- หน้าแรก
- ระบบปล่อยจอย: ยิ่งขี้เกียจ ข้ายิ่งไร้เทียมทาน
- บทที่ 310 - การพิพากษาของหมื่นเผ่าพันธุ์
บทที่ 310 - การพิพากษาของหมื่นเผ่าพันธุ์
บทที่ 310 - การพิพากษาของหมื่นเผ่าพันธุ์
บทที่ 310 - การพิพากษาของหมื่นเผ่าพันธุ์
"เมื่อนำไปเทียบกับหมื่นเผ่าพันธุ์แล้ว แดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่ก็ยังพอจะมีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่บ้าง!"
เทียนเยี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยเสียงลึกล้ำ "หากท่านผู้อาวุโสสูงสุดไม่อยากเข้าร่วมกับพวกเขา ก็สามารถพากลุ่มคนในเผ่าที่เหลือไปเข้าร่วมกับหมื่นเผ่าพันธุ์ได้นี่!"
"แทงกั๊กเอาไว้ทั้งสองฝั่ง ไม่ว่าสุดท้ายฝ่ายไหนจะเป็นผู้ชนะ เผ่าแมวปีศาจก็ยังสามารถรักษาเผ่าพันธุ์เอาไว้ได้ ไม่ต้องลงเอยด้วยความพินาศเหมือนเผ่าราชาเมยราพนกยูง"
วูบ
กลิ่นอายพลังอันบ้าคลั่งระเบิดออกอย่างสมบูรณ์แบบ
แรงกดดันอันแข็งแกร่งของผู้อาวุโสสูงสุดแผ่ซ่านออกมา ประดุจเทพเจ้าที่ลงมาจุติ ความน่าเกรงขามอันเข้มงวดทำให้ทุกคนที่นั่งอยู่ ณ ที่นั้นต้องสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
"เทียนเยี่ย คำพูดพรรค์นี้เจ้าก็ยังกล้าพูดออกมาอีกงั้นหรือ"
เขาคิดไม่ถึงเลยว่าเทียนเยี่ยจะมีความคิดอยากแบ่งแยกเผ่า
ทว่าแผนการนี้ดูเหมือนจะไม่ได้ผิดพลาดอะไร
หากวางเดิมพันไว้ทั้งสองฝั่งก็ย่อมสามารถรักษาเผ่าแมวปีศาจเอาไว้ได้จริงๆ
ไม่ว่าในอนาคตฝ่ายใดจะเป็นผู้ชนะ พวกเขาก็คงไม่ถึงขั้นถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เหมือนเผ่าราชาเมยราพนกยูง
"ทำไมข้าจะพูดไม่ได้ล่ะ"
เทียนเยี่ยถอนหายใจยาวพลางกล่าวเสียงเรียบ "ก็อย่างที่ท่านพูดนั่นแหละ ในสถานการณ์เช่นนี้เผ่าแมวปีศาจยากที่จะรักษาตัวเองให้รอดพ้นได้!"
"หมื่นเผ่าพันธุ์ก็บีบคั้น แดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่ก็รุ่งโรจน์ดุจดวงตะวัน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ยากที่จะตัดสินใจเลือกได้!"
"ด้วยความบาดหมางระหว่างหมื่นเผ่าพันธุ์กับแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่ หากวันข้างหน้าแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่เป็นฝ่ายยืนหยัดเป็นคนสุดท้าย ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะมาคิดบัญชีกับหมื่นเผ่าพันธุ์!"
"เมื่อถึงเวลานั้น พวกเราที่เป็นเผ่าที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาหมื่นเผ่าพันธุ์ ย่อมต้องถูกผลักออกไปเป็นกองหน้าตายก่อนอย่างไม่ต้องสงสัย!"
"และพวกเราก็จะไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปฏิเสธ!"
