
...
หลังจากถูกจับขัดขี้ไคลจนสะอาดเอี่ยมอ่อง ไป๋เจิ้นอวี่ก็สวมชุดเดรสผ้าไหมราคาหลักหมื่นด้วยความช่วยเหลืออย่างอ่อนโยนของเจียงหนิง
ด้วยรูปร่างทรวดทรงของไป๋เจิ้นอวี่ เมื่อได้สวมใส่ชุดเดรสแบบนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันช่างดูเย้ายวนใจเป็นอย่างยิ่ง ทำเอาละสายตาไม่ได้เลยทีเดียว
น่าเสียดายที่เจียงหนิงทำได้เพียงแค่มองตาละห้อย ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้
"ฉันเพิ่งจะเข้าใจก็ตอนนี้แหละ นี่มันไม่ใช่การทรมานไป๋เจิ้นอวี่หรอก แต่มันคือการทรมานตัวเองชัดๆ!" เจียงหนิงบ่นกระปอดกระแปดอยู่ในใจ
ระบบที่แกล้งตายและคอยดูละครฉากนี้อยู่เงียบๆ ก็กระแอมไอออกมาสองครั้ง "อะแฮ่มๆ"
"โฮสต์ครับ ผมเห็นว่าคุณไม่คิดจะทำตัวเป็นคนดีแล้วใช่ไหมครับเนี่ย?"
"ห๊ะ? นั่นมันเป็นการใส่ร้ายป้ายสี หมิ่นประมาทกันชัดๆ!" เจียงหนิงเถียงคอเป็นเอ็นด้วยสีหน้าจริงจัง "ฉันกำลังช่วยเหลือเด็กสาวผู้น่าสงสารที่กำลังถูกไอ้ผู้ชายเฮงซวยใช้เทคนิค PUA หลอกใช้อยู่ต่างหาก นี่มันเป็นการทำบุญสุนทานชัดๆ เข้าใจไหม?"
"ตอนที่คุณพูดประโยคนั้น คุณก็ควรจะเอามือลงด้วยนะครับ"
เจียงหนิงกรอกตาบนด้วยความเอือมระอา
การได้เผชิญหน้ากับนางเอกในวันนี้ทำให้เธอได้รับค่าโชคลาภมาเต็มๆ ถึงสิบแต้ม
ไม่ว่านางเอกจะมีความสุขหรือไม่ก็ตาม แต่ที่แน่ๆ เจียงหนิงมีความสุขสุดๆ
ด้วยวิธีนี้ ดัชนีโชคลาภตามปกติของเธอก็จะฟื้นฟูค่อนข้างเร็ว
เมื่อถึงเวลานั้น เธอจะต้องมีวิธีปั่นหัวนางเอกเพิ่มขึ้นอีกเยอะแน่ๆ หุหุหุ~
เจียงหนิงพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ แล้วตบไหล่ไป๋เจิ้นอวี่
"ผมเธอยังเปียกอยู่เลย เดี๋ยวฉันช่วยเป่าให้แห้งนะ"
ไป๋เจิ้นอวี่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา
เธอเพียงแค่นั่งเหม่อลอยอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง จ้องมองภาพสะท้อนอันแสนเย้ายวนและมีเสน่ห์ของตัวเองในกระจก
การได้แช่น้ำในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่นั้นให้ความรู้สึกสบายตัวยิ่งกว่าที่เธอจินตนาการไว้เสียอีก
น้ำที่ส่งกลิ่นหอมละมุนของมวลดอกไม้ราวกับมีมนต์วิเศษ มันช่วยเปิดรูขุมขนทุกส่วนบนร่างกาย ปลอบประโลมผิวที่แห้งกร้านทุกตารางนิ้ว และทำให้ทั้งร่างของเธอเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล
เจียงหนิงราวกับล่วงรู้ความคิดของเธอ จึงหยิบเครื่องสำอางและน้ำหอมระดับไฮเอนด์เหล่านั้นมาเปิดออก และปล่อยให้เธอได้ทดลองใช้อย่างเต็มที่
สิ่งนี้ทำให้ไป๋เจิ้นอวี่ค้นพบความจริงอันน่าเศร้าข้อหนึ่ง
