- หน้าแรก
- ทะลุมิติ แผนการชิงตัวพระรอง
- บทที่ 4: ช่วงชิงตำแหน่งลูกสมุนของขาใหญ่ประจำโรงเรียน 4
บทที่ 4: ช่วงชิงตำแหน่งลูกสมุนของขาใหญ่ประจำโรงเรียน 4
บทที่ 4: ช่วงชิงตำแหน่งลูกสมุนของขาใหญ่ประจำโรงเรียน 4
เหล่าสมุนทีม ‘ขบวนการห้าสีบาลาล่า’ เวอร์ชันหนุ่มฉกรรจ์ ไม่คาดคิดเลยว่าหลินว่างจะรักษาความเยือกเย็นไว้ได้ถึงขนาดนี้ แถมยังกล้าท้าทายให้พวกเขารุมเข้ามาพร้อมกัน โดยยื่นเงื่อนไขว่าไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ เขาก็ยินดีจะไปเป็นลูกน้องของพี่เย่~ นี่หมอนี่คิดว่าตัวเองเป็นปรมาจารย์กังฟูมาจากไหนกัน? ใครๆ ในมหาวิทยาลัยซิงหลินต่างก็รู้ดีว่า ตั้งแต่หลินว่างก้าวเท้าเข้าโรงเรียนนี้มา เขาก็เป็นแค่กระสอบทรายให้กลุ่มของเลี่ยวเฟิงรุมทึ้งอยู่ฝ่ายเดียว
ถ้าหลินว่างเก่งกาจขนาดนั้นจริงๆ มีหรือจะยอมโดนรังแกจนสภาพดูไม่ได้แบบที่เป็นอยู่?
ถึงขนาดมีข่าวลือหนาหูว่า... เขาเคยถูกเลี่ยวเฟิงบังคับให้ดื่มปัสสาวะมาแล้วด้วยซ้ำ
"แกพูดเองนะเว้ย! เดี๋ยวตอนโดนอัดจนน่วมก็อย่ามาร้องไห้หาแม่แล้วกัน!"
"ฮ่าๆๆๆ!"
เหล่านักเรียนที่สัญจรผ่านไปมาบริเวณหน้าประตูโรงเรียนต่างหยุดมุงดูเหตุการณ์ ใครจะไปคิดว่ามาโรงเรียนแต่เช้าตรู่จะได้ดูโชว์เด็ดขนาดนี้ หลินว่างนี่มันดวงซวยของจริง นอกจากจะผิดใจกับกลุ่มเลี่ยวเฟิงแล้ว ตอนนี้ดันมาสะกิดหนวด ‘ราชาปีศาจ’ เข้าให้อีก บรรพบุรุษท่านนี้คือคนที่สามารถล้มผู้ชายเจ็ดแปดคนได้ด้วยตัวคนเดียว ส่งคู่กรณีเข้าโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น ในขณะที่ตัวเองมีเพียงแผลขีดข่วนเล็กน้อยเท่านั้น
หลายคนเฝ้ามองด้วยความนึกสนุก ไม่มีอาจารย์หรือเพื่อนร่วมชั้นคนไหนคิดจะยื่นมือเข้าช่วย แม้แต่พนักงานรักษาความปลอดภัยยังยืนกอดอกทำตัวเป็นผู้ชมที่ดี ราวกับจะบอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา
แต่ทว่า... เพียงไม่กี่นาทีต่อมา ทุกคนกลับต้องยืนอึ้งตาค้าง
คนที่ยังยืนหยัดอยู่บนพื้นได้กลับกลายเป็นหลินว่าง ไอ้ขี้แพ้คนนั้น!
"โอ๊ย~ แม่งเอ๊ย..."
"พี่หนาน พี่สั่งให้พวกผมเบามือกับมัน แต่พี่ไม่ได้สั่งให้มันเบามือกับพวกเราด้วยนี่หว่า!"
"ใครจะไปตรัสรู้ล่ะว่ามันมีฝีมือขนาดนี้ ฉันก็เจ็บเหมือนกันนะโว้ย!"
"ใคร! ใครแม่่งถีบกู!" เฉินตงฟางที่นอนกองอยู่บนพื้นจู่ๆ ก็ถูกเตะเข้าปึกใหญ่จนสะดุ้งโหยง เมื่อลืมตาขึ้นเห็นเรือนผมสีเงินสะท้อนแสงแดด เขาก็ขวัญผวาจนรีบเปลี่ยนท่ามาคุกเข่าทันที "บะ... บอส มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?"
เด็กหนุ่มเจ้าของใบหน้าที่ยังมีเค้าความเยาว์วัย ทว่ากลับแผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายความหยิ่งยโสและหัวขบถ เนกไทถูกดึงมาถือไว้ในมือ เสื้อเชิ้ตปลดกระดุมลงมาถึงหน้าอก ดวงตาสีน้ำตาลเข้มกวาดมองสภาพเน่าเฟะของสมุนสีรุ้งบนพื้น ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่เด็กหนุ่มผิวเข้มที่ยืนสะพายเป้อยู่อีกฝั่ง เขาแค่นเสียงหึในลำคอ "ถ้าฉันไม่มา จะรู้เหรอว่าพวกแกมันสวะขนาดไหน? เจ็ดรุมหนึ่งยังโดนเขาสอยร่วงหมดสภาพ!"
