- หน้าแรก
- ทะลุมิติ แผนการชิงตัวพระรอง
- บทที่ 1: จัดการตัวร้ายสายบูลลี่
บทที่ 1: จัดการตัวร้ายสายบูลลี่
บทที่ 1: จัดการตัวร้ายสายบูลลี่
ทันทีที่หลินว่างลืมตาขึ้น ความรู้สึกไม่สบายตัวอย่างรุนแรงก็จู่โจมเข้าใส่ทันที ชุดนักเรียนที่เขาสวมอยู่เปียกโชกแนบไปกับตัว หยดน้ำยังคงไหลซึมจากเส้นผมไม่ขาดสาย แถมท่อนล่างยังรู้สึกโล่งโจ้งอย่างบอกไม่ถูก
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ จึงพบว่าตัวเองอยู่ในห้องน้ำชาย ประตูส้วมแง้มออกเล็กน้อย บนพื้นใกล้ๆ กันนั้นมีกางเกงวางกองอยู่ตัวหนึ่ง แต่มันกลับเปื้อนคราบของเหลวสีเหลืองปริศนาจนดูไม่ได้
หลินว่างผู้ไม่เคยถูกหยามเกียรติเช่นนี้มานาน สัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในชั่วพริบตา~
เศษเสี้ยวความทรงจำเริ่มผุดขึ้นในหัว แม้จะยังเรียบเรียงเรื่องราวได้ไม่ครบถ้วน แต่ภาพที่เห็นก็ชัดเจนพอแล้วว่าเขาคือกำลังถูก ‘บูลลี่’ ในโรงเรียน
หลินว่างจัดการล็อคประตูห้องน้ำแล้วนั่งลงบนฝาชักโครกเพื่อเรียบเรียงความจำเงียบๆ
เจ้าของร่างเดิมชื่อหลินว่างเหมือนกับเขา เป็นน้องชายต่างมารดาของพระเอกในโลกใบนี้ที่ชื่อ ‘หลินลั่วเฉิง’ ทว่าโชคชะตาไม่ได้สวยหรูอย่างที่ใครคิด หลินว่างเติบโตมาในชนบทกับแม่และยาย พวกเขาประทังชีวิตด้วยผลผลิตจากไร่นาและร้านขายของชำเล็กๆ แม้จะลำบากแต่ก็ยังพออยู่ได้ จนกระทั่งโศกนาฏกรรมที่ไม่คาดฝันมาเยือน
ตอนที่เขาอายุสิบสอง แม่ของเขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์
ต้นเหตุเกิดจากรถบรรทุกคันใหญ่ที่คนขับหัวใจวายกะทันหันจนรถเสียหลักพุ่งเข้าชนอย่างรุนแรง ตัวคนขับเองก็เสียชีวิตคาที่ในตอนนั้น~
นับจากนั้นหลินว่างจึงเหลือเพียงยายเป็นที่พึ่งสุดท้าย แต่เมื่อปีที่ผ่านมา ท่านก็จากไปด้วยโรคมะเร็ง ก่อนตายยายได้ตามหาตัวพ่อแท้ๆ ของเขาจนพบ และถึงขั้นคุกเข่าอ้อนวอนขอให้พวกเขารับหลินว่างไปดูแล
แต่ยายคงไม่รู้เลยว่า... นั่นคือจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่แท้จริง
คนในบ้านหลังนั้นไม่มีใครยินดีต้อนรับเขา ทุกคนมองว่าเขาเป็น ‘ลูกนอกสมรส’ ที่เข้ามาทำลายครอบครัวอันสมบูรณ์แบบ
แม้หลินว่างจะไม่ได้ทำอะไรผิด แต่คนพวกนั้นกลับอยากให้เขาตายๆ ไปเสีย
เขาต้องอาศัยอยู่ในคฤหาสน์หรูเนื้อที่หลายร้อยตารางเมตร แต่ห้องนอนกลับอนาถยิ่งกว่าห้องคนใช้เสียอีก เขาไม่มีสิทธิ์ร่วมโต๊ะอาหาร และที่โรงเรียนเขายิ่งถูกรังแกหนักขึ้น ทุกเช้าในลิ้นชักโต๊ะจะต้องมีแมลง งู หรือหนูซุกซ่อนอยู่เสมอ การบ้านที่ทำเสร็จแล้วไม่เคยส่งถึงมือครู และทุกคาบพละ เขาจะถูกลากเข้ามาในห้องน้ำเหมือนวันนี้ ถูกจับแก้ผ้า ทุบตี... หรือแม้กระทั่งถูกบังคับให้ดื่มปัสสาวะ
เขาอยากหนีไปให้พ้น แต่กลับไม่มีที่ให้ไป