"แต่หากหมื่นเผ่าพันธุ์เป็นฝ่ายชนะในท้ายที่สุด ด้วยวิธีการทำงานของหมื่นเผ่าพันธุ์ และสิ่งที่พวกเราทำลงไปในช่วงเวลานี้ ท่านคิดว่าพวกใจแคบเหล่านั้นจะไม่มาคิดบัญชีกับพวกเรางั้นหรือ"
"ท่านผู้อาวุโสสูงสุด เผ่าแมวปีศาจไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว"
"ทำได้เพียงแบ่งกำลังออกเป็นสองสาย ไม่ว่าฝ่ายไหนจะเป็นผู้ชนะ เผ่าแมวปีศาจก็จะสามารถรักษาเผ่าพันธุ์เอาไว้ได้!"
สิ้นคำกล่าวนั้น
ทุกคนต่างตกอยู่ในความเงียบงัน
ต้องยอมรับเลยว่านี่ดูเหมือนจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว
ไม่ว่าอนาคตจะเปลี่ยนแปลงไปเช่นไร ไม่ว่าฝ่ายใดจะบรรลุมรรคา
พวกเขาก็ยังสามารถปกป้องเผ่าพันธุ์ของตนเองได้ อย่างน้อยที่สุดหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบรรลุมรรคาแล้ว ก็คงไม่ถึงขั้นลงมือสังหารพันธมิตรของตนเองจนสิ้นซาก!
เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาจะไปทำเรื่องที่ไม่อาจให้อภัยได้
"แล้วถ้ากลุ่มพันธมิตรเผ่ามนุษย์เป็นฝ่ายบรรลุมรรคาล่ะ!"
จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ทำให้ฝูงชนที่กำลังจมอยู่ในห้วงความคิดถึงกับชะงักงันไปชั่วขณะ
จากนั้น
เสียงหัวเราะเยาะก็ดังระงมขึ้น
"ไม่ได้อยากจะพูดหรอกนะ แต่กลุ่มพันธมิตรเผ่ามนุษย์จะเอาอะไรไปชนะ"
"ขุมกำลังระดับไม่ดับสูญทั้งห้าแห่ง ไม่มีใครที่พอจะเชิดหน้าชูตาได้เลย ไม่ว่าจะเป็นยอดอัจฉริยะหรือผู้แข็งแกร่ง!"
"พวกเขาจะเอาอะไรไปชนะ"
เทียนเยี่ยแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา
นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน
กลุ่มพันธมิตรเผ่ามนุษย์ล้วนด้อยกว่าขุมกำลังใหญ่อีกสองฝ่ายอย่างเห็นได้ชัด
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรากฐาน ยอดอัจฉริยะ หรือแม้แต่ผู้แข็งแกร่ง
ล้วนถูกกำหนดมาแล้วว่าอีกฝ่ายไม่มีโอกาสชนะเลยแม้แต่น้อย!
"ไม่ไหวแล้ว เจ้าไปเอาความคิดมาจากไหนว่ากลุ่มพันธมิตรเผ่ามนุษย์มีโอกาสชนะเนี่ย"
"ใช่ ความคิดนี้มันอันตรายเกินไปแล้ว!"
"ข้าชักจะสงสัยแล้วสิว่าพวกเขายังไม่ได้ออกจากการเก็บตัวฝึกตนหรือเปล่า ถึงได้ถามคำถามโง่เขลาพรรค์นี้ออกมาได้!"
ผู้อาวุโสคนอื่นๆ สุดจะทนจริงๆ
เพราะคำถามนี้มันปัญญาอ่อนเกินไปแล้ว
ถึงกับคิดว่ากลุ่มพันธมิตรเผ่ามนุษย์จะชนะได้เนี่ยนะ
ล้อเล่นหรือเปล่า
หากกลุ่มพันธมิตรเผ่ามนุษย์มาเห็นสภาพพวกตนในตอนนี้ คงต้องโกรธจนกระอักเลือดตายแน่
พวกเขายังชนะได้ แล้วทำไมพวกเราจะชนะไม่ได้ล่ะ
เมื่อได้ยินเสียงเย้ยหยันจากฝูงชน ผู้อาวุโสที่พูดประโยคนั้นก็หุบปากฉับทันที
เขาเองก็ตระหนักได้ว่าตัวเองคงพูดผิดไปแล้ว
"จะแยกเผ่าก็ได้!"
"แต่ศาสตราจักรพรรดิวิถีขั้วพวกเราต้องเอาไปด้วย!"