เขาเดินทอดน่องเข้าไปหาหลินว่างพลางปรายตามอง "จำได้ใช่ไหมว่าเมื่อวานแกทำอะไรไว้?"
เมื่อได้เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายในระยะประชิด หลินว่างถึงกับชะงักไปชั่วครู่ด้วยความหล่อเหลาระดับทำลายล้าง เขาไม่เคยจินตนาการเลยว่า ‘พระรอง’ จะมีรูปลักษณ์ที่ตรงสเปกเขาเป๊ะขนาดนี้ พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าการเป็นเกย์แล้วต้องมาสบตากับหนุ่มหล่อทำลายล้างแบบนี้มันต้องใช้ความอดทนสูงแค่ไหน
สายตาของเขาเผลอเหลือบมองลูกกระเดือกที่เด่นชัดของเด็กหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "จำได้ เรื่องเมื่อวานผมผิดเอง ถ้าต้องการให้ผมทำอะไรเป็นการขอโทษ ตราบใดที่ไม่ขัดกับหลักการของผม ผมก็ยินดี"
"ดี... งั้นตั้งแต่นี้จนถึงวันเรียนจบ แกต้องมาเป็นลูกน้องของฉัน"
หลินว่างก้มหน้าครุ่นคิดเพียงครู่เดียวก็พยักหน้าตอบรับ "ตกลง"
เย่เหยียนพยักหน้าอย่างพอใจ "เริ่มจากวันนี้ แกคือลูกสมุนของฉัน เพื่อความสะดวกในการเรียกใช้ แกต้องย้ายมาอยู่ ‘ห้องสิบ’ กับฉันด้วย"
เขามีเหตุผลของตัวเองที่รับหลินว่างมาเป็นลูกน้อง
หนึ่งคือความรู้สึกเวทนาที่ผุดขึ้นมาในใจกะทันหัน เขาคิดว่าหลินว่างน่าสงสารเกินไป เมื่อเทียบกับลูกนอกสมรสในตระกูลของเขาเองแล้ว หลินว่างดูรันทดกว่าเยอะ
สองคือในฐานะทายาทตระกูลเย่และขาใหญ่ประจำโรงเรียน การมีลูกน้องฝีมือฉกาจแบบนี้ไว้ประดับบารมีมันช่างเข้ากับภาพลักษณ์ของเขาเหลือเกิน ไม่เหมือนไอ้อ้วนกับไอ้ผอมที่พึ่งพาอะไรไม่ได้เลยในเวลาคับขัน
นักเรียนชายคนหนึ่งที่ยืนมุงดูเหตุการณ์รีบวิ่งแจ้นขึ้นอาคารเรียน มุ่งหน้าสู่ห้องเรียนสาขาการเงิน คณะเศรษฐศาสตร์
"เรื่องใหญ่แล้ว! เรื่องใหญ่แล้ว!"
เลี่ยวเฟิงที่กำลังปั่นเกมอย่างเมามันขมวดคิ้วด่ากลับ "เรื่องใหญ่บ้าบออะไรของแก? ทำกูแพ้เลยเนี่ย!"
"เรื่องใหญ่จริงพี่! หลินว่างมันกลายเป็นลูกน้องของราชาปีศาจไปแล้ว!" เขาเล่าเหตุการณ์ที่หน้าประตูโรงเรียนอย่างละเอียดยิบ ทำเอาคนในห้องถึงกับขมวดคิ้วไปตามๆ กัน
เลี่ยวเฟิง: "ราชาปีศาจออกโรงปกป้องมันเองเลยเหรอ?"
"ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นครับพี่ แถมวันนี้หลินว่างเหมือนผีเข้า มันซัดพวกนั้นหมอบกระแตไปเจ็ดคนรวดเลย!"
ลูกน้องคนหนึ่งกระซิบถาม "พี่เฟิง หลินว่างมันย้ายไปคณะดีไซน์แล้ว เรายังจะเล่นมันต่อไหม?"
เลี่ยวเฟิงคว้าหนังสือบนโต๊ะฟาดกบาลลูกน้องคนนั้นทันที "เล่นบ้านแกสิ! ไม่ได้ยินเหรอว่าราชาปีศาจคุ้มกะลาหัวมันอยู่? ราชาปีศาจคือคนที่เราควรไปตอแยด้วยหรือไง!"
เขายกมือเกาหัว "ช่วงนี้อย่าไปยุ่งกับมัน ดูสถานการณ์ไปก่อน"
"แล้วพวกแมลงในโต๊ะล่ะครับ..."