คนพวกนั้นคือลูกหลานข้าราชการระดับสูงไม่กี่ก็นักธุรกิจผู้มั่งคั่ง ทั้งครูและผู้อำนวยการต่างพากันประคบประหงม ‘คุณหนูคุณชาย’ เหล่านั้นจนไม่เคยคิดจะยื่นมือมาช่วยเขาเลยสักครั้ง
ส่วน ‘นางเอก’ ของเรื่องนี้เป็นเด็กสาวสามัญชนที่เข้ามาเรียนได้เพราะผลการเรียนดีเยี่ยม
ครั้งหนึ่งเธอเคยยื่นมือเข้าช่วยหลินว่างในตอนที่เขาถูกรังแก เขาเคยหลงคิดว่าเธอคือแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียว แต่เพียงเพราะคำพูดไม่กี่คำจากพระเอกและคนพวกนั้น สายตาที่เธอมองเขาก็เปลี่ยนเป็นความรังเกียจเหยียดหยามทันที
หลินว่างไม่ได้ทำอะไรผิดเลย เขามั่นใจว่าแม่ของเขาไม่ใช่เมียน้อยที่ไปยั่วยวนใคร หากหวังเงินทองหรืออำนาจจริงๆ มีเมียน้อยที่ไหนจะยอมลำบากเลี้ยงลูกอยู่ในอำเภอเล็กๆ ตั้งหลายปีโดยไม่เคยคิดจะตามหาผู้ชายคนนั้นเลยงั้นหรือ?
หลินว่างแค่นหัวเราะอย่างเย็นชา
โลกใบนี้มักมีอคติกับผู้หญิงเสมอ
ทั้งที่เรื่องนี้เกิดจากความผิดของคนสองคน แต่กลับหลับตาข้างหนึ่งเพื่อปกป้องฝ่ายชายเสยอย่างนั้น
เขามองสภาพตัวเองก่อนจะสูดลมหายใจลึกเพื่อระงับโทสะ ในเมื่อพวกที่เคยรังแกเจ้าของร่างเดิมต้องมาเจอกับเขาในตอนนี้... ก็อย่าหวังว่าเขาจะปล่อยไปแม้แต่คนเดียว
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินเข้ามาในห้องน้ำ หลินว่างเงี่ยหูฟัง เมื่อเสียงน้ำไหลจากอ่างล้างหน้าหยุดลง เขาก็ผลักประตูออกไปอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะสับสันมือลงที่ต้นคอของนักเรียนชายผู้โชคร้ายคนนั้นเต็มแรง
ไม่กี่นาทีต่อมา หลินว่างก็เดินออกจากห้องน้ำในสภาพสวมเสื้อเชิ้ตและกางเกงที่สะอาดสะอ้าน
นักเรียนคนนั้นตัวสูงกว่าเขาเล็กน้อย เสื้อผ้าจึงดูหลวมไปบ้างแต่ก็ไม่ได้แย่นัก
เนื่องจากยังอยู่ในเวลาเรียน การที่หลินว่างเดินดุ่มๆ ไปตามโถงอาคารเรียนจึงไม่ได้ดึงดูดสายตาใคร~ จนกระทั่งเขาก้าวเข้าไปในห้องเรียนของตัวเอง ท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมห้องและอาจารย์ที่จ้องมองมาเป็นจุดเดียว
อาจารย์ประจำวิชาเป็นหญิงวัยกลางคนสวมแว่นสายตาหนาเตอะ มีไฝเม็ดใหญ่อยู่ที่คาง เมื่อเห็นหลินว่างเดินพรวดพราดเข้ามาโดยไม่กล่าวขออนุญาต ใบหน้าของเธอก็ถมึงทึงขึ้นมาทันที "หลินว่าง! ดูสิว่าเธอสายขนาดไหนแล้ว เข้าห้องมายังไม่รู้จักรายงานตัวอีก! ยังเห็นตัวเองเป็นนักเรียนอยู่หรือเปล่า!?"
หลินว่างไม่ได้ตอบโต้ เขาเดินไปที่โต๊ะซึ่งตั้งอยู่หลังถังขยะอย่างรู้งาน
เขาเอื้อมมือลงไปในกระเป๋านักเรียน ก่อนจะดึง ‘งู’ ตัวยาวเรียวออกมาตัวหนึ่ง แม้จะเป็นภาพที่เห็นแทบทุกวัน แต่พวกนักเรียนหญิงรอบข้างต่างก็พากันกรีดร้องลั่น
"กรี๊ดดด งู!"
อาจารย์สาวเห็นดังนั้นก็แทบสติหลุด "หลินว่าง! ออกไปเดี๋ยวนี้!"
