- หน้าแรก
- เขี่ยพระเอกขยะทิ้งไป แล้วพวกเรามาเดินเคียงข้างกันเถอะ
- บทที่ 14 สีหน้าของเธอไม่ได้ดูเหมือนไม่ชอบเลยนี่?
บทที่ 14 สีหน้าของเธอไม่ได้ดูเหมือนไม่ชอบเลยนี่?
บทที่ 14 สีหน้าของเธอไม่ได้ดูเหมือนไม่ชอบเลยนี่?
บทที่ 14 สีหน้าของเธอไม่ได้ดูเหมือนไม่ชอบเลยนี่?
"อ้อ เจิ้นอวี่ เธอมาแล้วเหรอ?"
เจียงหนิงหรี่ตาลงพร้อมกับเผยรอยยิ้ม ขณะมองดูไป๋เจิ้นอวี่ที่กำลังค่อยๆ เดินเข้ามาหา
เธอลุกขึ้นเดินตรงเข้าไปหาไป๋เจิ้นอวี่ทันที พร้อมกับช่วยรับกระเป๋าเป้มาถือไว้อย่างเอาใจใส่
"ตรงเวลาดีนี่ ไม่ขาดไม่เกินเลยสักนาที ดีมาก จำไว้ว่าต้องรักษามาตรฐานนี้ไว้นะ" เจียงหนิงกล่าวพลางยื่นชานมที่เธอเพิ่งดูดไปอึกหนึ่งให้ไป๋เจิ้นอวี่ "เอ้า นี่รางวัลของเธอ"
รางวัล...?
มีใครที่ไหนเอาของที่ตัวเองกินแล้วมาให้เป็นรางวัลกันบ้าง?
ไป๋เจิ้นอวี่รู้สึกหดหู่ใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธ จึงทำได้เพียงรับมันมาถือไว้
เดิมทีเธอคิดว่าจะหาโอกาสแอบเอาไปทิ้งทีหลัง แต่เจียงหนิงกลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ สายตาของหล่อนจับจ้องมาที่เธอเขม็ง
เจียงหนิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มกึ่งหยอกเย้า "ทำไมไม่ดื่มล่ะ? รังเกียจฉันงั้นเหรอ?"
ไป๋เจิ้นอวี่รีบส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน "เปล่านะ! แค่ตอนนี้ฉันยังไม่ค่อยหิวน้ำเท่าไหร่ เดี๋ยวค่อยดื่มทีหลัง..."
"อืม ถ้าเกิดเธอแอบเอาไปทิ้งทีหลัง หรือ 'เผลอ' ทำหกใส่ล่ะก็ ฉันจะโกรธจริงๆ ด้วย"
เจียงหนิงมองทะลุแผนการเล็กๆ น้อยๆ ของเธอออกจนหมดเปลือก
ไม่มีทางที่เธอจะยอมให้อีกฝ่ายทำสำเร็จแน่
หืม?
ทำไมเธอถึงต้องคะยั้นคะยอให้ไป๋เจิ้นอวี่ดื่มเจ้านี่ให้ได้น่ะเหรอ?
แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะเจียงหนิงมีรสนิยมวิปริตอะไรหรอก แต่เป็นเพราะเธอต้องการพึ่งพาออร่านางเอกเพื่อเพิ่มค่าโชคชะตาของตัวเองต่างหาก
ในแง่หนึ่ง เจียงหนิงได้ค้นพบช่องโหว่เข้าให้แล้ว
ค่าโชคชะตาของเธอในตอนนี้ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ดังนั้นเธอจึงไม่อาจใช้กำลังบังคับขืนใจนางเอกได้เด็ดขาด
แม้แต่การหอมแก้มธรรมดาๆ ก็ยังบังคับทำไม่ได้เลย!
ทว่า "ปฏิสัมพันธ์อันลึกซึ้ง" ของพวกเธอไม่ได้จำกัดอยู่แค่วิธีการที่รู้ๆ กันอยู่เหล่านั้นเท่านั้น แต่ยังมีวิธีอื่นๆ ที่แหวกแนวออกไปอีกด้วย
อย่างเช่น การใช้หลอดดูดน้ำหลอดเดียวกัน หรือการกัดคุกกี้ชิ้นเดียวกัน!