"จะเอาไปทิ้งหรือจะเก็บไว้กินเองก็เรื่องของแก!" เลี่ยวเฟิงคว้าโทรศัพท์แล้วเดินออกจากห้องไป เขาต้องคุยเรื่องนี้กับ ‘อาเฉิง’
ถามว่าเขามีความแค้นส่วนตัวกับหลินว่างไหมคำตอบคือไม่เลย ถ้าอาเฉิงไม่เกลียดหลินว่าง และถ้าตัวเขาเองไม่ได้รังเกียจพวกลูกเมียน้อย ประกอบกับใบหน้าบ้านนอกของหลินว่างที่เห็นทีไรก็หงุดหงิด เขาก็คงไม่หาเรื่องแกล้งหมอนั่นตั้งแต่แรกหรอก
เขาแค่ไม่เข้าใจว่า... ผ่านมาตั้งสามเดือน ทำไมจู่ๆ ราชาปีศาจถึงนึกคึกรับหลินว่างไปเป็นลูกน้องเอาตอนนี้
—
ทันทีที่หลินว่างเดินตามเย่เหยียนเข้าห้องเรียนคณะมัณฑนศิลป์ สายตาหลายคู่ก็จ้องมองมาเป็นจุดเดียว แน่นอนว่าส่วนใหญ่จ้องไปที่เย่เหยียน มีเพียงไม่กี่คนที่มองมาที่เขา ถึงแม้เขาจะเป็นคนดังในเว็บบอร์ดโรงเรียน แต่สำหรับในห้องเรียนนี้เขาคือคนแปลกหน้า และเป็นหัวข้อซุบซิบที่ร้อนแรงที่สุดคนหนึ่ง
ที่นั่งของเย่เหยียนอยู่แถวหลังสุด ซึ่งเหมาะมากสำหรับการโดดเรียน นอนหลับ หรืออู้งาน ที่นั่งข้างๆ เดิมทีเป็นของเฉินตงฟาง แต่ตอนนี้...
"ไอ้ผอม แกไปนั่งกับไอ้อ้วนซะ ให้หมอนี่นั่งตรงนี้"
เฉินตงฟาง หรือไอ้ผอม รีบโอดครวญทันที "บอส ผมผิดไปแล้ว ต่อไปผมจะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น ผมขาดบอสไม่ได้นะบอส"
"ไสหัวไป!" เย่เหยียนใช้เท้าสะกิดเขาเบาๆ (แต่ดูโหดเหี้ยม) เฉินตงฟางรีบหลบวูบ จัดการสลับโต๊ะอย่างว่องไว พลางส่งสายตาอาฆาตสลับไปมาระหว่างบอสกับหลินว่าง
เป็นเพราะแกแท้ๆ ไอ้หลินว่าง ที่ทำให้ฉันตกกระป๋อง!
ฉันจะต้องเอาคืนเรื่องนี้ให้ได้!
ถ้าไม่ได้ล้างแค้นล่ะก็ ขอให้ออกไปอึแล้วไอ้อ้วนท้องผูกไปเลย!
วิชาแรกเป็นวิชาออกแบบอัญมณี อาจารย์ผู้สอนเป็นหญิงสาวสวยผู้อ่อนโยน ซึ่งดึงดูดนักเรียนจากคณะอื่นให้เข้ามานั่งฟังด้วยเสมอ ดังนั้นเมื่อเห็นหน้าแปลกๆ ในคลาส เธอจึงไม่แปลกใจเลยสักนิด
แต่เมื่อผ่านไปครึ่งคาบ เธอกลับเริ่มนึกเอ็นดูนักเรียนคนนี้ขึ้นมา
เหตุผลง่ายๆ คือนักเรียนหน้าใหม่คนนี้เป็นคนที่ตั้งใจฟังมากที่สุดในห้อง เธอจึงเรียกเขาให้ตอบคำถามเป็นครั้งแรก "นักเรียนคนนั้นช่วยแชร์ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดการออกแบบ ของอัญมณีชุดนี้หน่อยได้ไหมคะ?"
หลินว่างมองซ้ายมองขวาจนแน่ใจว่าอาจารย์เรียกเขา จึงลุกขึ้นยืนตอบคำถามอย่างจริงจัง เมื่อเห็นสีหน้าพึงพอใจของอาจารย์ เขาก็ลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
ไม่นึกเลยว่าการ ‘แถ’ สดๆ จะรอดมาได้ ดูเหมือนว่าทฤษฎีฝั่งสายศิลป์จะมีความคล้ายคลึงกันไปหมด
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้สนใจเรื่องการออกแบบอัญมณีมากนัก ความจริงเขาสนใจวิชาการเงินที่เจ้าของร่างเดิมเรียนอยู่มากกว่า แต่ที่นั่นเขาต้องเรียนร่วมห้องกับหลินลั่วเฉิงและพวกพ้อง แถมยังมีอาจารย์ที่กุมอำนาจอยู่ฝ่ายนั้นอีก ถ้าพวกนั้นจงใจทำให้เขาเกรดตกตอนท้ายเทอมล่ะ?
เฮ้อ... ดูเหมือนเรื่องนี้จะต้องวางแผนกันยาวๆ เสียแล้ว