หลินว่างไม่ขัดศรัทธา เขาคลายมือออกแล้วเทของที่เหลือในกระเป๋าลงบนพื้น งูอีกสี่ห้าตัวเลื้อยพล่านไปทั่วห้องเรียน เขาคว้าหนังสือของเจ้าของร่างเดิมยัดใส่กระเป๋าแล้วเหวี่ยงขึ้นหลัง ก่อนจะเดินออกจากห้องไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ ทิ้งความโกลาหลไว้เบื้องหลังอย่างไม่แยแส
คนทั้งห้องตกตะกอนกับภาพที่เห็น จนกระทั่งใครบางคนโพล่งขึ้นมา "ครูครับ! หลินว่างมันโดดเรียนไปต่อหน้าต่อตาเลยนะ!"
อาจารย์สาวตาถลนด้วยความไม่อยากเชื่อ หลินว่างที่เคยหัวหดเหมือนหนูถีบจักร... วันนี้กลับกล้าลองดีกับเธอถึงขนาดนี้เชียวหรือ!
ทันใดนั้น นักเรียนหญิงคนหนึ่งรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างเลื้อยผ่านเท้า เมื่อก้มลงมองก็พบกับดวงตาของงูที่กำลังแลบลิ้นใส่ เธอรีบสะบัดเท้าแล้วกรีดร้องอีกครั้ง "กรี๊ด! งูเต็มไปหมดเลย!"
"หวังเจี๋ย! ฝีมือนายแท้ๆ เลย รีบจับพวกมันสิ!"
"อย่ากลัวน่า มันไม่มีพิษ!"
"อี๋ น่าขยะแขยงชะมัด!"
"เออๆ กำลังจับอยู่นี่ไง!"
...
หลังจากออกจากอาคารเรียน หลินว่างก็มุ่งหน้าไปยัง ‘จุดยุทธศาสตร์’ ในการโดดเรียน เขาม้วนกระเป๋าโยนข้ามรั้วไปก่อนจะปีนตามออกไป
ต้องยอมรับว่าโรงเรียนเอกชนหรูสำหรับพวกเศรษฐีแห่งนี้เข้าใจทำจริงๆ แม้แต่ทางหนีทีไล่ให้พวกคุณหนูได้สัมผัสความตื่นเต้นในการโดดเรียนก็ยังมีเตรียมไว้ให้ รั้วรอบนอกส่วนใหญ่ปีนยากก็จริง แต่จะมีจุดหนึ่งที่ซี่ลูกกรงถูกออกแบบมาให้ง้างออกได้ง่ายๆ แถมยังมีต้นไม้ประดับบังตาไว้อย่างมิดชิดจนคนนอกมองไม่ออก
เมื่อพ้นเขตรั้ว หลินว่างก็ตรงดิ่งไปยังร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ใกล้ๆ
เจ้าของร่างเดิมถูกคนในตระกูลหลินเกลียดชัง ค่าเทอมถูกจ่ายตรงให้โรงเรียน เงินในบัตรอาหารมีเหลือเฟือแต่เขากลับไม่มีเงินติดตัวเลยสักหยวนเดียว เมื่ออยากได้อะไรเขาจึงต้องแอบโดดเรียนคาบเสริมตอนเย็นเพื่อไปทำงานพิเศษที่ร้านฟาสต์ฟู้ด
เขาทำมาสามเดือน เก็บหอมรอมริบได้เงินกว่าห้าพันหยวน ซึ่งเงินจำนวนนี้ถูกฝากไว้ในบัตรธนาคารของแม่
แต่ด้วยเงินเพียงเท่านี้ มันยังทำอะไรไม่ได้มากนัก
เป้าหมายของเขาในตอนนี้จึงเป็นการเข้าวอร์มอัพในร้านอินเทอร์เน็ตเพื่อรับจ้าง ‘ปั๊มแรงก์’ เกม
ในชีวิตก่อน เขาคือเจ้าของบริษัทเกมที่สร้างตัวขึ้นมาด้วยตัวเอง เรื่องอื่นเขาอาจจะไม่ถนัด แต่ถ้าเป็นเรื่องเกมล่ะก็... เขาขอกล่าวอย่างไม่อายเลยว่าตัวเองคือ ‘อัจฉริยะ’
จุดเริ่มต้นของเขาในตอนนั้นก็มาจากการเป็นคนรับจ้างปั๊มแรงก์เพื่อหาเงินส่งตัวเองเรียนและอัปเกรดคอมพิวเตอร์ เขาเรียนจบด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ เคยฝึกงานในบริษัทยักษ์ใหญ่ก่อนจะสร้างตัวจากการรับงานฟรีแลนซ์และลงทุนในกองทุน จนกระทั่งลาออกมาพัฒนาเกมแรกของตัวเองและได้รับเงินร่วมลงทุน จนตั้งบริษัทได้สำเร็จ