และที่บังเอิญไปกว่านั้นคือ พวกเธอมีเลือดกรุ๊ปเดียวกัน
หากมีโอกาสให้เจียงหนิงได้บริจาคเลือดให้นางเอกหรืออะไรทำนองนั้น เธอจะได้รับค่าโชคชะตาเพิ่มขึ้นรวดเดียวอย่างน้อย 50 แต้มเลยทีเดียว!
ทว่าตามกฎของระบบ เธอไม่สามารถจงใจสร้างเรื่องให้นางเอกตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องรับการถ่ายเลือดได้ มิฉะนั้นจะถือว่าเธอโจมตีนางเอก และเธอจะต้องเผชิญกับการสะท้อนกลับอย่างรุนแรง
นางร้ายที่มีค่าโชคชะตาต่ำเตี้ยเรี่ยดินริอ่านจะไปฆ่านางเอกในนิยายรักโรแมนติกแสนบริสุทธิ์งั้นเหรอ?
นั่นมันรนหาที่ตายชัดๆ
เจียงหนิงรู้สึกเสียดายมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
เธอทำได้เพียงพยายามบรรลุเป้าหมายการ "แบ่งปัน" อาหารกับไป๋เจิ้นอวี่ไปก่อน
ภายใต้สายตากดดันของเจียงหนิง ไป๋เจิ้นอวี่ผู้ไร้หนทางต่อต้านจำต้องกลั้นใจงับหลอด และฝืนดูดน้ำเข้าไปอึกเล็กๆ
"ดื่มอีกสิ อร่อยมากเลยนะ!" เจียงหนิงยังคงคะยั้นคะยอต่อไป "เธอยังไม่ได้ชิมโมจิที่อยู่ก้นแก้วเลยใช่ไหม? กดหลอดลงไปลึกๆ แล้วลองชิมดูสิ โมจิร้านนี้อร่อยสุดยอดไปเลยล่ะ"
"ฉัน... ฉันไม่หิวน้ำจริงๆ นะ"
ไป๋เจิ้นอวี่เม้มริมฝีปาก สีหน้าเต็มไปด้วยความอึดอัดใจ
เธอพบว่าเจียงหนิงพูดถูก
ชานมแก้วนี้อร่อยมากจริงๆ
พอสังเกตดูดีๆ ก็พบว่ามันน่าจะเป็นเมนูใหม่ประจำฤดูกาลของร้านชานมแห่งนั้น
แก้วเล็กแค่นี้ราคาตั้งยี่สิบกว่าหยวน!
ปกติแล้วไป๋เจิ้นอวี่ไม่มีทางยอมควักกระเป๋าซื้อของแพงหูฉี่แบบนี้มาดื่มหรอก
สำหรับลู่สวี่แล้ว เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาเห็นเธอดื่มเครื่องดื่มพวกนี้ เขาจะสั่งสอนเธออย่างจริงจังด้วยคำพูดทำนองว่า "น้ำตาลเยอะเกินไป ผู้หญิงที่ดื่มของพวกนี้มากๆ สิวจะขึ้นแล้วก็แก่เร็วนะ" "อย่าไปเอาอย่างพวกเด็กผู้หญิงในเมืองที่รักสวยรักงามจนหลงผิด ดื่มแต่ของไม่มีประโยชน์พวกนี้สิ" และ "เงินทองน่ะควรใช้ให้ถูกที่ถูกทาง ไม่ใช่เอามาละลายแม่น้ำแบบนี้"
จากนั้น เขาก็จะแย่งเครื่องดื่มของเธอไปดื่มรวดเดียวหมดแก้ว
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไป๋เจิ้นอวี่เชื่อฟังคำพูดของเขาอย่างสนิทใจ และตกอยู่ในห้วงแห่งการโทษตัวเอง โดยตำหนิว่าตัวเองเห็นแก่กินและใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายจนเกินไป
จนกระทั่งวันนี้ จนกระทั่งวินาทีนี้ เธอเริ่มรู้สึกลังเลขึ้นมาเล็กน้อย
เจียงหนิงจะไม่พูดจาแบบนั้นกับเธอ และจะไม่แย่งเครื่องดื่มของเธอไป ซ้ำยังคอยสนับสนุนให้เธอได้ลองชิมของใหม่ๆ อย่างอ่อนโยนอีกต่างหาก
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ไป๋เจิ้นอวี่ก็ลอบถอนหายใจในใจ
นี่เธอเป็นอะไรไปเนี่ย?