ดวงตาของผู้อาวุโสสูงสุดทอประกายวูบวาบ เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
อาจจะเป็นเพราะเห็นด้วยกับแผนการนี้ ในที่สุดผู้อาวุโสสูงสุดก็ยอมตกลง
เพียงแต่ต้องนำศาสตราจักรพรรดิวิถีขั้วไปด้วย
นี่คือสิ่งเดียวที่มีค่าที่สุดของเผ่าแมวปีศาจ
ขอเพียงมีศาสตราจักรพรรดิวิถีขั้ว ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนก็สามารถเบิกทางได้เสมอ
หากไม่มี อีกฝ่ายก็อาจจะไม่ยอมรับพวกเขา
เพราะสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจากการรับพวกเขาเข้าไป ก็คือศาสตราจักรพรรดิวิถีขั้ว
"ไม่มีทาง!"
เทียนเยี่ยปฏิเสธกลับไปทันทีโดยไม่ต้องคิด
ล้อเล่นหรือเปล่า
หากมอบศาสตราจักรพรรดิวิถีขั้วให้พวกท่าน แล้วพวกเขาจะทำอย่างไร
หากแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่ไม่ยอมรับพวกเขาขึ้นมาจะทำอย่างไร
พวกท่านไม่รู้ถึงความล้ำค่าของศาสตราจักรพรรดิวิถีขั้วหรืออย่างไร
ในขณะนั้นเอง
ครืน
กลิ่นอายพลังอันน่าสะพรึงกลัวหลายสายแผ่ซ่านเข้ามา ครอบคลุมมิติเอกเทศของเผ่าแมวปีศาจทั้งหมดด้วยความเร็วอันเหลือเชื่อ
ท้องนภาสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ราวกับกำลังจะฉีกขาดออกจากกัน
เงาร่างอันน่าสะพรึงกลัวหลายร่างปรากฏขึ้นเหนือน่านฟ้า
มังกรฟ้าชิงหลงเปล่งประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้า กิเลนถูกอาบไล้ไปด้วยเปลวเพลิง หงส์เพลิงจูเชว่ปีกโชติช่วงที่ฟื้นคืนชีพจากกองไฟ
เต่าทมิฬเสวียนอู่แผ่รังสีฆ่าฟันกวาดล้างไปทั่วสารทิศ เผ่าพยัคฆ์ขาวไป๋หู่เหยียบย่ำอยู่กลางฟ้าดิน
หมื่นเผ่าพันธุ์อันยิ่งใหญ่หลายเผ่ามารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้า
แรงกดดันอันมหาศาลแผ่กระจายออกไป ห้วงมิติสั่นสะเทือน ราวกับว่ามิติเอกเทศทั้งใบกำลังจะระเบิดออก
"เทียนเยี่ยอยู่ที่ไหน!"
เสียงอันเย็นเยียบของชิงหยวนดังก้องไปทั่วฟ้า ครอบคลุมไปทั่วทั้งนภากาศ
เมื่อสัมผัสได้ถึงความน่าเกรงขามอันเข้มงวด เหล่าแมวปีศาจภายในมิติเอกเทศก็ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและยำเกรง
สำหรับผู้ฝึกตนธรรมดาอย่างพวกมัน กลิ่นอายของกึ่งจักรพรรดิก็เปรียบดั่งเทพเจ้าบนสรวงสวรรค์ มากพอที่จะทำให้พวกมันถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดและวิญญาณแตกสลายได้เลย
โชคดีที่ค่ายกลของเผ่าแมวปีศาจถูกเปิดใช้งานขึ้นมาทันท่วงที ช่วยสกัดกั้นสิ่งเหล่านี้เอาไว้ได้
ทำให้แรงกดดันลดทอนลงไปอย่างช้าๆ มิฉะนั้นมิติเอกเทศทั้งใบก็คงทนรับไม่ไหวและต้องพังทลายลงมาแน่
"หมื่นเผ่าพันธุ์มากันแล้ว!"