เธอหลงรักกลิ่นและเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์ระดับไฮเอนด์พวกนี้เข้าอย่างจัง
มันเทียบไม่ได้เลยกับครีมทาหน้าราคาเก้าสิบเก้าบาทกระปุกใหญ่ๆ ที่ขายตามตลาดนัด
"ฉันมันเป็นผู้หญิงไม่ดี ฉันมันเป็นพวกหลงใหลในความสุขสบายมาตั้งแต่เกิด!" ไป๋เจิ้นอวี่ยกมือขึ้นปิดหน้าและกัดริมฝีปากตัวเองแน่น "พี่ลู่สวี่พูดถูก ฉันมันเป็นคนรักสนุก เกินเยียวยาแล้วจริงๆ"
พายุลูกใหญ่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ภายในใจของไป๋เจิ้นอวี่
สำหรับคนที่คุ้นเคยกับการกินอาหารหยาบๆ จู่ๆ ได้มาลิ้มรสอาหารโอชะเช่นนี้ ย่อมเปรียบเสมือนการเปิดโลกใบใหม่อย่างไม่ต้องสงสัย
เธอโหยหาทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า
เธอถึงขั้นเผลอคิดเพ้อเจ้อขึ้นมาว่า จะเป็นยังไงนะถ้าเธอยอมโอนอ่อนผ่อนตามเจียงหนิงไปแบบนี้?
มันคงไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรหรอกมั้ง?
ถึงแม้เจียงหนิงจะชอบแตะเนื้อต้องตัวเธอ แต่ก็ยังไม่ได้ทำอะไรล่วงเกินเธอจริงๆ จังๆ เสียหน่อย!
พวกเธอสองคนก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน...
ไป๋เจิ้นอวี่คิดอย่างซื่อๆ ว่า บางทีสิ่งที่เจียงหนิงทำกับเธอได้ก็คงมีแค่นี้แหละมั้ง?
ถ้ามันมีแค่นี้จริงๆ...
ถ้ามันมีแค่นี้จริงๆ การยอมรับข้อเสนอการสานสัมพันธ์ของเจียงหนิงก็ดูเหมือนจะไม่ได้ยากเย็นอะไรนัก!
"เดี๋ยวก่อน นี่ฉันกำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย?"
ไป๋เจิ้นอวี่สะดุ้งสุดตัว เหงื่อเย็นเยียบผุดพรายขึ้นเต็มแผ่นหลังด้วยความตกใจกับความคิดชั่ววูบที่ยอมประนีประนอมอันแสนบาปหนาของตัวเอง
"ฉันมีความคิดที่น่ารังเกียจและไร้ยางอายแบบนี้ได้ยังไงกัน?"
"ฉันไม่ได้ชอบเจียงหนิงสักหน่อย แล้วฉันจะไปยอมประนีประนอมกับเจียงหนิงได้ยังไง!"
"ถ้าฉันทำแบบนั้นจริงๆ มันก็คงจะทำร้ายความรู้สึกของทุกคนแน่ๆ!"
ในฐานะที่เป็นนางเอก การที่ไป๋เจิ้นอวี่จะมีความคิดด้านมืดอยู่บ้างก็เป็นเรื่องปกติ แต่ส่วนใหญ่แล้ว เธอก็ยังคงเป็นคนที่จิตใจดีและมีออร่าความสดใสเปล่งประกายอยู่เสมอ
เจียงหนิงมองเห็นแววตาแห่งความลังเลที่ฉายวาบขึ้นมาเพียงชั่วครู่ของเธอ
สิ่งนี้ทำให้เจียงหนิงรู้สึกว่ามันน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว
ดูเหมือนความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกและนางเอกจะไม่ได้เหนียวแน่นดั่งหินผาตามที่บรรยายไว้ในเนื้อเรื่องต้นฉบับสินะ
ตราบใดที่จอบขุดได้ถูกจังหวะ ก็ไม่มีกำแพงไหนที่พังทลายลงมาไม่ได้หรอกจริงไหม?