สิ่งที่ลู่สวี่พูดก็เป็นความจริง การดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมากเกินไปจะทำให้สิวขึ้นและแก่ก่อนวัย แถมชานมก็ราคาแพงมากจริงๆ แก้วหนึ่งตั้งสิบกว่า หรืออาจจะถึงยี่สิบหยวน... เงินจำนวนนั้นเอาไปซื้อข้าวสารได้เกือบสิบชั่งเลยนะ!
แต่ในตอนนี้ เมื่อเธอนึกถึงคำพูดของลู่สวี่ ทำไมเธอถึงรู้สึกสับสนขึ้นมาล่ะ?
ชานมแก้วละยี่สิบหยวน ดูเหมือนจะไม่ได้แพงหูฉี่จนเธอไม่คู่ควรที่จะดื่มมันเสียหน่อย
ดื่มเดือนละแก้ว ก็คงไม่ทำให้เธออ้วนขึ้นเท่าไหร่หรอกมั้ง
ความรู้สึกลังเลนี้ทำให้เธอเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาเล็กน้อย
ไป๋เจิ้นอวี่ยัดแก้วเครื่องดื่มใส่มือเจียงหนิงอย่างรวดเร็ว "ขอบคุณคุณหนูเจียงที่เลี้ยงนะคะ แต่ฉันไม่หิวน้ำแล้วจริงๆ และฉันก็ไม่ชอบของหวานด้วย!"
"แต่สีหน้าของเธอไม่ได้ดูเหมือนคนไม่ชอบเลยนี่?"
เจียงหนิงคอยสังเกตเธออยู่ตลอดเวลา
ตอนที่เธอดูดชานมเข้าไปอึกนั้น ดวงตาของเธอเป็นประกายเลยทีเดียว!
นี่น่ะเหรอที่บอกว่าไม่ชอบ?
หึ ยัยน้องสาวตัวน้อยจอมโกหก
"ตกลงว่าเธอไม่ชอบดื่มชานม หรือว่าไม่ชอบฉันกันแน่?"
ใบหน้าของไป๋เจิ้นอวี่แดงก่ำ และเธอก็ยังคงปิดปากเงียบ
เธอไม่กล้าพูดออกไปแล้วว่าเธอไม่ชอบเจียงหนิง
แน่นอนสิ เธอไม่ชอบเจียงหนิง ผู้หญิงนิสัยเสียที่ทั้งกล้าหาญและเอาแต่ใจคนนี้เอาเสียเลย!
เจียงหนิงยิ้มและลูบผมของเธอเบาๆ "ไม่เป็นไร ฉันรู้ว่าเธอไม่ชอบฉัน แต่ทางที่ดีเธอควรพยายามทำใจให้ชอบฉันจะดีกว่านะ ไม่อย่างนั้น การที่ต้องมาใช้เวลาอยู่กับฉันทุกวันโดยปฏิเสธไม่ได้ มันจะไม่อึดอัดแย่เหรอ?"
ไป๋เจิ้นอวี่: "..."
คำพูดเหล่านั้นช่างน่าโมโหจริงๆ
อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้เธอติดหนี้เจียงหนิงและยังไม่มีปัญญาใช้คืน เธอจึงรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก
เธอมีสิทธิ์อะไรไปโกรธเคืองอีกล่ะ?
เธอทำได้เพียงนิ่งเงียบต่อไป
เจียงหนิงก็ไม่ได้บังคับให้เธอพูดเช่นกัน อย่างไรเสีย เป้าหมายสูงสุดของเธอก็คือการเพิ่มค่าโชคชะตา ไม่ใช่การบังคับฝืนใจให้ไป๋เจิ้นอวี่มามีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งด้วยจริงๆ เสียหน่อย
ตราบใดที่ไป๋เจิ้นอวี่ยอมทำตามเธออย่างว่าง่าย แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว
...