ยอดฝีมือของเผ่าแมวปีศาจต่างใจหายวาบ โดยเฉพาะเหล่าแมวปีศาจในสายของเทียนเยี่ย พวกเขาต่างหันไปมองเทียนเยี่ยเป็นตาเดียว
ตรงกันข้ามกับสายของผู้อาวุโสสูงสุดที่มีรอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นบนใบหน้า
"ข้าอยู่นี่!"
"พวกเจ้าต้องการอะไร" "ถึงกับจะฆ่าล้างเผ่าแมวปีศาจเพียงเพราะพวกเราปฏิเสธคำเชิญของพวกเจ้างั้นหรือ"
เทียนเยี่ยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า หยัดยืนอยู่กลางนภากาศ เขาทอดสายตามองกลุ่มหมื่นเผ่าพันธุ์ที่อยู่ห่างออกไปผ่านม่านพลังค่ายกล
ดวงตาลึกล้ำ น้ำเสียงเย็นชา
รังสีฆ่าฟันอันรุนแรงแผ่ซ่านออกมา กลิ่นอายพลังหลายสายเข้าปะทะกันจนสะเทือนไปทั่วสารทิศ
ห้วงมิติเริ่มปริแตกทีละน้อย
เพียงแค่กลิ่นอายพลังสายเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้ฟ้าดินปั่นป่วนได้แล้ว
"เทียนเยี่ย พวกเราให้เวลาพวกเจ้ามามากพอแล้ว!"
ชิงหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา รังสีฆ่าฟันแผ่ซ่าน เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งการคุกคาม
"ข้าก็เคยบอกพวกเจ้าไปแล้วว่าเผ่าแมวปีศาจจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้!"
เทียนเยี่ยตอบกลับเสียงเย็น
"เทียนเยี่ย อนาคตของเผ่าแมวปีศาจไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะตัดสินใจได้เพียงคนเดียว!"
เสียงของจวินปู้เมี่ยดังขึ้น
เสียงนั้นดังกังวานราวกับแว่วมาจากสุดขอบฟ้า ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ราบเรียบจนถึงที่สุด
ทว่าภายใต้ความราบเรียบนั้นกลับแฝงไว้ด้วยการคุกคามอันรุนแรง
"ก็อย่างที่จวินปู้เมี่ยพูดนั่นแหละ เทียนเยี่ย เจ้าไม่มีสิทธิ์มาตัดสินใจอนาคตของเผ่าแมวปีศาจ!"
"การที่เผ่าแมวปีศาจจะตัดสินใจอย่างไร ต้องผ่านการหารือและลงมติจากหมื่นเผ่าพันธุ์ทั้งหมดก่อน!"
ผู้อาวุโสสูงสุดกระโดดออกมาขัดจังหวะทันที เขาเอ่ยเสียงเย็น "จะเข้าร่วมกับหมื่นเผ่าพันธุ์หรือไม่นั้นไม่สำคัญ แต่อย่างน้อยที่สุดเผ่าแมวปีศาจก็จะไม่มีทางเข้าร่วมกับแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่เด็ดขาด!"
"หากเจ้าคิดจะเข้าร่วมกับกลุ่มพันธมิตรแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่ พวกข้าจะเป็นคนแรกที่ไม่ยอมตกลง!"
สิ้นประโยคนั้น
คลื่นพลังรอบด้านก็ระเบิดออกทันที ผู้นำของหมื่นเผ่าพันธุ์หลายเผ่าต่างเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ช่างอกตัญญูทรยศนัก เทียนเยี่ย เจ้าถึงกับกล้าหักหลังหมื่นเผ่าพันธุ์แล้วคิดจะไปเข้าร่วมกับเผ่ามนุษย์งั้นหรือ!"
"หากจักรพรรดินีแมวปีศาจล่วงรู้เรื่องนี้เข้า นางจะต้องไม่ละเว้นพวกเจ้าแน่!"
หมื่นเผ่าพันธุ์แทบจะโกรธจนตัวสั่น
ไอ้เทียนเยี่ยคนนี้คิดจะเข้าร่วมกับแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่จริงๆ ด้วย
เรื่องนี้ถูกปิดบังไว้อย่างมิดชิดเกินไปแล้ว
พวกเขาถึงกับไม่ได้ข่าวคราวอะไรเลยแม้แต่น้อย!
[จบแล้ว]