ยิ่งไปกว่านั้น ลู่สวี่ พระเอกของเรื่องนี่มันน่าสมเพชเกินไปแล้ว!
เจียงหนิงไม่อยากจะทนดูไป๋เจิ้นอวี่ตกลงไปในหลุมพรางของเขาและกลายเป็นแค่เครื่องจักรผลิตลูกโดยสมบูรณ์จริงๆ
ไหนๆ ก็ได้ความบันเทิงส่วนตัวแล้ว แถมยังได้ช่วยเหลือคนสวยที่หลงผิดอีก ทำไมจะไม่ทำล่ะ?
"นั่งนิ่งๆ นะ ฉันจะเป่าผมให้เธอแล้ว"
เจียงหนิงเปิดไดร์เป่าผมและจัดแต่งทรงผมให้ไป๋เจิ้นอวี่อย่างเบามือและพิถีพิถัน
"ผมเธอสุขภาพดีจัง น่าอิจฉาชะมัด เธอมีวิธีดูแลยังไงเหรอ?"
โดยไม่รอให้ไป๋เจิ้นอวี่ตอบ เจียงหนิงก็พูดต่อเจื้อยแจ้ว "ต้องเป็นธรรมชาติให้มาแน่ๆ เลยใช่ไหมล่ะ? ฉันเดาว่าคุณแม่ของเพื่อนนักเรียนไป๋เจิ้นอวี่ก็ต้องเป็นคนสวยที่มีผมดำขลับสลวยเหมือนกันแน่ๆ เลย"
เมื่อพูดถึงคุณแม่ ไป๋เจิ้นอวี่ก็หลุบตาลงต่ำ
เธอแทบจะจำไม่ได้แล้วว่าแม่ของเธอหน้าตาเป็นอย่างไร
อย่างไรก็ตาม เธอยังคงเก็บรูปถ่ายของแม่เอาไว้
แม่ของเธอเป็นคนสวยจริงๆ มีเส้นผมสีดำสลวย รอยยิ้มหวานละมุน และแววตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน
ถ้าพ่อแม่ของเธอยังมีชีวิตอยู่...
พวกท่านคงไม่มีทางยืนดูเธอถูกรังแกแบบนี้แน่นอน
เมื่อคิดถึงตรงนี้ น้ำตาของไป๋เจิ้นอวี่ก็ไหลรินลงมาเงียบๆ
ในตอนนั้นเอง เจียงหนิงก็สวมกอดเธอจากด้านหลังเบาๆ แล้วเอ่ยว่า "ฉันพนันได้เลยว่าพ่อแม่ของเธอคงอยากให้เธอมีเพื่อนสาวที่ทั้งสวยและรวย มากกว่าแฟนหนุ่มเฮงซวยที่เอาแต่บอกให้เธอไปตัดผมขายเอาเงิน ใช่ไหมล่ะ?"
คำพูดเหล่านี้เปรียบเสมือนเข็มที่ทิ่มแทงเข้าไปในหัวใจของไป๋เจิ้นอวี่
จู่ๆ เธอก็ลุกพรวดขึ้นมา
เธอหันขวับกลับมา จ้องมองเจียงหนิงด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
"เธอ... เธอรู้ได้ยังไง..."
"เธออยากจะถามว่าทำไมฉันถึงรู้ทุกอย่างใช่ไหมล่ะ?" เจียงหนิงส่งยิ้มกว้าง "ลองทายดูสิ ว่าเป็นเพราะฉันมีพลังหยั่งรู้ฟ้าดิน รู้ไปซะทุกเรื่อง หรือว่ามีใครเอาข้อมูลนี้มาขายให้ฉันเป็นข่าวกรองกันล่ะ?"