ยี่สิบนาทีต่อมา
เจียงหนิงพาไป๋เจิ้นอวี่มาถึงหน้าประตูบ้านของเธอ
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ก้าวเข้ามาในหมู่บ้านวิลล่าหรูหราขนาดนี้ เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายของไป๋เจิ้นอวี่กำลังต่อต้าน เธอประหม่าจนเหงื่อซึมเต็มฝ่ามือ
เธอกลั้นหายใจ ก้มหน้าก้มตาเดินตามหลังเจียงหนิงไปเงียบๆ ไม่กล้าแม้แต่จะมองซ้ายมองขวา
เจียงหนิงแตะบัตรผ่านประตูแล้วพาเธอเดินเข้าไปในหมู่บ้าน มุ่งหน้าตรงไปยังบ้านของพวกเธอ
"นี่ไง! จำได้ไหม? ข้างๆ บ้านฉันมีต้นแมกโนเลียใต้ปลูกเรียงกันเป็นแถว แล้วก็มีร้านสะดวกซื้ออยู่ด้วย คราวหน้าถ้าเธอมาเอง ฉันจะบอกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไว้ล่วงหน้า เธอจะได้เดินเข้ามาได้เลย"
ไป๋เจิ้นอวี่ตอบรับเสียงอู้อี้ "อืม"
ท่าทางของเธอดูหดหู่ระทมทุกข์
ในเวลานี้ พ่อแม่ตระกูลเจียงไม่อยู่บ้าน
อย่างไรก็ตาม มีคนรับใช้อยู่ในบ้าน และเมื่อพวกเขาเห็นเจียงหนิงกลับมา ทุกคนก็เอ่ยทักทายอย่างนอบน้อม "คุณหนู"
"คุณหนู จะรับประทานอาหารเลยไหมคะ? วันนี้ในครัวทำปลากะพงนึ่งซีอิ๊วของโปรดคุณหนู แล้วก็มีหมูผัดเปรี้ยวหวานสับปะรด หอยเชลล์อบเนยกระเทียม ไข่ตุ๋น..."
คนรับใช้กำลังรายงานเมนูอาหารของวันนี้ให้เจียงหนิงฟัง
เจียงหนิงโบกมือขัดจังหวะการรายงานของเธอ "ไม่เห็นเหรอว่าฉันพาเพื่อนมาบ้าน? ทำไมไม่ถามล่ะว่าเพื่อนฉันชอบกินอะไร?"
คนรับใช้ชะงักไปครู่หนึ่ง
เอ๊ะ?
คุณหนูพาเพื่อนผู้หญิงมาบ้านงั้นเหรอ?
เรื่องแบบนี้เหมือนจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยนะ
"อ๊ะ ต้องขออภัยด้วยค่ะ! คุณผู้หญิงอยากรับประทานอะไรคะ? ดิฉันจะรีบสั่งให้ทางครัวเตรียมให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ"
การถูกปฏิบัติอย่างสุภาพกะทันหันเช่นนี้ ทำให้ไป๋เจิ้นอวี่ทำตัวไม่ถูก
เธอรีบโบกไม้โบกมือเป็นพัลวันแล้วกล่าวว่า "ฉันกินอะไรก็ได้ค่ะ ฉันเป็นคนกินง่าย ขอบคุณนะคะ!"
พูดจบ เธอก็รู้สึกว่ามันดูไม่ค่อยเหมาะสมนัก จึงรีบเสริมขึ้นมาว่า "ฉัน... ฉันไม่กินก็ได้ค่ะ จริงๆ แล้วฉันยังไม่หิวเลย ขอบคุณนะคะ"
สำหรับครอบครัวเศรษฐีอย่างตระกูลเจียง มื้อเย็นธรรมดาๆ ก็คงจะหรูหราอลังการและประณีตบรรจงในระดับที่เธอจินตนาการไม่ออกแน่ๆ
ไป๋เจิ้นอวี่ไม่กล้ากินจริงๆ เธอหลัวว่าถ้าเจียงหนิงเกิดเก็บเงินค่าอาหารขึ้นมา เธอคงไม่มีปัญญาจ่ายแน่!
"ให้ตายสิ"
เมื่อเห็นท่าทางหวาดหวั่นของเธอ เจียงหนิงก็ทั้งอ่อนใจและขบขัน
โชคดีที่เธอมีระบบและรู้เนื้อเรื่องเป็นอย่างดี เธอจึงพอจะเดาเมนูอาหารง่ายๆ ที่นางเอกชอบได้สองสามอย่าง
ดังนั้น เจียงหนิงจึงออกคำสั่งโดยตรง
"สั่งให้ห้องครัวทำปอเปี๊ยะไส้ถั่วแดงกวน ผัดมันฝรั่งเส้นใส่น้ำส้มสายชู ซี่โครงหมูน้ำแดง แล้วก็กุ้งลวกมาอย่างละที่นะ!"
"รับทราบค่ะ คุณหนู!"